0 Views

        ก่อนที่เนี่ยหลีและคณะจะมาถึงที่นี่ แต่ละตระกูลก็เคยส่งคนมาสำรวจซากเมืองโบราณแห่งนี้แล้ว ทว่าโชคร้ายไม่พบอะไรมากนัก ดังนั้นจึงมีผู้คนไม่มากที่สนใจเดินทางมาสำรวจหลังจากนั้น เฉินหลินเจี้ยนไม่ทราบได้แผนที่ของซากเมืองโบราณฉบับนั้นมาจากไหน จึงตัดสินใจมาสำรวจสถานที่แห่งนี้

        “ในที่สุดพวกเราก็มาถึงซากเมืองโบราณกู่หลันแล้ว! พวกเรามีสองเส้นทางให้เลือก นี่เป็นแผนที่!” เฉินหลินเจี้ยนกางแผนที่ ชี้ไปยังเส้นลายบนนั้น

        ทุกคนเริ่มเข้าล้อมรอบแผนที่และเริ่มปรึกษากันว่าจะเลือกเส้นทางไหน

        “เส้นทางแรกไปทางประตูทิศตะวันตก เดินไปตามกำแพงเมือง พวกเราก็จะถึงตัวเมืองหลักได้อย่างรวดเร็ว แต่จะมีอะไรบ้างให้พวกเราค้นหาตามเส้นทางนี้? พวกเราจะต้องเข้าไปในบ้านแต่ละหลังในเมือง เผื่อจะได้อะไรติดไม้ติดมือมาบ้าง!” เฉินหลินเจี้ยนพูดกับลูกน้องคนหนึ่ง

        “ข้าเห็นด้วยกับเขา!”

        “ใช่แล้ว พวกเราควรสำรวจบริเวณบ้านพักอาศัย!” ทุกคนขานรับ

        เฉินหลินเจี้ยนนิ่งเงียบอยู่ครู่หนึ่งจึงเงยหน้าขึ้นมองเนี่ยหลีและถาม “เจ้าเห็นว่าเป็นอย่างไร?”

        ผู้คนค่อนข้างแปลกใจ คิดไม่ถึงว่าเฉินหลินเจี้ยนจะถามหาคำแนะนำจากเนี่ยหลี

        ดวงตาสดใสของเยี่ยจื่ออวิ๋นก็จ้องมองเนี่ยหลี ดวงตาของหูเหยียนหลันรั่วก็จดจ้องอยู่ที่เนี่ยหลี

        ขณะนี้ทุกคนล้วนจดจ่ออยู่กับความเห็นของเนี่ยหลีแล้ว

        เนี่ยหลีแบมือและพูด “หากพวกเจ้ามาถึงนี่เพียงเพื่อจะค้นหาตามบ้านเรือน เช่นนั้นก็เป็นเรื่องผิดมหันต์แล้ว! พวกที่เคยมาสำรวจก่อนหน้านี้ต่างค้นบ้านเรือนชาวเมืองทั่วไปจนหมดแล้ว ต่อให้พวกเราไปค้นอีกรอบก็คงไม่ได้อะไร ปกติแล้วเมืองๆ หนึ่ง ผู้ใดมั่งคั่งที่สุด? เป็นชาวบ้านหรือ? แน่นอนว่าไม่ใช่ เก้าสิบส่วนของทรัพย์สินในเมืองๆ หนึ่งล้วนอยู่ในมือของครอบครัวผู้มีฐานะ”

        “เมืองนี้มีรัศมีราวร้อยหลี่ มีบ้านเรือนของชาวบ้านมากมายและหลายแห่งก็ถูกทำลาย พวกเราจะรู้ได้อย่างไรว่าครอบครัวผู้มีฐานะเหล่านี้ตั้งอยู่ตำแหน่งใด?” เสิ่นเยวี่ยคัดค้านอยู่ด้านข้าง อะไรที่เป็นคำพูดของเนี่ยหลีเขาล้วนต้องการหักล้าง

        “พูดต่อไป” เฉินหลินเจี้ยนพูด มองเนี่ยหลีด้วยทีท่าสนใจ เห็นได้ชัดว่าเห็นด้วยกับการอนุมานของเนี่ยหลี

        “คิดหาบ้านของผู้มีฐานะ อันที่จริงนั้นง่ายมาก บริเวณไหนมีสิ่งปลูกสร้างบางตาที่สุด? ก็คือตรงนั้น! ปกติแล้วครอบครัวผู้มีฐานะมักมีสวน มีลานบ้านของตัวเอง” เนี่ยหลีพูด

        สายตาของทุกคนจ้องมองแผนที่

        “เป็นที่นี่!” หูเหยียนหลันรั่วพูด รู้สึกยินดีระคนแปลกใจ

        “ถูกต้อง นี่ควรจะเป็นสถานที่ที่ว่า หมู่ตึกมากมายบริเวณนี้มีขนาดใหญ่เป็นพิเศษ!”

        เฉินหลินเจี้ยนขมวดคิ้วเล็กน้อยและพูด “บริเวณนี้เคยถูกสำรวจมาแล้ว แม้จะมีของดีอยู่บ้างแต่ก็ไม่มาก บางคนยังเคยขุดบริเวณนี้ลึกลงไปถึงสามฉื่อ (๑ ฉื่อยาวประมาณ ๓ ฟุต) แต่ก็ไม่พบสถานที่อะไรเช่นห้องใต้ดินอยู่เลย!”

        “ข้าถึงบอก สิ่งที่เจ้าคิดได้ คนอื่นเขาก็คิดได้กันหมดแล้ว! เจ้าคิดว่าครอบครัวชั้นสูงในเมืองกวงฮุยตั้งมากมายล้วนกินแต่ผักเหมือนวัวเหมือนควายหรืออย่างไร?” เสิ่นเยวี่ยทำเสียงฮึเย็นชาคำหนึ่งและพูด

        เนี่ยหลีขมวดคิ้วมุ่น จ้องมองเสิ่นเยวี่ยและพูด “ขณะที่ข้ากำลังพูดเจ้าช่วยหุบปากก่อนได้หรือไม่? ในเมื่อเจ้าฉลาดนัก เช่นนั้นก็เชิญเจ้าพูด?”

        เสิ่นเยวี่ยคิดโต้เถียง แต่ทันเห็นสายตาของเฉินหลินเจี้ยนชำเลืองมองมาพร้อมทำเสียงเย็นขึ้นจมูก “หุบปาก!”

        เสิ่นเยวี่ยอ้าปากและในที่สุดก็หุบลงด้วยอารมณ์ห่อเหี่ยว แม้เขาเป็นบุตรสายตรงของตระกูลเสินเซิ่ง ฐานะกลับไม่อาจเทียบเฉินหลินเจี้ยนได้ ต่อให้มีความกล้ากว่านี้อีกสักสิบเท่าก็คงไม่กล้าขัดกับเฉินหลินเจี้ยน

        “เป็นธรรมดาที่สถานที่เหล่านี้จะต้องถูกสำรวจมาแล้ว พวกเราดูแผนที่ต่อไป บ้านหลังใหญ่นี้ตั้งอยู่ใจกลางเมืองกู่หลัน เพราะที่นี่มีเวรยามเข้มงวดที่สุด จึงเป็นสถานที่ที่ปลอดภัยที่สุด” เนี่ยหลีชี้ไปยังบริเวณหนึ่งด้านหลังและพูด “บริเวณนี้น่าจะเป็นสถานที่ตั้งของจวนเจ้าเมือง!”

        เฉินหลินเจี้ยนพยักหน้า กระทั่งบัดนี้ การอนุมานของเนี่ยหลีล้วนถูกต้อง อย่างไรก็ตาม แม้แต่จวนเจ้าเมืองแห่งนี้ก็เคยถูกคณะที่มาสำรวจชุดแรกสำรวจไปแล้ว รวมถึงบริเวณใต้ดิน แต่ก็พบอะไรไม่มากนัก

        “พวกเราดูต่อไปตามแผนที่ ห่างจากจวนเจ้าเมืองไปไม่กี่ร้อยหมี่ มีอยู่สามบริเวณ พวกเจ้ารู้หรือไม่ว่าทั้งสามบริเวณนี้เป็นสถานที่อะไร?” เนี่ยหลีหันไปถามเฉินหลินเจี้ยน

        “หนึ่งในสามนี้เป็นพื้นที่โรงเรียนทหาร เป็นสถานที่ฝึกทหารของท่านเจ้าเมือง อีกสถานที่หนึ่งเป็นป้อมหินหนาแน่น ภายในโล่งว่างและสร้างจากหินอ่อนสีดำ กระทั่งสิ่วก็ยังทำลายมันไม่ได้ ส่วนที่สุดท้าย ข้าไม่รู้ว่ามันคืออะไร ตั้งอยู่ข้างป้อมหินและเป็นป่ากับวัชพืช” เฉินหลินเจี้ยนตอบ ก่อนจะมาที่นี่เขาจดจำแผนที่ต่างๆ ของซากเมืองโบราณกู่หลันเอาไว้หมดแล้ว

        ได้ยินคำพูดของเฉินหลินเจี้ยน เนี่ยหลียิ้มน้อยๆ และพูด “ไม่ผิดจากที่ข้าคิดมากนัก!”

        เฉินหลินเจี้ยนตาเป็นประกายและถาม “เจ้าหมายความว่าสถานที่ทั้งสามแห่งนี้น่าสงสัย? เป็นป้อมปราการหินหรือไม่? แต่ที่นั่นก็เคยถูกค้นมาแล้ว!”

        “ป้อมปราการหินน่าจะเป็นสถานที่หลบภัย เมื่อพวกสัตว์อสูรบุกมาถึง พวกเขาอาจจะซ่อนอยู่ในป้อมปราการ ดังนั้นที่นั่นจึงน่าจะมีห้องลับที่ซุกซ่อนสมบัติล้ำค่าต่างๆ ไว้ พื้นที่ว่างใกล้ๆ ป้อมปราการคงต้องเป็นพื้นที่วางกับดัก ใช้สำหรับต้านทานพวกสัตว์อสูร หากเข้าไปสำรวจบริเวณนี้ ไม่แน่ว่าตายอย่างไรก็ยังไม่รู้ตัว ดังนั้นข้ารู้สึกว่าสถานที่ที่น่าสงสัยที่สุดควรจะเป็นบริเวณโรงเรียนทหาร!” เนี่ยหลีพูดพร้อมยิ้มบาง

        “เหตุใดสถานที่น่าสงสัยที่สุดจึงเป็นโรงเรียนทหาร?”

        โรงเรียนทหารเป็นสถานที่ดินโคลนซึ่งใช้เป็นพื้นที่ฝึกการต่อสู้ มีอะไรน่าสงสัยกัน?

        “สถานที่ที่ไม่โดดเด่นสะดุดตาที่สุดย่อมเป็นสถานที่ที่ปลอดภัยที่สุด! ยิ่งไปกว่านั้น จวนเจ้าเมืองนี้ยังจัดวางโรงเรียนทหารเอาไว้ใจกลางเมือง ลำพังแค่จุดนี้จุดเดียวก็พิสูจน์ได้แล้วว่าบริเวณนี้ไม่ธรรมดา จะต้องมีบางสิ่งที่สำคัญซุกซ่อนอยู่ใต้โรงเรียนทหาร!” เนี่ยหลีชี้ลงบนแผนที่และพูด “พวกเราไปที่นี่ก่อน ไปค้นหาบริเวณนี้ก่อนเถอะ!”

        “อืม! ตกลงตามนี้!” เฉินหลินเจี้ยนเก็บแผนที่และยิ้มน้อยๆ ในเมื่อตัดสินเส้นทางได้แล้วย่อมช่วยประหยัดเวลาและลดเส้นทางที่ต้องวกไปเวียนมาลงไปเป็นอันมาก

        ในดวงตาของพวกลูกน้องของเฉินหลินเจี้ยนมีแววยอมรับในตัวเนี่ยหลีฉายอยู่ เวลานี้ไม่มีผู้ใดดูแคลนเนี่ยหลีและต่างรู้สึกว่ามีความเหมาะสมแล้วที่เนี่ยหลีจะเป็นผู้เลือกสมบัติชิ้นแรก

        หูเหยียนหลันรั่วเงยหน้าขึ้น ดวงตาของนางเต็มไปด้วยประกายงดงาม เหตุผลชัดเจนที่เนี่ยหลีแสดงให้เห็นทำให้นางยอมรับนับถือ นางรู้สึกได้เลือนๆ ว่าเนี่ยหลีไม่ธรรมดา ไม่เช่นนั้นนักสู้ระดับทองแดงผู้หนึ่งจะต้านทานมนตร์เสน่ห์ของนางได้อย่างไร?

        ‘บุรุษที่ข้าเลือกย่อมไม่ธรรมดา!’ หูเหยียนหลัวรั่วครุ่นคิดอย่างภาคภูมิใจ แม้เนี่ยหลีมิได้ใส่ใจนางสักนิด แต่นางยังคงหมายตาเนี่ยหลี

        หากเนี่ยหลีรู้ว่าหูเหยียนหลันรั่วขณะนี้กำลังคิดอะไรอยู่ คงต้องร้องไห้น้ำตาไหลพรากแล้ว เรื่องราวเป็นเช่นนี้ไปได้อย่างไรกัน! เกรงว่าคงไม่อาจกำจัดแม่ตังเมหนังวัวผู้นี้ไปได้แล้ว!

        เยี่ยจื่ออวิ๋นจีบปากยิ้ม ท่วงท่าน่าประทับใจนั้นทำให้เนี่ยหลีตะลึง ท่วงท่าย่นคิ้วยิ้มคิกคักของนางช่างเป็นกลิ่นอายที่คุ้นเคยยิ่ง

        เห็นท่าทางงงงวยหลงใหลบนใบหน้าของเนี่ยหลี หูเหยียนหลันรั่วแทบบ้าแล้ว! โฉมงามเปี่ยมเสน่ห์ยั่วยวนเช่นนี้กำลังยืนอยู่ตรงหน้าเนี่ยหลี เนี่ยหลีกลับทำเหมือนคนตาบอด ในสายตาเห็นแต่เยี่ยจื่ออวิ๋นเท่านั้น น่ารังเกียจเกินไปแล้ว เนี่ยหลี ข้าเกลียดเจ้า!

        เนี่ยหลีคร้านเกินกว่าที่จะสนใจว่าหูเหยียนหลันรั่วกำลังคิดอะไรอยู่ในใจ เขาเพียงหยิบลูกธนูออกมาจากกระเป๋าสะพายที่ด้านหลัง หยิบยาที่มีส่วนผสมของหญ้าจื่อหลันออกมาและทาลงบนลูกธนู

        “เนี่ยหลี เจ้าทำอะไร?” หูเหยียนหลันรั่วและเยี่ยจื่ออวิ๋นต่างจ้องมองเนี่ยหลีด้วยความสงสัย

        เนี่ยหลียักไหล่และพูด “ไม่มีอะไร”

        “เอาล่ะ พวกเราออกเดินทางต่อได้!” เฉินหลินเจี้ยนตะโกน คณะค่อยๆ เดินคืบหน้าตรงไปยังซากเมืองโบราณกู่หลัน เดินเรียบกำแพงไป เลือกเส้นทางที่เร็วและปลอดภัยที่สุด หากพวกเขาเดินไปตามทางหลัก เกรงว่าอาจจะประสบความยุ่งยาก เพราะพื้นที่ที่มีชัยภูมิซับซ้อนมักมีสัตว์อสูรซ่อนตัวอยู่

        เสียงคำรามของสัตว์อสูรดังออกมาจากซากเมืองโบราณกู่หลัน นอกจากสัตว์อสูรแล้ว บางครั้งก็มีคณะเดินทางมาเป็นกลุ่ม พวกเขาล้วนมาจากเมืองกวงฮุยและมาเพื่อสำรวจซากเมืองโบราณกู่หลันแห่งนี้

        ชั่วขณะที่เฉินหลินเจี้ยน เนี่ยหลี และคณะกำลังเดินลึกเข้าสู่ซากเมืองโบราณกู่หลัน มีคนกลุ่มหนึ่งปรากฏตัวขึ้นตรงทางเข้าซากเมืองโบราณกู่หลัน

        คนกลุ่มนี้สวมชุดดำ ทั้งหมดมีสิบห้าคน

        “เจ้าแน่ใจหรือว่าเด็กกลุ่มนี้เป็นพวกเด็กจากตระกูลชนชั้นสูง?” ชายชุดดำผู้นำกลุ่มกวาดตามองลูกน้องสองสามคนที่อยู่ข้างกายและเอ่ยถามขึ้น รูปร่างของเขาสูง สูงกว่าผู้คนข้างๆ ราวหนึ่งช่วงศีรษะ

        “ขอรับ ท่านผู้ช่วยอวิ๋นฮว๋า” ชายชุดดำผู้หนึ่งตอบ

        “ดีมาก!” ใบหน้าของผู้ช่วยอวิ๋นฮว๋ายิ้มชั่วร้ายและพูด “ไปจับเด็กสามคนที่มีระดับยุทธ์สูงสุดมา ใช้พวกมันไปเรียกค่าไถ่กับครอบครัวชนชั้นสูงเหล่านั้น ส่วนพวกที่เหลือฆ่าทิ้งให้หมด!”

        สมาคมมืดเป็นพวกที่น่ากลัวที่สุดในเมืองกวงฮุย ชอบลักพาตัวเด็กๆ ในครอบครัวชนชั้นสูงไปเรียกค่าไถ่ พวกมันทำตัวเหมือนปลิงดูดเลือดอาศัยอยู่ในเงามืดของเมืองกวงฮุย พวกมันใช้ทุกวิธีการในการหาเงินและทรัพยากรสำหรับการฝึกยุทธ์ให้แก่สมาชิกในสมาคม แม้ชนชั้นสูงหลายครอบครัวในเมืองกวงฮุยเคยรวมตัวกันหลายครั้งเพื่อต่อสู้กับสมาคมมืด แต่เมื่อใดที่พวกเขาคิดลงมือกวาดล้างสมาคมมืดให้สิ้นซาก สมาคมมืดก็จะหายตัวเข้ากลีบเมฆไปทันที

        ว่ากันว่ากองบัญชาการใหญ่ของสมาคมมืดซ่อนอยู่ในสถานที่ลึกลับอย่างยิ่งในเทือกเขาเซิ่งจู่ มันเป็นสมาคมที่ทรงอำนาจและน่าสะพรึงกลัวยิ่ง กระทั่งเยี่ยโม่ก็ยังไม่อาจกำจัดมันให้สิ้นซากได้

        ซู่ซู่ซู่ ชายชุดดำเคลื่อนตัวตรงไปทางซากเมืองโบราณกู่หลัน

        ภายในซากเมืองโบราณกู่หลัน

        เนี่ยหลีและคณะเดินหน้าไปได้ด้วยความยากลำบาก บางครั้งบางคราวในซากเมืองโบราณก็จะมีวานรยักษ์แขนเทาโผล่ออกมา สัตว์อสูรเหล่านี้มีร่างกายสูงใหญ่ราวสองหมี่ ท่อนแขนหนาใหญ่ดุจเหล็กดำท่อนหนึ่งแต่กลับมีความคล่องแคล่วว่องไวยิ่งนัก ปกติแล้วมีพลังระดับเงิน

        วานรยักษ์แขนเทาหกตัวกำลังกระโจนบินข้ามกำแพงซากเมืองโบราณ ตามหลังเนี่ยหลีและคณะอยู่ห่างๆ

        วานรยักษ์แขนเทาเหล่านี้มีสติปัญญาน่ากลัวยิ่ง เมื่อพวกมันเห็นว่ามีคนอยู่กว่าสามสิบคนที่บริเวณนี้ พวกมันก็ไม่กล้าเข้ามาใกล้นัก รอคอยโอกาสอยู่ที่ไกลๆ

        “วานรยักษ์แขนเทาพวกนี้น่ารังเกียจนัก!” เฉินหลินเจี้ยนพูดขึ้นพร้อมคิ้วขมวดมุ่น ถึงวานรยักษ์แขนเทาเหล่านี้ไม่ได้ลงมือโจมตี พวกเขาก็ไม่อาจทำอะไรพวกมันได้ เวลายิ่งผ่านไป วานรยักษ์แขนเทาก็ยิ่งรวมตัวกันมากขึ้น หากจำนวนของวานรยักษ์แขนเทาที่ไล่ตามหลังมาเพิ่มขึ้น พวกมันก็จะโจมตีพวกเขา

        เวลานี้ได้ยินเสียงซู่คราหนึ่ง แสงสะท้อนเย็นวาบสายหนึ่งแวบออกมาจากมุมมืดจุดหนึ่ง

        ไม่นานเฉินหลินเจี้ยนและคณะก็มองเห็นต้นตอแสงวาบนั้นได้อย่างชัดเจน ที่แท้เป็นลูกธนูดอกหนึ่ง ปลายธนูแล่นผ่านช่องว่างระหว่างแนวไม้ไปด้วยเหลี่ยมมุมที่คดเคี้ยวยิ่ง พุ่งตรงเข้าใส่วานรยักษ์แขนเทาตัวหนึ่ง

        ฝุบ!

        ธนูดอกนั้นยิงถูกวานรยักษ์แขนเทา มันร้องโหยหวนและร่วงลงจากกำแพงสูง ตกใส่พื้นเสียงดังตุบ ทำให้ฝุ่นดินบริเวณนั้นลอยคลุ้งขึ้นมา วานรยักษ์แขนเทาดิ้นพล่านอยู่บนพื้น แต่ไม่สามารถลุกขึ้นมาได้

        เห็นเช่นนั้นเฉินหลินเจี้ยนพลันพุ่งตัวออกไป ตวัดดาบในมือฟันฉับ เสียงดังฉัวะคราหนึ่ง เลือดของมันสาดกระจาย นอนตายคาพื้นตรงนั้น

        ทุกคนหันไปมองด้วยความอัศจรรย์ใจ เห็นเนี่ยหลีเดินออกมาจากเงามืดมุมนั้นด้วยท่วงท่าสบายๆ

 


ติดตามอัพเดทก่อนใคร ด้วยการกดไลค์แฟนเพจเรื่อง “บันทึกราชันย์เทพอสูร” : https://bit.ly/2PKqEjk

อ่านฟรีได้ที่นี่ หรือ
อ่านล่วงหน้า เร็วกว่าใครหลายร้อยตอนได้ที่เว็บไซต์ กวีบุ๊ค : https://www.kawebook.com/story/view/505

120/เล่ม (หากนับตอนฟรีจะเฉลี่ยอยู่ที่ 90-100 บาท/เล่มค่ะ ) เมื่อเทียบกับนิยายแปลเป็นเล่ม 30 ตอนเท่ากับ 1 เล่ม