0 Views

        ย่ำรุ่งอรุณฉาย

        ใกล้ได้เวลาเข้าชั้นเรียนของอาจารย์เสิ่นซิ่วอีกคราหนึ่ง อย่างไรก็ตาม เนี่ยหลี ตู้เจ๋อกับลู่เพียวรู้สึกว่าวิชาที่นางสอนช่างน่าเบื่อนัก ทุกวันเอาแต่พูดพล่ามอยู่บนยกพื้นหน้าชั้นเรียนเป็นประจำ เมื่อสอนเสร็จก็จะพูดถึงเรื่องชนชั้นน่าเบื่อหน่าย ไม่มีสาระอันใด

        แน่นอน ระหว่างการสอนของเสิ่นซิ่ว เนี่ยหลี ตู้เจ๋อและลู่เพียวต้องไปยืนอยู่หลังห้อง

        ชั้นเรียนกำลังจะเริ่มในไม่ช้า พวกนักเรียนจับเป็นกลุ่มเล็กๆ คุยกัน

        เยี่ยจื่ออวิ๋นไม่ตั้งกำแพงขวางกั้นนักเรียนคนอื่นในชั้น ไม่นานก็มีเพื่อนหญิงมากมาย เสิ่นเยวี่ยนั่งยืดอกอยู่ด้านข้าง ด้วยฐานะของเขา ย่อมไม่ใส่ใจคบหานักเรียนในชั้น หากมิใช่เพราะเยี่ยจื่ออวิ๋นอยู่ในชั้นนี้ เขาก็คงไม่มาเข้าเรียนชั้นนี้ตั้งแต่แรก

        อีกสองเดือนข้างหน้าจะมีการทดสอบ ไม่ว่าจะเป็นเขาหรือเยี่ยจื่ออวิ๋น จะต้องได้เลื่อนขึ้นไปเรียนที่ชั้นผู้ควบคุมจิตอสูรเบื้องต้นอย่างแน่นอน

        เสิ่นเยวี่ยชำเลืองมองเนี่ยหลีที่กำลังนั่งอยู่หลังชั้นเรียน บนใบหน้าประดับด้วยรอยยิ้มแดกดันอย่างหนึ่ง “สองเดือนก็จะสามารถเลื่อนขึ้นไปถึงระดับทองแดงหนึ่งดาวได้ หากขยะเช่นเจ้าทำได้ ตะวันก็คงต้องขึ้นทางทิศตะวันตกแทนแล้ว!”

        เนี่ยหลี ตู้เจ๋อกับลู่เพียวกำลังคุยกันอยู่หลังห้อง ยังมีนักเรียนสามัญชนบางคนเข้ามาผูกสัมพันธ์กับกลุ่มของเนี่ยหลี เพราะเนี่ยหลีมีความคิดต่างๆ มากมายกว่าผู้อื่น บางครั้งก็ให้คำชี้แนะในการฝึกยุทธ์แก่พวกเขา กลายเป็นผู้นำกลุ่มเล็กๆ กลุ่มนี้ แม้แต่ตู้เจ๋อซึ่งเป็นที่นับถือในหมู่นักเรียนสามัญชนก็ยังเชื่อฟังในสิ่งที่เนี่ยหลีแนะนำ

        เพียงไม่กี่วันเนี่ยหลีก็นำพรรคพวกทั้งสองเก็บเงินได้มากกว่าหมื่นหกพันเหรียญจิตอสูรแล้ว ตู้เจ๋อไม่เคยคิดฝันว่าตนจะมีเงินมากมายเช่นนี้ได้ เขาจึงเชื่อใจและยอมรับเนี่ยหลีเต็มที่ รู้สึกว่าเนี่ยหลีเก่งกาจนัก

        “เนี่ยหลี พวกเราควรทำอย่างไรต่อไป?” ตู้เจ๋อเอ่ยถาม เพราะเนี่ยหลีเคยบอกไว้ว่าพวกเขาจะไม่ออกไปล่าแกะเขาโค้งอีก เช่นนั้นควรทำอะไรต่อไป?

        “เดี๋ยวเลิกเรียนเจ้าก็รู้!” เนี่ยหลียิ้มอย่างมีลับลมคมใน เขาวางแผนทุกอย่างเอาไว้แล้ว ก่อนอื่นต้องไปซื้อผลึกวิญญาณเพื่อนำมาทดสอบคุณสมบัติทางวิญญาณ จากนั้นจึงเริ่มการฝึกของพวกเขา

        เนี่ยหลีท้าพนันกับเสิ่นซิ่วไว้ เขาต้องก้าวหน้าเป็นผู้ควบคุมจิตอสูรระดับทองแดงหนึ่งดาวให้ได้ภายในเวลาสองเดือน!

        นอกจากการฝึกยุทธ์แล้ว สายตาของเนี่ยหลีหันไปทางเยี่ยจื่ออวิ๋นที่นั่งห่างออกไป เยี่ยจื่ออวิ๋นโดดเด่นในหมู่เด็กสาว ข้าจะเข้าใกล้เยี่ยจื่ออวิ๋นได้อย่างไรหนอ? ทำอย่างไรให้เยี่ยจื่ออวิ๋นชอบข้า?

        ชั่วขณะที่เนี่ยหลีกำลังใจลอยครุ่นคิดอะไรบางอย่าง เซียวหนิงเอ๋อที่นั่งอยู่แถวหน้าจู่ๆ ก็ลุกขึ้นและเดินเข้าไปหาเนี่ยหลี

        เซียวหนิงเอ๋อเป็นเด็กสาวเพียงคนเดียวในชั้นที่มีความงามโดดเด่นเทียบได้กับเยี่ยจื่ออวิ๋น ทุกความเคลื่อนไหวและการกระทำของเด็กสาวทั้งสองย่อมอยู่ในสายตาของทุกคนในชั้น เยี่ยจื่ออวิ๋นมีนิสัยอ่อนโยน ไม่เคยดูแคลนผู้อื่น ไม่เคยทำตัวเย่อหยิ่ง ดังนั้นเด็กสาวสามัญชนมากมายจึงยินดีที่จะเป็นเพื่อนกับนาง ส่วนสำหรับเซียวหนิงเอ๋อ บุคลิกของนางเย็นชาโดดเดี่ยว เป็นเจ้าหญิงหิมะผู้หนึ่ง

        แม้แต่เด็กนักเรียนหญิงในชั้นก็ไม่อาจเข้าใกล้นางได้ อย่าว่าแต่เด็กนักเรียนชาย

        หรือว่าเนี่ยหลีไปล่วงเกินเซียวหนิงเอ๋ออันใดเข้า?

        “เนี่ยหลีตายแน่!” เห็นแผ่นหลังของเซียวหนิงเอ๋อ นักเรียนจากครอบครัวชั้นสูงหลายคนในชั้นเริ่มคลี่ยิ้มนินทา ในสายตาของพวกมัน เซียวหนิงเอ๋อเป็นฝ่ายลุกขึ้นไปหาเนี่ยหลี แน่นอนว่าจะต้องมิใช่เรื่องดี เดาว่าคงต้องไปหาเรื่องเนี่ยหลีแน่ หากมิใช่ เทพธิดาหิมะเช่นเซียวหนิงเอ๋อจะมีธุระอันใดกับเนี่ยหลีได้?

        หากมีเรื่องเช่นนี้เกิดขึ้นจริง ตะวันก็คงต้องขึ้นทางทิศตะวันตกแล้ว

        พลังยุทธ์ของเซียวหนิงเอ๋อเข้าใกล้ระดับทองแดงหนึ่งดาวแค่เอื้อม หากมีเรื่องบาดหมางกัน คนที่จะกลายเป็นซากขยะก็ต้องเป็นเนี่ยหลี!

        พวกนักเรียนจากครอบครัวชั้นสูงกำลังรอชมการแสดง หลายคนแอบชื่นชอบเซียวหนิงเอ๋อ ไม่ว่าอย่างไร เซียวหนิ่งเอ๋อก็เป็นโฉมงามที่ไม่ด้อยไปกว่าเยี่ยจื่ออวิ๋น

        วันนี้เซียวหนิงเอ๋อสวมชุดลูกไม้ลายตาราง เรือนผมดำขลับของนางปล่อยระแผ่นหลัง นางสวมกำไลอยู่บนข้อมือขาวผ่องราวหยก แลดูงดงามเปี่ยมเสน่ห์เป็นพิเศษ เซียวหนิงเอ๋อปกติมักสวมชุดแนบร่างเพื่อสะดวกต่อการฝึกยุทธ์ ด้วยความงามของนาง ชุดรัดรูปกลับส่งเสริมความงามพิเศษแก่นาง ทว่าวันนี้ดูเหมือนนางจงใจแต่งตัวงดงามกว่าเดิมเป็นพิเศษ  เพียงชำเลืองมองคราวเดียวก็ยากที่จะถอนสายตาไปได้

        แต่งตัวเป็นพิเศษปานนี้ ดูเหมือนจะเป็นครั้งแรกสำหรับเซียวหนิงเอ๋อ

        เนี่ยหลี ตู้เจ๋อและลู่เพียวกำลังสนทนากันขณะที่เซียวหนิงเอ๋อเดินมาถึงหน้าโต๊ะของเนี่ยหลี

        เซียวหนิงเอ๋อดูเหมือนจะมีรัศมีกายพิเศษบางอย่างรอบตัวนาง เมื่อเดินมาถึง ตู้เจ๋อกับลู่เพียวต่างรีบลุกขึ้นจากที่นั่งด้วยความตื่นเครียด เซียวหนิงเอ๋อมักดูเย็นชาเฉยเมยต่อผู้อื่น ทำให้ผู้คนไม่กล้าเข้าใกล้ ทั้งคู่เริ่มเป็นห่วงเนี่ยหลี

        เซียวหนิงเอ๋อจ้องมองเนี่ยหลีที่กำลังนั่งอยู่บนเก้าอี้อย่างสบายๆ สายตาเหลือบมองไปทางเยี่ยจื่ออวิ๋นเป็นพักๆ ทำให้เซียวหนิงเอ๋ออดที่จะท้อแท้มิได้ เนี่ยหลีมีแต่เยี่ยจื่ออวิ๋นอยู่ในสายตา ดูเหมือนไม่ทันรู้ตัวว่านางมายืนอยู่ใกล้ๆ แล้ว

        ตั้งแต่เมื่อคืนนี้ หลังจากที่เนี่ยหลีนวดรักษาให้ ร่างกายของเซียวหนิงเอ๋อสบายขึ้นเป็นอันมาก นางได้หลับสบายอย่างยิ่ง เมื่อตื่นขึ้นมาในรุ่งเช้า เซียวหนิงเอ๋อจึงรีบไปที่ห้องสมุดแต่เช้าตรู่ นางพยายามค้นหาเคล็ดวิชาเต๋าหยิ่น แต่พบว่าในห้องสมุดเพียงบันทึกเคล็ดวิชาเต๋าหยิ่นไว้คร่าวๆ เท่านั้น มันเป็นเคล็ดวิชาลับที่ตกทอดมาจากยุคอาณาจักรวายุหิมะ!

        ยิ่งไปกว่านั้น เคล็ดวิชาที่เนี่ยหลีแก้ไขให้มีความลึกซึ้งขึ้นเป็นอันมาก เมื่อเช้านี้นางฝึกพลังวิญญาณอยู่เพียงครึ่งชั่วยาม พลังวิญญาณก็เพิ่มขึ้นถึงสองจุดแล้ว ยังมากกว่าการฝึกแบบเก่าทั้งวันเสียอีก!

        สำหรับในหัวใจของเซียวหนิงเอ๋อ เนี่ยหลีช่างลึกลับและแข็งแกร่งนัก

        และสิ่งที่ทำให้เซียวหนิงเอ๋อรู้สึกภาคภูมิใจก็คือ นางเป็นเพียงคนเดียวในชั้นนี้ที่ล่วงรู้ถึงพรสวรรค์ของเนี่ยหลี! สำหรับพวกที่หัวเราะเยาะเนี่ยหลี ล้วนเป็นพวกเย่อหยิ่งจองหอง!

        เซียวหนิงเอ๋อยืนข้างโต๊ะที่เนี่ยหลีนั่งอยู่ เฝ้ามองเนี่ยหลีที่กำลังสรวลเสเฮฮาอยู่เงียบๆ

        นักเรียนจากหลายครอบครัวซุบซิบเรื่องนี้กันเงียบๆ

        “เจ้าคิดว่าเซียวหนิงเอ๋อจะสั่งสอนเนี่ยหลีอย่างไรบ้าง?”

        “พลังวิญญาณของเนี่ยเพิ่งจะห้าจุด เดาว่ามันคงต้องถูกโยนออกไปนอกห้องเรียนแน่ๆ!”

        “ฮ่าๆ เนี่ยหลีไม่รู้จักที่ต่ำที่สูง และมันก็ต่อต้านอาจารย์เสิ่นซิ่ว บัดนี้ยังล่วงเกินเซียวหนิ๋งเอ๋ออีก ชีวิตของมันต้องย่ำแย่แน่!”

        แม้แต่ตู้เจ๋อและลู่เพียวก็ยังจ้องมองเซียวหนิงเอ๋อด้วยความตึงเครียด พวกเขาไม่เข้าใจว่าเด็กสาวถือตัวเช่นเซียวหนิงเอ๋อจะเดินมาหาพวกเขาทำไม ทั้งคู่เริ่มก่นด่าเนี่ยหลีเจียนตายในใจ เนี่ยหลีหาเรื่องไปทั่วอีกแล้ว! หากเซียวหนิงเอ๋อคิดทำร้ายเนี่ยหลี พวกมันย่อมต้องยื่นมือเข้าช่วยเหลือ เพียงแต่ต่อให้ทั้งสามร่วมมือกัน พวกมันก็ไม่สามารถรับมือกับพลังวิญญาณเจ็ดสิบแปดจุดของเซียวหนิงเอ๋อได้

        อีกไม่นานเซียวหนิงเอ๋อก็จะเลื่อนขึ้นถึงระดับทองแดงหนึ่งดาวแล้ว กลายเป็นผู้ควบคุมจิตอสูรที่แท้จริงผู้หนึ่ง

        เวลานี้ ไม่ว่าจะเป็นเยี่ยจื่ออวิ๋นหรือเสิ่นเยวี่ย ทุกคนต่างมองไปทางเนี่ยหลี

        เยี่ยจื่ออวิ๋นก็สงสัย นางไม่ทราบว่าเนี่ยหลีไปล่วงเกินเซียวหนิงเอ๋ออย่างไร หรือเนี่ยหลีทำอะไรเซียวหนิงเอ๋อ? คนเสเพลเช่นเนี่ยหลีสมควรได้รับบทเรียนเสียบ้างจริงๆ!

        ดวงตาของทุกคนเต็มไปด้วยความสงสัย

        เห็นเซียวหนิงเอ๋อกำลังยืนอยู่ข้างโต๊ะด้วยท่วงท่างดงาม เนี่ยหลีก็อดสงสัยไม่ได้ เขาเงยหน้าขึ้นมองและถาม “มีเรื่องอะไรหรือ?” อยู่ในสถานการณ์เช่นนี้ เนี่ยหลีไม่ทราบจะเรียกเซียวหนิงเอ๋ออย่างไรดี และพอเริ่มคิดถึงสิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อวานนี้ก็รู้สึกกระอักกระอ่วนใจอยู่บ้าง

        เมื่อได้รู้จักเซียวหนิงเอ๋อจริงๆ เนี่ยหลีพบว่าเซียวหนิงเอ๋อไม่ได้เย็นชาเย่อหยิ่งดังที่นางมักแสดงออก ความจริงแล้วเซียวหนิงเอ๋อเป็นเด็กสาวที่อ่อนโยนน่ารักผู้หนึ่ง!

        เซียวหนิงเอ๋อยื่นมือขวาออกไปและหยิบเอาถุงกระดาษออกมาจากแหวนมิติ พูดเบาๆ “นี่เป็นอาหารเช้าที่ข้าปรุง ข้าไม่รู้ว่าเจ้าชอบกินอะไรบ้าง ดังนั้นจึงทำมาหลายอย่าง” เซียวหนิงเอ๋อวางถุงกระดาษลงบนโต๊ะเบาๆ

        อะไร? เกิดอะไรขึ้น?

        ทั้งห้องเงียบกริบ หากมีเข็มตกลงพื้นสักเล่มก็คงได้ยินชัดยิ่ง ทุกคนต่างคิดว่าตนฟังผิดแล้ว

        ตู้เจ๋อกับลู่เพียวปากอ้าตาค้างมองภาพฉากตรงหน้าอย่างเซ่อซ่า ปากกว้างจนแทบยัดไข่เข้าไปได้สักใบแล้ว พวกเขาไม่อยากเชื่อสายตาตนเอง เซียวหนิงเอ๋อเป็นหนึ่งในสองเทพธิดาประจำชั้นเรียน ต่อให้ทอดตาทั่วโรงเรียนเซิ่งหลัน เกรงว่าก็ยังเป็นหนึ่งในสิบสตรีที่มีรูปโฉมงดงามที่สุด และปกติเซียวหนิงเอ๋อมีนิสัยเย็นชา ค่อนข้างแปลกคน แต่มาวันนี้ พวกเขาเห็นอะไร เซียวหนิงเอ๋อทำอาหารเช้ามาให้เนี่ยหลี และยังมีตั้งหลายอย่าง

        ตะวันขึ้นทางทิศตะวันตกแล้ว? นี่เป็นเรื่องจริง? ทุกคนรู้สึกราวกับถูกฟ้าฟาด

        “ข้าคงกำลังฝันไปแน่ๆ ข้าต้องรีบกลับไปนอนสักตื่นแล้วค่อยพูดใหม่!” นักเรียนคนหนึ่งพึมพำ

        “ซี๊ด!” นักเรียนหลายคนคิดว่าพวกเขากำลังฝันไป จึงหยิกตัวเองสักทีหนึ่ง ความเจ็บจี๊ดบอกพวกเขาว่าตนมิได้ฝันไป

        “นี่ไม่สมเหตุผลเอาเสียเลย!” นักเรียนจากครอบครัวชั้นสูงหลายคนคร่ำครวญในใจ พวกเขายังไม่ทราบว่าเกิดอะไรขึ้น ชุดที่เซียวหนิงเอ๋อสวมใส่วันนี้แฝงความอ่อนโยนที่ทำให้พวกเขาไม่อยากเชื่อ พวกเขายังคิดว่าเทพธิดาเซียวหนิงเอ๋อจะไปหาเรื่องเนี่ยหลี คิดไม่ถึงว่ากลับกลายเป็นการส่งอาหารเช้าให้เนี่ยหลี

        หากเซียวหนิงเอ๋อส่งอาหารเช้าให้พวกเขาบ้าง ต่อให้เป็นอาหารหมู พวกเขาก็ยังจะเห็นเป็นอาหารหอมหวานโอชะแล้ว

        เซียวหนิงเอ๋อปกติไม่ค่อยมีเพื่อนหญิง นางยังเกียจคร้านเกินกว่าจะสนใจเด็กหนุ่มอื่นๆ นี่กลับมาสนใจเจ้าขยะเช่นเนี่ยหลีผู้นี้ ยังลดตัวลงมาส่งอาหารเช้าให้เนี่ยหลี นี่… นี่… ช่างไร้เหตุผลสิ้นดี! หรือเป็นเพราะเนี่ยหลีมีข้อขัดแย้งกับอาจารย์เสิ่นซิ่ว? หากเป็นเพราะเหตุนี้ ต่อให้ถูกทำโทษยืนไปสักหลายปี พวกมันก็อยากจะมีปัญหากับอาจารย์เสิ่นซิ่วเช่นกัน

        เซียวหนิงเอ๋อไม่ได้คิดมากมายปานนั้น นางเพียงต้องการแสดงความขอบคุณต่อเนี่ยหลี นางไม่สนใจว่าผู้อื่นจะคิดกับนางอย่างไร ไม่ว่าอย่างไรนางก็เป็นหมาป่าโดดเดี่ยวผู้หนึ่ง เซียวหนิงเอ๋อจึงไม่สนใจความคิดของผู้อื่น พวกที่เยาะเย้ยดูแคลนเนี่ยหลีล้วนเป็นพวกจองหอง จะต้องมีสักวันหนึ่งที่พวกมันจะต้องตระหนักว่าสายตาของตนไม่รู้จักหยกเลี่ยมทอง

        ในโลกใบนี้ มีเพียงนางที่รู้ถึงพรสวรรค์ของเนี่ยหลี!

        ขณะนี้ กระทั่งเยี่ยจื่ออวิ๋นและเสิ่นเยวี่ยก็เหมือนนั่งอยู่กลางหมอกหนา ไม่อยากเชื่อ ผลลัพธ์เช่นนี้ช่างเกินความคาดหมายของทั้งสองคนแล้ว!

        “เกิดบ้าอะไรกัน?” เสิ่นเยวี่ยสีหน้าอึมครึม “เด็กสาวถือตัวเช่นเซียวหนิงเอ๋อเหตุใดจึงสนใจขยะเช่นเนี่ยหลีได้ และยังเป็นฝ่ายเข้าไปตีสนิทกับมัน?”

        เวลานี้เยี่ยจื่ออวิ๋นก็กำลังสงสัยเนี่ยหลีอย่างยิ่ง เยี่ยจื่ออวิ๋นและเซียวหนิงเอ๋อเคยเป็นเพื่อนสนิทกันเมื่อครั้งยังเด็ก ต่อมา ครอบครัวของเซียวหนิงเอ๋อยิ่งมายิ่งตกต่ำ สองคนเพราะสภาพครอบครัวจึงมิได้ติดต่อกันอีก ตั้งแต่นั้นมา เยี่ยจื่ออวิ๋นไม่เคยมีเพื่อนที่จริงใจต่อกันอีกเลย ดังนั้นยิ่งมาเยี่ยจื่ออวิ๋นก็ยิ่งคิดถึงวันเวลาที่เคยเล่นสนุกกับเซียวหนิงเอ๋อ เมื่อนางรู้ว่าเซียวหนิงเอ๋อสมัครเข้าเรียนที่โรงเรียนเซิ่งหลัน เยี่ยจื่ออวิ๋นจึงขอบิดาของนางเข้าโรงเรียนเซิ่งหลันด้วยเช่นกัน

        เพราะเซียวหนิงเอ๋อ เยี่ยจื่ออวิ๋นจึงเริ่มสนใจเนี่ยหลี อะไรเป็นเหตุผลให้เซียวหนิงเอ๋อเป็นฝ่ายเริ่มไล่ตามเด็กหนุ่มที่ไม่มีอะไรดีเช่นเนี่ยหลี? นี่เป็นสิ่งที่ยากจะเข้าใจ ความเคลื่อนไหวของเซียวหนิงเอ๋อ ที่แท้มีจุดมุ่งหมายอะไร

        “ให้ข้านั่งกินอาหารกับเจ้าด้วยคนได้หรือไม่?” เซียวหนิงเอ๋อมองเนี่ยหลีแล้วก็หันไปมองตู้เจ๋อกับลู่เพียวขณะเอ่ยถาม

        สายตาของตู้เจ๋อกับลู่เพียวหล่นลงที่เนี่ยหลี แม้ทั้งสองไม่กล้าคิดอะไรกับเซียวหนิงเอ๋อ แต่การมีสาวงามเช่นเซียวหนิงเอ๋อมานั่งข้างๆ ยังคงดีต่อสายตายิ่ง

        เนี่ยหลีนิ่งเงียบอยู่ครู่หนึ่ง เขาพยักหน้าตอบ “เอาสิ” ไม่ทราบทำไม พอเห็นเซียวหนิงเอ๋อ เนี่ยหลีก็อดคิดถึงภาพฉากเมื่อคืนมิได้ เงาร่างอ้อนแอ้นขาวผ่องของเซียวหนิงเอ๋อ ในใจก็ยังรู้สึกกระอักกระอ่วนอยู่บางส่วน

        เซียวหนิงเอ๋อนำอาหารออกมา ข้างในเต็มไปด้วยขนมเปี๊ยะหลากหลายชนิด เห็นขนมเหล่านั้น ผู้คนก็น้ำลายสอ กลิ่นหอมลอยอบอวลไปทั่วทุกมุมห้อง

        “ตู้เจ๋อ ลู่เพียว พวกเจ้าก็มากินด้วยกันสิ!” เซียวหนิงเอ๋อหันมองตู้เจ๋อกับลู่เพียวและพูด

        เทพธิดาเซียวหนิงเอ๋อจดจำชื่อของพวกเขาได้ นี่ทำให้พวกเขาดีใจยิ่ง เทพธิดาหิมะหนิงเอ๋อดูไม่ยากที่จะคบหาดังที่ผู้อื่นกล่าวขานเลย

        “พวกเรามีลาภปากเพราะเนี่ยหลีแล้ว!” ลู่เพียวหัวเราะขณะหยิบเอาขนมเปี๊ยะชิ้นหนึ่งขึ้นมากิน ในปากเต็มไปด้วยอาหาร เขาพึมพำ “อร่อย!”

        เห็นการกระทำของลู่เพียว ตู้เจ๋อออกจะพูดไม่ออกแล้ว

        เซียวหนิงเอ๋ออดยิ้มออกมาไม่ได้ รอยยิ้มของนางทั้งเปี่ยมเสน่ห์ทั้งชวนมอง ทำให้บรรดานักเรียนในห้องจ้องมองจนโง่งม พวกมันไม่ค่อยมีโอกาสได้เห็นรอยยิ้มของเซียวหนิงเอ๋อ โลกทั้งใบแทบพังทลายลงมาแล้ว

        เนี่ยหลีทอดถอนใจด้วยความปั่นป่วน เขาเคยร่วมเป็นร่วมตายกับเยี่ยจื่ออวิ๋นในชาติที่แล้ว สิ่งที่ประสบนับว่ามากมายเกินไป ดังนั้นเซียวหนิงเอ๋อกับเขาจึงเป็นได้แค่เพื่อนกัน

 


ติดตามอัพเดทก่อนใคร ด้วยการกดไลค์แฟนเพจเรื่อง “บันทึกราชันย์เทพอสูร” : https://bit.ly/2PKqEjk

อ่านฟรีได้ที่นี่ หรือ
อ่านล่วงหน้า เร็วกว่าใครหลายร้อยตอนได้ที่เว็บไซต์ กวีบุ๊คhttps://www.kawebook.com/story/view/505

120/เล่ม (หากนับตอนฟรีจะเฉลี่ยอยู่ที่ 90-100 บาท/เล่มค่ะ ) เมื่อเทียบกับนิยายแปลเป็นเล่ม 30 ตอนเท่ากับ 1 เล่ม