0 Views

        ขณะประคองฝ่าเท้าขาวราวหยกของเซียวหนิงเอ๋อเอาไว้ในมือ ผิวอ่อนนุ่มช่างสบายมือนัก นั่งอยู่ในตำแหน่งนี้ เนี่ยหลีมองเห็นเรียวน่องขาวผ่องแน่นกระชับของเซียวหนิงเอ๋อ ช่างงดงามสมบูรณ์แบบนัก

        “เจ้าอย่าเข้าใจข้าผิด ข้าแค่ช่วยรักษาอาการป่วยให้เจ้า คนที่ข้าชอบคือเยี่ยจื่ออวิ๋น ข้าดีใจที่ได้รู้จักเจ้า หวังว่าพวกเราจะเป็นเพื่อนที่ดีต่อกันในอนาคตข้างหน้า” เนี่ยหลีอธิบายขณะจ้องมองใบหน้าชวนมองของเซียวหนิงเอ๋อ

        ได้ยินคำพูดของเนี่ยหลี สองไหล่ของเซียวหนิงเอ๋อสั่นสะท้านเล็กน้อย นางพยักหน้าและพึมพำเบาๆ “อืม” แล้วไม่พูดไม่จา แต่เล็กจนถึงบัดนี้ นอกจากบิดาของนางแล้ว เนี่ยหลีเป็นบุรุษเพียงคนเดียวที่ได้สัมผัสนาง ทว่าคนที่เนี่ยหลีชื่นชอบกลับเป็นเยี่ยจื่ออวิ๋น เซียวหนิงเอ๋อคิดมาถึงตรงนี้จมูกก็รู้สึกแสบตื้อขึ้นมา

        เนี่ยหลีกุมเท้าเล็กๆ ของเซียวหนิงเอ๋อ ปลายนิ้วกดลงบนจ้ำแดงและเริ่มถูนวดเบาๆ

        “อา” เซียวหนิงเอ๋ออดที่จะส่งเสียงร้องออกมาด้วยความเจ็บปวดมิได้

        “ครั้งแรกย่อมต้องเจ็บมากหน่อย เจ้าอดทนนิด” เนี่ยหลีพูด ทันใดนั้นก็คิดถึงอะไรบางอย่าง สักพักก็อายขึ้นมา ตนกุมเท้าของเด็กสาวอยู่และยังพูดจาเช่นนี้ ฟังดูออกจะกำกวมเกินไปสักหน่อยแล้ว เซียวหนิงเอ๋อแม้เป็นเพียงเด็กสาวอายุสิบสามปี ทว่านางแต่เล็กเติบโตอยู่ในครอบครัวชนชั้นสูง ปกติคงต้องมีความรู้อยู่บ้างไม่ว่ากับเรื่องใดๆ เด็กสาวบางคนในรุ่นราวคราวเดียวกันนี้ก็แต่งงานมีลูกแล้ว

        เซียวหนิงเอ๋อก้มหน้างุดๆ แก้มแดงเรื่อและอดที่จะบังเกิดความรู้สึกพิกลขึ้นในใจไม่ได้

        แก้มแดงระเรื่อของเซียวหนิงเอ๋อยิ่งชวนมอง เนี่ยหลีเห็นแล้วใจไหววูบ เซียวหนิงเอ๋อเป็นสตรีงดงามเท่าๆ กับเยี่ยจื่ออวิ๋น แม้เพิ่งอายุสิบสาม แต่ก็สามารถทำให้ผู้คนจิตใจหวั่นไหวได้แล้ว เด็กหนุ่มๆ ในชีวิตหนก่อนต่างพูดกัน ไม่ว่าจะเป็นเซียวหนิงเอ๋อหรือเยี่ยจื่ออวิ๋น ทั้งสองล้วนเป็นเทพธิดาที่พวกมันใฝ่หา เยี่ยจื่ออวิ๋นงดงามสง่า เซียวหนิงเอ๋อเย็นชามีเสน่ห์ ทั้งคู่ล้วนเป็นนางในฝัน

        แต่เมื่อคิดถึงเยี่ยจื่ออวิ๋น เนี่ยหลีก็เลิกคิดฟุ้งซ่านแล้ว เวลานี้ตั้งใจจดจ่อกับการรักษาเซียวหนิงเอ๋อ

ภายใต้การนวดอันอ่อนโยนของเนี่ยหลี เซียวหนิงเอ๋อรู้สึกเจ็บปวดยิ่งยวดในตอนแรก ทว่าต่อมาก็ถูกแทนที่ด้วยความอบอุ่นจากฝ่ามือของเนี่ยหลีที่ถ่ายทอดไปถึงหลังเท้าของนาง ผ่านไปครู่หนึ่ง รู้สึกทั้งร้อนและเหมือนถูกเข็มทิ่ม ทั้งคันทั้งชา เซียวหนิงเอ๋ออดครางออกมาคำหนึ่งมิได้ จากนั้นก็พลันเขินอาย

        รอยจ้ำเกิดขึ้นมาร่วมหกเจ็ดเดือนแล้ว ตลอดเวลาที่ผ่านมานางต้องเจ็บปวดเพราะมันอย่างแสนสาหัส เซียวหนิงเอ๋อได้แต่อาศัยกำลังใจของตนอดทนต่อความเจ็บป่วยนี้ อย่างไรก็ตาม ไม่ว่านางจะมุมานะแค่ไหน ความเจ็บปวดนี้ก็ทรมานนางอยู่ตลอดเวลา เซียวหนิงเอ๋อเดิมทีคิดว่าการรักษารอยจ้ำนี้คงต้องเจ็บปวดยิ่ง แต่นางต้องแปลกใจ การนวดของเนี่ยหลีนุ่มนวลยิ่ง นางรู้สึกว่าความเจ็บปวดที่ทรมานนางมาโดยตลอดกำลังบรรเทาลงไปมาก

        เซียวหนิงเอ๋ออดน้ำตารื้นขึ้นมามิได้ ไม่มีผู้ใดรู้ว่านางต้องทนเจ็บมากแค่ไหน ทุกๆ คืน นางจะแอบร้องไห้ พอปาดน้ำตาที่ไหลหลินออกมา นางก็จะฝึกยุทธ์ต่อไป นางไม่เคยคิดว่าหลังจากที่เนี่ยหลีนวดให้ ความเจ็บปวดจะลดลงไปถึงเพียงนี้ ในใจจึงเต็มไปด้วยความยินดี

        ใต้แสงจันทรา ใบหน้าของเนี่ยหลีเด่นชัด สีหน้าจริงจังที่เห็นบนใบหน้าของเนี่ยหลีสั่นไหวจิตใจของเซียวหนิงเอ๋อ ทำให้นางยากจะสงบใจได้

        “เสร็จแล้ว” เนี่ยหลีหยุดมือและยิ้ม “ครั้งต่อไปยังอาจจะมีความเจ็บอยู่บ้าง แต่ก็มิใช่ปัญหาใหญ่โตต่อการฟื้นฟูร่างกาย”

        “อืม” เซียวหนิงเอ๋อพยักหน้า สองแก้มของนางแดงเรื่อขึ้นมาอีกครั้ง “ข้ายังมีรอยจ้ำที่อื่นอีก เจ้าช่วยนวดให้ข้าได้หรือไม่?”

        “ยังมีรอยจ้ำอีกหรือ?” เนี่ยหลีตกใจ ครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง จริงสิ… คงต้องมีที่อื่นอีก หากรอยจ้ำของเซียวหนิงเอ๋อมีอยู่แต่ที่เท้า คงไม่พอที่จะทำให้นางต้องป่วยอยู่ถึงสองปีเป็นแน่ คงต้องมีจุดที่สาหัสกว่านี้อยู่ “ที่ไหน?”

        เซียวหนิงเอ๋อรู้สึกขัดแย้งในใจ หากนางให้เนี่ยหลีนวดแค่หลังเท้า นี่ยังพอรับได้ แต่หากเป็นที่ตรงนั้น… เซียวหนิงเอ๋อลังเลอยู่ครู่ใหญ่ สองแก้มของนางก็แดงเรื่อจนร้อนผ่าว เขินอายยิ่ง

        “หากไม่สะดวก…” เนี่ยหลีเริ่มพูดเมื่อเห็นสีหน้าเซียวหนิงเอ๋อ เนี่ยหลีพลันคิดได้ว่ารอยจ้ำนี้คงอยู่ในบริเวณที่ไม่ค่อยสะดวกนัก

        “เนี่ยหลี คนที่เจ้าชอบคือเยี่ยจื่ออวิ๋น?”

        “ถูกต้อง” เนี่ยหลีพยักหน้าและหวนนึกถึงทุกสิ่งที่เกิดขึ้นในชาติที่แล้ว เขาและนางผ่านพบประสบการณ์เป็นตายร่วมกัน แค่เพียงคิดถึง หัวใจของเขาก็พลันเต็มไปด้วยความสุข เมื่อเขากลับมาเกิดใหม่ เขาจะต้องปกป้องเยี่ยจื่ออวิ๋นให้จงได้

        ขณะนี้เซียวหนิงเอ๋อเมื่อได้ยินคำพูดของเนี่ยหลี ไม่ทราบว่าในใจมีรสชาติเป็นอย่างไร เนี่ยหลีเป็นบุรุษคนแรกที่ทำให้นางรู้สึกหวั่นไหว ทว่าคนที่เนี่ยหลีชอบกลับมิใช่นาง เป็นเยี่ยจื่ออวิ๋น

        เซียวหนิงเอ๋อดวงตาทอแววผิดหวัง ครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งจึงถาม “เช่นนั้น เยี่ยจื่ออวิ๋นก็ชอบเจ้าด้วยหรือไม่?”

        เยี่ยจื่ออวิ๋นในตอนนี้ยังไม่รู้จักอะไรเกี่ยวแก่ตัวเนี่ยหลี แค่ไม่เกลียดเขาก็นับว่าดีมากแล้ว เนี่ยหลีส่ายหน้า ยิ้มแย้มและกล่าวอย่างเชื่อมั่น “นางจะต้องชอบข้าอย่างแน่นอน!”

        เซียวหนิงเอ๋อจ้องมองเนี่ยหลีแล้วหัวเราะ ที่แท้เนี่ยหลีก็รักเขาข้างเดียว ไม่ทราบเขาไปหาความเชื่อมั่นเช่นนี้มาจากไหน กล้าคิดว่าผู้หญิงถือตัวเช่นเยี่ยจื่ออวิ๋นจะชอบเขาได้หรือ? มิใช่เซียวหนิงเอ๋อคิดว่าเนี่ยหลีไม่คู่ควรกับเยี่ยจื่ออวิ๋น ทว่าคนทั้งสองไม่มีโอกาสทำความเข้าใจกัน โอกาสที่ทั้งสองจะได้เป็นคู่กันนั้นจึงน้อยเกินไป เยี่ยจื่ออวิ๋นยังไม่รู้จักเนี่ยหลีแต่อย่างใด ดังนั้นนางย่อมต้องไม่มีความรู้สึกพิเศษใดๆ ต่อเนี่ยหลีอย่างแน่นอน แต่หากวันหนึ่งข้างหน้า เยื่อจื่ออวิ๋นรู้จักเนี่ยหลีดีพอแล้ว นางอาจจะหลงรักเขาจริงๆ ก็ได้

        จนถึงเวลานี้ ยังไม่มีผู้ใดล่วงรู้ถึงพรสวรรค์ของเนี่ยหลี อย่างไรก็ตาม สักวันหนึ่งเนี่ยหลีจะต้องเจิดจรัสอย่างแน่นอน ถึงเวลานั้นเกรงว่าแม้แต่สตรีเย่อหยิ่งเช่นเยี่ยจื่ออวิ๋นก็อาจจะถูกเนี่ยหลีปราบเอาได้

        ในสายตาของผู้อื่น เนี่ยหลียังคงเป็นเพียงเด็กหนุ่มไม่ได้เรื่องคนหนึ่งจากครอบครัวชนชั้นสูง มีเพียงเซียวหนิงเอ๋อที่ล่วงรู้ว่าความสามารถของเนี่ยหลีนั้นมากมายเกินกว่าผู้คนจะนึกถึงได้ เนี่ยหลีจะต้องกลายเป็นผู้ควบคุมจิตอสูรระดับตำนานเช่นท่านเยี่ยโม่ได้ในอนาคตข้างหน้าอย่างแน่นอน

        ในใจของเซียวหนิงเอ๋อขัดแย้งอยู่ครู่หนึ่ง หากอาการเจ็บป่วยไม่ได้รับการรักษา ข้าก็จะถูกทิ้งห่างจากเพื่อนๆ ที่มีพรสวรรค์ในวัยเดียวกัน ในเมื่อบุคคลที่ช่วยนางเป็นเนี่ยหลี ก็ไม่ยากที่จะยอมรับได้ นางกัดฟัน เริ่มปลดกระดุมเสื้อของตน

        เห็นการกระทำของเซียวหนิงเอ๋อ เนี่ยหลีอดเขินอายขึ้นมาไม่ได้ เขาถูจมูกและพูด “นี่ไม่ค่อยดีเท่าไหร่ ข้าเป็นคนซื่อนะ”

        เขาจ้องมองเซียวหนิงเอ๋อค่อยๆ ปลดเสื้อของตน ร่างของนางเปี่ยมเสน่ห์ชวนมองยากจะบรรยายได้

        เซียวหนิงเอ๋อจ้องมองเนี่ยหลีขณะครุ่นคิด นางเป็นหญิงต่ำช้าหรือไม่?

        หากมิใช่เพื่อการรักษาตัว นางคงไม่ยอมเป็นฝ่ายเริ่มถอดเสื้อผ้าอาภรณ์ของตน ขณะปลดกระดุม สองมือสั่นระริกน้อยๆ ภายในใจก็บังเกิดความขัดแย้งจนมองเห็นได้

        เนี่ยหลีครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ข้ารู้ว่านี่เป็นไปเพื่อการรักษาเจ้า ดังนั้นข้าจึงคิดมากเกินไปไม่ได้ ข้าไม่อาจปล่อยให้ความหวังของเซียวหนิงเอ๋อต้องแหลกสลายลงเพราะโรคร้าย

        บรรยากาศรอบด้านเปี่ยมด้วยมนต์เสน่ห์ กระดุมเม็ดแรก จากนั้นก็กระดุมเม็ดที่สอง ผิวขาวผ่องนวลเนียนเริ่มมองเห็นรำไร ค่อยๆ กระจ่างขึ้นใต้แสงจันทร์

        เมื่อกระดุมเม็ดที่ห้าถูกปลดลง ส่วนโค้งเว้าสมบูรณ์แบบของเซียวหนิงเอ๋อเผยออกมาเต็มที่ ทรวงอกของนางมีผ้าพันรอบผืนใหญ่ ส่วนอกนูนอิ่มงดงาม แม้เนี่ยหลีกลับมาเกิดใหม่ เห็นภาพฉากเช่นนี้ก็อดที่จะต้องกลืนน้ำลายลงท้องมิได้ เขาคิดย้อนกลับไปยังชีวิตหนหลัง แม้ชุดที่เซียวหนิงเอ๋อสวมใส่ปกปิดมิดชิด เงาร่างของนางนับว่าเร่าร้อนยิ่ง เพียงชำเลืองมองคราวเดียว นางก็สามารถกระตุ้นให้บุรุษมากมายคลั่งได้แล้ว

        ไม่นาน เซียวหนิงเอ๋อก็จะเติบโตกลายเป็นสตรีที่เปี่ยมเสน่ห์ดึงดูดใจ บุคลิกสูงส่งเย็นชาของนางคงทำให้บุรุษมากมายคิดอยากเอาชนะ

        เนี่ยหลีสงบจิตใจลง สองตาจับซี่โครงของเซียวหนิงเอ๋อ ที่บริเวณซี่โครงซี่ล่างมีรอยจ้ำที่ดูน่าสะพรึงกลัวอยู่ แม้มีขนาดเพียงนิ้วหัวแม่มือ สีของรอยจ้ำนี้กลับเข้มนัก หัวใจของเขาเต็มไปด้วยความสงสารเซียวหนิงเอ๋อ

        แม่นางน้อยแสนงามและน่าสงสารผู้นี้ทนต่อความเจ็บปวดยิ่งยวดปานนี้ได้อย่างไรกัน? เขาถามกับตัวเอง

        เนี่ยหลีวางนิ้วลงบนบริเวณรอยจ้ำและเริ่มนวดอย่างเบามือ ผิวของเซียวหนิงเอ๋อเย็นเยียบราวน้ำ เรือนร่างได้ส่วนมีผิวนุ่มลื่น สัมผัสผ่านมือหัวใจก็หวั่นไหว เขาเอนศีรษะเหลือบมองใบหน้าของเซียวหนิงเอ๋อ นางหน้าแดงก่ำแล้ว แทบเหมือนคนเมาสุรา ส่งผลให้ดูงดงามยากจะบรรยาย เมื่อมองจากด้านบนลงไป เห็นไหล่ขาวงามราวหยกของเซียวหนิงเอ๋อ และยังได้กลิ่นกายหอมอ่อนของอิศสตรี

        เงียบ ต่างฝ่ายต่างมิได้พูดจา ป่าไม้ก็เงียบสงบ

        เซียวหนิงเอ๋อรับรู้ได้ถึงความอุ่นจากฝ่ามือของเนี่ยหลี แต่เล็กจนถึงบัดนี้ นี่เป็นครั้งแรกที่มีเด็กหนุ่มผู้หนึ่งมาสัมผัสใกล้ชิดกับเรือนร่างของนาง เวลานี้เสื้อตัวสั้นของนางกึ่งเปลือยออก เผยให้เห็นผิวพรรณข้างใต้ ทำให้นางขวยเขินยิ่ง แม้หัวใจของนางแข็งแกร่ง อยู่ภายใต้ราตรีเงียบสนิท ในใจของนางเหงาหงอยยิ่ง ขณะพบกับความเจ็บปวดเจียนตายจากรอยจ้ำเหล่านี้ นางเคยคิดอยากจะพึ่งพาใครสักคน ทว่าในครอบครัว ไม่ว่าจะเป็นพี่น้องหรือบิดา นางมักรู้สึกห่างเหิน เนี่ยหลีเวลานี้เป็นเพียงคนเดียวที่นางรู้สึกว่าพึ่งพาได้

        นางเผยเรือนร่างงดงามต่อหน้าเนี่ยหลี ดวงตาของนางก็ชำเลืองมองไปทางเนี่ยหลี และพบว่าเนี่ยหลีเวลานี้กำลังจดจ่ออยู่กับการนวดบริเวณรอยจ้ำ ท่าทางเคร่งขรึมจริงจังของเขาทำให้นางรู้สึกพอใจ ทว่าในเวลาเดียวกันก็รู้สึกค่อนข้างงวยงง

        ขณะที่นิ้วหัวแม่มือของเนี่ยหลีกำลังนวดคลึงบริเวณรอยจ้ำ เขาบังเอิญแตะถูกต้นแขนขาวผ่องราวหยกของเซียวหนิงเอ๋อเป็นบางครั้ง สัมผัสตรึงใจทำให้ผู้คนไขว้เขว ต่อให้เป็นเนี่ยหลีก็ตาม จิตใจของเนี่ยหลีหวนกลับไปคิดถึงภาพระหว่างตนกับเยี่ยจื่ออวิ๋นในค่ำคืนแห่งความดื่มด่ำ

        เยี่ยจื่ออวิ๋นในเวลานั้นเติบโตกว่าเซียวหนิงเอ๋อในเวลานี้ ทว่าเซียวหนิงเอ๋อขณะนี้ยังเพิ่งเป็นเด็กสาว หากนางเติบโตขึ้นก็คงไม่ต่างจากเยี่ยจื่ออวิ๋นมากนัก

        เสน่ห์และความงามของเยี่ยจื่ออวิ๋นปรากฎขึ้นในใจของเนี่ยหลีเป็นบางครั้ง และเขาก็จดจำได้ว่าเยี่ยจื่ออวิ๋นต้องตายเพื่อช่วยชีวิตเขาไว้ ดังนั้น เมื่อเขาเกิดใหม่ เนี่ยหลีย่อมไม่อาจปล่อยนางไปได้ คิดถึงตรงนี้ จิตใจของเนี่ยหลีจึงสงบลงในที่สุด

        ขณะที่เนี่ยหลีตั้งใจนวดบริเวณรอยจ้ำด้วยนิ้วหัวแม่มืออย่างระวัง เขาต้องกดลงบนบริเวณจุดประสาทสำคัญๆ หลายจุด เพราะร่างสมบูรณ์งดงามของเซียวหนิงเอ๋อ บางครั้งนวดถูกจุดประสาทที่ไวต่อความรู้สึกและยังรับรู้ถึงความอวบอิ่ม ทำให้เนี่ยหลีต้องขวยอายอยู่บ้าง

        เซียวหนิงเอ๋อรู้สึกถึงคลื่นความร้อนที่ถ่ายทอดมาจากมือของเนี่ยหลีขณะเคลื่อนไปรอบชายโครงของนาง บางครั้งก็รู้สึกชาสบาย มือของเนี่ยหลีบางครั้งแตะถูกยอดอกที่ยังไม่เคยมีบุรุษผู้ใดได้สัมผัส ทำให้สองแก้มของนางแดงก่ำ ภาพที่นางกำลังแก้มแดงขวยอายชวนมองยิ่ง ความงดงามและเสน่ห์ของแม่สาวน้อยผู้นี้สามารถทำให้ผู้คนไม่อาจทำอะไรต่อไปได้อีก คิดอยากแต่จะดึงนางเข้าสู่อ้อมกอด

        นี่ช่างเป็นเรื่องทารุณเหลือแสน หลังจากนวดครึงอยู่ครู่ใหญ่ เนี่ยหลีจึงผ่อนลมหายใจออกมา ยิ้มแย้มกล่าว “เสร็จแล้ว!”

        เมื่อรู้สึกว่ามือของเนี่ยหลีเคลื่อนห่างออกไป เซียวหนิงเอ๋อรู้สึกคล้ายงวยงง นางต้องยอมรับ เคล็ดวิธีการนวดของเนี่ยหลีช่างน่าอัศจรรย์นัก ช่วยให้นางพ้นจากความเจ็บปวดที่ทรมานมาเป็นเวลาแสนนาน

        “ขอบคุณ” เซียวหนิงเอ๋อกระซิบกระซาบขณะเริ่มติดกระดุมเสื้อ เห็นผิวขาวผ่องกับสัดส่วนตระการตาค่อยๆ หายลับไปจากสายตา อารมณ์แกว่งขึ้นแกว่งลงของเนี่ยหลีจึงค่อยสงบลง

        เนี่ยหลีกล่าวด้วยสีหน้าจริงจัง “หลายวันนี้พักผ่อนให้มาก นี่จะช่วยบรรเทาความเจ็บปวดได้ ข้าจะมานวดให้เจ้าทุกๆ สามวัน อีกสักสองสามครั้งสาเหตุของอาการเจ็บป่วยของเจ้าก็จะหายไป ก่อนถึงระดับทองแดง อย่ามาฝึกพลังวิญญาณกลางดึกกลางดื่นอีก การดูดซับพลังจันทรามากเกินไป หากเจ้าไม่อาจประสานกับมันได้ อาจส่งผลร้ายแรงได้!”

        “อืม” เซียวหนิงเอ๋อพยักหน้า จะอย่างไรนางก็ไม่กล้าฝึกอีกแล้ว หากมิใช่เพราะเนี่ยหลี นางวาดภาพออกทีเดียวว่าสถานการณ์จะย่ำแย่ลงถึงเพียงไหนในอนาคตข้างหน้า ความพยายามทั้งหมด ความบากบั่นทั้งหมดของนางก็คงจะสูญเปล่า

        เห็นเซียวหนิงเอ๋อไม่มีเรื่องอะไรอีก เนี่ยหลีจึงลุกขึ้น “ได้เวลาที่ข้าต้องกลับไปแล้ว”

        “อ้อ”

        นางบอกไม่ได้ว่าขณะนี้ตนรู้สึกอย่างไร เซียวหนิงเอ๋อพยักหน้าและนิ่งเงียบไปครู่หนึ่งจึงเอ่ยขึ้น “เนี่ยหลี เจ้าช่วยข้า หากมีสิ่งใดที่เจ้าต้องการให้ข้าช่วยในอนาคต ข้าจะช่วยเจ้าเต็มที่!”

        เห็นสีหน้าจริงจังของเซียวหนิงเอ๋อ เนี่ยหลียิ้ม เขาพยักหน้าพูด “ตกลง หากอีกหน่อยข้าต้องการความช่วยเหลือจากเจ้า ข้าจะมาหาเจ้า!”

ความจริงก็คือ เนี่ยหลีช่วยเซียวหนิงเอ๋อก็เพราะสงสารนาง เขาไม่เคยคิดถึงสิ่งตอบแทนใดๆ

        เนี่ยหลีหมุนตัวจากไป เงาร่างของเขาค่อยๆ หายลับเข้าป่าไป

        เซียวหนิงเอ๋อจ้องมองเงาร่างที่จากไปของเนี่ยหลี นางยังยืนอยู่ตรงจุดเดิมเป็นเวลานาน รู้สึกว่าอาการเจ็บป่วยในร่างกายบรรเทาลงไปเป็นอันมาก อารมณ์ของนางก็กลับมาสดชื่นอีกครั้งหนึ่ง

        “เนี่ยหลี ที่แท้เจ้าเป็นคนแบบไหนกัน?” เซียวหนิงเอ๋อพึมพำ เฝ้ามองเนี่ยหลีจากด้านหลัง เมื่อไม่สามารถมองเห็นเขาอีกแล้ว นางจึงหมุนตัวและออกเดินไปทางประตูสนามฝึก

        ค่ำคืนเย็นชื่นราวสายน้ำ แสงจันทร์กระจ่างโปรยปรายลงมาราวผ้าคลุมบางเบาผืนหนึ่ง

 


ติดตามอัพเดทก่อนใคร ด้วยการกดไลค์แฟนเพจเรื่อง “บันทึกราชันย์เทพอสูร” : https://bit.ly/2PKqEjk

อ่านฟรีได้ที่นี่ หรือ
อ่านล่วงหน้า เร็วกว่าใครหลายร้อยตอนได้ที่เว็บไซต์ กวีบุ๊คhttps://www.kawebook.com/story/view/505

120/เล่ม (หากนับตอนฟรีจะเฉลี่ยอยู่ที่ 90-100 บาท/เล่มค่ะ ) เมื่อเทียบกับนิยายแปลเป็นเล่ม 30 ตอนเท่ากับ 1 เล่ม