0 Views

        เหรียญจิตอสูรเป็นหน่วยเงินตราที่ใช้ในเมืองกวงฮุย ปกติแล้วสองสามพันเหรียญจิตอสูรก็เพียงพอให้ครอบครัวสามัญชนครอบครัวหนึ่งใช้จ่ายตลอดปีแล้ว มูลค่าสิ่งของต่างๆ ในเมืองกวงฮุยวัดด้วยเหรียญจิตอสูร ตัวอย่างเช่น ชุดเกราะ ผลึกอสูร ขนสัตว์อสูร และอื่นๆ อีกหลากหลาย

        ค่าเล่าเรียนรายปีของโรงเรียนเซิ่งหลันก็อยู่ในราวสามพันเหรียญจิตอสูร สำหรับครอบครัวทั่วไปนับว่าเป็นค่าใช้จ่ายที่แพงลิบลิ่วของพวกเขา ทว่าครอบครัวทั่วไปก็ยังยินดีที่จะประหยัดมัธยัสถ์ส่งลูกหลานของตนเข้าเรียนในโรงเรียนเซิ่งหลัน นี่เป็นเพราะว่าหากพวกเขาได้กลายเป็นนักสู้หรือผู้ควบคุมจิตอสูรในสักวันหนึ่ง ต่อให้ได้เป็นแค่ระดับทองแดงก็ยังสามารถเปลี่ยนโชคชะตาของครอบครัวได้

        นักสู้ระดับทองแดงหากสมัครเข้าเป็นทหารร่วมกองทัพจะได้เงินเดือนราวห้าหกพันเหรียญจิตอสูร ในขณะเดียวกันก็ยังสามารถขึ้นเขาเซิ่งจู่ไปผจญภัยเสี่ยงโชค

        เนี่ยหลีมาจากครอบครัวขุนนางตระกูลตราสวรรค์เทียนเหิน เป็นตระกูลขุนนางที่กำลังตกต่ำ ท่านประมุขเป็นผู้ควบคุมจิตอสูรระดับทองหนึ่งดาวผู้หนึ่ง รายได้ต่อปีของครอบครัวอยู่ในราวหกแสนเหรียญจิตอสูร แต่รายจ่ายต่อปีสูงลิบลิ่ว ลำพังแค่ค่าเล่าเรียนของเด็กๆ ก็อยู่ในราวสามแสนเหรียญจิตอสูรแล้ว เมื่อรวมกับค่าใช้จ่ายอื่นๆ ก็ทำให้ครอบครัวต้องดิ้นรนเพื่อให้พอจ่าย เมื่อไม่มีทางเลือกก็ได้แต่ขายกิจการของครอบครัวบางอย่างออกไปเพื่อจุนเจือตัวเอง ตระกูลเทียนเหินจึงสามารถส่งเด็กๆ รุ่นเยาว์ทุกคนเข้าเรียนในโรงเรียนเซิ่งหลันได้

        ท่านประมุขเคยพูดเอาไว้ว่ามีแต่คนรุ่นเยาว์ที่โดดเด่นของครอบครัวจึงจะสามารถฟื้นฟูฐานะของตระกูลขึ้นมาได้ใหม่อีกครั้ง ต่อให้ต้องใช้ชีวิตขัดสนแร้นแค้นไปบ้าง พวกมันจะทุ่มเททุกอย่างเพื่อส่งเสริมเด็กๆ ให้ได้มากที่สุด

        ในชีวิตหนหลัง เนี่ยหลีไม่ค่อยเข้าใจประโยคนี้นัก มันรู้สึกประหลาดใจกับการกระทำของท่านประมุข ท่านประมุขเข้มงวดกับพวกมันมาก หลังจากที่กลับมาเกิดใหม่ เนี่ยหลีในที่สุดจึงเข้าใจความคิดและความห่วงใยของท่านประมุข

        ในฐานะที่เป็นสมาชิกคนหนึ่งของตระกูลตราสวรรค์เทียนเหิน เขาเองก็อยากจะให้ตระกูลแข็งแกร่งขึ้นและกลายเป็นชนชั้นสูงของเมืองกวงฮุย

        หลังเกิดใหม่ ความทรงจำของเนี่ยหลีอัดแน่นไปด้วยเคล็ดวิชายุทธ์ล้ำเลิศมากมาย แต่ก่อนอื่น เขาต้องหาเงินมาซื้อผลึกวิญญาณสักหลายก้อน หากจะทดสอบคุณสมบัติของอาณาเขตวิญญาณของเขา จะต้องใช้ผลึกวิญญาณก้อนหนึ่ง จากนั้นจึงค่อยตัดสินใจเลือกเคล็ดวิชายุทธ์ที่เหมาะสมเพื่อฝึก หากเคล็ดวิชายุทธ์เหมาะสมกับคุณสมบัติของอาณาเขตวิญญาณ การฝึกก็ย่อมมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

        ตง! ตง! ตง!

        เสียงระฆังดังไปทั่วเมืองกวงฮุย ชั้นเรียนเลิกแล้ว

        นักเรียนโรงเรียนเซิ่งหลันรีบทยอยออกจากประตูใหญ่ ผ่านไปตามถนนแออัดตรงหน้า พ่อค้าหลายคนส่งเสียงตะโกนค้าขาย

        “ชุดเกราะระดับทองแดงใหม่ๆ! มียันต์รูปวายุหิมะสลักไว้อยู่ด้วย! คุณหนูผู้สูงศักดิ์ทั้งหลาย คุณชายผู้สูงศักดิ์ทั้งหลาย พวกท่านสนใจหรือไม่?” พ่อค้ารายหนึ่งสวมเสื้อสีเทาตะโกนทักทายฝูงชนด้วยความกระตือรือร้น ดึงดูดความสนใจนักเรียนหลายคน ชุดเกราะระดับทองแดงมิใช่สิ่งที่นักเรียนทั่วไปจะหาซื้อได้ อย่างไรก็ตาม ภายในโรงเรียนเซิ่งหลันเต็มไปด้วยนักเรียนจากครอบครัวที่มีฐานะ บางคนก็มีเงินมากมาย หากโชคดี พวกเขาก็จะสามารถขายสินค้าให้แก่พวกนักเรียนกระเป๋าหนักได้

        “ดูนั่น ชุดเกราะระดับทองแดงพร้อมยันต์รูปวายุหิมะสลักไว้ด้วย!” พวกนักเรียนพากันตื่นเต้นและชี้ชวนกันดู ถุงมือยาวคู่หนึ่งมีแสงสีน้ำเงินเข้มส่องซึมออกมา ผิวหน้าปกคลุมด้วยรอยสลักลึกลับและกระจายไอเย็นออกมาบางๆ

        “นี่ราคาเท่าไหร่?” นักเรียนคนหนึ่งเข้าไปสอบถามเสียงต่ำ

        “หกหมื่นเหรียญจิตอสูร!” พ่อค้าพูดพร้อมยิ้มแย้ม

        “สวรรค์ ทำไมแพงจัง!” ครอบครัวธรรมดาครอบครัวหนึ่ง ต่อให้ใช้เวลาสิบปีก็ยังไม่อาจสะสมเงินได้ถึงหกหมื่นเหรียญจิตอสูร

        “นี่คือชุดเกราะระดับทองแดงพร้อมยันต์วายุหิมะ ยันต์วายุหิมะวาดโดยใช้เลือดของอสูรวายุหิมะตัวเมีย อสูรวายุหิมะตัวเมียกำลังโตเต็มวัยขณะถูกฆ่า อสูรวายุหิมะมิใช่จะล่าได้ง่ายๆ ลักษณะเด่นของพวกมันทำให้ถุงมือยาวคู่นี้มีความทนทานต่อการโจมตีมากเป็นพิเศษ เหมาะกับนักสู้หรือผู้ควบคุมจิตอสูรธาตุวายุหิมะเป็นที่สุด!” พ่อค้าโอ้อวดขณะแนะนำชุดเกราะ

        นักเรียนหลายคนจ้องมองถุงมือยาวคู่นั้นด้วยความอยากได้ แต่พวกมันยังคงต้องเดินหนีไป ของราคาแพงปานนี้มิใช่สิ่งที่พวกมันจะซื้อหาได้

        “ลำพังแค่ชุดเกราะระดับทองแดงก็ราคาปาเข้าไปตั้งหกหมื่นเหรียญจิตอสูรแล้ว อย่างนี้ชุดระดับเงินระดับทองมิยิ่งแพงเข้าไปอีกหรือ?” ลู่เพียวพึมพำ เบี้ยใช้จ่ายรายเดือนของมันมีเพียงห้าร้อยเหรียญจิตอสูร ครอบครัวของลู่เพียวมีกิจการมากมาย ดังนั้นลู่เพียวจึงนับว่าร่ำรวยได้ ในชีวิตหนก่อน ลู่เพียวมักคอยช่วยเหลือเนี่ยหลีกับตู้เจ๋อ ทว่าต่อให้ลู่เพียวพอจะมีเงินอยู่บ้าง ชุดเกราะระดับทองแดงก็ยังไม่ใช่สิ่งที่มันจะซื้อหาได้

        ขณะที่เนี่ยหลี ลู่เพียวและตู้เจ่อเดินไป พวกเขาชมไปทั่ว ถนนสายนี้เต็มไปด้วยสินค้าทุกชนิด ไม่ว่าจะเป็นสินค้าราคาแพงหรือของถูกๆ ล้วนหาซื้อได้ที่นี่

        “เนี่ยหลี เจ้าวางแผนอย่างไรบ้าง?” ลู่เพียวเอ่ยถามอย่างสับสนขณะเนี่ยหลีชมสินค้าโดยรอบ

        ขณะที่เดินไป เงาร่างหนึ่งพุ่งไปถึงด้านหน้าของพ่อค้าคนนั้น

        “ดูนั่น เสิ่นเยวี่ย!” ลู่เพียวใช้ปากบุ้ยบ้ายบอกตำแหน่งของเสิ่นเยวี่ย “ยังมีเยี่ยจื่ออวิ๋นอยู่ด้วย!”

        เนี่ยหลีหันมองไปทางทิศนั้น เขาเพียงมองเยี่ยจื่ออวิ๋นและเด็กสาวสองสามคนที่กำลังคุยล้อต่อกระซิกกันอย่างเบิกบาน ใบหน้างดงามยิ้มแย้มของนางเต็มไปด้วยความสดใส ในบรรดาเด็กสาวกลุ่มนี้ รอยยิ้มของเยี่ยจื่ออวิ๋นย่อมเจิดจ้าที่สุด ทำให้ทุกคนต้องหันไปมองนางเป็นตาเดียว

        ทุกสิ่งรอบบริเวณนี้มีชีวิตชีวายิ่งขึ้นเพราะการปรากฏกายของนาง

        เสิ่นเยวี่ยก็ชำเลืองมองไปทางนางเป็นระยะ

        “ดีมาก ข้ากำลังต้องการถุงมือระดับทองแดงอยู่พอดี ห่อถุงมือคู่นี้ให้ข้าด้วย” เสิ่นเยวี่ยเอ่ยกับพ่อค้าเบาๆ

        “ขอรับคุณชาย!” พ่อค้ารีบฉีกยิ้มทันทีที่ได้ยินคำสั่งของเสิ่นเยวี่ยและรีบห่อถุงมือคู่นั้นให้

        “นี่ หกหมื่นเหรียญจิตอสูร” เสิ่นเยวี่ยล้วงแผ่นผลึกอสูรออกมา ผลึกอสูรแผ่นหนึ่งมีมูลค่าหนึ่งหมื่นเหรียญจิตอสูร

        เขาควักเงินหกหมื่นเหรียญจิตอสูรออกมาได้ด้วยท่าทางปลอดโปร่งโล่งสบายแล้วก็เก็บถุงมือระดับทองแดงลงในแหวนช่องมิติสำหรับเก็บของ

        เด็กสาวหลายคนรอบตัวมันพากันส่งเสียงอุทานออกมางึมงำ มันสามารถล้วงเงินหกหมื่นเหรียญจิตอสูรออกมาได้ง่ายดายเช่นนี้ ช่างร่ำรวยอะไรปานนั้น! เด็กสาวหน้าตาพอใช้หลายคนจ้องมองจนสองตาเจิดจ้าไปหมด ต่างส่งสายตาหวานเยิ้มให้แก่เสิ่นเยวี่ย อย่างไรก็ตาม เสิ่นเยวี่ยทำราวกับพวกนางไม่มีตัวตน เขาชำเลืองมองไปทางกลุ่มของเนี่ยหลีอย่างภาคภูมิ จากนั้นจึงหันไปมองเยี่ยจื่ออวิ๋น สายตาเหมือนจะบ่งบอกออกมาว่า “ในสายตาของข้ามีเพียงเจ้าเท่านั้น”

        “ช่างชั่วช้าอะไรเช่นนี้!” ลู่เพียวคำราม “นี่มันยิงกันด้วยกระสุนเงินชัดๆ!” (หมายถึงใช้อำนาจเงิน)

        “อหังการจริง! ถึงกับโยนเงินหกหมื่นเหรียญจิตอสูรออกไปได้อย่างง่ายดาย แถมยังมีกระทั่งแหวนมิติเก็บของ” ตู้เจ๋อแบสองมือส่ายหน้า มันมองเนี่ยหลีแล้วพูด “เนี่ยหลี คนเช่นมันทั้งหล่อทั้งรวย เจ้าจะไปแข่งอะไรกับมันได้?”

        “เฮะๆ จื่ออวิ๋นไม่สนใจเงินทองหรอก” เนี่ยหลีเอ่ยลวกๆ  สายตากวาดมองไปทางเยี่ยจื่ออวิ๋น นางไม่สนใจการกระทำของเสิ่นเยวี่ยแม้แต่น้อยและยังกำลังคุยอยู่กับเพื่อนๆ ของนาง บางครั้งสายตาก็ชำเลืองไปทางเซียวหนิงเอ๋อ ทว่าเซียวหนิงเอ๋อเอาแต่ยืนเหม่ออยู่ด้านหนึ่ง

สีหน้าของเซียวหนิงเอ๋อเย็นชา นางมักเป็นหมาป่าโดดเดี่ยว ไม่ค่อยมีปฏิสัมพันธ์กับนักเรียนคนอื่นๆ

        เนี่ยหลีรู้ว่าสิ่งที่เยี่ยจื่ออวิ๋นต้องการมากที่สุดในเวลานี้ก็คือมิตรภาพ ในชีวิตชาติที่แล้วของมัน เยี่ยจื่ออวิ๋นอยากเป็นเพื่อนกับเซียวหนิงเอ๋อเสมอมา ทว่าฐานะของพวกนางนำพาให้ต้องห่างเหินกันไป

        เห็นสีหน้าของเยี่ยจื่ออวิ๋น เสิ่นเยวี่ยค่อนข้างผิดหวังแล้ว

        “เอาเถอะ เยี่ยจื่ออวิ๋นมิได้ใส่ใจเงินทองจริงด้วย เนี่ยหลี นางคงไม่ได้ชอบผู้หญิงด้วยกันหรอกนะ ใช่ไหม? ไม่เช่นนั้นเจ้าก็จบเห่แล้ว” ลู่เพียวกระพริบตาล้อเลียนเนี่ยหลี

        เนี่ยหลีหัวเราะ เขาย่อมไม่เก็บคำพูดของลู่เพียวมาใส่ใจ ในชีวิตหนก่อน เขาเป็นบุรุษเพียงคนเดียวของเยี่ยจื่ออวิ๋น เขายิ้มแย้มและพูด “ไปกันเถอะ ข้าจะเริ่มแผนการของข้าแล้ว!”

        สีหน้าของตู้เจ๋อกับลู่เพียวแปรเปลี่ยนเป็นเคร่งขรึมจริงจัง ทั้งสองพยักหน้า

        “ลู่เพียว เจ้าไปหาซื้อหน้าไม้มาสองคันกับลูกธนูห้าร้อยดอก หน้าไม้คันหนึ่งราคาหนึ่งร้อยหกสิบเหรียญจิตอสูร ส่วนลูกธนูดอกละสามสิบเหรียญจิตอสูร อย่าโดนพวกพ่อค้าหลอกเข้าล่ะ!” เนี่ยหลีบอกลู่เพียว “พวกเราจะกลับไปเจอกันที่สนามฝึกของโรงเรียน”

        “ตกลง!” ลู่เพียวกล่าวพร้อมพยักหน้าและรู้สึกค่อนข้างสงสัยในใจ เนี่ยหลีเคยซื้อหน้าไม้กับลูกธนูมาก่อนหรือถึงได้รู้ราคาดีนัก?

        เงินเบี้ยเลี้ยงรายเดือนของเนี่ยหลีมีเพียงห้าสิบเหรียญจิตอสูร ดังนั้นเขาจึงไม่มีเงินมากพอที่จะซื้อของแพง

        “ตู้เจ๋อ พวกเราจะไปซื้อหญ้าเฮยเจ๋อกัน” เนี่ยหลีพูด หญ้าเฮยเจ๋อมีฤทธิ์ทำให้เกิดอาการอัมพาตได้

        สภาพการเงินของตู้เจ๋อยังแย่กว่าเนี่ยหลีเสียอีก ปกติแล้วเนี่ยหลีย่อมไม่ยอมให้มันใช้เงินส่วนตัวของตน ดังนั้นขณะซื้อหญ้าเหล่านั้น เนี่ยหลีจึงเป็นคนจ่าย

        หญ้าเฮยเจ๋อราคาถูกมาก หนึ่งเหรียญจิตอสูรก็สามารถซื้อมาได้กองใหญ่แล้ว นอกจากนั้นเนี่ยหลียังซื้อตัวทำละลายราคาถูกอีกจำนวนหนึ่งและไปที่เนินเขาเตี้ยๆ ข้างเมืองกวงฮุยเพื่อเก็บหญ้าเจี๋ยหลี่

        “เจ้ากำลังวางแผนจะทำอะไร?” ตู้เจ๋อเอ่ยถามด้วยความสงสัย

        เนี่ยหลีหัวเราะอย่างมีเลศนัย “หญ้าเฮยเจ๋อมีฤทธิ์ทำให้เกิดอัมพาต แต่ประสิทธิภาพของมันต่ำยิ่ง โดยทั่วไปใช้ทาแผลเพื่อลดอาการปวด ส่วนหญ้าเจี๋ยหลี่เป็นวัชพืชที่พบเห็นได้ทั่วไป ไม่มีใครรู้ประโยชน์ของมัน อย่างไรก็ตาม หากใช้มันคู่กับตัวทำละลายและหญ้าเฮยเจ๋อ จะสามารถเพิ่มฤทธิ์อัมพาตของหญ้าเฮยเจ๋อได้เป็นอันมาก”

        ตู้เจ๋องุนงงอยู่ครู่หนึ่งจึงเอ่ยถาม “ฤทธิ์อัมพาตแรงแค่ไหน?”

        เนี่ยหลีหัวเราะพูด “ไม่มากสำหรับสัตว์อสูรทั่วไป ประสิทธิภาพยังแย่กว่ายาชาคุณภาพต่ำๆ บางตัวเสียอีก แต่เจ้าเคยสังเกตหรือไม่ แกะเขาโค้งไม่เคยกินหญ้าเจี๋ยหลี่”

        “แกะเขาโค้ง?” ตู้เจ๋อทวนคำแล้วก็นิ่งเงียบไปครู่หนึ่ง ราวกับกำลังเดาอะไรได้เลาๆ ดวงตาเขาก็เบิกกว้าง “เนี่ยหลี หรือเจ้าจะเป็นนักปรุงโอสถวิเศษ?”

        “นักปรุงโอสถวิเศษ?” เนี่ยหลีครุ่นคิดอยู่ครู่จึงหัวเราะ “จะว่าใช่ก็ได้”

        นักปรุงโอสถวิเศษผู้หนึ่งหมายถึงผู้ใช้สมุนไพรต่างๆ เพื่อกลั่นยาวิเศษหรือผู้ที่ออกใบสั่งยา เนี่ยหลีมิใช่นักปรุงโอสถวิเศษ ในชีวิตหนก่อน มันมีความรู้ด้านนี้เพียงเล็กน้อย อย่างไรก็ตาม นักปรุงโอสถวิเศษในเมืองกวงฮุยมีมาตรฐานที่ต่ำเกินไป พวกมันไม่อาจนับว่าเป็นนักปรุงโอสถวิเศษที่แท้จริงผู้หนึ่งได้ เนี่ยหลีสามารถก้มลงมองบรรดาพวกนักปรุงโอสถวิเศษในเมืองกวงฮุยได้เลยทีเดียว เมื่อครั้งที่เนี่ยหลีออกไปผจญภัยทั่วทวีป มันเคยเข้าไปในป่าพิษ ผู้คนที่อาศัยอยู่ในป่าพิษรอดตายจากการโจมตีของพวกสัตว์อสูรมีพิษต่างๆ มากมายนับไม่ถ้วน คนพวกนั้นจึงจะนับว่าเป็นนักปรุงโอสถวิเศษได้อย่างแท้จริง

        เนี่ยหลีเริ่มผสมหญ้าต่างๆ เข้ากับตัวทำละลาย ได้ยามาทั้งหมดหกขวด

        ที่สนามฝึกของโรงเรียนเซิ่งหลัน สนามฝึกก่อตั้งขึ้นโดยผู้ควบคุมจิตอสูรระดับตำนาน ท่านเยี่ยโม่ และอาจารย์ใหญ่ของโรงเรียนเซิ่งหลันซึ่งเป็นผู้ควบคุมจิตอสูรระดับทองดำผู้หนึ่ง สนามฝึกถูกล้อมด้วยกำแพงสูง ในทุกๆ ปี ยอดฝีมือของเมืองกวงฮุยจะออกไปจับสัตว์อสูรระดับต่ำบางชนิดมาปล่อยไว้ในสนามฝึก นักเรียนของโรงเรียนเซิ่งหลันทุกคนที่อยู่ต่ำกว่าระดับเงินสามารถเข้าไปในสนามฝึกได้ นักเรียนสามารถล่าสัตว์อสูรในนั้นเพื่อเอาขน ผลึกอสูรและส่วนต่างๆ ที่ได้จากอสูรที่ถูกล่าและเอาออกไปได้อย่างอิสระ นักเรียนยากจนบางคนสามารถล่าสัตว์ในสนามฝึกเพื่อช่วยแบ่งเบาภาระของทางบ้านได้

        กลุ่มเนี่ยหลีทั้งสามยังไม่ถึงระดับทองแดงหนึ่งดาว ดังนั้นที่ที่พวกมันจะไปจึงเป็นบริเวณที่ปลอดภัยที่สุดของสนามฝึก บริเวณนั้นมีแต่แกะเขาโค้งอาศัยอยู่ แม้แกะเขาโค้งจะมีนิสัยก้าวร้าวตามธรรมชาติ แต่พวกมันเป็นสัตว์กินพืช ดังนั้นการโจมตีของพวกมันอย่างมากก็แค่สร้างบาดแผลร้ายแรงให้ ดังนั้นจึงถือได้ว่าปลอดภัย

        เมื่อพบกันที่หน้าประตูสนามฝึก คณะของเนี่ยหลีเข้าสู่สนามฝึกหลังจากรายงานตัวต่อผู้ดูแลสนามฝึกตรงปากทางเข้าและจึงเข้าไปด้วยกัน

        บริเวณสนามฝึกสำหรับพวกมือใหม่

        บริเวณที่ต้นไม้บางตามีพุ่มหญ้าที่แกะเขาโค้งกำลังและเล็มอยู่อย่างเชื่องชา ดวงตาของพวกมันเป็นสีแดง บางครั้งก็ชันหูขึ้นฟังเสียงต่างๆ รอบด้าน เมื่อมีคนนอกเข้ามาในอาณาเขตของพวกมัน พวกมันก็จะโจมตีอย่างไม่ปราณี

        ทันใดนั้น บังเกิดเสียงผิดปกติดังขึ้น แกะเขาโค้งที่อยู่ใกล้กลุ่มของเนี่ยหลีที่สุดตัวหนึ่งส่งเสียงคำรามขึ้นและพุ่งตัวไปยังทิศทางที่เกิดเสียงผิดปกตินั้น

 


ติดตามอัพเดทก่อนใคร ด้วยการกดไลค์แฟนเพจเรื่อง “บันทึกราชันย์เทพอสูร” : https://bit.ly/2PKqEjk

อ่านฟรีได้ที่นี่ หรือ
อ่านล่วงหน้า เร็วกว่าใครหลายร้อยตอนได้ที่เว็บไซต์ กวีบุ๊คhttps://www.kawebook.com/story/view/505

120/เล่ม (หากนับตอนฟรีจะเฉลี่ยอยู่ที่ 90-100 บาท/เล่มค่ะ ) เมื่อเทียบกับนิยายแปลเป็นเล่ม 30 ตอนเท่ากับ 1 เล่ม