0 Views

        เนี่ยหลีชำเลืองมองไปทางเซียวหนิงเอ๋อ นางมีรูปร่างผอมบาง วันนี้สวมใส่เสื้อตัวสั้นสีเหลืองกับรองเท้าหุ้มข้อสีดำคู่หนึ่ง เรือนผมดำขลับของนางเคลียบ่า นางมีดวงตาสดใส สองคิ้วโค้งเรียว ขนตางอนยาวกำลังกระพริบน้อยๆ ผิวกระจ่างใสไร้ที่ติของนางระเรื่อสีชมพู และริมฝีปากงดงามก็ดูราวกลีบกุหลาบแดงฉ่ำ

        นอกจากให้ความรู้สึกเปี่ยมเสน่ห์แล้ว ดวงหน้าของนางยังแฝงความงดงามเย็นชาดุเข้มยากจะบรรยายอย่างหนึ่ง

        เนี่ยหลีย้อนระลึกถึงอดีต จำได้ว่าเซียวหนิงเอ๋อเป็นบุตรีคนโตของตระกูลเซียวซึ่งเป็นหนึ่งในเจ็ดครอบครัวชนชั้นสูง พลังวิญญาณของนางเพียงต่ำกว่าเยี่ยจื่ออวิ๋นผู้เดียว ก่อนเมืองกวงฮุยล่มสลาย นางก็ก้าวขึ้นเป็นถึงผู้ควบคุมจิตอสูรระดับเงินคนหนึ่งแล้ว เมื่อคู่กับเยี่ยจื่ออวิ๋น พวกนางถูกเรียกขานว่าเป็นดาวคู่ราศีมิถุนรุ่นเยาว์

        เพียงแต่ว่า เพื่อที่จะประจบสอพลอหนึ่งในสามตระกูลหลัก ตระกูลเซียวบังคับให้เซียวหนิงเอ๋อต้องแต่งเข้าตระกูลเสินเซิ่ง นางควรต้องแต่งกับพี่ชายของเสิ่นเยวี่ย ทว่านางไม่ยินยอม ดังนั้นจึงหนีออกจากบ้านและเดินทางเข้าสู่ป่าปีศาจดำบนเขาเซิ่งจู่และไม่เคยกลับออกมาอีกเลย

        ถือเป็นสตรีที่มีจิตใจเด็ดเดี่ยวผู้หนึ่ง!

        เนี่ยหลีรู้สึกเศร้าใจกับเซียวหนิงเอ๋อ ชีวิตหนนี้หากมีโอกาส มันจะต้องช่วยเซียวหนิงเอ๋ออย่างแน่นอน แต่หากจะถามว่ามันมีความรู้สึกรักใคร่ชอบพอเซียวหนิงเอ๋อหรือไม่ นั่นย่อมไม่มี ในใจของเนี่ยหลีมีเพียงเยี่ยจื่ออวิ๋น

        “อีกสองเดือนข้างหน้าก็จะมีการทดสอบเลื่อนชั้นขึ้นเป็นนักสู้และผู้ควบคุมจิตอสูร ข้าหวังว่าจะมีผู้ควบคุมจิตอสูรระดับทองแดงหนึ่งดาวปรากฏขึ้นสักหลายคน ทั้งตัวข้าและโรงเรียนเซิ่งหลันจะต้องภาคภูมิใจในตัวพวกเจ้า!” เสิ่นซิ่วหัวเราะ

        ระดับทองแดง เงิน ทอง ทองดำ ระดับตำนาน ทั้งห้าระดับนี้ แต่ละระดับแบ่งย่อยออกเป็นห้าดาว ดังนั้น ระดับทองแดงหนึ่งดาวถือเป็นจุดเริ่มต้น

        หากพละกำลังของนักสู้เลื่อนขึ้นถึงหนึ่งร้อยจุด หรือพลังวิญญาณของผู้ควบคุมจิตอสูรก้าวขึ้นถึงหนึ่งร้อยจุด พวกมันก็จะถูกจัดเป็นระดับทองแดงหนึ่งดาว

        ก้าวแรกถือว่ายากที่สุด ผู้คนมากมายไม่อาจก้าวเข้าสู่ระดับเริ่มต้นเพื่อเลื่อนเป็นนักสู้หรือผู้ควบคุมจิตอสูรที่แท้จริงผู้หนึ่ง

        ได้ยินคำพูดของเสิ่นซิ่ว นักเรียนในชั้นก็เริ่มส่งเสียงซุบซิบกัน เพื่อจะเป็นนักสู้ระดับทองแดงหนึ่งดาวให้ได้ ต้องสามารถถ่ายทอดพลังไปยกก้อนหินหนักร้อยจิน*และทำลายต้นไม้ขนาดหนึ่งคนโอบได้ภายในหมัดเดียว จึงจะถือว่าผ่านเข้าสู่ระดับทองแดงหนึ่งดาว สำหรับเด็กพวกนี้ย่อมถือว่ายากเกินไป เว้นแต่ว่าจะมีใครได้กินยาบำรุงมาตั้งแต่เกิด ไม่เช่นนั้นก็ยากจะทำสำเร็จได้ ส่วนการเป็นผู้ควบคุมจิตอสูร คนผู้นั้นจะต้องดูดซับพลังวิญญาณจำนวนมากเข้าสู่ร่างกาย สิ่งนี้ยังยากจะสำเร็จได้ยิ่งกว่าการเป็นนักสู้เสียอีก

        อาณาเขตวิญญาณแบ่งออกเป็นเจ็ดสี แดง ส้ม เหลือง เขียว ฟ้า คราม ม่วง คนทั่วไปมีอาณาเขตวิญญาณสีแดง สำหรับพวกเขา การจะกลายเป็นผู้ควบคุมจิตอสูรนั้นแทบเป็นไปไม่ได้เลย พวกเขาย่อมต้องเลือกที่จะเป็นนักสู้แทน ส่วนคนที่มีอาณาเขตวิญญาณสีส้มและสีเหลือง พวกเขามีความเหมาะสมที่จะฝึกพลังวิญญาณมากกว่า ส่วนคนที่มีอาณาเขตวิญญาณสีเขียวหรือสีฟ้านับว่าเป็นผู้มีพรสวรรค์อันโดดเด่น

        นักเรียนในชั้นทุกคนหันไปมองเยี่ยจื่ออวิ๋น เสิ่นเยวี่ยและเซียวหนิงเอ๋อ พวกเขาอิจฉาคนทั้งสามเพราะทั้งสามเป็นคนกลุ่มเดียวที่สามารถกลายเป็นผู้ควบคุมจิตอสูรระดับทองแดงหนึ่งดาวได้ภายในเวลาไม่ถึงครึ่งปี

        เมื่อกลายเป็นผู้ควบคุมจิตอสูรระดับทองแดงหนึ่งดาวแล้ว พวกเขาจึงสามารถเลื่อนขึ้นเรียนในชั้นเรียนการต่อสู้หรือชั้นเรียนการควบคุมจิตอสูรอย่างเป็นทางการ ถึงเวลานั้น พวกมันก็จะไม่อยู่ในชั้นเรียนเดียวกันอีก

        รับรู้ได้ถึงสายตาของนักเรียนคนอื่นๆ เสิ่นเยวี่ยรีบยืดอกด้วยความภาคภูมิใจ ในฐานะที่เป็นสมาชิกคนหนึ่งจากตระกูลเสินเซิ่ง เขาย่อมมียาบำรุงชั้นดีมากมายให้กินมาตั้งแต่เด็ก ตัวเขาจึงล้ำหน้าเพื่อนวัยเดียวกันมานานแล้ว การจะฝึกจนมีพลังวิญญาณถึงร้อยจุดภายในเวลาสองเดือนข้างหน้าจึงเป็นเรื่องที่ง่ายดายยิ่ง เขาจึงตั้งตารอคอยการทดสอบที่จะมีขึ้นในอีกสองเดือนข้างหน้า

        เสิ่นเยวี่ยจ้องมองเยี่ยจื่ออวิ๋นผู้งดงามที่อยู่ข้างๆ มีแต่เขาเท่านั้นจึงคู่ควรกับนาง เนี่ยหลีหรือจะนับเป็นตัวอะไร! มันกลับกล้าพนันกับน้าของนางว่าจะก้าวหน้าขึ้นเป็นผู้ฝึกตนระดับทองแดงหนึ่งดาวภายในเวลาสองเดือน ช่างโง่เง่าอวดดีนัก! เนี่ยหลีคิดว่ามันง่ายนักหรือที่จะได้เป็นผู้ฝึกตนระดับทองแดงหนึ่งดาว? อาณาเขตวิญญาณสีแดงขยะผู้หนึ่งกล้าคุยโม้ท้าพนันเช่นนี้? ฮ่ะ!

        เยี่ยจื่ออวิ๋นและเซียวหนิงเอ๋อสบตากัน พวกนางต่างมีฐานะที่มาสูงส่ง เยี่ยจื่ออวิ๋นต้องการเป็นเพื่อนกับเซียวหนิงเอ๋อเสมอมา ทว่าเซียวหนิงเอ๋อกลับมองนางเป็นคู่แข่ง นางถือเยี่ยจื่ออวิ๋นเป็นเป้าหมายและฝึกตนอย่างหนักเพื่อให้ทัดเทียมนาง

        “ส่วนพวกที่คุยโวว่าจะก้าวขึ้นถึงระดับทองแดงหนึ่งดาวได้ภายในสองเดือนข้างหน้านั้น ข้าอยากจะเห็นนักว่าพวกมันจะไปได้ไกลสักแค่ไหน!” เสิ่นซิ่วชำเลืองมองเนี่ยหลีด้วยสายตาดูแคลนและเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงหยามเหยียด

        อาณาเขตวิญญาณและพื้นฐานร่างกายถือเป็นตัวตัดสินความเร็วในการฝึกตนของผู้คน สำหรับสภาพของเนี่ยหลี ตามความเห็นทั่วไป มันต้องใช้เวลาอย่างน้อยสามปีหรือห้าปีจึงจะก้าวเข้าสู่ขั้นแรกได้สำเร็จ ต่อให้ก้าวขึ้นเป็นนักสู้ระดับทองแดงหนึ่งดาวได้สำเร็จ การกลายเป็นผู้ควบคุมจิตอสูรพร้อมอาณาเขตวิญญาณสีแดงก็ยังถือว่าเป็นเพียงความฝัน

        เนี่ยหลีไม่เก็บคำพูดของเสิ่นซิ่วมาใส่ใจ

        “สองเดือน? ยังมีเวลาเหลืออีกตั้งเยอะ” เนี่ยหลีพูดพร้อมมุมปากขยับยกสูงขึ้น กลายเป็นรอยยิ้มมั่นใจบางๆ คอยดูว่าข้าจะกลายเป็นผู้ฝึกตนระดับทองแดงหนึ่งดาวภายในสองเดือนได้อย่างไร!

        เนี่ยหลี ลู่เพียวและตู้เจ๋อกำลังพูดคุยกัน

        “เนี่ยหลี เจ้าชอบเยี่ยจื่ออวิ๋นหรือ?” ลู่เพียวมองหน้าเนี่ยหลีพร้อมเอ่ยถาม

        “ใช่แล้ว!” เนี่ยหลีเอ่ยตอบตามจริง

        ลู่เพียวมองลึกเข้าไปในดวงตาของเนี่ยหลี ผ่านไปครู่หนึ่งมันจึงทอดถอนใจ “เยี่ยจื่ออวิ๋นเป็นคนสวยจริงๆ และเห็นแก่ที่เจ้าเป็นพี่น้องของข้า ข้าไม่ควรแข่งกับเจ้า แต่ในฐานะพี่น้อง ข้าจำต้องเตือนเจ้า ฐานะของเยี่ยจื่ออวิ๋นสูงส่งเกินไป นางไม่ใช่คนที่พวกเราจะคู่ควร” แม้ครอบครัวของเนี่ยหลีจะเป็นหนึ่งในตระกูลขุนนาง ฐานะของเยี่ยจื่ออวิ๋นเมื่อเทียบกับของมันย่อมถือว่าสูงส่งกว่ามาก

        “พวกเจ้าสองคนช่วยมองความเป็นจริงกันให้มากสักหน่อยได้หรือไม่? เยี่ยจื่ออวิ๋นเป็นผู้มีพรสวรรค์โดดเด่นพร้อมอาณาเขตวิญญาณสีฟ้าเชียวนะ! ไม่นานนางก็จะกลายเป็นผู้ควบคุมจิตอสูรระดับทองแดงหนึ่งดาวแล้ว ข้าคำนวณว่าภายในเวลาสองเดือนนี้นางจะสามารถก้าวขึ้นไปเรียนที่ชั้นผู้ฝึกควบคุมจิตอสูรได้อย่างแน่นอน เมื่อไปเรียนที่ชั้นนั้นแล้ว ฝีมือของนางก็คงต้องยิ่งก้าวหน้าขึ้นไปอีก นางจะยังจำเจ้าได้หรือไม่ก็ยังไม่รู้ สิ่งที่ข้าเกลียดพวกลูกหลานชนชั้นสูงเช่นเจ้าที่สุดก็คือวันๆ เอาแต่คิดหาวิธีไล่ตามก้นสาวๆ ในขณะที่พวกเจ้ายังไม่รู้จักทำงานทำการหรือฝึกตนกันให้จริงจัง!” ตู้เจ๋อทำเสียงขึ้นจมูกเสียงกระด้าง

        “เจ้าหมายความว่าอย่างไรที่ว่าพวกชนชั้นสูงชอบวิ่งไล่ตามก้นสาวๆ? ใส่ร้ายกันเกินไปแล้ว! ข้าขยันขันแข็งฝึกตนอยู่เสมอ ตกลงไหม? อย่างมากที่สุด ข้าก็ใช้เวลาแค่ครึ่งวันสนใจเรื่องสาวๆ เท่านั้น!” ลู่เพียวยักไหล่

        “ฟ้าเอ๋ย! ข้ามายุ่งเกี่ยวกับคนประเภทไหนกันนี่?” ตู้เจ๋อพูดพร้อมกลอกตาไปมา

        พรสวรรค์ของตู้เจ๋อนั้นไม่เลว เขามีอาณาเขตวิญญาณสีเหลืองและตั้งใจขยันหมั่นเพียรฝึกตน ทั้งต่อไปมันยังจะได้พบกับความลึกลับพิสดารอย่างหนึ่งซึ่งช่วยให้เขาก้าวขึ้นไปเป็นถึงผู้ควบคุมจิตอสูรระดับทองหนึ่งดาวผู้หนึ่ง เขาจะนำพาครอบครัวก้าวขึ้นเป็นครอบครัวชนชั้นสูง นี่เป็นความสำเร็จที่น่าอัศจรรย์ใจ

        ตู้เจ๋อเป็นคนที่ซื่อสัตย์อย่างยิ่ง ทว่าค่อนข้างคร่ำครึและเห็นทุกอย่างเป็นเรื่องจริงจังไปเสียหมด ตรงกันข้าม ลู่เพียวเป็นคุณชายสำรวยผู้หนึ่ง แม้มีจะมีอาณาเขตวิญญาณสีแดง แต่เขามีพรสวรรค์ที่จะเป็นนักสู้ระดับสูง หากเขามีความพยายามและขยันหมั่นเพียร ผลการฝึกตนของเขาย่อมต้องก้าวหน้า เสียแต่เขาขี้เกียจเกินไป ในชีวิตหนก่อนของเนี่ยหลี เขาเพียงก้าวถึงระดับเงินเท่านั้น แตกต่างจากตู้เจ๋อมากมาย

        แต่ชีวิตมักน่าสนใจ แม้ทั้งสองจะเป็นคนชนิดที่แตกต่างกันอย่างสุดคั่ว สุดท้ายยังคงกลายเป็นพี่น้องกันในชีวิตหนก่อน

        ฟังลู่เพียงกับตู้เจ๋อถกเถียงกัน เนี่ยหลีในชีวิตหนก่อนเคยรู้สึกแสลงหู แต่มาเวลานี้หัวใจของเนี่ยหลีกลับประทับใจยิ่ง เขามีพี่น้องเช่นนี้ ช่างวิเศษนัก!

        “เนี่ยหลี ข้าขอแนะนำให้เจ้ายอมแพ้ ตั้งใจฝึกยุทธ์ของเจ้าดีกว่า” ตู่เจ๋อพูดโน้มน้าวเนี่ยหลีอย่างจริงจัง หากเนี่ยหลีชอบนางจริงๆ ก็คงต้องกลายเป็นเรื่องน่าเศร้าสุดแสนแน่แท้

        ในชีวิตหนก่อน เนี่ยหลีไม่อาจตัดใจจากนางได้ หลังจากที่ได้รู้ข่าวการหมั้นหมายของเสิ่นเยวี่ยกับเยี่ยจื่ออวิ๋นเขาก็กลายเป็นคนอกหัก แต่ในชีวิตนี้ หากเขายังจะเป็นท่อนไม้ไร้ประโยชน์เช่นเดิม ก็คงต้องฆ่าตัวตายแล้ว

        “อย่าห่วงไป ข้ารู้ดีว่าตนต้องการอะไรและมันก็จะต้องสำเร็จ!” เนี่ยหลีพูดด้วยความมั่นใจ

        ฟังคำพูดของเนี่ยหลีแล้วตู้เจ๋อกับลู่เพียวก็ได้แต่ยักไหล่ครู่หนึ่ง พวกมันคิดไม่ออกว่าเนี่ยหลีไปเอาความมั่นใจเช่นนี้มาจากไหน เมื่อเห็นสีหน้าของเนี่ยหลี พวกเขากลับบังเกิดความรู้สึกว่ามันจะต้องทำได้สำเร็จ อดไม่ได้ที่จะถูกอารมณ์ของเนี่ยหลีชักจูงไป

        “เอาเถอะ ไม่ว่าเจ้าจะทำอะไร พวกเราล้วนสนับสนุนเจ้า!” ตู้เจ่อครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งจึงพูด

        ถูกทำโทษยืนอยู่ด้วยกัน ทำให้พวกมันได้สานสายใยพี่น้องให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น

        “ตู้เจ๋อ ลู่เพียว ข้าจะทำให้พวกเจ้าทั้งสองกลายเป็นผู้ควบคุมจิตอสูรที่แข็งแกร่งที่สุดเลยเชียว!” เนี่ยหลีพูดหนักแน่น ในชีวิตหนก่อน ตู้เจ๋อกับลู่เพียวร่วมเป็นร่วมตายกับเขา พวกมันต่อสู้และปกป้องชีวิตเขาอยู่หลายครั้ง บัดนี้เมื่อเขาได้กลับมาแล้ว ย่อมต้องช่วยตู้เจ๋อกับลู่เพียวเติมเต็มความฝันของพวกมัน

        “ลืมเสียเถอะ ข้ามีอาณาเขตวิญญาณแค่สีแดง ด้วยยาบำรุงที่บ้านข้าคอยส่งเสริม จะกลายเป็นนักสู้คนหนึ่งมิใช่เรื่องยาก แต่หากจะเลื่อนเป็นผู้ควบคุมจิตอสูรกลับยากเกินไป!” ลู่เพียวเริ่มเปลี่ยนใจ

        “เป็นนักสู้จะมีประโยชน์อันใด? ยิ่งเจ้าปีนได้สูงเท่าไหร่ก็ยิ่งยากขึ้นเท่านั้น แถมนักสู้ก็ไม่อาจเทียบกับผู้ควบคุมจิตอสูรได้ ในสนามรบ นักสู้ระดับตำนานผู้หนึ่งก็ยังสู้ผู้ควบคุมจิตอสูรระดับทองดำผู้หนึ่งไม่ได้ เจ้าต้องรู้ว่าผู้ควบคุมจิตอสูรนั้นเป็นขุมกำลังที่แข็งแกร่งยิ่ง!” ตู้เจ๋อแย้ง เขาเต็มไปด้วยความหวังที่จะได้เป็นผู้ควบคุมจิตอสูร หากเขาอยากทำอะไร เขาจะทุ่มเทสุดตัว นี่คือหลักการของเขา

        “ไม่จำเป็นต้องเป็นนักสู้ระดับตำนานหรอก หากข้าได้แค่ระดับทองก็พอใจแล้ว” ลู่เพียวพูดไม่อ้อมค้อม ไม่สะทกสะท้านแม้แต่น้อย

        ตู้เจ๋อพูดไม่ออกแล้ว ไม่รู้จะพูดอะไรกับคนที่ไร้จุดมุ่งหมายได้อีก

        “เจ้ามีอาณาเขตวิญญาณสีแดง แล้วจะยังไง? ข้าก็มีอาณาเขตวิญญาณสีแดง” เนี่ยหลีจ้องมองลู่เพียว

        ลู่เพียวกับตู้เจ๋อสงสัย เนี่ยหลีมีอาณาเขตวิญญาณสีแดง และเหตุใดยังมั่นใจที่จะพูดว่าตนจะก้าวขึ้นเป็นผู้ฝึกตนระดับทองแดงหนึ่งดาวได้ภายในเวลาสองเดือน หรือเขาจะมีวิธีการพิเศษอันใด?”

        “เนี่ยหลี เจ้าจะใช้วิธีอะไรดูดซับพลังวิญญาณเพื่อยกระดับพลังควบคุมจิตอสูร?” ตู้เจ๋อเอ่ยถาม เขาสงสัยยิ่ง จากที่เขารู้มา ไม่มีทางลัดสำหรับการฝึกพลังวิญญาณของคนผู้หนึ่ง

        “ฟังข้าก็พอ ตราบใดที่เจ้าไม่ยอมแพ้ เจ้าสามารถเป็นผู้ควบคุมจิตอสูรที่แข็งแกร่งผู้หนึ่งได้เสมอ”

        “ยอมแพ้? ไม่มีทาง!” ตู้เจ๋อยืนยัน เขาจะต้องแข็งแกร่งขึ้นเพื่อเปลี่ยนโชคชะตาของครอบครัวให้ได้ กับเรื่องนี้ เขาไม่เคยยอมแพ้

        หากมีความเป็นไปได้ที่จะกลายเป็นผู้ควบคุมจิตอสูร ลู่เพียวย่อมต้องดีใจยิ่ง หากเขาสามารถกลายเป็นผู้ควบคุมจิตอสูร เขาก็จะไม่ถูกบิดาไล่ทุบตีเพราะหาว่าเขาเกียจคร้าน ลู่เพียวเป็นคนประเภทที่หากมีโอกาสให้เกียจคร้าน มันก็จะไม่ยอมปล่อยให้โอกาสนั้นผ่านไป

        “นี่จะเป็นเรื่องยากหรือไม่?” ลู่เพียวพึมพำ

        ตู้เจ๋อเหลือบมอง เจ้านี่หมดหวังแล้ว มันอยากจะเป็นผู้ควบคุมจิตอสูรโดยไม่ต้องเหนื่อยยาก จะเป็นผู้ควบคุมจิตอสูร จะไม่ยุ่งยากได้อย่างไร? หากเขาได้เป็นผู้ควบคุมจิตอสูร เขาจะยอมทำทุกอย่าง ไม่ว่าจะยากเย็นเพียงใด!”

        “ไม่ยากหรอก” เนี่ยหลีตอบพร้อมส่ายหัว สีหน้าของเขาเป็นปกติขณะพูดต่อ “เราแค่ต้องการเงินเยอะๆ”

        “หากสามารถแก้ปัญหาด้วยเงินได้ก็ง่ายดายยิ่งแล้ว” ลู่เพียวพูดขณะผ่อนลมหายใจ “เจ้าต้องการเท่าไหร่? ข้ามีเยอะ ข้าเก็บเงินไว้ได้สองพันเหรียญจิตอสูร หากสามารถเป็นผู้ควบคุมจิตอสูรได้ ข้ายอมจ่ายหมดเลย”

        หากเงินสองพันเหรียญจิตอสูรสามารถซื้อคำเรียกขานเจ้าเป็นผู้ควบคุมจิตอสูรได้ นี่นับว่าเยี่ยมยอดเกินไปแล้ว

        เนี่ยหลี่เหล่มองลู่เพียว ลู่เพียวช่างกล้าคิดว่าสองพันเหรียญนับว่ามากมาย

        เนี่ยหลีได้แต่พูด “สองพันเหรียญจิตอสูรจะทำอะไรได้? แน่นอน มันยังไม่พอ เจ้าจะต้องมีอย่างต่ำหนึ่งล้านเหรียญจิตอสูร หรืออาจจะเป็นสิบล้าน!”

        สิบล้านเหรียญจิตอสูร? ทั้งตู้เจ๋อกับลู่เพียวสูดลมหายใจเข้าดังฟืด หนึ่งล้านเหรียญจิตอสูร นั่นเป็นจำนวนเงินเท่ากับรายได้ตลอดทั้งปีของครอบครัวชั้นสูงครอบครัวหนึ่งทีเดียว! แล้วพวกมันจะไปหาเงินจำนวนมากมายขนาดนี้มาจากที่ไหนได้?

        ————————————–

       *จิน หน่วยน้ำหนักของจีน ๑ จินหนักครึ่งกิโลกรัม

 


ติดตามอัพเดทก่อนใคร ด้วยการกดไลค์แฟนเพจเรื่อง “บันทึกราชันย์เทพอสูร” : https://bit.ly/2PKqEjk

อ่านฟรีได้ที่นี่ หรือ
อ่านล่วงหน้า เร็วกว่าใครหลายร้อยตอนได้ที่เว็บไซต์ กวีบุ๊คhttps://www.kawebook.com/story/view/505

120/เล่ม (หากนับตอนฟรีจะเฉลี่ยอยู่ที่ 90-100 บาท/เล่มค่ะ ) เมื่อเทียบกับนิยายแปลเป็นเล่ม 30 ตอนเท่ากับ 1 เล่ม