0 Views

        ฉู่หยวนหัวเราะเยาะคราหนึ่ง อย่างไรก็ตาม เขาไม่ปฏิเสธคำพูดของหูเหยียนหลันรั่ว ตรงกันข้าม น้ำเสียงของเขาบอกชัดเจนแล้วถึงความคิดเห็นของตน

        เนี่ยหลีไม่มีปฏิกิริยาอะไร ไม่ว่าจะเป็นคำเยินยอของหูเหยียนหลันรั่วหรือคำดูแคลนของฉู่หยวน ล้วนไม่สามารถสร้างความหวั่นไหวแก่ใจเขาได้ ตั้งแต่กลับมาเกิดใหม่ เนี่ยหลีไม่เคยเห็นคนต่ำช้าเช่นฉู่หยวนอยู่ในสายตา เพราะฉู่หยวนไม่มีคุณสมบัติพอที่จะพูดกับเขาได้!

        “ฉู่หยวน เจ้าทำท่าเช่นนี้หมายความว่าอย่างไร?” หูเหยียนหลันรั่วสองคิ้วขมวดเล็กน้อย

        “ที่ข้าหัวเราะก็เพราะไม่รู้ว่าเจ้าเด็กคนนี้เอาน้ำแกงยาเสน่ห์อะไรให้พวกเจ้าดื่ม พวกเจ้าถึงคิดว่ามันเป็นอัจฉริยะคนหนึ่ง! อาณาเขตวิญญาณก็แค่สีแดง ชีวิตนี้จะมีความสำเร็จอะไรได้? ขยะเช่นนี้ก็คู่ควรที่จะเสวนากับพวกเราด้วยหรือ?” ฉู่หยวนร้องฮึคราหนึ่ง เขามีความสัมพันธ์อันดีกับพี่ชายของเสิ่นเยวี่ย เสิ่นเฟย พอเห็นเนี่ยหลีแล้วก็ไม่ชอบขี้หน้าเช่นกัน

        “เจ้าพูดเกินไปแล้ว!” สองคิ้วของเยี่ยจื่ออวิ๋นขมวดมุ่น ไม่พอใจแทนเนี่ยหลี แม้เนี่ยหลีผู้นี้จะมีนิสัยน่ารังเกียจอยู่บ้าง แต่ต้องพูดว่าเนี่ยหลีผู้นี้เป็นของจริง อย่างไรก็ตาม เนี่ยหลีเก็บเนื้อเก็บตัวเกินไป ดังนั้นผู้คนมากมายจึงไม่รู้ถึงพรสวรรค์ของเนี่ยหลี

        สายตาของเนี่ยหลีเย็นชาขึ้นเล็กน้อย เขาไม่เห็นฉู่หยวนอยู่ในสายตา ดังนั้นจึงคร้านเกินกว่าที่จะสนใจ แต่ก็มิได้หมายความว่าเขาต้องยอมให้เจ้าโง่คนหนึ่งมาเต้นเร่าๆ อยู่ตรงหน้าตนได้

        “ฉู่หยวน พรสวรรค์ของเจ้าก็ไม่ได้ดีสักเท่าไหร่ เจ้ายังแก่กว่าเนี่ยหลีถึงสามปี เวลานี้ก็เป็นแค่นักสู้ระดับทองแดงสามดาวผู้หนึ่ง ยังมีหน้ากล้ามาวิจารณ์ผู้อื่นอีกหรือ” หูเหยียนหลันรั่วหัวเราะพูด เด็กวัยเดียวกันมากมายต่างก็ก้าวหน้าถึงระดับเงินแล้ว แต่ฉู่หยวนยังคงอยู่แค่ระดับทองแดงสามดาว

        ได้ยินคำพูดของหูเหยียนหลันรั่ว ฉู่หยวนอับอายเล็กน้อยแล้ว ในหมู่เพื่อนวัยเดียวกัน พรสวรรค์ของเขาไม่นับว่าแย่ที่สุด แต่กลับเกียจคร้านที่สุด ทุกวันเอาแต่เสียเวลาไปกับการดื่มสุราเคล้านารี ไม่ใส่ใจฝึกฝนตน เวลานี้จึงเป็นแค่นักสู้ระดับทองแดงเท่านั้น

        “แล้วจะเป็นเช่นไร อย่างน้อยข้าก็มีอาณาเขตวิญญาณสีเหลือง หากข้าขยันฝึกอีกสักหน่อย การจะทะลวงขึ้นไปถึงระดับเงินก็มิใช่เรื่องยาก ส่วนมัน เดาว่าตลอดชีวิตนี้ก็คงไม่อาจเลื่อนขึ้นไปถึงระดับทองแดงหนึ่งดาวได้” ฉู่หยวนยังเอาแต่โจมตีเนี่ยหลีอย่างดุเดือดไม่หยุด เนี่ยหลียังไม่ยอมพูด คงกำลังหวาดกลัวอยู่เป็นแน่ คนเช่นเนี่ยหลีก็คงมีแค่อาศัยหน้าตาที่ดีหน่อยกับคำพูดหวานหูเที่ยวหลอกคน ไหนจะมีความสามารถจริงๆ?

        เฉพาะอาณาเขตวิญญาณ ก็เป็นแค่เศษขยะแล้ว!

        สายตาแหลมคมของเนี่ยหลีกวาดมองฉู่หยวน เขายิ้มเย็นเรียบและพูด “งั้นข้าขอท้าเจ้าเดี๋ยวนี้ ใครแพ้คลานเหมือนหมาวนสามรอบ ว่าอย่างไร?”

        ได้ยินคำพูดของเนี่ยหลี เยี่ยจื่ออวิ๋นรีบดึงเนี่ยหลีอย่างกังวล เกิดอะไรขึ้นกับเนี่ยหลีแล้ว กลับกล้าท้าฉู่หยวน? เนี่ยหลีเวลานี้กระทั่งระดับทองแดงก็ยังไม่ถึง ส่วนฉู่หยวนเป็นนักสู้ระดับทองแดงสามดาวแล้ว! ความเหลื่อมล้ำต่างกันราวฟ้ากับดิน ไม่มีทางที่จะชนะได้

        เห็นสีหน้ากังวลของเยี่ยจื่ออวิ๋น เนี่ยหลีรู้สึกอบอุ่นในหัวใจเล็กน้อย เยี่ยจื่ออวิ๋นยังคงเป็นห่วงเป็นใยเขานัก

        สำหรับหูเหยียนหลันรั่ว หลังจากตกใจเล็กน้อย ดวงตาครุ่นคิดลึกซึ้งจ้องมองเนี่ยหลี เนี่ยหลีดูไม่เหมือนคนหุนหันพลันแล่น

        เมื่อฉู่หยวนได้ยินคำพูดของเนี่ยหลี เขาตกใจแล้วก็พลันหัวเราะร่าขึ้นมา “ข้าได้ยินอะไรนะ? เจ้ากล้าท้าข้าเชียวหรือ? ฮ่าๆ นี่เป็นเรื่องน่าขำที่สุดเท่าที่ข้าเคยได้ยินมาเลยเชียว อย่างมากก็เป็นแค่นักสู้ระดับทองแดงผู้หนึ่ง กลับกล้าท้าข้า ช่างไม่รู้จักประมาณตนนัก!”

        “เนี่ยหลี อย่าหุนหันพลันแล่น!” เยี่ยจื่ออวิ๋นคิดว่าเนี่ยหลีถูกยั่วโมโหจึงตัดสินใจท้าทายฉู่หยวนอย่างไม่มีเหตุผล

        “ข้าไม่ต้องใช้พลังวิญญาณ แค่พละกำลังอย่างเดียวก็สามารถเลาะฟันของเจ้าออกมาได้แล้ว!” ฉู่หยวนหัวเราะอย่างโอหัง แค่พลังกายของเขาเพียงอย่างเดียวก็อยู่ในระดับทองแดงหนึ่งดาวแล้ว “เจ้าหนู หากเจ้ากลัว กลับคำตอนนี้ก็ยังทัน!”

        เนี่ยหลีขยับปลายนิ้ว ได้ยินเสียงลั่นเปรี๊ยะตามข้อต่อนิ้ว เขามองฉู่หยวนด้วยสีหน้าเรียบเฉย พูด “หากทุกวันๆ ข้าต้องมาทนดูขยะเช่นเจ้าเต้นเหยงๆ อยู่ตรงหน้าอย่างนี้ ข้ามิต้องยุ่งตายหรือ! ในเมื่อเจ้าตามืดบอด ข้าก็ได้แต่ต้องลงมือแล้ว ให้พวกเจ้าได้รับบทเรียนเสียบ้าง มีบางคนที่พวกเจ้าไม่อาจตอแยได้!” ขณะพูด สายตาของเนี่ยหลีก็ชำเลืองมองไปทางเสิ่นเยวี่ยและพวก

        สีหน้าของฉู่หยวนเคร่งขรึม จ้องมองเนี่ยหลี “นี่เป็นเจ้ารนหาที่เอง!”

        เฉินหลินเจี้ยนก็ตกใจแล้ว แม้เนี่ยหลีมีความรู้กว้างขวาง แต่ในด้านฝีมือ กระทั่งระดับทองแดงก็ยังไม่ทันก้าวผ่าน จะเอาชนะฉู่หยวนได้อย่างไร? ก็อย่างที่ฉู่หยวนพูด ฉู่หยวนไม่จำเป็นต้องใช้พลังวิญญาณก็เพียงพอที่จะล้มเนี่ยหลีได้อย่างง่ายดายแล้ว!

        อย่างไรก็ตาม เนี่ยหลีดูไม่เหมือนคนหุนหันพลันแล่น เฉินหลินเจี้ยนจึงอดรู้สึกสงสัยไม่ได้ เขาโบกมือ ผู้คนรอบด้านก็เริ่มถอยห่างออกไป

        “วางใจได้ ในฐานะที่เป็นผู้ชายของเจ้า หากเรื่องเล็กน้อยแค่นี้ก็ยังแก้ไม่ได้ ก็สมควรเอาหัวชนข้างฝาตายได้แล้ว!” เห็นสีหน้ากังวลของเยี่ยจื่ออวิ๋น เนี่ยหลีพูดกลั้วหัวเราะเบาๆ ข้างกายเยี่ยจื่ออวิ๋น

        “เจ้า…” เยี่ยจื่ออวิ๋นพลันแก้มแดงเรื่อ นางกระทืบเท้าเร่าๆ เนี่ยหลีผู้นี้ช่างน่ารังเกียจนัก นางแค่เป็นห่วงในฐานะเพื่อนเท่านั้น คิดไม่ถึงว่าเนี่ยหลีกลับกะล่อนปานนี้ ทำให้นางว้าวุ่นรำคาญใจ สมควรจะถูกฉู่หยวนจัดการแล้ว

        เห็นท่าทางเขินอายโกรธเคืองของเยี่ยจื่ออวิ๋น หูเหยียนหลันรั่วคล้ายยิ้มคล้ายไม่ยิ้มจ้องมองเนี่ยหลี เนี่ยหลีไม่ใช่พวกท่อนไม้น่าเบื่อที่อะไรก็ไม่รู้จักดังคิด ดูเหมือนยังรู้จักยั่วเย้าเด็กสาวคนหนึ่ง เพียงแต่ว่าเมื่อครู่นี้เนี่ยหลีมีท่าทีเย็นชาต่อนางยิ่ง ‘หรือเป็นเพราะพี่สาวผู้นี้ยังเสน่ห์แรงไม่พอ?’ หูเหยียนหลันรั่วรู้สึกว่าด้วยเสน่ห์ของนาง คิดจะยั่วยวนเด็กหนุ่มตัวเล็กแค่นี้ให้ลุ่มหลงนางมิใช่เรื่องยาก! นางยิ่งรู้สึกสนใจเนี่ยหลีมากขึ้น

        ผู้คนรอบด้านถอยห่างออกไป เว้นพื้นที่ว่างให้เนี่ยหลีกับฉู่หยวนราวสองผืน

        เสิ่นเยวี่ยมองภาพนี้ ดวงตาฉายแววเย็นเยือก เนี่ยหลีกล้าท้าสู้ฉู่หยวน ช่างรนหาที่ตายโดยแท้ เขาเคยเล่าให้ฉู่หยวนฟังหลายหน หากมีโอกาส ฉู่หยวนจะต้องตีเนี่ยหลีจนตายแน่! แต่ไม่ทราบเหตุใด เมื่อเห็นท่าทางเชื่อมั่นของเนี่ยหลี ในใจก็อดรู้สึกกระสับกระส่ายไม่ได้

        ฉู่หยวนจะพ่ายแพ้ไหม? นี่ย่อมเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้ ต้องรู้ว่าพลังวิญญาณของฉู่หยวนนั้นก้าวขึ้นถึงระดับทองแดงสามดาวแล้ว!

        แม้พลังวิญญาณของเนี่ยหลีจะมีเพียงแปดสิบแปดจุด ร่างกายก็มีพลังเพียงห้าสิบจุด แต่เนี่ยหลีมีความเข้าใจลึกซึ้งต่อพลังวิญญาณและพลังกายอย่างยิ่ง

        เนี่ยหลีโคจรลมปราณเพื่อเสริมความแข็งแกร่งให้แก่ร่างกาย กล้ามเนื้อทุกส่วนในร่างค่อยๆ ขยายตัวและสั่นสะเทือน แม้กล้ามเนื้อที่ขยายตัวขึ้นบนร่างของเนี่ยหลีไม่เด่นชัด แต่ก็เต็มไปด้วยพลังที่พร้อมจะปะทุออกมา

        “ข้าจะต่อให้เจ้าสามกระบวนท่า ไม่อยากได้ยินเจ้าพูดว่าข้ารังแกเจ้า” ฉู่หยวนประกาศ ไพล่สองแขนไว้ด้านหลัง จ้องมองเนี่ยหลีด้วยท่าทางผยอง สองตาแสดงความดูแคลน

        “ดี!” เนี่ยหลีเร่งความเร็วทันที เขาพุ่งเข้าใส่ฉู่หยวน ศอกข้างหนึ่งกระแทกเข้าใส่ท้องน้อยของฉู่หยวน

        “วิธีต่อสู้แบบเด็กๆ เช่นนี้ เจ้าคิดว่ากำลังเล่นอยู่กับเด็กที่บ้านหรืออย่างไร?” ฉู่หยวนหัวเราะเยาะเย้ย เห็นศอกของเนี่ยหลีจวนเจียนพุ่งเข้าใส่ท้องน้อย มือข้างหนึ่งกวาดไปด้านหลัง รักษาระยะห่างจากศอกของเนี่ยหลี

        ในสายตาของฉู่หยวน ศอกของเนี่ยหลีไม่มีทางถูกร่างกายของเขาได้ แต่เวลานี้มุมปากของเนี่ยหลีกำลังหยักยกยิ้มเย็น ฉู่หยวนภาคภูมิใจในตนเองเกินไป! เนี่ยหลีพลันชะงักท่าร่างและโคจรพลัง เปลี่ยนศอกเป็นหมัดๆ หนึ่ง กระแทกโจมตีเข้าใส่ท้องน้อยของฉู่หยวน ฉู่หยวนเกิดมาก็ร่ำรวย ฝีเท้าไร้กำลัง ไม่เคยมีประสบการณ์การต่อสู้ แม้มีพลังกายระดับทองแดงหนึ่งดาว ก็คงเป็นเพราะอาศัยยาวิเศษบำรุง เนี่ยหลีแค่ใช้กลยุทธ์เล็กๆ น้อยๆ ขณะต่อสู้ก็สามารถทำให้ฉู่หยวนพ่ายแพ้ได้อย่างง่ายดายแล้ว

        ระดับแค่นี้ เล่นงานเจ้าจนตายยังไม่ง่ายหรือ?

        ข้าอุตส่าห์เตรียมวิธีพลิกแพลงไว้ตั้งมากมาย ดูท่าคงไม่ต้องใช้แล้วกระมัง!

        ขณะโจมตีเข้าใส่ท้องน้อยของฉู่หยวน กล้ามเนื้อบนท่อนแขนของเนี่ยหลีเกร็งแน่นขึ้นในฉับพลัน เห็นถึงพลังระเบิดอันน่าสะพรึงกลัวจากหมัดที่เนี่ยหลีปล่อยออกไป

        ท่าทางสบายอกสบายใจบนใบหน้าของฉู่หยวนแข็งทื่อแล้ว เขากุมท้องน้อยตัวงอราวกุ้ง เสียงกระแทกพื้นดังสนั่น ร่างกายบิดเร่าๆ ยังได้ยินเสียงขย้อนออกมา หมัดของเนี่ยหลีแทบควักเอาลำไส้ในท้องออกมาแล้ว!

        เห็นภาพฉากนี้ ผู้คนรอบด้านยืนเซ่อแล้ว

        ฉู่หยวน นักสู้ระดับทองแดงสามดาวผู้หนึ่ง ลำพังร่างกายอย่างเดียวก็มีพลังระดับทองแดงหนึ่งดาวแล้ว กลับถูกหมัดๆ เดียวของเนี่ยหลีชกจนร่วงลงพื้น?

        ฉู่หยวนประเมินคู่ต่อสู้ของตนต่ำเกินไปใช่หรือไม่? จึงปล่อยให้เนี่ยหลีได้เปรียบ?

        “ไม่ถูกต้อง ในแง่ของพลังกาย ต่อให้เนี่ยหลีชกใส่ฉู่หยวนได้หมัดหนึ่ง ประมาณแล้วก็ไม่น่าจะทำอันตรายฉู่หยวนได้ ความแตกต่างในด้านพลังห่างกันมากเกินไป แต่เมื่อครู่เกิดอะไรขึ้น? ฉู่หยวนกลับถูกจัดการได้ในหมัดเดียว?”

        เวลานี้ทุกคนจึงเริ่มเข้าใจ เนี่ยหลีน่าจะปิดซ่อนพลังของตนเอาไว้ พลังกายของเนี่ยหลีอย่างน้อยคงต้องถึงระดับทองแดงหนึ่งดาวแล้ว

        สิ่งที่พวกเขาไม่รู้ก็คือ เนี่ยหลียังไม่ถึงระดับทองแดง แต่ความสามารถในการควบคุมพลังของเขามิใช่สิ่งที่คนธรรมดาทั่วไปจะคิดถึงได้ ขณะที่ใช้หมัด เขารวบรวมพลังทั้งหมดไว้ที่หมัดและจู่โจมออกไป บริเวณที่จู่โจมก็เป็นจุดที่อ่อนแอที่สุดบริเวณเอวและท้องน้อย นี่ถือเป็นความปราณีแล้วที่หมัดๆ นั้นไม่กระแทกฉู่หยวนจนพิการ

        ในแง่ของการใช้พลัง เนี่ยหลีถือเป็นปรมาจารย์ผู้หนึ่ง ไม่ต้องพูดว่าฉู่หยวนมีร่างกายอยู่แค่ระดับทองแดง ต่อให้เป็นระดับทองแดงห้าดาวหรือกระทั่งระดับเงินผู้หนึ่ง เกรงว่ายามถูกเนี่ยหลีในเวลานี้ชกใส่ก็คงต้องลงไปกลิ้งกับพื้นเช่นกัน

        คนที่รู้จักแต่อาศัยกำลังเข้าต่อสู้ซึ่งๆ หน้า ในสายตาของเนี่ยหลีก็ไม่ต่างอะไรจากคนทั่วไป

        ดวงตาสดใสของเยี่ยจื่ออวิ๋นแสดงความตกตะลึง เนี่ยหลีใช้หมัดเดียวชกจนฉู่หยวนล้มลงไปกลิ้งอยู่กับพื้น คลื่นลูกนี้ซัดใส่กลางใจของเด็กสาว เนี่ยหลียังไม่ถึงระดับทองแดงหนึ่งดาวด้วยซ้ำ เนี่ยหลีทำได้อย่างไร? เยี่ยจื่ออวิ๋นพบว่านางประเมินพลังของเนี่ยหลีต่ำเกินไปเสมอ

        หูเหยียนหลันรั่วจ้องมองเนี่ยหลีอย่างมีความหมาย พลังที่เนี่ยหลีแสดงออกมาช่างทำให้นางตกใจ ความสนใจในตัวเนี่ยหลีก็ยิ่งเพิ่มพูนขึ้น

        “น่าสนใจ” เฉินหลินเจี้ยนจ้องมองเนี่ยหลีอย่างสนใจยิ่ง

        ฉู่หยวนชักดิ้นชักงออยู่บนพื้นเป็นนาน ไม่สามารถลุกขึ้นมาได้ ในฐานะที่เป็นชนชั้นสูง เขากลับถูกคนชกตีจนย่ำแย่ถึงเพียงนี้ เขาคิดว่าพลังของตนเหนือเนี่ยหลีและสามารถขยี้เนี่ยหลีได้อย่างง่ายดาย ยังต่อให้เนี่ยหลีสามกระบวนท่า คิดไม่ถึงว่าแค่กระบวนท่าเดียว เขาก็ร่วงลงพื้นจนลุกไม่ไหวแล้ว

        ลำไส้ทั่วท้องปั่นป่วนไปหมด นับว่าเป็นความเจ็บปวดที่ไม่อาจจินตนาการถึงได้ หากมิใช่เพราะฝืนทนอยู่ เกรงว่าฉู่หยวนคงเป็นลมสิ้นสติไปแล้ว

        เวลานี้เนี่ยหลีมองฉู่หยวนที่กลิ้งอยู่บนพื้น เอ่ยถามขึ้นด้วยท่าทีไร้เดียงสา “เจ้าบอกว่าจะต่อให้ข้าสามกระบวนท่า เวลานี้ข้าเพิ่งใช้ออกไปกระบวนท่าเดียว ยังเหลืออีกสองชุด!”

        ได้ยินคำพูดของเนี่ยหลี ฉู่หยวนผู้กำลังทนทุกข์ทรมานต่อความเจ็บปวดและพยายามจะลุกขึ้นมาก็ดวงตาดำมืดแล้ว มารดามันเถอะ เจ้ายังมีมนุษยธรรมอยู่หรือไม่ แค่กระบวนท่าเดียวเมื่อครู่ก็แทบคร่าชีวิตข้าไปกว่าครึ่งแล้ว เนี่ยหลียังคิดจะให้เขารับอีกสองกระบวนท่า!

 


ติดตามอัพเดทก่อนใคร ด้วยการกดไลค์แฟนเพจเรื่อง “บันทึกราชันย์เทพอสูร” : https://bit.ly/2PKqEjk

อ่านฟรีได้ที่นี่ หรือ
อ่านล่วงหน้า เร็วกว่าใครหลายร้อยตอนได้ที่เว็บไซต์ กวีบุ๊ค : https://www.kawebook.com/story/view/505

120/เล่ม (หากนับตอนฟรีจะเฉลี่ยอยู่ที่ 90-100 บาท/เล่มค่ะ ) เมื่อเทียบกับนิยายแปลเป็นเล่ม 30 ตอนเท่ากับ 1 เล่ม