0 Views

        เสิ่นเยวี่ยอย่างไรก็คิดไม่ถึง ลูกน้องนักสู้ระดับเงินทั้งสามที่ตระกูลเสินเซิ่งส่งมากลับตกอยู่ในสายตาของเฉินหลินเจี้ยนแล้ว เฉินหลินเจี้ยนจะต้องคิดหาทุกวิถีทางเพื่อฆ่าคนทั้งสาม!

        หากรู้ว่าทั้งสามเป็นคนของตระกูลเสินเซิ่ง เฉินหลินเจี้ยนยังอาจจะยั้งมือ แต่เมื่อเขาได้ยินเนี่ยหลีบอกว่าสามคนนี้น่าจะเป็นคนของสมาคมมืด เฉินหลินเจี้ยนย่อมต้องไร้เมตตา!

        คิดจะเล่นกับข้า ยังอ่อนนัก! เนี่ยหลีไม่ต้องลงมือเองก็สามารถเล่นงานเสิ่นเยวี่ยถึงตายได้แล้ว!

        เยี่ยจื่ออวิ๋นเป็นเด็กฉลาดและขยันหมั่นเพียร เมื่อรู้ว่าเนี่ยหลีผู้อยู่ข้างๆ นางเป็นขุมทรัพย์เคลื่อนที่ บ่อยครั้งจึงคอยขอความรู้เรื่องยันต์และเคล็ดวิชาต่างๆ เนี่ยหลีก็ตอบคำถามของนางทั้งหมด

        ท่าทางของคนทั้งสองที่คุยไปหัวเราะไป พวกเด็กหนุ่มรอบด้านอดที่จะจ้องมองด้วยสายตาอิจฉาไม่ได้

        ต้องพูดว่าเยี่ยจื่ออวิ๋นผู้งดงามตรึงใจผู้คนเป็นเทพธิดาในใจของเด็กหนุ่มเหล่านี้ แต่เพราะฐานะอันสูงส่งยิ่งของเยี่ยจื่ออวิ๋น เด็กหนุ่มหลายคนจึงไม่กล้าเข้าใกล้เยี่ยจื่ออวิ๋น ยามอยู่ต่อหน้าเยี่ยจื่ออวิ๋นพวกเขามักรู้สึกด้อยกว่ามาก ยิ่งไปกว่านั้น บุคลิกเย็นชาน้อยๆ ของนางก็ยิ่งทำให้นางมีระยะห่างกับผู้อื่น

        แม้พวกเขาชื่นชมเยี่ยจื่ออวิ๋น แต่กลับไม่มีความกล้าพอที่จะพูดคุยกับนาง

        แต่เหตุใด ยามเยี่ยจื่ออวิ๋นพูดคุยกับเนี่ยหลีจึงดูสบายๆ และเป็นธรรมชาติอย่างยิ่ง รอยยิ้มงดงามของนางทำให้เด็กหนุ่มทั้งหลายใจเต้นระรัวแล้ว

        เด็กหนุ่มรอบด้านจึงอดที่จะแอบมองไม่ได้

        เห็นรอยยิ้มหวานตรึงใจของเยี่ยจื่ออวิ๋น เนี่ยอดที่จะคิดถึงความหลังในชีวิตหนก่อนมิได้ เวลานั้นเยี่ยจื่ออวิ๋นยิ่งดูมีเสน่ห์กว่าขณะนี้มาก มองๆ ดูเด็กสาวตรงหน้า เขาคิด เมื่อไหร่นางจะเติบโตจนกลายเป็นสาวงามเต็มตัวเช่นนั้นหนอ?

        เห็นเนี่ยหลีกำลังจ้องมองมาที่ตน เยี่ยจื่ออวิ๋นอดหน้าแดงขึ้นมาไม่ได้ นางก้มหน้าก้มตา ไม่ทราบกำลังคิดถึงสิ่งใด นางหวนนึกถึงท่าทางใจกล้าในห้องเรียนของเนี่ยหลี แต่ก่อนนางเคยรู้สึกรำคาญใจยิ่ง แต่เวลานี้นางเองก็บอกไม่ถูกว่าตนรู้สึกอย่างไร

        ยามอยู่ต่อหน้าเนี่ยหลี เยี่ยจื่ออวิ๋นมักคิดถึงเรื่องเหล่านี้ อดที่จะรู้สึกผิดในใจไม่ได้

        ระหว่างเนี่ยหลีกับเซียวหนิงเอ๋อดูเหมือนความกำกวมไม่ชัดเจนอยู่บ้าง

        ชั่วขณะที่เนี่ยหลีและเยี่ยจื่ออวิ๋นกำลังสนทนากันอยู่ ป่าด้านหลังมีระลอกพลังวิญญาณผันผวนบังเกิดขึ้น บ่งบอกว่ามีการต่อสู้ดุเดือดอยู่

        นักสู้ระดับเงินแปลกหน้าสามคนถูกพวกยอดฝีมือระดับเงินห้าคนที่เฉินหลินเจี้ยนพามาโอบล้อมเอาไว้

        “พูด! พวกเจ้าเป็นใคร? ต้องการอะไร หากไม่ยอมพูด ก็อย่าโทษว่าข้าใจร้าย!” เฉินหลินเจี้ยนสองคิ้วเลิกสูง พูดอย่างเย็นชากราดเกรี้ยว

        เพราะภัยคุกคามจากสัตว์อสูร ทุกครอบครัวในเมืองกวงฮุยจึงมีความสามัคคียิ่ง ปกติไม่ฆ่าคนของครอบครัวอื่น เว้นแต่สมาคมมืด สมาคมมืดเป็นองค์กรของพวกนักฆ่า หากพวกเขายืนยันว่าเป็นคนของสมาคมมืด เช่นนั้นเฉินหลินเจี้ยนก็จะต้องไม่ยอมปล่อยพวกเขาไปแน่

        นักสู้ระดับเงินทั้งสามมองหน้ากัน พวกมันอย่างไรก็ไม่กล้าพูดว่ามาจากตระกูลเสินเซิ่ง! หากสอบสวนขึ้นมาอาจก่อให้เกิดปัญหาใหญ่แก่ตระกูลได้ ดังนั้นนักสู้ระดับเงินทั้งสามจึงไม่ยอมพูดจา พากันพุ่งตัวออกไป

        “ในเมื่อพวกเจ้าไม่ต้องการเปิดเผยฐานะ… อย่าโทษว่าข้าไม่เกรงใจแล้ว!” เฉินหลินเจี้ยนเห็นพวกมันนิ่งเงียบ คิดว่าพวกมันจะต้องเป็นคนจากสมาคมมืดเป็นแน่ จึงตะโกนพูด “ฆ่าพวกมัน!”

        หากเป็นคนของครอบครัวอื่น เฉินหลินเจี้ยนย่อมไม่ลงมือโหดเหี้ยม แต่หากเป็นคนของสมาคมมืด เช่นนั้นย่อมไม่ออมมือ!

        ผู้ติดตามของเฉินหลินเจี้ยนพุ่งตัวออกไป สองฝ่ายต่อสู้พัวพันกันดุเดือด ดาบกระบี่ฉวัดเฉวียน ยอดฝีมือคนหนึ่งของนักสู้ระดับเงินทั้งสามตายไป สองคนที่เหลือหนีไปได้ด้วยสภาพบาดเจ็บสาหัส

        หลังทราบข่าว เสิ่นเยวี่ยแทบเป็นบ้า เขานำนักสู้ระดับเงินสามดาวมาเพื่อจัดการเนี่ยหลี คิดไม่ถึงกลับถูกเฉินหลินเจี้ยนจัดการ สิ่งที่เขาไม่รู้ก็คือ เนี่ยหลีเป็นผู้ให้ข่าวนี้แก่เฉินหลินเจี้ยน และเฉินหลินเจี้ยนจึงได้ลงมือ

        “ดูเหมือนข้าจะต้องลงมือเองเสียแล้ว!” เสิ่นเยวี่ยจิตใจหดหู่ เขานำคนมาหกคน สามคนเป็นนักสู้ระดับทองแดงหนึ่งดาว อีกสามคนเป็นนักสู้ระดับเงินสองดาว ครั้งที่แล้วเขาต้องพ่ายแพ้ให้แก่เนี่ยหลีก็เพราะไม่รู้ว่าเนี่ยหลีสวมชุดเกราะระดับทองแดงทั้งชุดเอาไว้ หากโจมตีเนี่ยหลีที่ศีรษะตั้งแต่เริ่มเปิดฉากจู่โจม ไม่เชื่อว่าเนี่ยหลีจะสามารถหลบพ้นได้!

        เห็นสีหน้าเคร่งเครียดของเสิ่นเยวี่ย เนี่ยหลีก็รู้แล้วว่าเจ้าบ้านี่จะต้องกำลังวางแผนการอะไรบางอย่างอยู่เป็นแน่

        ผ่านไปครู่หนึ่ง เฉินหลินเจี้ยนพานักสู้ระดับเงินห้าคนกลับมา

        “คุณชายเฉิน สามคนนั้นเป็นใครกันหรือ?” เพื่อนคนหนึ่งของเฉินหลินเจี้ยนเอ่ยถาม

        “หากให้ข้าเดา… น่าจะเป็นคนของสมาคมมืด!” เฉินหลินเจี้ยนตอบ

        “ที่แท้ก็เป็นคนของสมาคมมืด พวกมันสมควรตายแล้ว!”

        ได้ยินคำสนทนาของพวกเขา เสิ่นเยวี่ยหน้ากระตุกวูบ เฉินหลินเจี้ยนเข้าใจผิดคิดว่าลูกน้องของเขาทั้งสามคนเป็นพวกสมาคมมืดจึงได้ลงมือโหดเหี้ยม ไม่เช่นนั้นพวกมันคงเพียงถูกไล่กลับไป แต่เขาไม่อาจพูดอะไรได้ ไม่อาจบอกคนพวกนี้ได้ว่าสามคนนั้นเป็นตระกูลเสินเซิ่งส่งมา

        คนหนึ่งตายอย่างสูญเปล่า อีกสองคนก็ไม่ทราบหนีไปอยู่ที่ไหนแล้ว ไม่ว่าจะขื่นขมแค่ไหน เสิ่นเยวี่ยก็ได้แต่กลืนลงท้องไป

        เนี่ยหลี เจ้าคนชั่วช้า!

        เมื่อทราบว่าเฉินหลินเจี้ยนให้ความสำคัญต่อเนี่ยหลี ฐานะของเนี่ยหลีในกลุ่มก็เริ่มสูงขึ้น เพื่อนของเฉินหลินเจี้ยนบางคนก็เริ่มมาพูดคุยกับเนี่ยหลี

        “ข้าชื่อหูเหยียนหลันรั่ว เป็นเพื่อนของคุณชายเฉิน มาจากตระกูลหูเหยียน” หูเหยียนหลันรั่วยิ้มน้อยๆ นางมีอายุราวสิบหกสิบเจ็ดปี เรือนร่างเร่าร้อนเปี่ยมเสน่ห์ดึงดูดเพศตรงข้าม โดยเฉพาะทรวงอกชูชันคู่นั้น ช่างมีอิทธิพลอย่างเหลือร้าย ชุดผ้าไหมสีขาวไม่อาจปกปิดร่องลึกนั้นได้หมด ยามเดินสะท้านไหวน้อยๆ ดวงตางามฉายแววน่ารักเปี่ยมเสน่ห์

        แม่นางผู้นี้เป็นสตรีที่งามล้ำยวนใจผู้หนึ่ง

        แม้ตระกูลหูเหยียนมิใช่หนึ่งในสามตระกูลหลัก แต่ก็เป็นตระกูลที่ทรงอิทธิพลตระกูลหนึ่งในหมู่ชนชั้นสูง

        “ยินดีที่ได้รู้จัก ข้าชื่อเนี่ยหลี” เนี่ยหลีมองๆ หูเหนียนหลันรั่วและพูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ไม่ถูกความงามล่อลวง เขามีความประทับใจหูเหยียนหลันรั่วอยู่เล็กน้อย นางมีพรสวรรค์สูงส่ง เวลานี้ก็เป็นผู้ควบคุมจิตวิญญาณระดับเงินสามดาวผู้หนึ่งแล้ว หลังจากนี้อีกหลายปี นางก็จะขึ้นเป็นว่าที่ของประมุขแห่งตระกูล

        หากมีคนคิดว่าหูเหยียนหลันรั่วเป็นเพียงเด็กสาวน่ารักอ่อนแอ เช่นนั้นก็คิดผิดแล้ว สามารถดำรงตำแหน่งสูงส่งในตระกูลได้ แม้จะเป็นเพียงว่าที่ประมุข แต่หากไม่มีความสามารถบางอย่างก็คงเป็นไม่ได้แล้ว

        หูเหยียนหลันรั่วแปลกใจเล็กน้อย เนี่ยหลีไม่มีความหวั่นไหวต่อความงามของนาง ด้วยอายุของเนี่ยหลีในเวลานี้น่าจะเข้าใจเรื่องราวระหว่างชายหญิงแล้ว เด็กหนุ่มมากมายล้วนหน้าแดงก่ำเมื่ออยู่ต่อหน้านาง กระทั่งเดินก็ไม่ตรงทางแล้ว ทว่าเนี่ยหลีกลับมีทีท่าสงบสุขุมนัก

        ยังมีเด็กหนุ่มบางคนตั้งใจจ้องมองทรวงอกและบั้นท้ายของนาง เต็มไปด้วยความปรารถนา ในขณะที่เนี่ยหลีจ้องมองนางตรงๆ ด้วยดวงตาสดใส ไม่สนใจเรือนร่างที่เต็มไปด้วยความยั่วยวนของนางแม้แต่น้อย

        หูเหยียนหลันรั่วมีความรู้สึกประทับใจเด็กหนุ่มเนี่ยหลีผู้นี้นัก

        “ข้าแก่กว่าเจ้าหลายปี อีกหน่อยเจ้าเรียกข้าว่าพี่หลันรั่วก็ได้” หูเหยียนหลันรั่วยิ้มพราวและพูด

        “เรียกเจ้าว่าพี่หรือ…” เนี่ยหลีค่อนข้างอาย หากหูเหยียนหลันรั่วรู้อายุที่แท้จริงของเขา ไม่ทราบจะมีปฏิกิริยาอย่างไรบ้าง

        “ทำไม ไม่ดีหรือ?” หูเหยียนหลัวรั่วหัวเราะอ่อนโยนและพูด

        เยี่ยจื่ออวิ๋นที่อยู่ข้างๆ เนี่ยหลีรู้สึกไม่ชอบหูเหยียนหลันรั่ว พอได้ยินเสียงหัวเราะอ่อนโยนของหูเหยียนหลันรั่ว นางก็หันหน้าไปทางอื่นอย่างหงุดหงิดเล็กน้อย

        แม้เยี่ยจื่ออวิ๋นไม่สวยเร่าร้อนยวนใจเช่นหูเหยียนหลันรั่ว แต่หากพูดถึงความงดงามสง่าที่กระจายออกมารอบตัวนาง นี่มิใช่สิ่งที่หูเหยียนหลันรั่วจะเปรียบเทียบได้เช่นกัน อีกไม่กี่ปีข้างหน้าเยี่ยจื่ออวิ๋นก็จะยิ่งมีเสน่ห์ชวนให้ผู้คนหวั่นไหวได้มากขึ้นยิ่งกว่าหูเหยียนหลันรั่ว เยี่ยจื่ออวิ๋นทำให้สายตา*ของเนี่ยหลีสูงลิ่วแล้ว ดังนั้นต่อให้มีโฉมงามหูเหยียนหลันรั่วมายืนอยู่ตรงหน้า เนี่ยหลีก็ไม่มีความหวั่นไหวแม้แต่น้อย (*หมายถึงรสนิยมหรือบรรทัดฐานด้านความงามสูงลิ่ว)

        หูเหยียนหลันรั่วกระพริบตาปริบๆ นางมีความสนใจเนี่ยหลีไม่น้อย

        เห็นเนี่ยหลีข้างหนึ่งยืนเคียงโฉมงามเยี่ยจื่ออวิ๋น อีกข้างกำลังสนทนาอยู่กับหูเหยียนหลันรั่วผู้เร่าร้อน ทำให้พวกผู้ชายหลายคนไม่ชอบใจแล้ว

        ชายผู้หนึ่งเดินตรงมาทางเนี่ยหลี ร่างของเขาผอมสูง สวมใส่ชุดยาวสีขาว ดูท่าคงเป็นลูกหลานชนชั้นสูง ผิวของเขาซีดขาวเล็กน้อย ฝีเท้าเบายิ่ง เขาชื่อฉู่หยวน เป็นเด็กในครอบครัวชนชั้นสูงผู้หนึ่งเช่นกัน

        ดวงตาของเขากวาดมองเรือนร่างของเยี่ยจื่ออวิ๋นคราวหนึ่ง สายตาฉายแววกระหาย แม้อายุยังน้อย แต่เยี่ยจื่ออวิ๋นก็เริ่มค่อยๆ เผยความงามระดับที่จะสามารถสร้างความหายนะออกมาแล้ว อนาคตข้างหน้าจะต้องกลายเป็นสตรีระดับนางงามล่มเมืองได้อย่างแน่นอน

        เสียดายที่เขารู้ดี ฐานะของเยี่ยจื่ออวิ๋นสูงส่ง ไม่ใช่ผู้ที่เขาจะแตะต้องได้อย่างเด็ดขาด

        ตรงกันข้าม ฐานะของหูเหยียนหลันรั่วนั้นพอๆ กับเขา หากเขาสามารถจับหูเหยียนหลันรั่วได้ ย่อมต้องเป็นประโยชน์ต่อฐานะในครอบครัวของเขาเป็นอันมาก เรือนร่างเร่าร้อนของหูเหยียนหลันรั่วทำให้หัวใจของเขาร้อนเร่า

        “พวกเจ้ากำลังคุยอะไรกันอยู่หรือ ข้าฟังด้วยได้หรือไม่?” ฉู่หยวนพูดขึ้นพร้อมยิ้มแย้ม ขณะมองๆ เนี่ยหลี สายตาแฝงแววดูแคลน ตามข้อมูลที่เขาได้รู้มา เนี่ยหลีมาจากครอบครัวเล็กๆ นอกจากนั้นยังไม่ใช่นักสู้ระดับหนึ่งดาวด้วยซ้ำ ไม่ต้องพูดถึงความจริงที่เนี่ยหลีมีข้อขัดแย้งกับตระกูลเสินเซิ่ง แม้ตระกูลเสินเซิ่งยังไม่ลงมือกับเนี่ยหลี คิดว่าเนี่ยหลีจะยังสามารถทำตัวโอหังต่อไปได้หรือ? นั่นถือเป็นการดูแคลนตระกูลเสินเซิ่งแล้ว!

        “พวกเรากำลังคุยกันถึงเรื่องยันต์” หูเหยียนหลันรั่วหาข้ออ้าง ในขณะเดียวกันสีหน้าของนางก็แฝงด้วยความรังเกียจและหงุดหงิด นางไม่ชอบฉู่หยวน แต่ความจริงที่ว่าตระกูลฉู่ของเขาก็มีชื่อเสียงอยู่ในเมืองกวงฮุยเช่นกัน นางจึงได้แต่ทำทีเป็นมีไมตรีจิตที่ดีต่อกันในฉากหน้า

        “รูปแบบยันต์เป็นความชำนาญพิเศษของข้าทีเดียว! หากหลันรั่วมีตรงไหนไม่เข้าใจ เจ้ามาหาข้าได้เสมอ การศึกษาวิจัยรูปแบบยันต์ของข้าย่อมต้องลึกซึ้งกว้างขวางกว่าเด็กอายุสิบสามปีผู้หนึ่งอย่างแน่นอน” ฉู่หยวนหัวเราะฮาๆ พูด ใบหน้าเต็มไปด้วยความภาคภูมิใจ

        ในใจของเยี่ยจื่ออวิ๋นไม่ค่อยเห็นด้วย ฉู่หยวนจะเชี่ยวชาญเรื่องยันต์เท่าไหร่กัน เทียบกับป้าเซวียของนางได้หรือ? อย่างไรก็ตาม กระทั่งเซวียยินก็ยังยอมรับว่าเนี่ยหลีเป็นอาจารย์นักเขียนยันต์ผู้หนึ่ง!

        พูดจาใหญ่โต ในใจของหูเหยียนหลันรั่วเยาะหยัน นางมีความสนใจเนี่ยหลีก็เพราะว่าเนี่ยหลีมองเพียงคราวเดียวก็เข้าใจทะลุปรุโปร่งถึงที่มาของยันต์ระเบิดเพลิงสีแดง หากไม่มีความเชี่ยวชาญในเรื่องยันต์เป็นอย่างยิ่ง จะรู้ได้อย่างไรว่ายันต์ระเบิดเพลิงสีแดงนั้นมาจากหนังสืออัคคีสายฟ้าศักดิ์สิทธิ์? เกรงว่าทุกคนคงยังไม่เคยอ่านหนังสืออัคคีสายฟ้าศักดิ์สิทธิ์มาก่อนด้วยซ้ำ เรื่องนี้ไม่ใช่แค่อาศัยโชคก็สามารถอธิบายได้

        “ข้ากลับคิดว่าไม่จำเป็น หลายครั้งที่อายุก็ไม่สามารถบ่งบอกอะไรได้ มีคนที่สามารถทำลายขอบเขตของอายุอยู่เสมอ ซึ่งพวกเรามักเรียกคนเช่นนั้นว่าอัจฉริยะ” หูเหยียนหลันรั่วพูดด้วยเจตนาประจบเอาใจเล็กน้อยขณะกวาดตามองผ่านเนี่ยหลี

        หูเหยียนหลันรั่วคิดว่าเนี่ยหลีเป็นอัจฉริยะหรือ? ฉู่หยวนยิ้มดูแคลน หากพูดว่าเยี่ยจื่ออวิ๋นเป็นอัจฉริยะผู้หนึ่งเขาคงไม่ปฏิเสธเพราะนางก้าวผ่านถึงระดับทองแดงหนึ่งดาวแล้ว อย่างไรก็ตาม เนี่ยหลีมีอาณาเขตวิญญาณสีแดงและพลังวิญญาณก็ต่ำต้อยจนน่าขัน หากคนเช่นนี้สามารถนับว่าเป็นอัจฉริยะได้ เช่นนั้นคำว่าอัจฉริยะก็คงไร้ค่าไปไม่น้อยแล้ว หรือมิใช่?

        ต่อให้พอจะมีความรู้ด้านยันต์อยู่บ้าง แล้วจะเป็นอย่างไร? เมืองกวงฮุยให้ความเคารพกับผู้เยี่ยมยุทธ์เป็นอันมาก มีเพียงผู้เยี่ยมยุทธ์จึงสมควรได้รับความนับถือจากผู้อื่น

 


ติดตามอัพเดทก่อนใคร ด้วยการกดไลค์แฟนเพจเรื่อง “บันทึกราชันย์เทพอสูร” : https://bit.ly/2PKqEjk

อ่านฟรีได้ที่นี่ หรือ
อ่านล่วงหน้า เร็วกว่าใครหลายร้อยตอนได้ที่เว็บไซต์ กวีบุ๊ค : https://www.kawebook.com/story/view/505

120/เล่ม (หากนับตอนฟรีจะเฉลี่ยอยู่ที่ 90-100 บาท/เล่มค่ะ ) เมื่อเทียบกับนิยายแปลเป็นเล่ม 30 ตอนเท่ากับ 1 เล่ม