0 Views

        เซียวอี้จ้องมองเซียวหนิงเอ๋อด้วยสายตาเย็นชาและพูด “นี่คงไม่ใช่การหาข้ออ้างหรอกนะ!” เซียวอี้หันไปมองเซียวอวิ๋นเฟิง พ่อลูกคู่นี้จะต้องปิดบังอะไรบางอย่างเอาไว้เป็นแน่!

        คิ้วเรียวงามของเซียวหนิงเอ๋อเลิกสูงเล็กน้อย จ้องมองเซียวอี้และพูด “ท่านอาพูดเช่นนี้ มิใช่จะเกินไปสักหน่อยหรือ? ข้าสาบานต่อสวรรค์ ทุกประโยคที่ข้าพูดล้วนเป็นความจริง!”

        ได้ยินคำพูดของเซียวหนิงเอ๋อ เซียวอี้เชื่อว่าเป็นความจริงอยู่หลายส่วน เขารู้จักนิสัยของเซียวหนิงเอ๋อเป็นอย่างดี เซียวอี้นิ่งเงียบอยู่ครู่หนึ่งและพูด “ในเมื่อคนผู้นั้นเป็นเพื่อนของหลานหนิงเอ๋อ เหตุใดหลานหนิงเอ๋อไม่ไปขอหญ้าจื่อหลันพวกนั้นคืนมา?”

        ได้ยินคำพูดของเซียวอี้ สีหน้าของเซียวหนิงเอ๋อแปรเปลี่ยนแล้ว “ท่านอาพูดเช่นนี้หมายความว่าอย่างไร? หญ้าจื่อหลันพวกนั้น เขาเชื่อใจให้ข้าไปซื้อหาให้ ข้ากลับไปขอคืนจากเขา จะมิกลายเป็นคนต่ำช้าหรอกหรือ?”

        “เรื่องนี้เกี่ยวข้องกับผลประโยชน์ของตระกูล!” เซียวอี้ใบหน้าแดงก่ำโกรธเกรี้ยว

        “เซียวอี้ หยุดเรื่องนี้เถอะ ต่อให้พวกเราไปขอคืนจากเขา เขาจะยอมคืนให้หรือ?” เซียวอวิ๋นเฟิงชำเลืองมองไปทางเซียวอี้เล็กน้อย เขาย่อมไม่ยอมให้เซียวอี้บีบบังคับหนิงเอ๋อเช่นนี้

        “เรื่องจำพวกนี้ อาจไม่จำเป็นต้องใช้กลยุทธ์อะไร ต้องดูว่าอีกฝ่ายฐานะเป็นอย่างไร!” เซียวอี้ยิ้มเย็นพูด “หากอีกฝ่ายไม่มีฐานะ พวกเราก็แค่บีบให้มันคายหญ้าจื่อหลันออกมา!”

        ได้ยินคำพูดของเซียวอี้ อารมณ์ของเซียวหนิงเอ๋อก็ยิ่งโมโหแล้ว พลังปราณปีกมังกรสายฟ้าวายุในร่างของนางไม่อาจกดข่มต่อไปได้อีก อาณาเขตวิญญาณของนางสั่นสะเทือนฉับพลัน เสียงลมและสายฟ้าเบาๆ ดังขึ้น แสงสีฟ้ากลุ่มหนึ่งระเบิดตัวพุ่งขึ้นสู่ฟ้า รัศมีกายแข็งแกร่งเริ่มกระจายตัวออกไปทั้งสี่ทิศทาง

        ในขณะนี้ ผลจากคลื่นอารมณ์อันรุนแรง พลังวิญญาณของเซียวหนิงเอ๋อเพิ่มพูนขึ้นอย่างก้าวกระโดด อาณาเขตวิญญาณดูเหมือนเกิดความเปลี่ยนแปลงอย่างหนึ่ง

        “เกิดอะไรขึ้น? เกิดอะไรขึ้นกับหนิงเอ๋อ?” เซียวอวิ๋นเฟิงเบิกตากว้างจ้องมองเซียวหนิงเอ๋อด้วยความอัศจรรย์ใจ เซียวหนิงเอ๋อเพิ่งเลื่อนขึ้นสู่ระดับทองแดงหนึ่งดาวได้ไม่นาน พลังวิญญาณของนางแข็งแกร่งถึงปานนี้ได้อย่างไร? พลังวิญญาณที่กระจายออกมาจากร่างกายของเซียวหนิงเอ๋อกระทั่งทำให้ผู้ควบคุมจิตอสูรระดับทองเช่นเขารู้สึกถึงความกดดัน!

        เซียวอี้จ้องมองเซียวหนิงเอ๋อด้วยความอัศจรรย์ใจ เซียวหนิงเอ๋อฝึกเคล็ดวิชาอะไรกัน? พลังวิญญาณกล้าแข็งปานนี้ดูไม่เหมือนมาจากผู้ที่เพิ่งก้าวเข้าสู่ระดับทองแดงหนึ่งดาวเลย

        ร่างกายของเซียวหนิงเอ๋อเต็มไปด้วยแสงสว่าง เกลียวพลังวิญญาณสายหนึ่งพันรอบร่างของนางราวกับแถบผ้าผืนหนึ่ง ลำแสงสีขาวส่องต้องชุดไหมของเซียวหนิงเอ๋อจนดูศักดิ์สิทธิ์ยิ่ง ราวกับเทพธิดาจากเก้าสวรรค์ชั้นฟ้า พลังวิญญาณบีบอัดจนค่อยๆ กลายเป็นรูปปีกโปร่งแสงคู่หนึ่งปรากฏขึ้นที่ด้านหลังของเซียวหนิงเอ๋อ

        “พลังวิญญาณกำลังเปลี่ยนรูป!” เห็นภาพนี้ ผู้อาวุโสทั้งหก รวมถึงเซียวอี้ ต่างพากันลุกพรวดพราดขึ้นยืนและจ้องมองด้วยความตกตะลึง

        กระทั่งเซียวอวิ๋นเฟิงก็ตกใจเช่นกัน เขาคิดไม่ถึงว่า พลังยุทธ์ของบุตรสาวจะก้าวหน้าอย่างรวดเร็วถึงปานนี้ ก้าวเข้าถึงระดับวิญญาณเปลี่ยนรูปได้!

        พลังวิญญาณเปลี่ยนรูป สิ่งนี้เกิดจากพลังวิญญาณที่บริสุทธิ์จนถึงที่สุด! ผู้ควบคุมจิตอสูรที่สามารถก้าวเข้าถึงระดับพลังวิญญาณเปลี่ยนรูปนับว่าหาได้ยากยิ่ง ปกติอย่างน้อยต้องเป็นผู้ควบคุมจิตอสูรที่มีพรสวรรค์ระดับทองขึ้นไป ในผู้ควบคุมจิตอสูรระดับทองสิบคน อาจจะมีสักคนหนึ่งที่สามารถก้าวเข้าถึงระดับพลังวิญญาณเปลี่ยนรูปได้ หากผู้ควบคุมจิตอสูรผู้หนึ่งสามารถเปลี่ยนรูปพลังวิญญาณได้ พลังวิญญาณของเขาก็จะแข็งแกร่งอย่างยิ่งยวด ความสำเร็จในอนาคตอย่างน้อยต้องได้เป็นผู้ควบคุมจิตอสูรระดับทองดำหรือสูงกว่า ยังมีความเป็นไปได้ที่จะก้าวขึ้นถึงระดับตำนาน!

        เซียวหนิงเอ๋อเงยหน้าขึ้น จ้องมองเซียวอี้ด้วยสีหน้าเย็นชา นางพูด “ผู้ที่เชื่อใจให้ข้าจัดซื้อหญ้าจื่อหลันมาให้ เขาดีต่อข้ามาก หากท่านอาวางแผนที่จะบีบบังคับเขาให้เสียเปรียบ เช่นนั้นต่อให้พลังยุทธ์ของข้าจะด้อยกว่าท่านอามากนัก ข้าก็จะสู้ด้วยชีวิต หยุดท่านอาให้ได้!”

        สีหน้าของเซียวหนิงเอ๋อกล้าหาญนัก น้ำเสียงที่พูดก็เย็นชาราวน้ำแข็ง ทิ่มแทงเข้ากลางใจ

        ระดับทองแดงก็ก่อรูปวิญญาณแล้ว สิ่งนี้ย่อมพิสูจน์ว่าพรสวรรค์ที่มีอยู่มากล้นเกินคนทั่วไปจะคิดถึงได้ เซียวหนิงเอ๋อเพิ่งอายุสิบสามปี อีกหลายปีข้างหน้าจะเป็นอย่างไร? ความก้าวหน้าของอัจฉริยะเช่นนี้จะต้องน่าตกใจอย่างยิ่ง อีกไม่กี่ปีนางก็คงก้าวขึ้นถึงระดับเงิน ระดับทอง หรือกระทั่งระดับที่สูงกว่านั้น!

        เซียวอี้ในที่สุดก็หัวหดแล้ว ตามกฎของตระกูล เซียวหนิงเอ๋อแสดงพลังวิญญาณที่เปลี่ยนรูปออกมา นับจากนี้ไปฐานะในครอบครัวของนางยังสูงกว่าเซียวอวิ๋นเฟิงเสียอีก!

        คำสั่งที่สืบทอดกันมาแต่ครั้งบรรพชนตระกูลอี้หลง ไม่ว่าเมื่อใด ฐานะของอัจฉริยะผู้ฝึกยุทธ์ในครอบครัวถือว่าสูงส่งที่สุด หากมีอาณาเขตวิญญาณสีฟ้าหรือสีคราม ครอบครัวจะต้องใช้ความพยายามสุดความสามารถบำรุงพวกเขา และฐานะของพวกเขาในครอบครัวก็สำคัญยิ่ง นี่เป็นเพราะ มีแต่อัจฉริยะผู้หนึ่งเท่านั้น จึงจะสามารถนำพาครอบครัวขึ้นสู่จุดสูงสุดได้!

        ทั้งๆ ที่เซียวหนิงเอ๋อมีเพียงอาณาเขตวิญญาณสีเขียว ทว่าแค่อยู่ในระดับทองแดงก็สามารถเปลี่ยนรูปพลังวิญญาณได้แล้ว นี่ยังหาได้ยากยิ่งกว่าผู้ที่มีอาณาเขตวิญญาณสีฟ้าเสียอีก! เพราะมีผู้ควบคุมจิตอสูรที่มีอาณาเขตวิญญาณสีฟ้ามากมายในประวัติศาสตร์ แต่พวกเขากลับค่อยๆ ตกต่ำลงไป มีเพียงหนึ่งในสิบคนเท่านั้นที่สามารถทะลวงขึ้นเหนือระดับทองได้ ซึ่งเป็นเรื่องที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิงกับผู้ที่สามารถเปลี่ยนรูปพลังวิญญาณได้ ไม่มีผู้ใดในหมู่ผู้ที่สามารถเปลี่ยนรูปพลังวิญญาณจะมีความก้าวหน้าต่ำกว่าระดับทอง!

        ครั้งเมื่อยืนยันได้ว่าผู้เยาว์รุ่นใหม่มีอัจฉริยะยอดเยี่ยมถือกำเนิดขึ้น ทุกคนในครอบครัวจะต้องปูทางให้แก่อัจฉริยะผู้ยอดเยี่ยมเหล่านี้!

        พวกผู้อาวุโสมองหน้ากัน กระทั่งผู้อาวุโสสองคนที่ไม่ค่อยลงรอยกับเซียวอวิ๋นเฟิงก็ยังไม่ลังเลที่จะเข้าข้างเซียวอวิ๋นเฟิง

        “หนิงเอ๋อเพิ่งก้าวถึงระดับทองแดงก็สามารถเปลี่ยนรูปพลังวิญญาณได้แล้ว ความสำเร็จในอนาคตข้างหน้าจะต้องโดดเด่นอย่างแน่นอน!”

        “ยินดีด้วยท่านประมุข ยินดีด้วยหนิงเอ๋อ ในที่สุดตระกูลอี้หลงของพวกเราก็มีวันนี้แล้ว!”

        ผู้อาวุโสหลายคนที่เคยต้องการให้เซียวหนิงเอ๋อส่งมองหญ้าจื่อหลันออกมา แต่ละคนต่างคลี่ยิ้มชื่นชมยินดี กล่าวคำชื่นชมนางไม่หยุด! พรสวรรค์ที่เซียวหนิงเอ๋อแสดงให้เห็นน่าตื่นตะลึงเกินไป ไม่มีผู้ใดคาดได้ว่าเซียวหนิงเอ๋อจะเติบโตไปถึงเพียงไหน

        ได้ยินคำชื่นชมจากผู้อาวุโสหลายคน เซียวอวิ๋นเฟิงรู้สึกสบายใจขึ้น หัวเราะร่าเป็นการใหญ่

        “แล้วเรื่องการแต่งงานกับตระกูลเสินเซิ่งเล่า?” เซียวอี้พึมพำ เซียวอวิ๋นเฟิงมีบุตรสาวเพียงคนเดียว หากเซียวหนิงเอ๋อแต่งออกไปให้แก่ตระกูลเสินเซิ่ง เซียวอี้ก็จะสามารถชิงตำแหน่งประมุขได้ ทว่าเวลานี้สถานการณ์ไม่เป็นไปดังที่เขาคาดคิด

        “เซียวอี้ เรายังจำเป็นต้องส่งมอบอัจฉริยะรุ่นเยาว์เพียงคนเดียวที่มีอยู่ ผู้ที่จะสามารถทำให้ครอบครัวของเราฟื้นตัวได้ ไปให้แก่ตระกูลเสินเซิ่งหรือ?” ผู้อาวุโสคนหนึ่งคัดค้าน หากเซียวหนิงเอ๋อต้องแต่งออกไปให้แก่ตระกูลเสินเซิ่ง นางก็จะต้องกลายเป็นคนของตระกูลเสินเซิ่ง จะไม่มีความเกี่ยวข้องกับตระกูลอี้หลงอีกต่อไป ดังนั้นพวกเขาจึงไม่มีทางปล่อยให้เรื่องนี้เกิดขึ้นอย่างเด็ดขาด

        เซียวอี้รู้สึกสลดนัก เดิมที่เขาสามารถรวบรวมผู้อาวุโสได้มากมาย  ตระเตรียมชิงตำแหน่งประมุขจากเซียวอวิ๋นเฟิง แต่หลังจากเซียวหนิงเอ๋อแสดงพรสวรรค์ของนางออกมา ทำให้ผู้อาวุโสเหล่านี้หันไปเข้าข้างเซียวอวิ๋นเฟิง

        “เทียบกับข่าวดีที่หนิงเอ๋อนำมาให้พวกเรา หญ้าจื่อหลันพวกนั้นก็ไม่มีความหมายอะไรแล้ว?” ผู้อาวุโสอีกท่านหนึ่งหัวเราะเบาๆ

        ท่าทีที่เปลี่ยนแปลงไปของพวกผู้อาวุโสทำให้เซียวหนิงเอ๋อแปลกใจเล็กน้อย เมื่อครู่นี้นางมีอารมณ์พุ่งพล่าน พลังวิญญาณพัฒนาขึ้นมาอย่างคาดไม่ถึง ทำให้เกิดการเปลี่ยนรูปของพลังวิญญาณ หากมิใช่เพราะเคล็ดวิชาปีกมังกรสายฟ้าวายุ เซียวหนิงเอ๋อคงไม่สามารถปลดปล่อยพรสวรรค์ที่ทรงอานุภาพภายในอาณาเขตวิญญาณออกมาได้ถึงเพียงนี้!

        อันที่จริง ต่อให้ฝึกเคล็ดวิชาปีกมังกรสายฟ้าวายุ ความเป็นไปได้ที่พลังวิญญาณจะเปลี่ยนรูปก็ต่ำนัก เซียวหนิงเอ๋อนับว่าได้ประโยชน์จากภัยพิบัติแล้ว

        เซียวหนิงเอ๋อกลับยิ่งรู้สึกสำนึกถึงบุญคุณของเนี่ยหลี หากมิใช่เพราะเขา สถานการณ์ของนางเวลานี้ก็ไม่ทราบจะเป็นเช่นไร

        “สำหรับตระกูลเสินเซิ่ง พวกเรายังไม่อาจแข็งขืนกับพวกเขาได้ในเวลานี้ ยังมีเวลาอีกสองปีก่อนจะถึงเวลาแต่งงานตามข้อตกลง ฉะนั้นพวกเราจะดึงเรื่องนี้เอาไว้ก่อน อย่าได้เป็นกังวลไป!” เซียวอวิ๋นเฟิงยิ้มอย่างภาคภูมิ แม้เขาเป็นถึงประมุข แต่ก็ถูกผู้อาวุโสหลายคนคอยกดดัน อย่างไรก็ตาม วันนี้ในที่สุดก็สามารถหายใจได้คล่องขึ้น  ลำบากหนิงเอ๋อแล้ว

        “หนิงเอ๋อ พลังวิญญาณของเจ้ามีกี่จุดแล้ว?” เซียวอวิ๋นเฟิงเอ่ยถาม

        “ครั้งก่อนที่ทดสอบมีหนึ่งร้อยห้าจุด” เซียวหนิงเอ๋อตอบ เมื่อครู่ที่พลังวิญญาณเปลี่ยนรูป ดูเหมือนว่าพลังวิญญาณของนางจะมีความก้าวหน้าบางอย่าง

        “เอาผลึกวิญญาณออกมาทดสอบดู!” เซียวอวิ๋นเฟิงยิ้มน้อยๆ

        เซียวหนิงเอ๋อนำผลึกวิญญาณออกมาและถ่ายเทพลังวิญญาณของนางลงไปในผลึกวิญญาณ ภายในผลึกวิญญาณยิ่งมาก็ยิ่งทอแสงสุกใส บังเกิดเสียงลมเสียงสายฟ้าเบาๆ ให้ได้ยิน

        อย่างไรก็ตาม เซียวอวิ๋นเฟิงและพวกผู้อาวุโสสนใจแต่พลังวิญญาณที่ปรากฏ

        “พลังวิญญาณสามร้อยหกสิบสองจุด?” ไม่ว่าจะเป็นเซียวอวิ๋นเฟิงหรือบรรดาผู้อาวุโส แต่ละคนต่างอ้าปากหายใจเย็นเยียบคำหนึ่ง

        เซียวหนิงเอ๋อเพิ่งทดสอบพลังวิญญาณไปเมื่อไม่กี่วันก่อน และเพียงไม่กี่วันพลังวิญญาณก็เลื่อนขึ้นเป็นสามร้อยหกสิบห้าจุดแล้ว? ถึงระดับทองแดงสามดาวแล้ว?

        “ช่างสมกับเป็นอัจฉริยะที่สามารถเปลี่ยนรูปพลังวิญญาณได้จริงๆ!” กลุ่มผู้อาวุโสทุกคนทั้งประหลาดใจทั้งดีใจล้นเหลือ มีเพียงเซียวอี้ที่มีสีหน้าหม่นหมอง

        เซียวหนิงเอ๋อก็แปลกใจอย่างยิ่งกับผลลัพธ์นี้ นางไม่คาดคิดมาก่อนว่าพลังวิญญาณของนางจะก้าวหน้าได้รวดเร็วปานนี้ ด้วยสิ่งนี้ ผู้อาวุโสทั้งหลายในครอบครัวคงไม่บังคับให้นางแต่งงานกับตระกูลเสินเซิ่งอีก เมื่อคิดถึงเรื่องทั้งหมด ทุกอย่างล้วนเป็นสิ่งที่เนี่ยหลีมอบให้ ครุ่นคิดถึงทุกอย่างเกี่ยวแก่เนี่ยหลี ในใจของเซียวหนิงเอ๋อก็บังเกิดความรู้สึกหวานซึ้งขึ้นมาวูบหนึ่ง

        เซียวหนิงเอ๋อกำหมัดแน่น นางจะต้องฝึกหนักต่อไป มีเพียงพลังเท่านั้น นางจึงจะไม่ต้องจำนนต่อแรงกดดันของตระกูลเสินเซิ่งและการแต่งงานกับเสิ่นเฟย!

        ค่ำคืนเงียบสงัด

        เนี่ยหลีกำลังนั่งขัดสมาธิฝึกลมปราณอยู่ ค่อยๆ เข้าสู่สภาวะไร้ตัวตน อาณาเขตวิญญาณสงบนิ่งไร้ความเคลื่อนไหว

        ขณะกำลังฝึกเคล็ดวิชาเทียนเต้า พลังปราณจากผืนดินและสวรรค์ถูกดูดซับเข้าสู่ร่างกายของเนี่ยหลี พลังวิญญาณของเขาขยายตัวขึ้นอย่างมั่นคงต่อเนื่อง

        สายลมเย็นพัดผ่านเสียงดังหวีดหวิว ราตรียิ่งเงียบสงัด

        ภายใต้การควบคุมของเนี่ยหลี พลังวิญญาณเคลื่อนไปทั่วร่าง กล้ามเนื้อทุกส่วนเริ่มสั่นเป็นจังหวะที่สม่ำเสมอราวกับสายพิณที่ถูกดีดสี นี่คือผลลัพธ์จากการฝึกเคล็ดวิชาเทียนเต้า สามารถฝึกทั้งพลังวิญญาณและร่างกายไปได้พร้อมๆ กัน

        พ้นเที่ยงคืนแล้วเนี่ยหลีจึงหยุดฝึก หากพลังวิญญาณยังไม่แข็งแกร่งพอ การฝึกยามวิกาลจะทำให้เกิดผลข้างเคียงได้

        เขาหยิบผลึกวิญญาณออกมาทดสอบ พลังวิญญาณเพิ่มขึ้นเป็นแปดสิบสองจุดแล้ว ผลลัพธ์จากการฝึกยุทธ์ในหลายวันที่ผ่านมาไม่เลวเลยทีเดียว

        ไกลออกไป มีเงาร่างคนสองสามคนเดินสวนกันไปมา เป็นยามที่รับหน้าที่เฝ้าเวรเวลากลางคืน

        ทันใดนั้น มีกลิ่นแปลกๆ ลอยมา กลิ่นคล้ายสัตว์อสูรบางชนิด ใบหน้าของเนี่ยหลีตื่นตัว เขารีบลุกขึ้น

        หากค่ายพักถูกสัตว์อสูรโจมตีก็คงต้องลำบากแล้ว!

        เนี่ยหลีรีบลุกขึ้นยืน เดินตรงลึกเข้าไปในป่า

 


ติดตามอัพเดทก่อนใคร ด้วยการกดไลค์แฟนเพจเรื่อง “บันทึกราชันย์เทพอสูร” : https://bit.ly/2PKqEjk

อ่านฟรีได้ที่นี่ หรือ
อ่านล่วงหน้า เร็วกว่าใครหลายร้อยตอนได้ที่เว็บไซต์ กวีบุ๊ค : https://www.kawebook.com/story/view/505

120/เล่ม (หากนับตอนฟรีจะเฉลี่ยอยู่ที่ 90-100 บาท/เล่มค่ะ ) เมื่อเทียบกับนิยายแปลเป็นเล่ม 30 ตอนเท่ากับ 1 เล่ม