0 Views

        เยี่ยจื่ออวิ๋นหงุดหงิดใจนัก นางหยิบเคล็ดวิชาหงส์น้ำแข็งเก้าวัฏจักรที่เนี่ยหลีมอบให้ขึ้นมา คุณค่าของเคล็ดวิชาหงส์น้ำแข็งเก้าวัฏจักรนี้ย่อมไม่อาจประเมินได้อย่างแน่นอน เหตุใดเนี่ยหลีจึงยินดีมอบของล้ำค่าปานนี้ให้แก่นาง?

        ทั้งโกรธทั้งขอบคุณ สองอารมณ์ผสมผสานอยู่ภายในใจ เป็นเหตุให้นางไม่อาจสงบใจได้

        ผ่านไปครู่ใหญ่ ในที่สุดเยี่ยจื่ออวิ๋นจึงกดข่มความโกรธเคืองในใจและเริ่มตั้งสมาธิจดจ่อกับการฝึกเคล็ดวิชาหงส์น้ำแข็งเก้าวัฏจักร ภายในใจเริ่มค่อยๆ สงบลง อาณาเขตวิญญาณของนางคล้ายเกิดชั้นน้ำแข็งบางๆ จับตัว พลังงานใสสะอาดจำนวนหนึ่งเริ่มเคลื่อนไปภายในร่างกาย

        ผิวของเยี่ยจื่ออวิ๋นแปรเปลี่ยนเป็นใสกระจ่างราวกับผิวอันสุกใสของหยก งดงามขึ้นกว่าที่เคย ดูราวกับเทพธิดาที่ลอยลงมาจากสรวงสวรรค์

        พลังวิญญาณมีคุณภาพดีขึ้นเรื่อยๆ สิ่งเจือปนถูกขับออกมาจากร่างกายของเยี่ยจื่ออวิ๋น ร่างกายเต็มไปด้วยหยาดเหงื่อ ทันใดก็บังเกิดแสงสว่างเจิดจ้าสีฟ้าระเบิดตัวออกมา ดูราวกับดอกบัวสีฟ้าขนาดใหญ่ดอกหนึ่ง

        เยี่ยจื่ออวิ๋นพลันลืมตาขึ้นด้วยท่าทางตะลึงงัน นัยน์ตางดงามราวอัญมณี อานุภาพของเคล็ดวิชาหงส์น้ำแข็งเก้าวัฏจักรสูงส่งกว่าที่นางคาดคิดไว้มาก นางเกือบก้าวถึงระดับทองแดงหนึ่งดาวแล้ว และหลังจากฝึกเคล็ดวิชาหงส์น้ำแข็งเก้าวัฏจักร นางก็สามารถทะลวงผ่านด่านและก้าวขึ้นเป็นนักสู้ระดับทองแดงหนึ่งดาว

        เยี่ยจื่ออวิ๋นรู้สึกถึงเหงื่อที่เหนียวเหนอะจึงไม่สบายตัวเป็นพิเศษ นางให้สาวใช้เตรียมน้ำอาบ

        กลีบดอกไม้ในถังน้ำส่งกลิ่นหอม เยี่ยจื่ออวิ๋นค่อยๆ ปลดเสื้อผ้าชุดไหมของตนออก เผยให้เห็นทรวงอกอวบอิ่มและผิวพรรณงดงามใสกระจ่างราวกับความสุกใสของหยก หลังจากได้ฝึกเคล็ดวิชาหงส์น้ำแข็งเก้าวัฏจักร เยี่ยจื่ออวิ๋นยิ่งดูงดงามมีชีวิตชีวามากขึ้น แม้นางยังไม่เป็นผู้ใหญ่เต็มตัว ทว่าเรือนร่างขณะนี้ก็นับว่าไม่เลวแล้ว

        ข้อเท้างดงามค่อยๆ จุ่มลงไปในทะเลกลีบดอกไม้ เมื่อรู้สึกถึงคราบเหงื่อไคลที่ถูกน้ำอุ่นร้อนชำระล้างกับกลิ่นหอมของมวลดอกไม้ที่อบอวลรอบกาย อารมณ์ของเยี่ยจื่ออวิ๋นจึงอดที่จะสดชื่นขึ้นราวกับได้โบยบินไม่ได้ ปลายนิ้วงดงามราวหยกค่อยๆ ลูบไล้ไปตามผิวนุ่มลื่น เห็นรอยปานแดงรูปผีเสื้อบนทรวงอกด้านซ้ายมือ หัวใจก็พลันสั่นรัวขึ้นมาอีกครั้ง

        รอยปานแดงรูปผีเสื้อนี้ติดตัวนางมาตั้งแต่เกิด นางแตะปานแดงเบาๆ แม้ยังมิใช่สตรีเต็มตัว ทว่ายอดอกชูชันคู่น้อยก็ชวนหลงใหลยิ่งแล้ว

        เนี่ยหลีเคยเห็นปานของนางมาก่อนหรือ?

        เยี่ยจื่ออวิ๋นรู้สึกหัวใจสั่นระรัว หากเนี่ยหลีเคยเห็นมาก่อนจริง นั่นมิใช่หมายความว่านางถูกเนี่ยหลีแอบถ้ำมองหรือ?

        ชั่วขณะนั้นเอง เสียงลมเร่งรุดดังขึ้นด้านนอกห้อง

        “ใคร? ใครแอบดูอยู่?” เยี่ยจื่ออวิ๋นรีบยกสองมือขึ้นกอดอก ใบหน้าของนางแดงเรื่อด้วยความอาย เนี่ยหลีเจ้าคนชั่วช้า!

        “คุณหนู ข้าเอง!” สาวใช้ผู้หนึ่งโผล่ออกมาจากหลังม่าน

        ที่แท้เป็นสาวใช้เสี่ยวเตี๋ย เยี่ยจื่ออวิ๋นแอบผ่อนลมหายใจออกมาด้วยความโล่งอก สองแก้มของนางร้อนผะผ่าวขึ้นมาเล็กน้อย เนี่ยหลียังก้าวไม่ถึงระดับทองแดงหนึ่งดาวด้วยซ้ำ เขาจะสามารถฝ่าด่านเวรยามอันแน่นหนาของจวนเจ้าเมืองเข้ามาได้อย่างไร? นางคงหวาดระแวงมากเกินไปเอง! แล้วเนี่ยหลีเห็นปานแดงของนางได้อย่างไร?

        ค่ำคืนอันสงบเงียบ

        วันที่สอง ร้านหอสมบัติลับ

        ที่นี่เป็นร้านค้าขนาดใหญ่ที่มีสินค้าจำพวกชุดเกราะ อาวุธต่างๆ และม้วนยันต์วางขายโดยเฉพาะ ตัวร้านตั้งอยู่ห่างจากโรงเรียนเซิ่งหลันไม่กี่ร้อยหมี่

        “เถ้าแก่ ข้าอยากได้ชุดเกราะนู่เยี่ยนสีทองแดงกับดาบนู่เหยียน!” เนี่ยหลีพูด ชี้ไปยังชุดเกราะและดาบสีทองแดง

        “ชุดเกราะนู่เยี่ยนสีทองแดงชุดนี้มีสี่ส่วน ได้แก่เสื้อเกราะ ถุงมือยาว สนับแข้งและรองเท้า ราคาทั้งหมดห้าแสนเหรียญจิตอสูร เหล่านี้เป็นชุดระดับทองแดงชั้นยอด ทำขึ้นจากเกล็ดของสัตว์อสูรนู่เยี่ยน สัตว์อสูรระดับทองแดงตัวอื่นๆ ไม่อาจทำลายเกราะชุดนี้ได้ กระทั่งสัตว์อสูรระดับเงินก็ยังต้องเปลืองแรงมากมายจึงจะสามารถทำลายมันได้ คุณชายท่านนี้ ท่านต้องการซื้อจริงหรือ?” เถ้าแก่ร้านมองๆ เนี่ยหลีและถาม

        “แน่นอน คิดว่าข้าพูดเล่นกับท่านหรือ?” เนี่ยหลีโยนถุงใบหนึ่งให้และพูด “ในนี้มีแผ่นผลึกอสูรหมื่นเหรียญจิตอสูรอยู่เจ็ดสิบแผ่น”

        “โอ้ ข้าจะรีบไปห่อของให้คุณชายเดี๋ยวนี้!” เถ้าแก่พลันเลิกคิ้วยิ้มจนตาหยี

        “ข้ายังต้องการเกราะชุดนี้กับยันต์พวกนั้นด้วย ข้าต้องการทั้งหมด ห่อให้ข้าด้วย และนี่ และนี่…” หลังจากขายหญ้าจื่อหลันออกไป จำนวนเงินในมือของเนี่ยหลีถือว่าน่าตะลึง ดังนั้นการซื้อของพวกนี้จึงไม่ถือเป็นปัญหาแต่อย่างใด

        ไม่แน่ใจว่าเนี่ยหลีเป็นคุณชายน้อยของบ้านเศรษฐีหลังไหน ความกรุณาของเนี่ยหลีที่ใช้จ่ายอย่างมันมือทำให้ยอดขายในวันนี้วันเดียวก็สูงกว่ายอดขายของหลายเดือนรวมกันแล้ว เถ้าแก่ร้านยิ้มกว้างจนฟันแทบร่วงออกมาแล้ว

        เนี่ยหลียังซื้อแหวนมิติสำหรับเก็บของที่มีความจุราวห้าหกตารางหมี่วงหนึ่งและเก็บของเหล่านี้ลงไปในแหวนมิติ ส่วนชุดเกราะนู่เยี่ยน เนี่ยหลีสวมใส่ไว้ทันที เกราะนู่เยี่ยนชุดนี้เบาบางยิ่ง พอสวมเสื้อทับลงไปก็ปิดจนมองไม่เห็น

        “วันนี้ต้องไปที่ห้องเรียนสักหน่อย คืนเงินให้เซียวหนิงเอ๋อ!” เนี่ยหลีครุ่นคิดครู่หนึ่งจึงสาวเท้าเดินไปทางโรงเรียน

        ขณะเดินไปถึงบริเวณมุมหนึ่งของโรงเรียนเซิ่งหลัน มีคนหลายคนปรากฏตัวขึ้นตรงหน้าเนี่ยหลี

        “เจ้าสารเลว ในที่สุดข้าก็จับเจ้าได้แล้ว!” เสิ่นเยวี่ยยิ้มเย็นจ้องมองเนี่ยหลี ด้านหลังยังมีผู้ติดตามอยู่อีกหกคนกำลังจ้องมองเนี่ยหลี ดวงตาเต็มไปด้วยความไม่ประสงค์ดี

        เนี่ยหลีรู้อยู่นานแล้วว่าพวกเสิ่นเยวี่ยลอบติดตามเขามา เขาจงใจเดินไกลออกมาเพื่อรอให้เสิ่นเยวี่ยและพวกเข้ามาขวางทาง มุมปากของเขาหยิบยกขึ้นเป็นรอยยิ้มน้อยๆ ถัดจากนี้ไปดูซิว่าข้าจะเล่นพวกเจ้าให้ถึงตายได้อย่างไร

        “พวกเจ้าคิดจะทำอะไร?” เนี่ยหลีแกล้งทำเป็นกลัว

        “เจ้าสารเลว ในที่สุดก็รู้จักกลัวแล้วหรือ ใช่หรือไม่? ข้าเห็นเจ้าขัดสายตามานานแล้ว วันนี้เจ้ารนหาที่ตายเอง! ตีมันไม่ต้องปราณี!” เสิ่นเยวี่ยร้องเสียงดุร้าย

        หกคนด้านหลังเสิ่นเยวี่ยรีบพุ่งตัวเข้ามา ดูราวกับเสือหิวตัวหนึ่ง กระโจนเข้าใส่เนี่ยหลี

        “ตีมัน! ตีมันไม่ต้องปราณี จนกว่ามันจะลุกขึ้นมาไม่ไหว!” ใบหน้าของเสิ่นเยวี่ยเผยความโหดร้ายและรอยยิ้มสนุกสนาน

        “พวกเจ้าอย่าเข้ามา ข้าจะสู้นะ!” เนี่ยหลีทางหนึ่งหลบหลีก ทางหนึ่งก็ร้องตะโกน “ฆ่าคนแล้ว ตระกูลเสินเซิ่งคิดฆ่าคน!” โอกาสดีเช่นนี้ เนี่ยหลีย่อมไม่ยอมปล่อยให้หลุดมือไป ก่อนอื่นต้องสาดโคลนใส่ตระกูลเสินเซิ่ง

        เนี่ยหลีใช้เคล็ดวิชาลับอย่างหนึ่ง เสียงของเขาดังสนั่นราวสายฟ้า ทำให้ผู้คนปวดแก้วหู

        “ให้ตายเถอะ ปิดปากเจ้านั่นเสีย! เร็วเข้า ปิดปากมัน!” ได้ยินเนี่ยหลีตะโกน ใบหน้าของเสิ่นเยวี่ยบิดเบี้ยวแล้ว ให้ตายเถอะ เสียงตะโกนของเนี่ยหลีได้ยินไปทั่วโรงเรียนแล้ว ยังแย่เสียยิ่งกว่าเสียงเชือดหมูเสียอีก!

        ตูม ตูม ตูม!

        หมัดของพวกเสิ่นเยวี่ยตกใส่ร่างกายของเนี่ยหลีราวกับหยดน้ำฝน ผู้ติดตามเหล่านี้ สามคนเป็นนักสู้ระดับทองแดงหนึ่งดาว ที่เหลืออีกสามคนเป็นนักสู้ระดับทองแดงสองดาว พูดตามเหตุผล แค่ไม่กี่หมัดของพวกมันก็ควรจะล้มเนี่ยหลีลงได้แล้ว ทว่าหลังจากที่เนี่ยหลีรับไปหลายหมัดก็ไม่มีอะไรเกิดขึ้น เสียงร้องตะโกนของเขายังคงดังลั่น สะท้อนก้องไปตามหมู่ตึกของโรงเรียน

        “ฆ่าคน! ตระกูลเสินเซิ่งคิดฆ่าคน!”

        น้ำเสียงทรงพลังทะลุทะลวงออกไป หมู่ตึกห้องเรียนสั่นสะเทือนจนแทบพังทลายลงมา เพียงไม่นาน นักเรียนทั้งโรงเรียนเซิ่งหลันก็พากันตื่นตระหนก หลายคนยื่นหัวออกไปนอกหน้าต่าง ต้องการชมดูว่าเกิดอะไรขึ้น

        พวกเขาชำเลืองมองคราวเดียวก็เห็นคนหกคนกำลังล้อมกรอบเนี่ยหลีเอาไว้ ที่ยืนอยู่ด้านหลังคนนั้นก็คือคนของตระกูลเสินเซิ่ง เสิ่นเยวี่ย

        “นั่นมิใช่เนี่ยหลีหรอกหรือ?”

        “ข้าได้ยินมาว่าเนี่ยหลีขัดแย้งกับตระกูลเสินเซิ่ง!”

        “ข้าได้ยินมาว่าเพราะเนี่ยหลีเปิดโปงเรื่องยันต์ระเบิดเพลิงสีแดง ดังนั้นตระกูลเสินเซิ่งจึงส่งคนมาฆ่าเนี่ยหลี!”

        “ตระกูลเสินเซิ่งโหดเหี้ยมเกินไปแล้ว กล้ามาฆ่านักเรียนถึงในโรงเรียนเซิ่งหลัน!”

        “เร็วเข้า รีบไปรายงานท่านอาจารย์ใหญ่!

        พวกนักเรียนเริ่มพูดคุยกัน หลายคนที่เคยไม่ชอบเนี่ยหลีก็ยังอดเห็นใจไม่ได้ รวมถึงนักเรียนจากครอบครัวชนชั้นสูงอีกหลายคน ทุกคนล้วนไม่พอใจกับวิธีการของเสิ่นเยวี่ย ที่นี่คือโรงเรียนเซิ่งหลัน ตระกูลเสินเซิ่งกลับกล้ามาฆ่าคนในนี้หรือ? มิใช่จะไร้ขื่อแปเกินไปหน่อยแล้วหรือ?

        เนี่ยหลีจ้องมองเสิ่นเยวี่ยตรงหน้า มุมปากขยับยก คิดอยากเล่นกับเขา เสิ่นเยวี่ยยังอ่อนเกินไป!

        ขณะถูกคนทั้งหกห้อมล้อม เนี่ยหลีอาศัยท่าร่างอันรวดเร็วเคลื่อนไหว หมัดของผู้ติดตามเสิ่นเยวี่ยจึงตกใส่ชุดเกราะนู่เยี่ยนของเนี่ยหลีเสียทั้งหมด ไม่เพียงไม่อาจทำอันตรายเนี่ยหลีได้ ทั้งทุกคนยังบาดเจ็บเพราะแรงสะท้อนจากการจู่โจมของตน ทำให้มือของพวกเขาชาด้านไปหมด กระดูกก็รู้สึกราวกับใกล้จะแตกร้าว

        เนี่ยหลีทางหนึ่งหลบหลีก อีกทางหนึ่งแอบใช้หมัดเท้าจู่โจมใส่พวกเสิ่นเยวี่ย ตีจนพวกมันปากบูดปากเบี้ยวด้วยความเจ็บปวด หากพูดตามเหตุผล ด้วยพลังของเนี่ยหลีในขณะนี้ เขาไม่น่าจะสามารถสร้างความเสียหายให้แก่นักสู้ระดับทองแดงหนึ่งดาวสองดาวพวกนี้ได้ แต่หมัดของเนี่ยหลีค่อนข้างประหลาด หมัดเบาๆ ของเขายังสร้างความเจ็บปวดได้มากกว่าถูกตีหัวด้วยไม้สักท่อนเสียอีก

        “ให้ตายเถอะ เจ้าพวกปัญญาอ่อน! พวกเจ้าไม่ได้กินข้าวมาหรืออย่างไร?” เสิ่นเยวี่ยคำรามลั่น และต่อหน้าสายตาของบรรดานักเรียนนับไม่ถ้วน เสิ่นเยวี่ยรู้สึกว่าตนเสียหน้าแล้ว ผ่านไปตั้งนาน พวกเขาหกคนก็ยังไม่อาจทำให้เนี่ยหลีล้มลงได้ ทว่าเนี่ยหลียิ่งมากลับยิ่งตะโกนเสียงดังขึ้น

        เนี่ยหลีตะโกนขอความช่วยเหลืออย่างเดียวยังพอว่า แต่มันกลับตะโกนบอกว่าตระกูลเสินเซิ่งคิดฆ่าคน ไม่ต่างกับการสาดน้ำเน่าใส่ตระกูลเสินเซิ่ง ประโยคง่ายๆ ก็ตราหน้าว่าพวกมันเป็นอาชญากร

        เสิ่นเยวี่ยแทบบ้าแล้ว เวลานี้เขาถอยไม่ได้

        “ตีมัน กระทืบมันเร็วเข้า!” เสิ่นเยวี่ยตะโกน

        ผู้ติดตามของเสิ่นเยวี่ยคร่ำครวญไม่หยุดแล้ว พวกมันพยายามเต็มที่แล้ว แต่ไม่ว่าพวกมันจะโจมตีเนี่ยหลีอย่างไร เนี่ยหลีกลับกระโดดโลดเต้นไปทั่ว กลับเป็นพวกมันที่ถูกเนี่ยหลีถองตีจนกระดูกแทบแหลก หมัดของเนี่ยหลีดูเหมือนจะเบา แต่กลับเต็มไปด้วยกำลัง ต่อยตีจนพวกมันเนื้อตัวเขียวช้ำไปหมดแล้ว

        “พวกเจ้าทำอะไรกัน?” เสียงไพเราะสายหนึ่งร้องแหลมขึ้น เงาร่างอ้อนแอ้นสายหนึ่งก็พุ่งเข้ามา ที่แท้เป็นเซียวหนิงเอ๋อ

        เซียวหนิงเอ๋อยืนปกป้องอยู่ตรงหน้าเนี่ยหลี นางชำเลืองมองเสิ่นเยวี่ยและพวก ร่างของนางทอแสงเจิดจ้า เป็นนักสู้ระดับทองแดงหนึ่งดาวแล้ว ในมือกุมดาบสั้นสีฟ้าเล่มหนึ่ง เตรียมพร้อมลงมือทุกเวลา

        “เสิ่นเยวี่ย เจ้าทำเกินไปแล้ว” เสียงไพเราะน่าฟังอีกสายหนึ่งดังขึ้น เงาร่างงดงามระหงร่างหนึ่งกระโจนออกมาจากด้านข้าง เป็นเยี่ยจื่ออวิ๋น นางชำเลืองมองเสิ่นเยวี่ย “เสิ่นเยวี่ย ข้านึกไม่ถึงว่าเจ้าจะเป็นคนเช่นนี้!”

        “เนี่ยหลี เจ้าไม่เป็นไรนะ?” เซียวหนิงเอ๋อและเยี่ยจื่ออวิ๋นแทบจะหันไปเอ่ยถามเนี่ยหลีพร้อมกัน

        เห็นเยี่ยจื่ออวิ๋นเป็นห่วงเป็นใยเนี่ยหลี ใบหน้าของเซียวหนิงเอ๋อแข็งทื่อ นางหันหน้าไปทางอื่น

        เยี่ยจื่ออวิ๋นก็รู้สึกเก้อเขินเล็กน้อย หันศีรษะไปทางเสิ่นเยวี่ย

        “จื่ออวิ๋น เจ้าเข้าใจผิดแล้ว เรื่องราวไม่ได้เป็นอย่างที่เจ้าคิด!” เสิ่นเยวี่ยยากจะเอ่ยปาก เห็นแววเย้ยหยันบางตาบนใบหน้าของเนี่ยหลี เขาพลันเข้าใจว่ากำลังเกิดอะไรขึ้น ที่แท้เขาถูกเนี่ยหลีหลอกเอาแล้ว! เสิ่นเยวี่ยชี้หน้าเนี่ยหลีและพูด “เป็นเจ้าสารเลวนี่ เขาจงใจหลอกพวกเรามาที่นี่ เป็นฝีมือเจ้านี่ทั้งหมด!”

        “เสิ่นเยวี่ย เจ้าคิดจะหลอกใคร?” เซียวหนิงเอ๋อยิ่งโกรธแล้ว “ข้ออ้างของเจ้า มิใช่จะปัญญาอ่อนเกินไปแล้วหรือ?”

        ในขณะนี้ ใบหน้าของเนี่ยหลีเต็มไปด้วยความไร้เดียงสา กล่าวอย่างโมโหกับเสิ่นเยวี่ยว่า “ข้ายอมรับว่าข้าล่วงเกินตระกูลเสินเซิ่งของเจ้า แต่พวกเจ้าไม่มากไปหน่อยหรือ กลับคิดจะมาฆ่าคนถึงในโรงเรียน? เจ้าคิดว่าโรงเรียนเซิ่งหลันเป็นสถานที่อะไร? แม้ครอบครัวของข้าไม่อาจเทียบกับครอบครัวของเจ้าได้ แต่ก็ไม่ใช่จะยอมให้เจ้ามาข่มเหงข้าได้ง่ายๆ ข้าอยากจะเห็นนัก ตระกูลเสินเซิ่งของเจ้าจะเผด็จการต่อไปได้อีกแค่ไหน! ข้า เนี่ยหลี ยอมหักไม่ยอมงอ เว้นแต่จะฆ่าข้า คิดอยากให้ข้ายอมจำนนกับคนชั่วช้าเช่นเจ้า ข้าไม่มีทางยอมเด็ดขาด!”

        คำพูดของเนี่ยหลีแทบทำให้เสิ่นเยวี่ยโกรธจนกระอักเลือดแล้ว

        ได้ยินคำพูดของเนี่ยหลี ไม่ว่าจะเป็นเซียวหนิงเอ๋อหรือเยี่ยจื่ออวิ๋นก็อดหันไปมองเนี่ยหลีอย่างยอมรับมิได้ ในใจของเซียวหนิงเอ๋อเต็มไปด้วยความนับถือเนี่ยหลี

        ‘ข้าก็ไม่ควรยอมจำนนแก่ตระกูลเสินเซิ่งเช่นกัน!’ เซียวหนิงเอ๋อแอบคิด นางเกลียดตระกูลเสินเซิ่งเป็นที่สุด! ในสายตาของนาง ตระกูลเสินเซิ่งเลวทรามต่ำช้าไม่เปลี่ยน แค่การบังคับให้นางแต่งงานกับเสิ่นเฟยก็เป็นตัวอย่างที่เห็นได้ชัดเจนแล้ว!

—————————————

หมี่ (米) หมายถึงเมตร

 


ติดตามอัพเดทก่อนใคร ด้วยการกดไลค์แฟนเพจเรื่อง “บันทึกราชันย์เทพอสูร” : https://bit.ly/2PKqEjk

อ่านฟรีได้ที่นี่ หรือ
อ่านล่วงหน้า เร็วกว่าใครหลายร้อยตอนได้ที่เว็บไซต์ กวีบุ๊ค : https://www.kawebook.com/story/view/505

120/เล่ม (หากนับตอนฟรีจะเฉลี่ยอยู่ที่ 90-100 บาท/เล่มค่ะ ) เมื่อเทียบกับนิยายแปลเป็นเล่ม 30 ตอนเท่ากับ 1 เล่ม