0 Views

        เนี่ยหลีนั่งลงตรงหน้าเยี่ยจื่ออวิ๋น

        “เพื่อนนักเรียนเยี่ยจื่ออวิ๋น พวกเราพบกันอีกแล้ว” เนี่ยหลียิ้มสดใสพูด

        เนี่ยหลีมีกลิ่นอายสุขุมเชื่อมั่นในตนเอง เด็กหนุ่มอายุรุ่นราวคราวเดียวกันยากจะเทียบกับเขาได้ ทว่าเวลานี้เยี่ยจื่ออวิ๋นไม่บังเกิดความรู้สึกพิเศษอันใดกับเขา อย่างมากก็เป็นเพียงความแปลกใจเล็กน้อย อีกทั้งรู้สึกยอมรับจากใจ

        ความรู้ของเนี่ยหลีกว้างขวางลึกซึ้งนัก แม้แต่ท่านป้าเซวียก็ยังคิดว่าเนี่ยหลีเป็นอาจารย์นักเขียนยันต์ผู้หนึ่ง

        ยันต์ที่เนี่ยหลีแก้ไขให้นั้น นางได้ส่งมอบให้ท่านป้าเซวียจัดทำเป็นม้วนยันต์แล้ว แน่นอน มันเป็นยันต์ระดับเงินจริงๆ เรื่องนี้มีผลกระทบต่อจิตใจนางเพียงใดย่อมพอจะนึกออกได้ เนี่ยหลีมีความเข้าใจกระทั่งยันต์ระดับเงิน!

        “เนี่ยหลี ข้าได้ทดสอบรูปแบบยันต์ที่นำกลับไปครั้งก่อนแล้ว และมันเป็นยันต์ลมหิมะสลาตันที่สมบูรณ์โดยแท้!” เยี่ยจื่ออวิ๋นกล่าวพร้อมจ้องมองเนี่ยหลี

        อย่างไรก็ตาม ใบหน้าเนี่ยหลีมิได้แสดงความภาคภูมิใจใดๆ เพียงร้อง ‘อ้อ’ ออกมาคำหนึ่ง สำหรับเนี่ยหลีแล้ว เรื่องจำพวกนี้มิใช่เรื่องใหญ่โตอันใด

        ในฐานะที่เป็นสมาชิกจากตระกูลวายุหิมะ แม้เยี่ยจื่ออวิ๋นไม่เคยแสดงออก แต่อันที่จริงในใจนางยังมีความภาคภูมิใจอยู่บางส่วน แต่เมื่อนางย้อนคิดกลับไป แม้เนี่ยหลีมีพรสวรรค์ แต่เมื่ออยู่ในชั้นเรียนมักเก็บเนื้อเก็บตัว ไม่เคยแสดงความอวดเก่งแต่อย่างใด กระทั่งคำพูดของอาจารย์เสิ่นซิ่วสร้างความขุ่นเคืองใจให้เขา เขาจึงตอบโต้ เทียบกันแล้ว เยี่ยจื่ออวิ๋นรู้สึกละอายใจอยู่หลายส่วน เทียบกับเนี่ยหลี นางไม่มีอะไรให้ภาคภูมิใจเลย

        เวลานี้เยี่ยจื่ออวิ๋นเริ่มยอมรับเนี่ยหลีขึ้นมาเล็กน้อย แม้ไม่ถึงขนาดชื่นชอบเขา แต่เนี่ยหลีก็ได้กลายเป็นเด็กผู้ชายเพียงคนเดียวที่นางยอมพูดคุยด้วย

        แต่สำหรับเนี่ยหลี นี่ถือเป็นความก้าวหน้าขนานใหญ่แล้ว

        “เนี่ยหลี นี่คือผลึกวิญญาณที่เจ้าบอกให้ข้านำมาด้วย” เยี่ยจื่ออวิ๋นนำผลึกวิญญาณของนางออกมา

        “ถ่ายเทพลังวิญญาณของเจ้าเข้าไปในผลึกวิญญาณ!” เนี่ยหลีพูด จ้องมองเยี่ยจื่ออวิ๋น ในชีวิตหนก่อน เยี่ยจื่ออวิ๋นในชาติที่แล้วเป็นผู้หญิงของเขา เขาย่อมไม่ขี้เหนียวอันใด

        เยี่ยจื่ออวิ๋นพยักหน้า ถ่ายเทพลังวิญญาณเข้าไปในผลึกวิญญาณ ผลึกวิญญาณค่อยๆ พร่างพราวขึ้น ทอแสงสีขาวออกมา

        เมื่อเห็นรูปแบบอาณาเขตวิญญาณของเยี่ยจื่ออวิ๋น เนี่ยหลีอ้าปากผ่อนไอเย็นออกมาคำหนึ่ง เขาคิดไม่ถึงว่าพรสวรรค์ของเยี่ยจื่ออวิ๋นยังสูงกว่าของเซียวหนิงเอ๋อเสียอีก รูปแบบอาณาเขตวิญญาณของนางเต็มไปด้วยน้ำแข็งและภายในนั้น มีหงส์ตัวหนึ่งหลับใหลอยู่

        นี่คือรูปแบบวิญญาณหงส์น้ำแข็งปิงหวงในตำนาน

        หนึ่งในรูปแบบวิญญาณที่แข็งแกร่งที่สุด

        หากรูปร่างของหงส์น้ำแข็งยังไม่ถึงระดับทองดำ ความเร็วในการฝึกยุทธ์จะพอๆ กับปีกมังกร ทว่าหากเข้าสู่ระดับทองดำเมื่อใด หงส์นี้จะตื่นขึ้นมาและความก้าวหน้าในการฝึกยุทธ์จะก้าวกระโดดยิ่งๆ ขึ้นไป เสียดายที่เยี่ยจื่ออวิ๋นในชีวิตก่อนไม่สามารถก้าวถึงเขตแดนระดับทองดำและด่วนจากไปเสียก่อน ไม่เช่นนั้นเยี่ยจื่ออวิ๋นจะต้องกลายเป็นเสาหลักผู้หนึ่งของเมืองกวงฮุยอย่างแน่นอน

        “คุณลักษณะวายุหิมะ รูปแบบหงส์น้ำแข็งปิงหวง!” เนี่ยหลีมองเยี่ยจื่ออวิ๋น ดวงตาแฝงแววตื่นเต้น “ข้าจะสอนเคล็ดวิชาชุดหนึ่งให้เจ้า!”

        “สอนเคล็ดวิชาชุดหนึ่งให้ข้า? เคล็ดวิชาอะไร?” เยี่ยจื่ออวิ๋นมองเนี่ยหลีด้วยความแปลกใจ เคล็ดวิชาของนางถือว่าเป็นเคล็ดวิชาที่แข็งแกร่งที่สุดในตระกูลวายุหิมะแล้ว เนี่ยหลียังมีเคล็ดวิชาที่ล้ำเลิศกว่านี้อีกหรือ?

        ตระกูลวายุหิมะเฟิงเสวี่ยถือเป็นตระกูลหมายเลขหนึ่งแห่งเมืองกวงฮุย กระทั่งตระกูลเสินเซิ่งและตระกูลเซิ่งหมิงก็ยังเทียบไม่ได้ เพราะตระกูลวายุหิมะมียอดผู้ควบคุมจิตอสูรระดับตำนานผู้หนึ่งคอยเฝ้ามองอยู่ บุคคลในตำนาน เยี่ยโม่! เคล็ดวิชามากมายที่ตระกูลวายุหิมะเก็บรวบรวมไว้มิใช่คนทั่วไปจะนึกถึงได้ นั่นเป็นเพราะเยี่ยโม่ชื่นชอบที่จะออกไปสำรวจแผ่นดินใหญ่เซิ่งหลิง เขาสำรวจซากโบราณสถานในเทือกเขาเซิ่งจู่ ได้เคล็ดวิชาที่ทรงอานุภาพมามากมายและก็แปลพวกมันออกมา

        “เคล็ดวิชาหงส์น้ำแข็งเก้าวัฏจักร!” เนี่ยหลีถ่ายทอดเคล็ดวิชาให้แก่เยี่ยจื่ออวิ๋น แม้เคล็ดวิชาหงส์น้ำแข็งเก้าวัฏจักรมิใช่เคล็ดวิชาที่ทรงอานุภาพที่สุดที่เยี่ยจื่ออวิ๋นสามารถฝึกได้ ทว่ามันเป็นเคล็ดวิชาที่มีความลึกลับที่สุด หากฝึกได้สำเร็จ นางจะมีเก้าชีวิต ตราบใดที่วิญญาณของนางไม่ถูกทำลาย นางจะสามารถฟื้นคืนชีพได้

        ในชีวิตหนนี้ เนี่ยหลีจะไม่ยอมปล่อยให้เยี่ยจื่ออวิ๋นจากเขาไปอีกเด็ดขาด!

        เยี่ยจื่ออวิ๋นท่องเคล็ดวิชาอยู่สองสามหนเงียบๆ นางต้องตกใจกับอานุภาพของเคล็ดวิชาหงส์น้ำแข็งเก้าวัฏจักร บรรดาเคล็ดวิชาที่ตระกูลวายุหิมะมีอยู่ไม่อาจเทียบกับเคล็ดวิชาชุดนี้ได้เลย!

        “ขอบคุณ เนี่ยหลี!” เยี่ยจื่ออวิ๋นขอบคุณเขาอย่างจริงใจ นางค่อนข้างแปลกใจที่เยี่ยหลียอมสอนเคล็ดวิชาที่ทรงอานุภาพเช่นนี้แก่นาง ไม่ว่าอย่างไร นางเพิ่งรู้จักเนี่ยหลีเท่านั้น

        ในความเห็นของเยี่ยจื่ออวิ๋น นางและเนี่ยหลีเพิ่งจะรู้จักกัน ทว่าในมุมมองของเนี่ยหลี เขารู้จักเยี่ยจื่ออวิ๋นมานานแสนนานแล้ว และในหัวใจของเขา เยี่ยจื่ออวิ๋นก็คือผู้หญิงของเขาแล้ว เคล็ดวิชาหงส์น้ำแข็งเก้าวัฏจักรชุดหนึ่งเท่านั้น จะถือเป็นอะไรได้

        เยี่ยจื่ออวิ๋นเริ่มเดินลมปราณตามเคล็ดวิชาหงส์น้ำแข็งเก้าวัฏจักรครู่หนึ่ง พลังวิญญาณของนางกระเพื่อมสาดซัดขึ้นอย่างแรง เคล็ดวิชาชุดนี้ช่างเหมาะเจาะพอดีกับนางเสียจริง!

        ขณะที่เนี่ยหลีและเยี่ยจื่ออวิ๋นสนทนากันอยู่ คนผู้หนึ่งเดินเข้ามา ที่แท้คือเสิ่นเยวี่ย

        เห็นเนี่ยหลีและเยี่ยจื่ออวิ๋นกำลังสนทนากันอย่างมีความสุขและรอยยิ้มงดงามเจิดจ้าของเยี่ยจื่ออวิ๋นก็ระบายอยู่เต็มหน้า เสิ่นเยวี่ยไม่อาจอดกลั้นต่อความริษยาในใจของเขาได้อีกต่อไป จึงเดินเข้ามาหาคนทั้งสองจากระยะไกล

        “จื่ออวิ๋น!” เสิ่นเยวี่ยยิ้มบางขณะมองไปทางเยี่ยจื่ออวิ๋น

        “อืม” เยี่ยจื่ออวิ๋นตอบเบาๆ นางในเวลานี้ไม่มีความรู้สึกที่ดีต่อเสิ่นเยวี่ยนัก

        เสิ่นเยวี่ยนั่งลงข้างๆ จ้องมองเนี่ยหลีด้วยรอยยิ้มที่แฝงความเย็นชาในดวงตา

        บรรยากาศระหว่างคนทั้งสามก็เริ่มอึดอัดขึ้นเล็กน้อย

        “เนี่ยหลี พวกเราพบกันอีกแล้ว” เสิ่นเยวี่ยส่งเสียงฮึแสดงความเป็นศัตรู

        “ทำไม บทเรียนที่เพิ่งได้ไปเมื่อคราวก่อนยังไม่พอ?” เนี่ยหลีสีหน้าผ่อนคลาย ตั้งแต่ต้นจนจบไม่เห็นเสิ่นเยวี่ยอยู่ในสายตา

        “เจ้า…” เสิ่นเยวี่ยกำหมัดแน่น หากมิใช่เยี่ยจื่ออวิ๋นยังอยู่ตรงนี้ เขาคงต้องให้พวกลูกน้องสั่งสอนเนี่ยหลีสักบทเรียนหนึ่งแล้ว

        เยี่ยจื่ออวิ๋นแสดงสีหน้าแปลกใจ ฟังจากคำสนทนาระหว่างเนี่ยหลีกับเสิ่นเยวี่ย เสิ่นเยวี่ยดูเหมือนเคยพ่ายแพ้ให้แก่เนี่ยหลี นางค่อนข้างสงสัย เสิ่นเยวี่ยเป็นคุณชายสายเลือดตรงของตระกูลเสินเซิ่ง เป็นไปได้อย่างไรที่เขายอมกล้ำกลืนความพ่ายแพ้แก่เนี่ยหลี?

        เสิ่นเยวี่ยฝืนกดข่มความแค้นในใจและชำเลืองมองไปทางเยี่ยจื่ออวิ๋น “ครอบครัวของข้ากับครอบครัวของจื่ออวิ๋นมีไมตรีต่อกัน พวกเราเล่นด้วยกันมาตั้งแต่เด็กจนโตและก็รู้จักกันเป็นอย่างดี ผู้ใหญ่ของพวกเราทั้งสองฝ่ายต่างก็สนับสนุนให้พวกเราสนิทกัน”

        เสิ่นเยวี่ยพูดคำเหล่านี้ก็เพื่อเป็นการย้ำเตือนเนี่ยหลี เขาและเยี่ยจื่ออวิ๋นเป็นคู่ที่เหมาะสม ได้รับความเห็นชอบจากผู้ใหญ่ของทั้งสองฝ่าย เนี่ยหลีนับเป็นตัวอะไร? กล้าคิดแย่งเยี่ยจื่ออวิ๋นกับเขา?

        เมื่อได้ยินคำพูดของเสิ่นซิ่ว เนี่ยหลีอดที่จะทำเสียงฮึไม่ได้ ในแง่ความสนิทสนม เสิ่นเยวี่ยหรือจะรู้ดีไปกว่าเขา?

        เสิ่นเยวี่ยมองเยวี่ยจื่ออวิ๋น คลี่รอยยิ้มอ่อนโยนบนใบหน้า “พูดได้ว่าข้ากับจื่ออวิ๋นมีความเข้าใจซึ่งกันและกัน ไม่ว่าจะเป็นความชอบหรือนิสัยใจคอทุกอย่าง”

        ได้ยินคำพูดของเสิ่นเยวี่ย เยี่ยจื่ออวิ๋นมีสีหน้าไม่ชอบใจ นางอยากถามเสิ่นเยวี่ย ข้าไปสนิทสนมกับเจ้าถึงปานนั้นตั้งแต่เมื่อไหร่? ตั้งแต่เกิดเหตุการณ์หลายๆ เหตุการณ์ในห้องเรียน เยี่ยจื่ออวิ๋นก็ค่อยๆ บังเกิดความรู้สึกไม่พอใจเสิ่นเยวี่ย อย่างน้อยที่สุดตระกูลเสินเซิ่งก็มิได้รุ่งเรืองและเป็นที่เคารพบูชาดังเช่นที่แสดงให้เห็นภายนอก

        เยี่ยจื่ออวิ๋นอดที่จะหันไปมองเนี่ยหลีไม่ได้ เนี่ยหลีคงไม่เข้าใจผิดหรอกนะ ใช่หรือไม่

        “เช่นนั้นเจ้าก็ลองพูดออกมา ที่ว่ารู้ทุกอย่างนั้นมีอะไรบ้าง ข้าอยากจะฟังจริงๆ” ปลายนิ้วเนี่ยหลีเคาะโต๊ะเบาๆ ชีวิตในหนก่อน อีกนิดเดียวเยี่ยจื่ออวิ๋นก็ได้แต่งงานกับเสิ่นเยวี่ยแล้ว ชีวิตครั้งนี้เขาจะไม่ยอมให้สิ่งนี้เกิดขึ้นอย่างเด็ดขาด

        “เยี่ยจื่ออวิ๋นชอบกินดอกเจี้ยวหลัน ชอบอ่านหนังสือและก็ชอบนั่งมองทิวทัศน์ข้างหน้าต่าง…” เสิ่นเยวี่ยมองเยี่ยจื่ออวิ๋นอย่างรักใคร่

        เนี่ยหลียิ้มบาง พูด “ความจริงนางไม่ได้ชอบกินดอกเจี้ยวหลัน แต่เป็นเพราะท่านเยี่ยโม่เคยหลอกนางว่าหากกินดอกเจี้ยวหลันแล้วจะช่วยบำรุงพลังวิญญาณ ใครจะชอบนั่งอ่านพวกหนังสือที่เข้าใจยากๆ เหล่านั้น ใครจะโง่เช่นนั้น จื่ออวิ๋นชอบออกไปท่องเที่ยวผจญภัยเป็นที่สุด ที่นางชอบนั่งเหม่อริมหน้าต่างก็เพื่อมองออกไปยังโลกกว้างภายนอก”

        เมื่อได้ยินคำพูดของเนี่ยหลี เยี่ยจื่ออวิ๋นตะลึงงันราวกับถูกฟ้าผ่า นางจ้องมองเนี่ยหลี เนี่ยหลีรู้ได้อย่างไร? อย่างไรนางก็คิดไม่ออก มีคนผู้หนึ่งเข้าใจนางเป็นอย่างดีถึงเพียงนี้

        เนี่ยหลีสูดลมหายใจลึก ปีนั้นเขาอยากพาเยี่ยจื่ออวิ๋นท่องไปทั่วโลก แต่ทว่าความปรารถนานั้นไม่อาจเป็นจริงได้ ในโลกนี้ ข้าจะต้องเติมเต็มความปรารถนาของเจ้าให้ได้

        “เจ้าพูดจาไร้สาระ…” เสิ่นเยวี่ยคิดเถียง แต่เมื่อเห็นสีหน้าของเยี่ยจื่ออวิ๋น ปากที่อ้าอยู่ก็มิอาจพูดอะไรออกไปได้

        “ในเมื่อเจ้ารู้จักเยี่ยจื่ออวิ๋นเป็นอย่างดี บนร่างของจื่ออวิ๋นมีปานรูปผีเสื้ออยู่ เจ้ารู้หรือไม่ว่าอยู่ตรงไหน?” เนี่ยหลีคล้ายยิ้มคล้ายไม่ยิ้มมองๆ เสิ่นเยวี่ย

        “ข้าจะรู้ได้อย่างไร!” เสิ่นเยวี่ยร้องด้วยความโกรธเกรี้ยว

        เมื่อได้ยินคำพูดของเนี่ยหลี ใบหน้าของเยี่ยจื่ออวิ๋นก็แดงเรื่อขึ้นมาทันที เนี่ยหลีรู้ได้อย่างไรว่านางมีปานรูปผีเสื้อ? เยี่ยจื่ออวิ๋นบังเกิดความรู้สึกประหลาดขึ้นในใจและลุกขึ้นยืน “เนี่ยหลี เจ้าชั่วช้านัก!” เยี่ยจื่ออวิ๋นกระทืบเท้าเร่าๆ วิ่งหนีไปด้วยความอับอายและความขุ่นเคืองใจ

        แผ่นหลังแบบบางของเยี่ยจื่ออวิ๋น กระโปรงผ้าไหมสีขาวพริ้วไหว ท่อนขาวกระชับเรียว แลดูมีเสน่ห์ดึงดูดใจยิ่งนัก

        เห็นปฏิกิริยาแปลกๆ ของเยี่ยจื่ออวิ๋น เสิ่นเยวี่ยใบหน้าบึ้งตึง ความสัมพันธ์ระหว่างเนี่ยหลีกับเยี่ยจื่ออวิ๋นจะต้องไม่ธรรมดาอย่างแน่นอน  ไม่แน่ว่าทั้งสองอาจจะมีความสัมพันธ์ที่ไม่อาจบอกผู้คนได้ สีหน้าของเขาน่ากลัวนัก “เนี่ยหลี เจ้าจำคำของข้าไว้ให้ดี ข้าจะให้เจ้าตายอย่างทรมานที่สุด!”

        เนี่ยหลีมองเสิ่นเยวี่ยด้วยสายตาดูแคลน หัวเราะเย็นเยือกคราหนึ่งและพูด “สู้กับข้ารึ เจ้ายังห่างชั้นกว่าข้าอีกมากนัก หากยังไม่รู้จักคิด ข้าก็ไม่รังเกียจที่จะสั่งสอนเจ้าอีกสักหน” เนี่ยหลีลุกขึ้นยืนและจากไป

        จวนเจ้าเมือง

        ความแดงเรื่อบนแก้มของเยี่ยจื่ออวิ๋นยังไม่จางหาย

        “เนี่ยหลี เจ้าคนชั่วช้า! ชั่วช้า!” เยี่ยจื่ออวิ๋นโกรธจนกระทืบเท้าเร่าๆ เนี่ยหลีรู้ได้อย่างไรว่าบนอกซ้ายของนางมีปานรูปผีเสื้อ? คิดมาถึงตรงนี้ หัวใจของเยี่ยจื่ออวิ๋นก็เหมือนพลิกคว่ำไปห้าตลบ มิใช่เนี่ยหลีมาแอบดูนางอาบน้ำหรอกหรือ?

        หากเนี่ยหลีเคยเห็นปานแดงรูปผีเสื้อบนร่างกายของนาง นี่มิใช่หมายความว่าเขาได้เห็นเรือนร่างของนางหมดแล้วหรือ?

        ไม่ ข้าต้องไปถามเจ้าคนชั่วช้าผู้นี้ให้รู้เรื่อง!

        ในใจเยี่ยจื่ออวิ๋นรู้สึกอายนัก นางจ้องมองออกไปด้านนอก เนี่ยหลีเหตุใดจึงเข้าใจนางดีเช่นนี้? เนี่ยหลีคงมิใช่คอยแอบดูอยู่ข้างตัวนางตลอด? อย่างไรก็ตาม จวนเจ้าเมืองมีเวรยามแน่นหนา เกรงว่าแม้แต่แมลงวันสักตัวหนึ่งก็ยังบินลอดเข้ามามิได้?

 


ติดตามอัพเดทก่อนใคร ด้วยการกดไลค์แฟนเพจเรื่อง “บันทึกราชันย์เทพอสูร” : https://bit.ly/2PKqEjk

อ่านฟรีได้ที่นี่ หรือ
อ่านล่วงหน้า เร็วกว่าใครหลายร้อยตอนได้ที่เว็บไซต์ กวีบุ๊ค : https://www.kawebook.com/story/view/505

120/เล่ม (หากนับตอนฟรีจะเฉลี่ยอยู่ที่ 90-100 บาท/เล่มค่ะ ) เมื่อเทียบกับนิยายแปลเป็นเล่ม 30 ตอนเท่ากับ 1 เล่ม