0 Views

        หลังจากกลั่นยามาสองชั่วโมง หยางซินต้องตกตะลึงกับผลลัพธ์ที่ได้

        การเติมหญ้าจื่อหลันลงในสูตรยาหลอมรวมจิตวิญญาณกับยาเสริมจิตวิญญาณสามารถเพิ่มประสิทธิภาพของมันได้ถึงสามสิบส่วนจริงๆ ไม่เพียงแค่นั้น อัตราความสำเร็จยังเพิ่มมากขึ้นจากเดิมถึงห้าสิบส่วน

        ผลลัพธ์ของบทวิจัยชิ้นนี้นับว่ามีความสำคัญต่อการปรุงยาวิเศษอย่างใหญ่หลวง! เหตุผลที่ว่าทำไมยาหลอมรวมจิตวิญญาณและยาเสริมจิตวิญญาณจึงไม่สามารถผลิตเป็นจำนวนมากได้ก็เพราะอัตราสำเร็จในการกลั่นยาต่ำเกินไป ประสิทธิภาพก็ไม่ดีพอ และราคาที่ขายได้ก็ไม่สูงนัก บัดนี้อัตราสำเร็จเพิ่มขึ้นเป็นอันมาก ประสิทธิภาพของยาก็ดีขึ้น ยาหลอมรวมจิตวิญญาณและยาเสริมจิตวิญญาณจึงสามารถส่งเสริมให้ผลิตเป็นจำนวนมากได้แล้ว

        แม้หญ้าจื่อหลันจะถูกกว้านซื้อไปจนหมดเกลี้ยง แต่หญ้าจื่อหลันใช้เวลาเติบโตเพียงสามปี เมื่อผ่านไปสามปี ย่อมมีการเพาะปลูกหญ้าจื่อหลันเป็นจำนวนมาก ซึ่งจะมีความหมายต่อทั้งเมืองกวงฮุย

        เมืองกวงฮุยอยู่ภายใต้การคุกคามของสัตว์อสูร หากสามารถกลั่นยาหลอมรวมจิตวิญญาณและยาเสริมจิตวิญญาณได้จำนวนมาก ก็ย่อมสามารถช่วยเพิ่มจำนวนยอดฝีมือแก่เมืองกวงฮุยได้มากมายเช่นกัน

        “แม้ข้าจะรู้ว่าเจ้าคิดทำกำไรกับเรื่องนี้ ทว่าเห็นแก่ที่เจ้าทำประโยชน์ใหญ่หลวงให้แก่เมืองกวงฮุยและสมาคมนักปรุงยาวิเศษ เงินจำนวนนี้ข้าจะยอมให้เจ้า!” ใบหน้าของหยางซินเต็มไปด้วยความร่าเริง นางรู้ว่าจดหมายฉบับนี้จะต้องมาจากผู้ที่ส่งคนออกไปกว้านซื้อหญ้าจื่อหลันทั้งหมด

        ประโยชน์อย่างที่สองของหญ้าจื่อหลัน ใช้หญ้าจื่อหลันประกอบกับสมุนไพรพื้นๆ อีกห้าชนิดผสมน้ำอาบ สามารถบำรุงพลังวิญญาณ?

        หยางซินครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งจึงปิดประตูห้อง จากนั้นตามจดหมาย นางผสมสมุนไพรหลายอย่าง เทน้ำร้อนลงไปในถังไม้ ค่อยๆ เปลื้องชุดของนาง เผยให้เห็นเรือนร่างเรียบลื่น เรือนร่างของนางช่างเร่าร้อนนัก สองอกอวบอิ่มชูชัน นางมีกลิ่นอายเปี่ยมเสน่ห์ของสตรีที่เติบโตสมบูรณ์ ค่อยๆ ก้าวลงไปในถังไม้ อย่างช้าๆ

        สารเข้มข้นในสมุนไพรต่างๆ ค่อยๆ ละลายออกมาและถูกดูดซับเข้าไปในร่างกาย ผิวของหยางซินค่อยๆ แดงระเรื่อขึ้น ยิ่งดูนุ่มลื่นและงดงาม จิตวิญญาณของนางก็ได้รับการบำรุง

        “ประสิทธิภาพช่างเด่นชัดจริงๆ!” หยางซินตกตะลึง นางคิดไม่ถึงว่าหญ้าจื่อหลันที่ดูสามัญยิ่งชนิดนี้จะมีคุณวิเศษมากมายราวกับเวทมนตร์ ที่ผ่านมากี่ครอบครัวแล้วที่เผาหญ้าจื่อหลันพวกนี้ทิ้ง! ความคิดนี้ทำให้หยางซินบังเกิดความรู้สึกปวดใจให้แก่หญ้าจื่อหลันที่ถูกเผาทิ้งไป!

        หลังจากที่แช่อยู่ในน้ำสมุนไพรอีกพักหนึ่ง กระทั่งตัวยาในถังน้ำถูกดูดซับจนหมดแล้วหยางซินจึงลุกขึ้นมา ปาดเช็ดคราบน้ำที่หยาดหยดอยู่ตามร่างกาย จากนั้นจึงหยิบเสื้อผ้าขึ้นมาสวมใส่ก่อนเดินออกจากห้องไป

        “ท่านผู้อำนวยการหยาง เกิดอะไรขึ้นกับท่าน? จู่ๆ ทำไมท่านจึงดูอ่อนเยาว์ขึ้นปานนี้?” พวกผู้ชายในสมาคมนักปรุงยาวิเศษหันมามองหยางซิน ต่างรู้สึกยากจะถอนสายตาไปจากนางได้

        ผิวกายของหยางซินขาวผ่องแดงระเรื่อ แลดูนุ่มลื่นชุ่มชื้น งดงามจนไม่อาจบรรยายได้

        หญ้าจื่อหลันผสมกับสมุนไพรห้าชนิด นอกจากสามารถบำรุงพลังวิญญาณได้แล้ว ยังสามารถบำรุงผิวพรรณและความงามได้อีกด้วย!

        หยางซินแอบดีใจ ไม่มีสตรีคนไหนที่จะไม่รู้สึกยินดีกับความงาม ทว่าช่างน่าเสียดาย หญ้าจื่อหลันสามจินถูกใช้ไปจนหมดเกลี้ยงอย่างรวดเร็ว หยางซินรีบเย็บวิธีใช้อันแสนวิเศษและประสิทธิภาพของหญ้าจื่อหลันไว้ในหนังสือเล่มหนึ่งและจัดส่งฉบับคัดลอกไปให้แก่นักปรุงยาทุกคน ทั้งยังหมายเหตุไว้ด้วยว่าสูตรปรุงยาสูตรแรกและสูตรที่สองนั้น นางได้ทำการทดสอบแล้วและมีประสิทธิภาพดีเยี่ยมจริงๆ ส่วนสำหรับวิธีใช้อื่นๆ เนื่องจากความขาดแคลนหญ้าจื่อหลัน นางจึงยังไม่ได้พิสูจน์

        หญ้าจื่อหลันมีคุณวิเศษมากมายปานนี้ ย่อมก่อให้เกิดความชุลมุนวุ่นวายขึ้นภายในสมาคมนักปรุงยาวิเศษ พวกนักปรุงยาทุกคนต่างพากันกระวนกระวายใจหารวบรวมหญ้าจื่อหลันจากชาวบ้านทุกครัวเรือนที่มีหญ้าจื่อหลันเก็บตุนเอาไว้และเริ่มตรวจสอบวิธีใช้หญ้าจื่อหลัน

        วิธีใช้หญ้าจื่อหลันกว่าหกสิบวิธี ทีละอย่างๆ ไม่มีข้ามแม้แต่วิธีเดียว!

        ข่าวนี้ทำให้เกิดความตื่นเต้นสนใจในท่ามกลางวงการปรุงยาวิเศษ

        เพียงพริบตาเดียว ราคาของหญ้าจื่อหลันก็เริ่มพุ่งพรวดขึ้นไปเพราะมูลค่าทางเศรษฐกิจของหญ้าจื่อหลันในเวลานี้สูงลิ่ว อีกทั้งในตลาดเวลานี้ก็หาหญ้าจื่อหลันไม่ได้

        ราคาของหญ้าจื่อหลันเพิ่มขึ้นจากหนึ่งเหรียญจิตอสูรต่อหลายจิน จนกลายเป็นหลายเหรียญจิตอสูรต่อหญ้าจื่อหลันหนึ่งจิน และราคาก็ยังคงไต่ขึ้นไปจนถึงสิบเหรียญจิตอสูรต่อหญ้าจื่อหลันหนึ่งจิน ราคาของมันเพิ่มขึ้นอย่างบ้าคลั่งเป็นร้อยเท่า ชนชั้นสูงบางคนกระทั่งเสนอซื้อหญ้าจื่อหลันหนึ่งจินด้วยราคาหลายร้อยเหรียญจิตอสูร ประสิทธิภาพด้านความงามของหญ้าจื่อหลันที่สามารถบำรุงผิวพรรณได้ทำให้สตรีมากมายคลั่งไคล้มัน

        ไม่ว่าอย่างไร หยางซินก็คือตัวอย่างตัวเป็นๆ! พวกนางย่อมไม่อยากให้ตาเฒ่าของตนถูกบรรดาดอกไม้งามฉูดฉาดนอกบ้านฉุดคร่าไป

        ไร่นาตามชนบททุกแห่งเริ่มลงมือปลูกหญ้าจื่อหลัน ทว่าภายในสามปี อย่างไรก็ต้องเกิดความขาดแคลนหญ้าจื่อหลันขึ้นในเมืองกวงฮุย

        ตระกูลอี้หลง

        เซียวหนิงเอ๋อกำลังจดจ่ออยู่กับการฝึกเคล็ดวิชาที่เนี่ยหลีมอบให้ บ่าวรับใช้หลายคนวิ่งเข้ามาหาด้วยท่าทีรีบเร่ง

        “บ้าไปแล้ว บ้าไปแล้ว คุณหนู ข่าวดีขอรับ!”

        “ข่าวอะไร?” เซียวหนิงเอ๋อเอ่ยถามด้วยความสงสัย

        สาวใช้คนหนึ่งหอบหายใจและพูด “คุณหนู เมื่อเร็วๆ นี้ท่านมิใช่สั่งให้พวกเราออกไปกว้านซื้อหญ้าจื่อหลันหรอกหรือ? เวลานี้ราคาของหญ้าจื่อหลันพุ่งสูงขึ้นถึงสิบกว่าเหรียญหรือกระทั่งเป็นร้อยเหรียญจิตอสูรต่อหญ้าหนึ่งจินแล้ว ยิ่งกว่านั้นยังพูดกันว่าตระกูลเสินเซิ่งนั่นเสนอซื้อหญ้าจื่อหลันหนึ่งร้อยจินด้วยเงินสามร้อยเหรียญจิตอสูร!”

        เซียวหนิงเอ๋อรู้สึกแปลกใจกับข่าวที่ได้รับ นางจมสู่ความคิดอยู่ครู่หนึ่งแล้วก็พลันเข้าใจว่าเหตุการณ์ทั้งหมดนี้จะต้องเป็นฝีมือของเนี่ยหลี นอกจากเนี่ยหลีแล้วยังจะมีผู้ใดสามารถเปลี่ยนหินให้กลายเป็นทองเช่นนี้ได้? พอครุ่นคิดถึงเนี่ยหลี ใบหน้าของเซียวหนิงเอ๋อก็อดที่จะแดงเรื่อขึ้นมาไม่ได้ เวลานี้ ในใจของเด็กสาวแรกรุ่นไม่อาจขจัดเงาร่างของคนผู้นั้นออกไปได้อีกแล้ว

        ห้องสมุดของโรงเรียน

        ราคาของหญ้าจื่อหลันพุ่งพรวดขึ้นไปจนถึงระดับที่น่าอัศจรรย์ใจจนตู้เจ๋อและลู่เพียวต่างเซ่อซ่า เพราะเวลานี้เนี่ยหลีมีหญ้าจื่อหลันนับแสนจินอยู่ในมือ!

        ต่อให้ขายหญ้าจื่อหลันออกไปในราคาเฉลี่ยสิบกว่าเหรียญจิตอสูรต่อหนึ่งจิน นั่นก็เป็นเงินถึงเกือบสิบล้านเหรียญจิตอสูรแล้ว ไม่ต้องพูดถึงความจริงที่ว่ามีชนชั้นสูงบางครอบครัวได้เปิดราคาไว้แล้วที่ร้อยถึงหลายร้อยเหรียญจิตอสูร ทั้งหมดนี้จะเป็นเงินเท่าไหร่?

        จำนวนเงินเท่านี้แค่คิดก็ทำให้ผู้คนมึนงงแล้ว! เนี่ยหลีใช้เวลาเพียงไม่นานก็สามารถสะสมเงินทองได้เท่ากับครอบครัวชั้นสูงครอบครัวหนึ่งที่สะสมเงินทองมาเป็นเวลานับสิบปี!

        เงินเหรียญจิตอสูรจำนวนมากมายปานนี้ พวกเขาก็จะมีทุนทรัพย์สนับสนุนการฝึกยุทธ์จำนวนมหาศาลแล้ว!

        เนี่ยหลียิ้มน้อยๆ นี่เพิ่งจะเป็นเพียงแผนการเริ่มต้นของเขาเท่านั้น! เนี่ยหลีแวะไปร้านสมุนไพรหลายแห่ง ค่อยๆ ทยอยระบายสินค้า เขาขายหญ้าจื่อหลันในราคาสามร้อยเหรียญจิตอสูร ขายได้กว่าหนึ่งหมื่นจิน พวกที่สามารถซื้อหญ้าจื่อหลันที่ราคานี้ได้ล้วนเป็นพวกชนชั้นสูง โดยเฉพาะส่วนใหญ่เป็นพวกฮูหยินของชนชั้นสูงเหล่านั้น

        ในเวลาสั้นๆ นี้เนี่ยหลีก็ได้รับเงินมากว่าสามล้านเหรียญจิตอสูรแล้ว แต่หลังจากนี้เขาคงไม่สามารถขายได้ในราคาที่สูงเช่นนี้อีก เนื่องเพราะความสามารถในการระบายสินค้าของตลาดมีจำกัด ดังนั้นเนี่ยหลีจึงเตรียมที่จะค่อยๆ ลดราคาลงและทยอยขายมันออกไปช้าๆ

        ในห้องสมุด

        “นี่เป็นของพวกเจ้า!” เนี่ยหลีส่งยาหลอมรวมจิตวิญญาณและยาเสริมจิตวิญญาณคุณภาพเยี่ยมจำนวนหนึ่งให้แก่ตู้เจ๋อ ลู่เพียวและพวกทั้งสาม

        ยาหลอมรวมจิตวิญญาณหรือยาเสริมจิตวิญญาณคุณภาพเยี่ยมเม็ดหนึ่งมีราคาขายถึงกว่าหกพันเหรียญจิตอสูร!

        หกคน แต่ละคนได้รับเป็นสิบๆ เม็ด ทั้งหมดรวมแล้วมากกว่าสามแสนเหรียญจิตอสูร!

        กระทั่งลูกหลานชนชั้นสูงบางคนก็ยังไม่กล้าฟุ่มเฟือยขนาดนี้!

        เมื่อพวกเขารู้ว่ายาแต่ละเม็ดนี้มีราคากว่าหกพันเหรียญจิตอสูร ตู้เจ๋อ ลู่เพียวและพวกทั้งสามก็อดที่จะมือสั่นเทาขณะถือมันไม่ได้

        “รีบไปฝึกยุทธ์เร็วเข้า คืนนี้ใช้หญ้าจื่อหลันผสมน้ำอาบ บำรุงพลังวิญญาณของเจ้า!” เนี่ยหลีพูดกลั้วหัวเราะเบาๆ หลังจากทำเงินได้มากมายแล้ว หากพวกเขาไม่ซื้อพวกชุดเกราะหรืออาวุธราคาแพง ในเวลาสั้นๆ นี้ย่อมไม่ขาดเงิน

        เนี่ยหลีนั่งลงขัดสมาธิ โยนยารวบรวมจิตวิญญาณเข้าปากไปเม็ดหนึ่ง เขารู้สึกถึงคลื่นความร้อนที่ค่อยๆ แผ่ซ่านขึ้นมาจากท้องน้อย ค่อยๆ ซึมซาบขึ้นมาที่อาณาเขตวิญญาณและอาณาเขตวิญญาณของเขาก็ค่อยๆ ขยายใหญ่ขึ้นอย่างต่อเนื่อง

        พลังวิญญาณกระเพื่อมซัดอยู่ในอาณาเขตวิญญาณ แม้อาณาเขตวิญญาณของเขามีรูปแบบกระจัดกระจายเหมือนหมู่เมฆ แต่เมื่อพิจารณาโดยละเอียดแล้วเนี่ยหลีรู้สึกว่ามีบางอย่างอยู่ภายในอาณาเขตวิญญาณของเขา เป็นจิตวิญญาณลึกลับชิ้นหนึ่ง กำลังขยับไหวอย่างแรง

        และอย่างช้าๆ ร่างของเนี่ยหลีค่อยๆ กระจายแสงสีฟ้าออกมา

        ประสิทธิภาพของยาหลอมรวมจิตวิญญาณแรงยิ่ง หากคนทั่วไปสามารถดูดซับฤทธิ์ของมันได้สักสิบส่วนก็ถือว่าดีมากแล้ว แต่เพราะเนี่ยหลีฝึกเคล็ดวิชาเทียนเต้า เขาจึงสามารถดูดซับฤทธิ์ของยาหลอมรวมจิตวิญญาณเข้าสู่ร่างกายได้เต็มร้อยส่วน เนี่ยหลีรู้สึกว่าพลังวิญญาณของเขาเพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว

        หลังจากที่ดูดซับยาหลอมรวมจิตวิญญาณไปหนึ่งเม็ด พลังวิญญาณของเนี่ยหลีก็เพิ่มขึ้นจากสามสิบสองจุดเป็นห้าสิบเอ็ดจุด ประสิทธิภาพเช่นนี้ช่างน่าอัศจรรย์นัก ถัดไปเขายังต้องดูดซับยาที่เหลืออีกห้าเม็ด

        ขณะที่เนี่ยหลีกำลังเดินลมปราณ เสียงตูมคราวหนึ่งดังขึ้นให้ได้ยิน ข้างๆ เขามีแสงสีครามสว่างวาบขึ้นมา ตู้เจ๋อเป็นคนแรกที่ก้าวขึ้นสู่ระดับทองแดง กลายเป็นนักสู้ระดับทองแดงได้สำเร็จ

        สามชั่วโมงต่อมา ลู่เพียวก็ก้าวขึ้นสู่ระดับทองแดงเช่นกัน

        เทียบกับการฝึกยุทธ์ของตู้เจ๋อและลู่เพียวแล้ว เคล็ดวิชาเทียนเต้าไม่ใช่เคล็ดวิชาที่ทรงอำนาจและก้าวหน้ารวดเร็ว ทว่าชนะในด้านการสร้างพื้นฐานและความสำเร็จในอนาคตซึ่งมีความโดดเด่นเป็นพิเศษ

        “ระดับทองแดงหนึ่งดาว เยี่ยมยอด!” ตู้เจ๋อกำหมัดแน่น ความก้าวหน้าในการฝึกยุทธ์ทำให้เขาตื่นเต้น อนาคตเต็มไปด้วยความหวัง เขาชำเลืองมองไปทางเนี่ยหลีด้วยความรู้สึกสำนึกรู้คุณ ทุกสิ่งนี้ล้วนเป็นเนี่ยหลีมอบให้!

        ลู่เพียวก็กำลังตื่นเต้นอย่างยิ่ง ก้าวขึ้นถึงระดับทองแดงหนึ่งดาว เมื่อกลับไปบ้าน บิดาของเขาก็จะไม่มีข้ออ้างมาไล่ทุบตีเขาอีก!

        พวกเขาเต็มไปด้วยความคาดหวังกับการทดสอบในอีกสองเดือนข้างหน้า เวลาสองเดือน พวกเขาจะสามารถก้าวหน้าได้อีกมากแค่ไหน? แม้ความก้าวหน้าของเนี่ยหลีจะค่อนข้างช้ากว่า แต่การที่จะทะลุเข้าถึงด่านระดับทองแดงหนึ่งดาวตามเวลานั้นยังคงถือเป็นเรื่องง่ายดาย และบางทีอาจจะไปถึงระดับที่สูงกว่า

        เสิ่นเยวี่ยและคนพวกนั้น เกรงว่าคงคิดไม่ถึง ขยะในสายตาของพวกมัน ตู้เจ๋อ ลู่เพียวก้าวขึ้นถึงระดับทองแดงตามๆ กันทีละคนภายในเวลาแค่ไม่กี่วัน!

        เวลาค่ำ!

        ห้องสมุดชั้นแรก เนี่ยหลีได้พบเยี่ยจื่ออวิ๋นอีกครั้งหนึ่ง นางกำลังนั่งอ่านหนังสืออยู่ที่โต๊ะ ทว่าดูค่อนข้างเหม่อลอย นางสวมใส่ชุดสีขาวและใบหน้างดงามนั้นก็ดูราวกับนางฟ้าแสนสวยผู้หนึ่ง

        เนี่ยหลีเดินตรงไปหาเยี่ยจื่ออวิ๋น

        เสิ่นเยวี่ยและพวกโผล่อยู่ที่มุมหนึ่งของห้องสมุด เขาเห็นภาพนี้ ดวงตาแปรเปลี่ยนเต็มไปด้วยความเย็นยะเยือกน่าสะพรึงกลัว

        “คุณชายเสิ่นเยวี่ย เจ้านั่นดูเหมือนนัดหมายกับคุณหนูเยี่ยจื่ออวิ๋นเอาไว้! คุณหนูเยี่ยจื่ออวิ๋นก็ดูเหมือนกำลังรอมันอยู่!” เด็กหนุ่มสวมชุดสีฟ้าคนหนึ่งอายุราวสิบหกสิบเจ็ดปีพูดขึ้น

        แม้อายุของเขาจะมากกว่าเสิ่นเยวี่ยเล็กน้อย ทว่าพวกเขาล้วนฟังคำสั่งของเสิ่นเยวี่ย เนื่องเพราะเสิ่นเยวี่ยเป็นคนของตระกูลเสินเซิ่ง และครอบครัวของมันสูงส่งกว่าพวกเขา หากเชื่อฟังเสิ่นเยวี่ย พวกเขาก็จะได้รับเงินจำนวนไม่น้อยทุกเดือน และเมื่อพวกเขาโตขึ้นก็จะสามารถเป็นนักสู้ผู้รับใช้ของเสิ่นเยวี่ยได้!

        นักสู้ระดับทองแดงหนึ่งดาวสามคน นักสู้ระดับทองแดงสองดาวสามคน ในฐานะที่เป็นนักสู้ แสวงหาที่พึ่งกับผู้ควบคุมจิตอสูรชั้นสูงคนหนึ่งถือเป็นทางเลือกที่ดีที่สุด

        เสิ่นเยวี่ยทำเสียงฮึเย็นชา โกรธจนไม่อาจฝืนทนได้อีก ไม่ว่าจะเป็นฐานะครอบครัวหรือพรสวรรค์ ส่วนไหนที่ไม่อาจเทียบเนี่ยหลีได้? ยามที่เขาตามตื๊อเยี่ยจื่ออวิ๋น นางไม่สนใจเขา แต่กลับให้ความสำคัญกับเนี่ยหลีเป็นพิเศษ ซึ่งทำให้เขาโกรธจนแทบคลั่งแล้ว

        หากเป็นแค่แม่นางน้อยบ้านสามัญชน เสิ่นเยวี่ยเพียงแค่ใช้วิธีการบางอย่างอีกฝ่ายก็ต้องยอมอยู่ในกำมือของเขาอย่างว่าง่ายแล้ว ทว่าเยี่ยจื่ออวิ๋นมีเบื้องหลังสูงส่ง เขาจึงไม่กล้าเคลื่อนไหว

        “คุณชาย เราควรจัดการเจ้านี่ดีหรือไม่?” นักสู้หลายคนเอ่ยถาม

        “อืม” เสิ่นเยวี่ยพยักหน้า แม้เขาเคยพ่ายแพ้เนี่ยหลีมาแล้วครั้งหนึ่ง แต่กระทั่งถึงวันนี้ เขาก็ยังไม่รู้ว่าตนพ่ายแพ้เนี่ยหลีได้อย่างไร “เจ้าเด็กนี่มีวิธีการบางอย่าง พวกเราจะหาโอกาสสั่งสอนมันสักบท เรื่องพวกนี้ต้องแอบทำ จะให้เยี่ยจื่ออวิ๋นล่วงรู้ไม่ได้!”

        ดวงตาของเสิ่นเยวี่ยฉายแววเหี้ยมเกรียม พูด “จะดีที่สุดหากให้เจ้าสารเลวนี่บาดเจ็บภายใน อย่าให้คนอื่นเห็นและก็อย่าให้ผู้อื่นรู้ว่าเป็นฝีมือของตระกูลเสินเซิ่ง!”

 


ติดตามอัพเดทก่อนใคร ด้วยการกดไลค์แฟนเพจเรื่อง “บันทึกราชันย์เทพอสูร” : https://bit.ly/2PKqEjk

อ่านฟรีได้ที่นี่ หรือ
อ่านล่วงหน้า เร็วกว่าใครหลายร้อยตอนได้ที่เว็บไซต์ กวีบุ๊ค : https://www.kawebook.com/story/view/505

120/เล่ม (หากนับตอนฟรีจะเฉลี่ยอยู่ที่ 90-100 บาท/เล่มค่ะ ) เมื่อเทียบกับนิยายแปลเป็นเล่ม 30 ตอนเท่ากับ 1 เล่ม