0 Views

        แสงจันทร์สว่างกระจ่างตา และผืนป่าก็แต่งแต้มไปด้วยเงาตะคุ่มของแมกไม้

        บรรยากาศละมุนละไมชวนวาบหวามใจ

        เนี่ยหลีช่วยเซียวหนิงเอ๋อนวดรอยจ้ำ มองเซียวหนิงเอ๋อค่อยๆ สวมเสื้อกลับให้เรียบร้อย ทั้งคู่นิ่งเงียบไม่พูดจา

        เซียวหนิงเอ๋อเงยหน้าขึ้นมองเนี่ยหลี ใบหน้าของเนี่ยหลีสงบจริงจัง ยังมีความอบอุ่นหลงเหลืออยู่ที่บริเวณรอยจ้ำ เซียวหนิงเอ๋อเต็มไปด้วยความรู้สึกตื้นตันขอบคุณ หากมิใช่เพราะเนี่ยหลี นางก็ไม่รู้ว่าตนเองยังจะต้องทนเจ็บปวดต่อไปอีกมากเท่าไหร่ เป็นเนี่ยหลีที่ช่วยดึงนางออกมาจากโคลนตมอันไม่สิ้นสุด

        เนี่ยหลีถูกเซียวหนิงเอ๋อจ้องมอง เขาเขินอายอยู่บ้าง ไม่ว่าอย่างไร จุดที่ไม่ควรแตะต้องก็แตะต้องไปแล้ว ทั้งยังรู้สึกดียิ่ง

        “เนี่ยหลี เจ้าขัดแย้งกับตระกูลเสินเซิ่ง เจ้าต้องระวังตัวให้มาก” เซียวหนิงเอ๋อรู้ว่าตระกูลเสินเซิ่งนั้นต่ำช้าและไร้ยางอายยิ่ง ปีนั้นตระกูลปีกมังกรอี้หลงของนางตกต่ำ เป็นตระกูลเสินเซิ่งนี่เองที่วางกับดักตระกูลอี้หลง การค้าและทรัพย์สินกว่าแปดสิบส่วนตกไปอยู่ในมือของตระกูลเสินเซิ่ง ทำให้ไม่มีทางเลือก ต้องถูกตระกูลเสินเซิ่งผูกมัดไว้

        กระทั่งบัดนี้ตระกูลอี้หลงก็ยังไม่อาจฟื้นตัวได้ กลายเป็นตระกูลชนชั้นสูงปลายแถว และอีกไม่นานก็คงต้องถูกตระกูลเสินเซิ่งกลืนกิน

        “ข้าคำนวณไว้แล้ว ตระกูลเสินเซิ่งเป็นตระกูลที่มีชื่อเสียงจอมปลอม ดังนั้นช่วงนี้พวกมันจึงไม่กล้าแตะต้องข้า เดาว่าอีกสักสองสามเดือน พอเรื่องเงียบลงแล้วจึงกล้ามาหาเรื่องข้า” เนี่ยหลียิ้มบาง แต่รอถึงอีกสองสามเดือน ข้าก็มีปัญญาตอบโต้ได้แล้ว

        สีหน้าของเนี่ยหลีเต็มไปด้วยความเชื่อมั่น เซียวหนิงเอ๋อมีความรู้สึกอย่างหนึ่ง ไม่ว่าจะมีปัญหาใดๆ เมื่ออยู่ต่อหน้าเนี่ยหลีล้วนไม่เป็นปัญหา ในใจนางเต็มไปด้วยความชื่นชมเนี่ยหลี

        “เมื่อกลับไป เจ้าหาผลึกวิญญาณที่ยังไม่เคยถูกผู้อื่นใช้มาก่อนไว้สักชิ้นหนึ่ง ข้าจะช่วยเจ้าทดสอบพรสวรรค์” เนี่ยหลีจ้องมองเซียวหนิงเอ๋อและพูด ด้วยว่าต่างคนต่างมีความเข้าใจอีกฝ่ายดีขึ้น เนี่ยหลีรู้สึกว่าเซียวหนิงเอ๋อเป็นเด็กสาวที่ดีคนหนึ่ง ใครจะรู้ว่าวันหนึ่งข้างหน้านางอาจจะกลายเป็นผู้ช่วยที่เข้มแข็งของเขา เนี่ยหลีจึงตัดสินใจที่จะสอนเคล็ดวิชาชั้นเลิศแก่นาง

        “ผลึกวิญญาณที่ไม่เคยถูกใช้หรือ? ใช่นี่หรือไม่?” เซียวหนิงเอ๋อเอ่ยถาม นางล้วงผลึกวิญญาณเบื้องต้นออกมาชิ้นหนึ่งจากแหวนมิติ “ข้ามีอยู่สามชิ้น”

        “ที่แท้เจ้าก็มีแล้ว เช่นนั้นก็ดีมาก” เนี่ยหลียิ้มและหยิบชิ้นหนึ่งขึ้นมา “ถ่ายเทพลังวิญญาณของเจ้าเข้าไปในนี้และให้ข้าตรวจดู”

        “ตกลง” เซียวหนิงเอ๋อพยักหน้า นางถ่ายเทพลังวิญญาณเข้าไปในผลึกวิญญาณ ผลึกวิญญาณก็พลันปลดปล่อยแสงสว่างสุกใสออกมา ภายในแสงสว่างนั้นค่อยๆ ก่อรูปเป็นลักษณะปีกมังกรที่กำลังเหินบิน

        เนี่ยหลีจ้องมองเซียวหนิงเอ๋อด้วยสีหน้าอัศจรรย์ใจ “พลังวิญญาณแปดสิบสามจุด คุณลักษณะของอาณาเขตวิญญาณเป็นธาตุสายฟ้าวายุ รูปร่างปีกมังกร”

        ไม่แปลกใจที่ความก้าวหน้าในการฝึกยุทธ์ของเซียวหนิงเอ๋อเป็นไปอย่างรวดเร็วยิ่ง กระทั่งเคยต้องนอนแบบอยู่บนเตียงถึงสองปี การฟื้นตัวก็ยังเป็นไปอย่างรวดเร็วนัก ที่แท้ก็มีรูปแบบอาณาเขตวิญญาณเป็นปีกมังกรซึ่งนับเป็นพรสวรรค์ที่เยี่ยมที่สุดนี่เอง มีรูปแบบวิญญาณเช่นนี้ ไม่ว่าจะฝึกเคล็ดวิชาแบบไหนก็มีความก้าวหน้าได้รวดเร็วยิ่ง หากนางได้ฝึกเคล็ดวิชาในหมวดธาตุสายฟ้าวายุ ก็จะยิ่งคิดไม่ถึงแล้ว

        “คุณลักษณะสายฟ้าวายุ รูปแบบปีกมังกร นี่คืออะไร?” เซียวหนิงเอ๋อไม่เข้าใจในสิ่งที่เนี่ยหลีเพิ่งพูดออกมา ดวงตางดงามเต็มไปด้วยความสงสัย

        “หมายความว่าเจ้าเหมาะที่จะฝึกเคล็ดวิชาธาตุสายฟ้าวายุ” เนี่ยหลีครุ่นคิดครู่หนึ่ง “ข้ามีอยู่เคล็ดวิชาหนึ่ง ข้าจะให้เจ้า”

        เคล็ดวิชาธาตุสายฟ้าวายุชุดนี้เนี่ยหลีค้นพบได้จากเมืองโบราณที่หายสาบสูญไปแห่งหนึ่ง เป็นเคล็ดวิชาที่เหมาะกับคนที่มีรูปแบบวิญญาณปีกมังกรที่สุด หากเซียวหนิงเอ๋อได้ฝึกเคล็ดวิชานี้ ฝีมือของนางจะต้องก้าวหน้าอย่างก้าวกระโดดแน่นอน เกรงว่าคงเร็วยิ่งกว่าเนี่ยหลีและพวกเสียอีก

        วิญญาณรูปร่างปีกมังกร พรสวรรค์นี้เยี่ยมยอดกระทั่งเนี่ยหลีก็ยังอิจฉาแล้ว!

        “เคล็ดวิชาชุดนี้แข็งแกร่งกว่าเคล็ดวิชาที่เจ้ากำลังฝึกอยู่!” เนี่ยหลีพูด ถ่ายทอดเคล็ดวิชาทั้งหมดให้แก่เซียวหนิงเอ๋อ

        เซียวหนิงเอ๋อจดจำเคล็ดวิชาและบันทึกเก็บไว้ ขณะท่องบ่นซึมซับเคล็ดวิชา ช่างเป็นดังที่เนี่ยหลีบอก เคล็ดวิชาสายฟ้าวายุชุดนี้ไร้เทียมทานจริงๆ! บรรดาเคล็ดวิชาที่นางเคยฝึกมาก่อนทั้งหมดล้วนกลายเป็นขยะเมื่ออยู่ต่อหน้าเคล็ดวิชาชุดนี้!

        “เคล็ดวิชาชุดนี้มีชื่อว่าเคล็ดวิชาปีกมังกรสายฟ้าวายุ!” เนี่ยหลียิ้มแย้มพูด “เป็นเคล็ดวิชาที่ดีที่สุดสำหรับเจ้า!”

        “ขอบคุณ” เซียวหนิงเอ๋อเงยหน้าขึ้นจ้องมองเนี่ยหลีด้วยความสำนึกรู้คุณในความกรุณาของเนี่ยหลีที่มีต่อนาง นางไม่ทราบจะตอบแทนอย่างไรดี อย่างแรกช่วยนางพ้นจากความเจ็บป่วย ต่อมาก็ยังมอบเคล็ดวิชาอันล้ำเลิศเช่นนี้ให้แก่นาง นางขบริมฝีปาก ใบหน้าก็เริ่มร้อนผะผ่าวขึ้นมา “ข้าไม่ทราบจะตอบแทนเจ้าอย่างไรดี ไม่ว่าเจ้าต้องการให้ข้าทำอะไร ข้าก็ยินดีจะทำทุกอย่าง”

        ได้ยินคำพูดนุ่มนวลอ่อนโยนจากเซียวหนิงเอ๋อ ในใจของเนี่ยหลีสะท้านไหว เขามองๆ เซียวหนิงเอ๋อผู้เปี่ยมเสน่ห์ชวนมอง ยิ้มขื่นและพูด “พวกเราล้วนเป็นเพื่อนกัน ย่อมต้องช่วยเหลือกัน ต่อไปหากข้ามีปัญหา เจ้าก็ต้องช่วยข้าอยู่แล้วใช่หรือไม่?”

        “อืม” เซียวหนิงเอ๋อพยักหน้า ดวงตาดำขลับงดงามเจือแววผิดหวังเล็กน้อย หากเวลานี้เนี่ยหลีขอให้นางเป็นเพื่อนหญิงของมัน นางจะต้องตอบตกลงอย่างไม่ลังเล

        ทั้งสองฝึกยุทธ์ต่อไปอีกสองสามชั่วโมง เซียวหนิงเอ๋อฝึกเคล็ดวิชาปีกมังกรสายฟ้าวายุที่เนี่ยหลีมอบให้อยู่ครู่หนึ่ง พลังยุทธ์ของนางเพิ่มพูนขึ้นอย่างฉับพลันจนยากจะจิน*ตนาการถึงได้ ผู้มีรูปร่างอาณาเขตวิญญาณแบบปีกมังกรถือว่าเป็นผู้มีพรสวรรค์ที่ไร้เทียมทานซึ่งจะมีโอกาสปรากฏขึ้นหนึ่งในหมื่นคนเท่านั้น ประกอบกับได้ฝึกเคล็ดวิชาที่เยี่ยมยอดอันเหมาะสมกับร่างกาย ความก้าวหน้าในการฝึกยุทธ์ย่อมก้าวกระโดดไปเป็นพันหลี่แล้ว

        แม้เคล็ดวิชาเทียนเต้าจะมีความล้ำเลิศกว่าเคล็ดวิชาปีกมังกรสายฟ้าวายุในท้ายที่สุด ทว่าช่วงต้นของการฝึก เคล็ดวิชาปีกมังกรสายฟ้าวายุกลับมีอัตราก้าวหน้าที่รวดเร็วกว่าเคล็ดวิชาเทียนเต้า

        เมื่อรุ่งอรุณใกล้มาเยือน ร่างของเซียวหนิงเอ๋อกระจายรัศมีแสงสีฟ้าออกมาเรืองรอง

        “ความเร็วของการฝึกเคล็ดวิชาปีกมังกรสายฟ้าวายุช่างน่ากลัวจริงๆ ใช้เวลาเพียงไม่นานก็แตะเขตแดนของระดับทองแดงหนึ่งดาวแล้ว” เนี่ยหลีอดที่จะคร่ำครวญไม่ได้ เทียบกันแล้ว พรสวรรค์ของเขา ตู้เจ๋อ ลู่เพียวและพวกถือว่าเหมือนพวกธรรมดาเสียมากกว่า

        เมื่อเซียวหนิงเอ๋อลืมตาขึ้นมาเนี่ยหลีก็จากไปแล้ว ดวงตาของเซียวหนิงเอ๋อฉายแววผิดหวัง แต่เล็กจนใหญ่ นางแทบไม่เคยพูดคุยกับเด็กผู้ชาย เนี่ยหลีเป็นเด็กผู้ชายเพียงคนเดียวที่ทำให้นางมองเขาในมุมต่างออกไป เมื่อครุ่นคิดถึงเนี่ยหลี หัวใจของเซียวหนิงเอ๋อก็เต็มไปด้วยความอบอุ่น

        หากนางไม่ได้พบเนี่ยหลี ชีวิตนางไม่ทราบจะมืดมนเพียงไหน? จะเป็นเหมือนเช่นเวลานี้ได้อย่างไร เวลาที่เต็มไปด้วยความหวัง?

        นางตัดสินใจแล้ว ไม่ว่าเนี่ยหลีจะชอบนางหรือไม่ นางจะอยู่ข้างกายเนี่ยหลีเสมอ จนกว่าจะถึงวันที่เนี่ยหลีจะสังเกตเห็นถึงความคงอยู่ของนาง

        หากเวลานี้พวกเด็กผู้ชายที่ชื่นชอบหนิงเอ๋อทราบการตัดสินใจของนาง ไม่ทราบจะอกหักถึงเพียงไหน

        “พลังวิญญาณเก้าสิบสองจุด อีกไม่นานก็จะถึงระดับทองแดงหนึ่งดาวแล้ว!” ร่างของเซียวหนิงเอ๋อชุ่มโชกด้วยเหงื่อไคล เหนียวเหงื่อจนรู้สึกไม่ค่อยสบายตัว แต่ผิวพรรณของนางกลับยิ่งเปล่งปลั่งและอ่อนเยาว์กว่าเดิม

        หลังจากเฝ้ามองไปยังทิศทางที่เนี่ยหลีจากไปได้ครู่หนึ่ง เซียวหนิงเอ๋อจึงเริ่มเก็บข้าวของของตนและเดินตรงไปทางประตูสนามฝึก

        หลังฟ้าสาง

        ร้านค้าสมุนไพรต่างๆ ทั้งร้านเล็กร้านใหญ่ในเมืองกวงฮุยต้อนรับบุคคลลึกลับกลุ่มหนึ่ง พวกเขาบอกว่าเป็นบ่าวรับใช้จากตระกูลใหญ่แห่งหนึ่ง สนใจซื้อหญ้าจื่อหลันในร้าน มีเท่าไหร่ก็ซื้อหมด บางร้านขายไม่ออกมานานปีก็ยังถูกกว้านซื้อไปจนหมดเกลี้ยง

        “พวกเขาจะซื้อหญ้าจื่อหลันไปทำไมตั้งมากมาย?”

        “ข้าว่าข้ารู้จักคนพวกนั้นนะ มันเป็นบ่าวรับใช้ของคุณหนูเซียวหนิงเอ๋อแห่งตระกูลอี้หลง!”

        “คุณหนูเซียวหนิงเอ๋อจะซื้อหญ้าจื่อหลันไปทำไม? นึกไม่ออกจริงๆ!”

        หญ้าจื่อหลันนอกจากใช้ไล่ยุงแล้วก็ไม่มีประโยชน์อย่างอื่นอีก บ้านตระกูลอี้หลงทั้งหลังใช้หญ้าจื่อหลันสักสิบกว่าจินก็เหลือเฟือแล้ว แต่บ่าวรับใช้พวกนั้นกลับซื้อไปเป็นสิบหมื่นจิน จำนวนขนาดนี้ ทำให้ผู้คนตกใจจริงๆ

        หญ้าจื่อหลันทั้งหมดที่มีล้วนถูกบ่าวรับใช้ของเซียวหนิงเอ๋อซื้อไปหมดแล้ว ร้านสมุนไพรบางร้านกระทั่งไปถอนหญ้าจื่อหลันออกจากแปลงเพาะปลูกของตนเพื่อนำออกมาขาย คาดว่าในอีกสามปีข้างหน้าเมืองกวงฮุยคงต้องขาดแคลนหญ้าจื่อหลันแล้ว แต่หญ้าจื่อหลันจะมีใช้หรือไม่ ไม่มีผู้ใดสนใจ

        เมื่อเนี่ยหลีได้รับแหวนมิติซึ่งเต็มไปด้วยหญ้าจื่อหลันที่เซียวหนิงเอ๋อส่งมาให้ ช่างน่าตกใจที่มีจำนวนหญ้าจื่อหลันนับแสนจิน เกรงว่าคงต้องใช้เงินไปนับแสนเหรียญจิตอสูร เงินจำนวนมากมายปานนี้มิใช่น้อยๆ!

        แต่เซียวหนิงเอ๋อไม่ได้ใส่ใจ ขอเพียงเนี่ยหลีพอใจ จะให้นางทำอะไรย่อมได้ ยังไม่นับว่านี่เป็นเงินแค่ไม่กี่แสนเหรียญจิตอสูร หากจะตีมูลค่า เงินแสนเหรียญจิตอสูรอาจมีค่าไม่ถึงหนึ่งในร้อยส่วนของเคล็ดวิชาปีกมังกรสายฟ้าวายุด้วยซ้ำไป

        เมื่อรู้ว่าการฝึกยุทธ์ของเซียวหนิงเอ๋อมีความก้าวหน้าเป็นอันมาก เพียงไม่กี่วันพลังวิญญาณก็เพิ่มขึ้นถึงเก้าสิบกว่าจุด และกำลังจะทะลวงผ่านขึ้นเป็นนักสู้ระดับทองแดงหนึ่งดาว ทั้งบ้านต่างก็ตื่นเต้น มอบเงินให้เซียวหนิงเอ๋อแสนเหรียญจิตอสูรและยังมีของล้ำค่าอีกหลายอย่างที่ช่วยส่งเสริมการฝึกยุทธ์ ดังนั้นเซียวหนิงเอ๋อจึงไม่ขาดแคลนเงินทอง

        แม้อยู่ในภาวะตกต่ำ อูฐผอมโซตัวหนึ่งก็ยังใหญ่กว่าม้า ฐานะการเงินของตระกูลอี้หลงยังคงน่าพิศวงไม่น้อย และเพื่อส่งเสริมการฝึกยุทธ์ของเด็กรุ่นใหม่ในบ้าน สักนิดก็ไม่ขี้เหนียว

        เมื่อได้หญ้าจื่อหลันมามากมายปานนี้ เนี่ยหลีพอใจอย่างยิ่ง แม้ยังไม่อาจคืนเงินให้แก่เซียวหนิงเอ๋อได้ในเวลานี้ แต่ก็คงอีกไม่นานนัก

        ไม่ว่าจะเป็นตู้เจ๋อหรือลู่เพียวต่างก็พากันสงสัยใจนัก พวกเขาล้วนไม่เข้าใจว่าเหตุใดเนี่ยหลีจึงจงใจซื้อหญ้าจื่อหลันมาเก็บตุนไว้มากมาย เนี่ยหลีได้ที่นั่งหนึ่งในห้องสมุดและไม่ทราบว่าเขากำลังเขียนอะไรอยู่

        ช่วงบ่ายมีคนมากมายเข้าๆ ออกๆ ห้องสมุด ตู้เจ๋อกับลู่เพียวกำลังอ่างหนังสือบางอย่างเกี่ยวกับยันต์และเคล็ดวิชาการต่อสู้ภายใต้การชี้แนะของเนี่ยหลี หากต้องการฝึกยุทธ์เลื่อนสู่ระดับสูง ก้าวแรกย่อมต้องมีความรู้กว้างขวางเสียก่อน

        หลังจากได้ฝึกเคล็ดวิชายุทธ์ สมองของพวกเขาพัฒนาไปมาก สามารถจดจำความรู้ทั่วไปได้ไม่ลืม และยังเรียนรู้ได้เร็วขึ้น

        บริเวณหนึ่งไม่ไกลจากกลุ่มของเนี่ยหลีและพวก มีนักเรียนกลุ่มหนึ่งกำลังรวมตัวกัน ส่งเสียงคุยจ้อกแจ้ก

        “ชุดเกราะในมือของข้าชิ้นนี้เรียกว่าชุดเกราะเหยียนหมิง มีระดับเงิน ต่อให้มีเงินแสนเหรียญจิตอสูรก็หาซื้อในตลาดไม่ได้” นักเรียนคนหนึ่งแสดงชุดเกราะสีแดงที่สวมใส่อยู่บนร่างกาย เขามีรูปร่างสูง กำลังสวมใส่ชุดเกราะ ท่วงท่ากลิ่นอายคล้ายชายชาติทหาร

        เขาคือเฉินหลินเจี้ยน เป็นบุตรสายเลือดตรงผู้หนึ่งของตระกูลเตียนเฟิง หนึ่งในตระกูลชนชั้นสูง อายุสิบห้าปี และเป็นถึงผู้ควบคุมจิตอสูรระดับทองแดงห้าดาวแล้ว อีกไม่นานก็จะเลื่อนถึงระดับเงินหนึ่งดาว ในบรรดาตระกูลชนชั้นสูง ตระกูลเตียนเฟิงถือว่าร่ำรวยที่สุด เฉินหลินเจี้ยนเป็นที่นับถือในหมู่นักเรียนไม่น้อย มีพี่น้องร่วมกลุ่มขนาดใหญ่

        “พอสวมชุดเกราะเหยียนหมิงนี้กับตัว ต่อให้เป็นนักสู้ระดับเงินก็ไม่สามารถเอาชนะเจ้าได้”

        “เป็นชุดเกราะที่เยี่ยมยอดนัก!”

        นักเรียนหญิงหลายคนด้านข้างเมื่อได้เห็นเข้า สีหน้าเต็มไปด้วยความอิจฉา หลายคนในหมู่พวกนางส่งสายตาหว่านเสน่ห์ชำเลืองมองไปทางเฉินหลินเจี้ยนเป็นพักๆ

        “ข้ามอบให้เจ้า!” เฉินหลินเจี้ยนสะบัดมือ โยนชุดเกราะเหยียนหมิงให้ลูกน้องคนหนึ่งในกลุ่ม

        ชุดเกราะสำหรับการต่อสู้มีราคากว่าแสนเหรียญจิตอสูร มอบให้ง่ายๆ เช่นนี้? ทุกคนออกจะงุนงงแล้ว

        หนึ่งแสนเหรียญจิตอสูรเท่านั้น เงินจำนวนนี้ถือว่าไม่มีความหมายสำหรับเฉินหลินเจี้ยน เขายิ้มบางพูด “นี่เป็นหญ้าเซิ่งหมิงอายุห้าปีหกต้นที่ข้านำมาจากบ้าน หากพวกเจ้ายอมติดตามข้า ขยันทำงาน รางวัลตอบแทนย่อมมีไม่ขาด!

————————————–

*จิน (斤 Jīn) คือมาตราชั่งของจีน โดยที่ 1 จิน = 500 กรัม

 


ติดตามอัพเดทก่อนใคร ด้วยการกดไลค์แฟนเพจเรื่อง “บันทึกราชันย์เทพอสูร” : https://bit.ly/2PKqEjk

อ่านฟรีได้ที่นี่ หรือ
อ่านล่วงหน้า เร็วกว่าใครหลายร้อยตอนได้ที่เว็บไซต์ กวีบุ๊ค : https://www.kawebook.com/story/view/505

120/เล่ม (หากนับตอนฟรีจะเฉลี่ยอยู่ที่ 90-100 บาท/เล่มค่ะ ) เมื่อเทียบกับนิยายแปลเป็นเล่ม 30 ตอนเท่ากับ 1 เล่ม