0 Views

        เห็นหมัดของเสิ่นเยวี่ยถูกเนี่ยหลีบังคับให้คลายออก อีกทั้งใบหน้าของเขาก็กระตุกด้วยความเจ็บปวด พรรคพวกของเสิ่นเยวี่ยงุนงงแล้ว

        “เกิดอะไรขึ้น? เกิดอะไรขึ้นกับนายน้อยเสิ่นเยวี่ย?”

        พวกเขาจ้องมองเสิ่นเยวี่ยด้วยความงุนงง ในความคิดของพวกเขา หากเสิ่นเยวี่ยจะให้บทเรียนกับเนี่ยหลี นับว่าทำได้อย่างเหลือเฟือ แต่ว่าเหตุใด สีหน้าของเสิ่นเยวี่ยจึงดูเจ็บปวดนัก? เกิดอะไรขึ้นกันแน่?

        ตู้เจ๋อ ลู่เพียวและพวกไม่แปลกใจนักกับภาพที่เห็น พวกเขาดูสงบยิ่ง ตั้งแต่พวกเขาได้ฝึกเคล็ดวิชาที่เนี่ยหลีสอน วิทยายุทธ์ของพวกเขาก็ก้าวหน้าขึ้นเป็นอันมาก แม้พลังวิญญาณยังไม่ถึงร้อยจุด กำลังของพวกเขาก็เพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

        เคล็ดวิชาที่เนี่ยหลีฝึกฝนจะต้องแข็งแกร่งยิ่งกว่าของพวกเขาอย่างแน่นอน ไม่ทราบเนี่ยหลีก้าวขึ้นไปถึงระดับไหนแล้ว ทว่าแค่ข่มเหงเสิ่นเยวี่ยก็นับว่าเหลือจะพอ!

        สิ่งที่พวกเขาไม่รู้ก็คือเวลานี้เนี่ยหลีฝึกพลังปราณได้ช้ากว่าพวกเขา แม้กำลังกายก็ยังด้อยกว่า ทว่าด้วยความรู้อันกว้างขวางจากชาติที่แล้ว ต่อให้กลายเป็นคนธรรมดาที่ไม่มีวิชายุทธ์อันใด คิดเล่นงานเสิ่นเยวี่ยนับว่ายิ่งกว่าพอ

        เนี่ยหลียิ้มเย็น “ชื่อของจื่ออวิ๋นไม่ใช่สิ่งที่เจ้าคิดจะเรียกก็เรียกได้ หากคราวหน้าข้ารู้ว่าเจ้าแอบตามจื่ออวิ๋นอีก เมื่อข้าพบเจ้า ข้าก็จะตีเจ้าทีหนึ่ง!” เนี่ยหลีผู้เกิดใหม่จะไม่ยอมให้ผู้ใดมีความคิดไม่ดีกับเยี่ยจื่ออวิ๋นเด็ดขาด! ชีวิตร่วมเป็นร่วมตายที่พวกเขาประสบ รวมถึงความรู้สึกที่มีต่อกัน ไม่ใช่สิ่งที่เจ้าขยะเสิ่นเยวี่ยผู้นี้จะเข้าใจได้

        “เป็นไปไม่ได้ ข้าจะพ่ายแพ้ได้อย่างไร!” เสิ่นเยวี่ยไม่ยอมรับความจริง อย่างไรก็คิดไม่ถึงว่าจะพ่ายแพ้ในน้ำมือของเนี่ยหลี สีหน้าก็เริ่มชั่วร้ายขึ้น “เป็นเจ้าบังคับข้าเองนะ!”

        พลังวิญญาณของเสิ่นเยวี่ยเริ่มสาดซัด เกลียวพลังวิญญาณเริ่มแผ่ซ่านออกมาจากร่างกาย โจมตีเข้าใส่เนี่ยหลี

        แม้เขายังไม่ได้เป็นผู้ควบคุมจิตอสูร เสิ่นเยวี่ยก็สามารถใช้พลังจิตเข้าโจมตีอาณาเขตวิญญาณของเนี่ยหลีได้

        พลังวิญญาณของเสิ่นเยวี่ยล่วงถึงเจ็ดสิบแปดจุดแล้ว และพลังวิญญาณของเนี่ยหลีเมื่อห้าวันก่อนก็เพิ่งมีแค่ห้าจุด ทว่าเวลานี้มีถึงสามสิบจุดแล้ว

        พลังวิญญาณของเนี่ยหลียังมีไม่ถึงครึ่งหนึ่งของเสิ่นเยวี่ย!

        “ไม่ดีแล้ว เนี่ยหลีเพิ่งฝึกพลังวิญญาณเมื่อสองวันก่อน พลังวิญญาณของเขาคงสู้เสิ่นเยวี่ยไม่ได้” ตู้เจ๋อสีหน้าแปรเปลี่ยน ทว่าเขายังอยู่ห่างจากเนี่ยหลีไม่น้อย ไม่เพียงแค่นั้น ยังมีพรรคพวกอีกหกคนของเสิ่นเยวี่ยคอยขวางทางอยู่ ผู้ติดตามเหล่านั้นอยู่ในระดับทองแดงแล้ว ดังนั้นตู้เจ๋อและพวกจึงไม่อาจเข้าใกล้เนี่ยหลีได้

        เสิ่นเยวี่ยโคจรอาณาเขตวิญญาณจนถึงขีดสุด พลังวิญญาณแผ่พุ่งออกไปยังทิศทางของเนี่ยหลี

        “ฮ่าๆ พลังวิญญาณอ่อนด้อยถึงเพียงนี้ ยังกล้ามาทำตัวโอหังต่อหน้าข้า!” เสิ่นเยวี่ยรู้สึกว่าพลังวิญญาณของเนี่ยหลีอ่อนแอนัก และด้วยพลังวิญญาณของเขา ย่อมสามารถบดขยี้เนี่ยหลีได้อย่างง่ายดาย!

        “น่าขำ!” เนี่ยหลีส่งเสียงขึ้นจมูกเย็นชา ในชีวิตชาติที่แล้ว เขาเคยท้าท้ายผู้ควบคุมจิตอสูรที่เก่งกาจมาแล้วมากมาย และยังมีสัตว์อสูรทรงพลังนับไม่ถ้วน ผู้ควบคุมจิตอสูรและสัตว์อสูรเหล่านั้นล้วนมีพลังวิญญาณกล้าแกร่ง สามารถควบคุมพลังวิญญาณได้จนถึงระดับน่าสะพรึงกลัว

        แม้ในชีวิตนี้พลังวิญญาณของเนี่ยหลียังคงอ่อนด้อย ทว่าประสบการณ์การต่อสู้เป็นตายจากชาติที่แล้วยังคงอยู่ ความสามารถในการควบคุมพลังวิญญาณก็ยังคงอยู่ แม้มีพลังวิญญาณแค่สามสิบจุด ต่อให้เป็นผู้ควบคุมจิตอสูรระดับทองแดงที่แท้จริงผู้หนึ่งก็ยังไม่ได้เปรียบเขา!

        วิธีใช้พลังวิญญาณของเสิ่นเยวี่ยทั้งหยาบทั้งไม่ได้เรื่อง รู้จักแต่โจมตีอาณาเขตวิญญาณของศัตรู ในสายตาของเนี่ยหลี วิธีควบคุมพลังวิญญาณเช่นนี้ช่างไม่แตกต่างจากพวกคนเถื่อน

        พลังวิญญาณมิได้มีไว้ใช้งานแบบนี้!

        ในสายตาของเนี่ยหลี เสิ่นเยวี่ยมีจุดอ่อนเต็มตัว หากเนี่ยหลีพอใจ แค่หายใจเสิ่นเยวี่ยก็คงกลายเป็นศพนอนตายอยู่บนพื้นแล้ว! เพียงแต่ว่าเมืองกวงฮุยไม่อนุญาตให้ฆ่าคน ยิ่งกว่านั้น อยู่ในสถานที่เช่นโรงเรียนเซิ่งหลันนี้ ยิ่งไม่อาจฆ่าคนได้

        เนี่ยหลีคร้านเกินกว่าจะฆ่าเสิ่นเยวี่ย เพราะในสายตาของเนี่ยหลี เสิ่นเยวี่ยไม่เป็นพิษภัยต่อเขาแม้แต่น้อย!

        พยัคฆ์ตัวหนึ่งจะคิดว่าไก่เป็นภัยต่อมันได้อย่างไร?

        น่าหัวเราะที่มีบางคนไม่รู้จักประมาณตน เสิ่นเยวี่ยรู้สึกว่าพลังวิญญาณของตนเปรียบเหมือนมีดอุ่นตัดเนย สีหน้าปลื้มปริ่ม เขาแทบจะจินตนาการถึงความเจ็บปวดของเนี่ยหลีได้แล้ว

        ชั่วขณะที่พลังวิญญาณของเสิ่นเยวี่ยกำลังจะโจมตีเข้าใส่อาณาเขตวิญญาณของเนี่ยหลี พลังวิญญาณของเนี่ยหลีบีบอัดตัวลงจนกลายเป็นเข็มเล็กๆ เล่มหนึ่ง โจมตีเข้าใส่อาณาเขตวิญญาณของเสิ่นเยวี่ย

        จุดเดียวทะลวงฝ่า!

        พลังวิญญาณของเสิ่นเยวี่ยมีลักษณะกระจายตัวออกไป ส่วนพลังวิญญาณของเนี่ยหลีถูกบีบอัดจนกลายเป็นเข็มเล็กๆ เล่มหนึ่ง แม้เนี่ยหลีจะใช้พลังวิญญาณเพียงเล็กน้อยก็สามารถกระแทกใส่พลังวิญญาณของเสิ่นเยวี่ยได้แล้ว

        “อา!” เสิ่นเยวี่ยร้องเสียงหลงออกมาทันทีราวกับหมูถูกเชือด เมื่อพลังวิญญาณของเนี่ยหลีพุ่งจู่โจมออกไป พลังวิญญาณของเสิ่นเยวี่ยก็พ่ายแพ้ พลังวิญญาณของเนี่ยหลีโจมตีเข้าใส่อาณาเขตวิญญาณของเสิ่นเยวี่ย

        อาณาเขตวิญญาณบังเกิดความเจ็บปวดอย่างแรง เหงื่อเม็ดโป้งของเสิ่นเยวี่ยเริ่มไหลออกมาไม่หยุด อ้าปากพะงาบๆ หอบหายใจ ช่างเป็นภาพที่น่ากลัวนัก

        วิญญาณของเขาถูกสั่นคลอน จิตของเขาก็กำลังตกใจสุดขีด สายตาของเสิ่นเยวี่ยค่อยๆ พร่าเลือน และเนี่ยหลีตรงหน้าก็กลายเป็นภูเขาสูงตระหง่านลูกหนึ่ง! ทำให้เขารู้สึกว่าร่างกายไม่อาจต้านทานได้! สายตาเนี่ยหลีเย็นชา ทำให้เขารู้สึกหนาวยะเยือกเข้าไปถึงขั้วหัวใจ

        สายตาของเนี่ยหลีดุจดังใบมีดคมกล้าที่ถูกปลดปล่อยออกมา ในชีวิตชาติที่แล้วเขามีประสบการณ์การต่อสู้เป็นตายมานับไม่ถ้วน จำนวนยอดฝีมือที่ตกตายใต้เงื้อมมือของเขาก็มีนับไม่หวาดไหว เมื่อกลับมาเกิดใหม่ จิตวิญญาณของเนี่ยหลียังคงแข็งกร้าวเย็นชาอยู่บ้าง รังสีที่น่าสะพรึงกลัวปานนี้ย่อมไม่ใช่สิ่งที่เด็กเช่นเสิ่นเยวี่ยจะต้านทานได้

        เสิ่นเยวี่ยหวาดกลัวสุดขีด เป้ากางเกงเย็นชื้นขึ้น ที่แท้หวาดกลัวจนปัสสาวะราดออกมา

        “เกิดอะไรขึ้น? ที่แท้เกิดอะไรขึ้น?” ผู้ติดตามระดับทองแดงหนึ่งดาวของเสิ่นเยวี่ยสองสามคนทำหน้าสับสนสงสัย

        พวกเขารับรู้ได้อย่างชัดเจนว่าพลังวิญญาณของเสิ่นเยวี่ยแข็งแกร่งกว่าเนี่ยหลี และเห็นได้ชัดว่าเป็นฝ่ายได้เปรียบ เหตุใดสุดท้ายอาณาเขตวิญญาณจึงถูกจู่โจมได้? ที่แท้ตอนท้ายเกิดอะไรขึ้นกันแน่?

        การลงมือของเนี่ยหลีรวดเร็วเกินไป พวกมันต่างรับมือไม่ทัน!

        “ฉี่ราดเสียแล้ว เหม็นชะมัด อาศัยขยะเช่นเจ้า กลับกล้ามาข่มขู่ข้า ข้าขี้เกียจเสียเวลากับเจ้าแล้ว ไปให้พ้น อีกหน่อยก็อยู่ห่างๆ จากข้าสักหน่อย” เนี่ยหลีดึงเสิ่นเยวี่ยให้ลุกขึ้นมา ร่างของเสิ่นเยวี่ยถูกเนี่ยหลีใช้มือข้างเดียวยกขึ้นจากพื้น เขาพลิกมือคราวเดียวก็โยนเสิ่นเยวี่ยออกไปด้านนอก

        ตูม!

        เสิ่นเยวี่ยถูกโยนออกไปนอกหน้าต่าง ร่วงใส่พื้นดังสนั่น ฝุ่นดินกระจุยกระจายขึ้นมา

        “นายน้อย!”

        “นายน้อย!”

        ผู้ติดตามของเสิ่นเยวี่ยรีบรุดวิ่งออกไป เจ็ดแขนแปดขาช่วยพยุงเสิ่นเยวี่ยลุกขึ้น พวกเขาเหลือบเห็นกางเกงของเสิ่นเยี่ยเปียกชื้น

        “รีบพาข้าไปเร็วเข้า!” นัยน์ตาของเสิ่นเยวี่ยแข็งทื่อ เขายังคงหวาดกลัวยิ่ง เป้ากางเกงร้อนผ่าวๆ

        ผู้ติดตามของเสิ่นเยวี่ยรีบประคองพาเขาจากไป

        นักเรียนหลายคนในห้องสมุดที่รู้จักทั้งเนี่ยหลีและเสิ่นเยวี่ยต่างพากันยืนเซ่อ เนี่ยหลีแค่ใช้มือข้างเดียวก็ดึงเสิ่นเยวี่ยขึ้นมาจากพื้น ทั้งยังโยนมันออกไปนอกหน้าต่าง นี่ใช่ความฝันหรือไม่?

        ในชั้นเรียนการต่อสู้เบื้องต้น พรสวรรค์ของเนี่ยหลีไม่อาจเทียบเสิ่นเยวี่ยอย่างเห็นได้ชัด ทุกคนคิดว่าเนี่ยหลีคงต้องถูกสั่งสอนแน่แล้ว แต่เหตุไฉนคนที่ได้รับบทเรียนกลับมิใช่เนี่ยหลี ทว่าเป็นเสิ่นเยวี่ย!

        กระทั่งผู้คนมากมายก็ยังไม่เห็นการต่อสู้ที่เกิดขึ้นของทั้งสองฝ่าย แต่เสิ่นเยวี่ยกลับพ่ายแพ้แล้ว นี่เป็นความจริงที่ไม่อาจโต้แย้งได้

        “ฮ่าๆ เสิ่นเยวี่ยกลัวจนฉี่ราดไปแล้ว เห็นได้ชัดว่าอาณาเขตวิญญาณของมันคงต้องฉีกขาด หรือพลังวิญญาณของเนี่ยหลีจะแข็งแกร่งกว่าเสิ่นเยวี่ย?”

        “พูดกันว่าเนี่ยหลีท้าพนันกับอาจารย์เสิ่นซิ่วเอาไว้! หากเขาเลื่อนขึ้นถึงระดับทองแดงหนึ่งดาวได้ภายในเวลาสองเดือน อาจารย์เสิ่นซิ่วก็จะต้องลาออก ที่แท้เนี่ยหลีมีความมั่นใจมานานแล้ว!”

        “เนี่ยหลีมีอาณาเขตวิญญาณแค่สีแดง เขาก้าวหน้ารวดเร็วเช่นนี้ได้อย่างไรกัน?”

        นักเรียนในห้องสมุดต่างพากันวิพากษ์วิจารณ์ถึงเรื่องนี้

        เนี่ยหลีกับตู้เจ๋อ ลู่เพียว และพวกสบตากัน ตู้เจ๋อ ลู่เพียวและพวกต่างมีใบหน้าแดงก่ำ ต่างรู้สึกตื่นเต้นดีใจ วันนี้ได้สั่งสอนบทเรียนให้แก่เสิ่นเยวี่ย ช่างน่ายินดีเกินไปแล้ว ก่อนหน้านี้ในชั้นเรียนเสิ่นเยวี่ยมักไม่เห็นทุกคนอยู่ในสายตา พวกเขาไม่ชอบเสิ่นเยวี่ยมานานมากแล้ว!

        เหตุการณ์ในห้องสมุดสะเทือนเลื่อนลั่นไปในหมู่นักเรียน แต่ก็ไม่มีผลใหญ่โตกับโรงเรียนขนาดใหญ่เช่นโรงเรียนเซิ่งหลันนัก ไม่นานเรื่องก็สงบไป เนี่ยหลีและพวกยังคงฝึกตนอย่างหนัก

        ห้องทำงานของเสิ่นซิ่ว

        “เจ้าพูดว่าอะไรนะ? เจ้าถูกเนี่ยหลีจับโยนออกมาจากห้องสมุด?” เสิ่นซิ่วใบหน้าสงบ “พละกำลังของเจ้ามีหกสิบสามจุดแล้ว และพลังวิญญาณก็มีถึงเจ็ดสิบแปดจุด หรือว่าเนี่ยหลีจะนำหน้าเจ้าแล้ว?”

        เสิ่นเยวี่ยครุ่นคิดถึงสิ่งที่เพิ่งเกิดขึ้นเมื่อครู่ ทว่ายังมีความหวาดกลัวค้างอยู่ในใจ รังสีสังหารที่ประสบยังฝังลึกเป็นรอยเงาอยู่ในหัวใจของเขา ทุกครั้งที่คิดถึงก็ยังคงหวาดผวาไม่หาย และอาณาเขตวิญญาณก็ถูกกระทบกระเทือน อย่างน้อยต้องใช้เวลาถึงหนึ่งเดือนจึงจะสงบลงได้ เกรงว่าความก้าวหน้าในการฝึกยุทธ์ของเขาคงต้องช้าลง

        “ท่านน้า เนี่ยหลีผู้นี้รู้จักเวทมนตร์ พละกำลังของมันอ่อนด้อยกว่าข้าอยู่เห็นๆ แต่พอมันจับฉวยข้อมือข้า ทั้งแขนของข้าก็หมดเรี่ยวแรง พลังวิญญาณของข้าก็แข็งแกร่งกว่ามันอยู่ชัดๆ แต่ไม่ทราบเหตุใด พลังวิญญาณของข้าจึงพังทลายลงในทันทีที่สัมผัสกับจิตของมัน” เสิ่นเยวี่ยย้อนทบทวนเหตุการณ์ เขายังเต็มไปด้วยความสงสัย กระทั่งบัดนี้ก็ยังไม่อาจเข้าใจได้ว่าเหตุใดเขาจึงพ่ายแพ้!

        ใบหน้าของเสิ่นเยวี่ยเขียวคล้ำ โกรธจนหน้าแทบกระตุก เขากลัวจนปัสสาวะราด สิ่งนี้น่าอับอายเกินไปแล้ว!

        เนี่ยหลี ข้ายังไม่จบกับเจ้า! สองหมัดเสิ่นเยวี่ยกำแน่น ความเกลียดชังนี้ไม่อาจอยู่ใต้ฟ้าเดียวกันได้!

        “มันมีกำลังและพลังวิญญาณเท่าไหร่?” เสิ่นซิ่วใบหน้าบึ้งตึง นางย่อมไม่ลืมข้อพนันระหว่างตนกับเนี่ยหลี หากเนี่ยหลีเลื่อนขึ้นถึงระดับทองแดงได้ภายในเวลาสองเดือน เช่นนั้นนางก็ต้องลาออก!

        “กำลังของมันอย่างมากก็แค่สามสิบจุด พลังวิญญาณของมันประมาณแล้วก็ไม่เกินสิบจุด!” เสิ่นเยวี่ยกล่าวตามความรู้สึก

        “ไม่ได้เรื่อง เจ้ายังแพ้อีกหรือ?” เสิ่นซิ่วทำเสียงฮึขึ้นจมูก

        เสิ่นเยวี่ยอ้าปากคิดเถียง ทว่าเขาได้แต่หุบปากลงด้วยความคับข้องใจ เขาไม่เคยคิดว่าตนจะพ่ายแพ้ พลังวิญญาณของเนี่ยหลีอ่อนแอนัก แต่มันยังเอาชนะเขาได้อย่างง่ายดาย และยังทะลวงฝ่าพลังวิญญาณของเขาได้!

        “บางทีเจ้านั่นอาจจะเชี่ยวชาญในการควบคุมพละกำลังและพลังวิญญาณของมัน!” เสิ่นซิ่วยังคงเป็นคนที่ผ่านโลกมาบ้าง นางคาดเดา “มีบางคน แม้พลังวิญญาณอ่อนด้อย แต่สามารถควบคุมได้อย่างยอดเยี่ยม พวกมันสามารถใช้ความอ่อนเอาชนะความแข็ง อย่างไรก็ตาม หากมันคิดจะเลื่อนขึ้นถึงระดับทองแดงได้ภายในเวลาสองเดือน ก็ไม่ง่ายดายปานนั้น!” เสิ่นซิ่วทำเสียงฮึ่มฮ่ำ

        “ใช่แล้ว” เสิ่นเยวี่ยพยักหน้า ความสัมพันธ์ระหว่างเนี่ยหลีกับเยี่ยจื่ออวิ๋นทำให้เขาบังเกิดความรู้สึกเหมือนถูกคุกคามอย่างยิ่ง เขาหวังว่าเนี่ยหลีผู้นั้นจะรีบออกไปเสียให้พ้นๆ จากโรงเรียน!

 


ติดตามอัพเดทก่อนใคร ด้วยการกดไลค์แฟนเพจเรื่อง “บันทึกราชันย์เทพอสูร” : https://bit.ly/2PKqEjk

อ่านฟรีได้ที่นี่ หรือ
อ่านล่วงหน้า เร็วกว่าใครหลายร้อยตอนได้ที่เว็บไซต์ กวีบุ๊ค : https://www.kawebook.com/story/view/505

120/เล่ม (หากนับตอนฟรีจะเฉลี่ยอยู่ที่ 90-100 บาท/เล่มค่ะ ) เมื่อเทียบกับนิยายแปลเป็นเล่ม 30 ตอนเท่ากับ 1 เล่ม