0 Views

        เยี่ยจื่ออวิ๋นล้วงม้วนยันต์ออกมาจากแหวนมิติสองม้วน

        ผู้เยี่ยมยุทธ์มักเขียนเคล็ดวิชาบางอย่างของตนเก็บเอาไว้ จารึกเป็นยันต์ลงกลางม้วนกระดาษ ยามต่อสู้สามารถกระตุ้นม้วนยันต์ให้ปลดปล่อยพลังออกมาตามเคล็ดวิชา วิธีนี้รวดเร็วกว่าการใช้เคล็ดวิชาโดยตรง ทว่าม้วนยันต์ปกติราคาแพงยิ่ง ม้วนยันต์เปล่าๆ ม้วนหนึ่งมีราคานับร้อยเหรียญจิตอสูร ม้วนยันต์คุณภาพระดับทองแดงจะขายในราคานับพันเหรียญจิตอสูร ระดับเงินอาจมีราคาหลักหมื่น ส่วนระดับทองนั้นไม่ต้องพูดถึง

        ของสิ่งนี้มิใช่คนทั่วไปจะสามารถใช้ได้ ราคาแพงลิบลิ่ว

        “ยันต์สองชุดนี้ล้วนเป็นยันต์วายุหิมะ” นิ้วขาวผ่องของเยี่ยจื่ออวิ๋นค่อยๆ คลี่ยันต์ระดับทองแดงม้วนหนึ่งออกมา “ยันต์สองม้วนนี้ดูเหมือนมีปัญหาบางอย่างขณะถูกจารึก จึงไม่เสถียรขณะใช้ แต่ข้าหาสาเหตุไม่พบ”

        เนี่ยหลีกวาดตามองยันต์ทั้งสองชุดบนม้วนกระดาษ เขามองคราวเดียวก็ดูออกแล้วว่ายันต์สองชุดนี้มีปัญหาที่ตรงไหน

        ชาติที่แล้วอาศัยอยู่ในบันทึกจิตอสูรแห่งกาลเวลาเพื่อฝึกตนเป็นเวลานาน เนี่ยหลีเข้าใจยันต์หลากหลายรูปแบบ นับว่าอยู่ในระดับสุดยอด ไม่ว่าจะเป็นด้านคุณลักษณะหรือรูปแบบ สำหรับเนี่ยหลีแล้วล้วนเข้าใจแตกฉานราวกับรู้จักหลังมือของตน การแก้ไขยันต์ระดับทองแดงสำหรับเขาจึงมิใช่เรื่องยากเย็นอันใด

        “กระทั่งผู้เชี่ยวชาญก็ยังไม่อาจบอกได้ว่าปัญหาของยันต์ระดับทองแดงสองชุดนี้อยู่ที่ตรงไหน? ด้วยฐานะทางบ้านของเจ้า บิดาเจ้าก็หาคำตอบไม่ได้หรือ?”  เนี่ยหลีมองเยี่ยจื่ออวิ๋น

        ภายในดวงตาสีม่วงอ่อนของเยี่ยจื่ออวิ๋นแฝงแววเศร้าสร้อย

        เนี่ยหลีพลันเข้าใจ เยี่ยจื่ออวิ๋นกำพร้ามารดามาตั้งแต่เล็ก บิดาของนางเป็นเจ้าเมือง ปู่ของนางเป็นผู้ควบคุมจิตอสูรระดับตำนาน เขามักต้องพาคนไปสำรวจเทือกเขาเซิ่งจู่กับคอยกำจัดภัยคุกคามของเมืองกวงฮุย ปกติย่อมไม่มีผู้ใดคอยช่วยตอบปัญหาของเยี่ยจื่ออวิ๋น

        คิดมาถึงตรงนี้ เนี่ยหลีจึงเต็มไปด้วยความรู้สึกสงสารเห็นใจเยี่ยจื่ออวิ๋น เขาพูด “ต่อไปหากเจ้ามีปัญหาอะไรก็มาหาข้าได้ที่นี่ ทุกวันในเวลานี้!”

        ครั้นกล่าวจบ สองตาเนี่ยหลีจรดลงบนม้วนยันต์ทั้งสอง ชี้ไปที่ยันต์ชุดหนึ่งและพูด “ยันต์ระดับทองแดงชุดนี้คือยันต์รูปแบบวายุหิมะ ‘ยันต์ดุจใบมีดวายุหิมะ’ โครงสร้างยันต์ไม่ได้มีปัญหาอะไร นี่เป็นม้วนยันต์คุณภาพต่ำ”

        “ยันต์คุณภาพต่ำ?” เยี่ยจื่ออวิ๋นเอ่ยถามอย่างแปลกใจ

        “ไม่ผิด ผู้ที่เขียนยันต์ปลอมชุดนี้ฉลาดนัก หากสายตาไม่ดีพอก็มีเหตุผลที่จะถูกหลอกให้ซื้อได้ง่าย” เนี่ยหลียิ้มแย้มพูด “ยันต์ดุจใบมีดวายุหิมะชุดนี้เขียนด้วยเลือดจากตัวอ่อนของหนอนวิญญาณวายุหิมะ เลือดจากตัวอ่อนของหนอนวิญญาณวายุหิมะยังไม่แรงพอ ดังนั้นจึงทำให้ยันต์ดุจใบมีดวายุหิมะไม่อาจถูกกระตุ้นได้”

        หนอนวิญญาณวายุหิมะตัวเต็มวัยจะมีเลือดสีเทาเงิน ส่วนตัวอ่อนมีสีแดงเทา เยี่ยจื่ออวิ๋นคิดไม่ถึงว่าปัญหาจะอยู่ที่ตรงนี้ นางเคยนำม้วนยันต์ที่ไม่อาจถูกกระตุ้นได้ผืนนี้ออกมาให้ผู้เชี่ยวชาญหลายคนในโรงเรียนช่วยตรวจสอบ กระทั่งผู้ช่วยอาจารย์ใหญ่ แต่ไม่มีผู้ใดตรวจพบว่าปัญหาอยู่ที่ตรงไหน เพราะนี่คือยันต์ระดับทองแดงที่สมบูรณ์ชุดหนึ่ง!

        ความสงสัยนี้ซุกซ่อนอยู่ในใจของเยี่ยจื่ออวิ๋นมาเป็นเวลานานแล้ว กระทั่งวันนี้ ความสงสัยทั้งมวลจึงถูกคลายออก

        ที่แท้มุมมองของนางไม่ถูกต้อง ร่างยันต์ไม่ได้มีปัญหา ดังนั้นเมื่อนางคิดมองหาที่ผิด นั่นจึงเป็นไปไม่ได้แล้ว

        ปัญหาเช่นนี้เนี่ยหลีก็ยังมองออกได้ในคราวเดียว จะต้องเรียนรู้ถึงสักเพียงไหน? กระทั่งความรู้ของพวกอาจารย์และรองอาจารย์ใหญ่ก็ยังเทียบเนี่ยหลีไม่ได้หรือ?

        เยี่ยจื่ออวิ๋นยอมรับเนี่ยหลีอย่างจริงใจ และยังค่อยๆ ลดกำแพงในใจลง คนผู้หนึ่งมีความรู้ลึกซึ้งปานนี้ เดาว่านิสัยก็คงมิได้เลวร้ายนักใช่หรือไม่

        “แล้วยันต์ชุดนี้เล่า?” เยี่ยจื่ออวิ๋นชี้ไปที่ยันต์อีกชุดหนึ่ง ทางหนึ่งใช้นิ้วชี้ อีกทางหนึ่งมองหน้าเนี่ยหลี เนี่ยหลีรูปร่างสูงกว่านางเล็กน้อย โครงหน้าได้ส่วน สองคิ้วก็คมชัด ค่อนข้างหล่อเหลาไม่น้อย

        ที่ผ่านมา ความคงอยู่ของเนี่ยหลีในชั้นไม่เด่นชัด กระทั่งถึงวันนี้ หลังจากที่เยี่ยจื่ออวิ๋นเริ่มรู้จักเนี่ยหลีมากขึ้น ในใจจึงบังเกิดความยอมรับอย่างแท้จริง

        “ยันต์ชุดนี้คือยันต์รูปแบบวายุหิมะ เรียกว่ายันต์ลมหิมะสลาตัน ยันต์ลมหิมะสลาตันนี้เดิมเป็นยันต์ระดับเงิน ทว่าตกทอดมาจากยุคมืด จึงกลายเป็นยันต์ที่ไม่สมบูรณ์ หลังจากนั้นชนรุ่นหลังพยายามจะแก้ไขให้สมบูรณ์ ยันต์จึงมีคุณภาพตกลงมาระดับหนึ่ง กลายเป็นยันต์ระดับทองแดง” เนี่ยหลีพูด

        เยี่ยจื่ออวิ๋นสงสัย นางคิดไม่ถึงว่าจะมีเบื้องหลังที่มาที่ไปอยู่ หนังสือเล่มใดกันจึงบันทึกเรื่องนี้เอาไว้ เหตุใดนางจึงไม่เคยอ่านพบมาก่อน?

        จึงฟังเนี่ยหลีพูดต่อไป “สาเหตุอีกอย่างหนึ่งที่เลื่อนยันต์ชุดนี้ลงไปเป็นระดับทองแดงเพราะหลังจากที่แก้ไขยันต์ลมหิมะสลาตันจนสมบูรณ์ ยังมีปัญหาบางอย่างกับโครงสร้างของมัน บ่อยครั้งเกิดปัญหาขึ้นในระหว่างกระตุ้นการใช้งาน จำเป็นต้องเปลี่ยนโครงสร้างของมันสักเล็กน้อย”

        “เปลี่ยนโครงสร้าง? จะเปลี่ยนอย่างไร?” ดวงตาของเยี่ยจื่ออวิ๋นเต็มไปด้วยความสงสัย แม้แต่ปู่ของนาง เขาก็ไม่กล้ายุ่งกับโครงสร้างของยันต์ เพราะยันต์ที่ถูกถ่ายทอดมาแต่ครั้งโบราณล้วนมีความสมบูรณ์แล้ว แม้ท่านปู่จะเป็นถึงผู้ควบคุมจิตอสูรระดับตำนานผู้หนึ่งและสามารถประดิษฐ์ยันต์ด้วยตนเองได้ ก็ยังเป็นเรื่องยากที่จะแก้ไขโครงสร้างยันต์หนึ่งๆ

        “มีพู่กันหรือไม่?” เนี่ยหลีเอ่ยถาม จ้องมองเยี่ยจื่ออวิ๋น

        เยี่ยจื่ออวิ๋นขยับมือขวาและหยิบพู่กันสีเงินออกมาจากแหวนมิติซึ่งทำจากส่วนแหลมของเขาของแกะเขาโค้ง

        เนี่ยหลีรับพู่กันเขาเงินมาจากมือของเยี่ยจื่ออวิ๋น ปลายนิ้วบังเอิญแตะถูกฝ่ามือของเยี่ยจื่ออวิ๋น ผิวนุ่มนิ่มของนางทำให้หัวใจเขาสั่นระรัว

        นางพลันถอนมือกลับและรีบเงยหน้าขึ้นมอง ดวงตาจ้องมองเนี่ยหลี นางคิดว่าเนี่ยหลีจงใจฉวยโอกาสกับนาง ทว่าเวลานั้น เนี่ยหลีกำลังถือพู่กันเขาเงินอยู่ด้วยสีหน้าจริงจัง ใบหน้าเต็มไปด้วยความสง่าภูมิฐานตั้งใจ

        บางทีนางคงคิดมากเกินไป สัมผัสเมื่อครู่สร้างความรู้สึกประหลาดในหัวใจของแม่นางน้อย

        เนี่ยหลีตวัดพู่กันลงบนกระดาษขาว โครงสร้างยันต์ที่ดูซับซ้อนยิ่งกว่ายันต์ลมหิมะสลาตันปรากฏขึ้นบนกระดาษ แต่ละลายเส้นได้สัดส่วนไม่เลว ราวกับถูกพิมพ์ออกมา

        ยันต์รูปแบบซับซ้อนปานนี้ เนี่ยหลีเพียงตวัดเขียนไม่กี่ที ความสามารถน่าอัศจรรย์ใจเช่นนี้ทำให้นางปากอ้าตาค้างแล้ว ยันต์ลมหิมะสลาตันชุดใหม่ดูซับซ้อนยิ่งกว่าเดิม ทั้งยังมีหลายส่วนที่เยี่ยจื่ออวิ๋นดูไม่เข้าใจแล้ว

        “นี่คือยันต์ลมหิมะสลาตันที่เสร็จสมบูรณ์” เนี่ยหลีพูดกับเยี่ยจื่ออวิ๋น “เป็นยันต์ระดับเงิน”

        สายตาของเยี่ยจื่ออวิ๋นจรดอยู่ที่ยันต์ลมหิมะสลาตัน สองคิ้วก็ขมวดมุ่น ความเปลี่ยนแปลงหลังแก้ไขโครงสร้างมีความซับซ้อนขึ้นกว่าเดิมถึงสองเท่า มันมีอานุภาพเช่นไร? นางในเวลานี้ไม่อาจตรวจสอบได้ เว้นแต่จะเป็นคนที่จารึกมันลงบนม้วนยันต์

        นางไม่เคยเห็นยันต์รูปแบบนี้มาก่อนเลย!

        “ยันต์ชุดนี้สร้างจากรูปแบบพื้นฐานสามสิบหกอย่าง” เนี่ยหลีอธิบาย “นี่จึงเป็นยันต์ที่มีความเสถียรที่สุด ยันต์ชุดก่อนไม่มีความเสถียร!”

        เยี่ยจื่ออวิ๋นเต็มไปด้วยความสงสัย ส่งเสียงดังอืมตอบ แต่มิได้เอ่ยถามอันใด ตรงกันข้ามกลับเก็บยันต์ที่เนี่ยหลีเพิ่งแก้ไขให้ ตระเตรียมหาคนเขียนยันต์มาทดสอบยันต์ชุดนี้ จะเป็นจริงตามที่เนี่ยหลีพูดหรือไม่ว่านี่คือยันต์ระดับเงินชุดหนึ่ง

        เยี่ยจื่ออวิ๋นยังขอคำแนะนำเกี่ยวแก่ยันต์รูปแบบวายุหิมะอีกหลายอย่างกับปัญหาในการฝึกยุทธ์ คำตอบของเนี่ยหลีทั้งสุขุมทั้งลื่นไหล ภายใต้การชี้แนะของเนี่ยหลี เยี่ยจื่ออวิ๋นจึงคลายความสงสัยในตัวเนี่ยหลีลงไป ยิ่งยอมรับเขามากขึ้น คนผู้หนึ่งต้องใช้เวลาสักเท่าไหร่จึงจะมีความรู้ลึกซึ้งกว้างขวางเท่าเนี่ยหลี?

        “เพื่อนนักเรียนเนี่ยหลี ขอบใจเจ้าที่ช่วยตอบคำถาม อย่าลืมนัดของพวกเรา พรุ่งนี้ที่นี่ ไม่พบไม่จาก” ก่อนจากไป เยี่ยจื่ออวิ๋นคลี่ยิ้ม ดูราวกับไข่มุกทอแสง น่ารักและงดงามยิ่ง

        รอยยิ้มเจิดจ้าทำให้เนี่ยหลีเหม่อลอยกะทันหัน พอเห็นอีกที เยี่ยจื่ออวิ๋นก็โบกมือจากไปแล้ว แผ่นหลังเยาว์วัยงดงามนั้นชวนมองนัก

        เนี่ยหลีอารมณ์ดีขึ้นมาทันที ครั้งแรกที่ได้คุยกับเยี่ยจื่ออวิ๋น เขาพอใจมาก

        ชั่วขณะที่เนี่ยหลีตระเตรียมจากไป มือข้างหนึ่งยื่นออกมาจากด้านข้าง คว้าใส่ปกเสื้อของเนี่ยหลี

        “เจ้านั่นเอง” สายตาของเนี่ยหลีตกอยู่ที่ผู้มาใหม่ และสีหน้าก็เคร่งขรึมขึ้น คนผู้นี้ก็คือเสิ่นเยวี่ย

        มือขวาของเสิ่นเยวี่ยคว้าปกเสื้อของเนี่ยหลีขณะจ้องเนี่ยหลีเขม็ง “เยี่ยจื่ออวิ๋นพูดอะไรกับเจ้า?”

        “ปล่อยมือของเจ้า ไม่เช่นนั้นข้าไม่เกรงใจแล้ว” เนี่ยหลีตอบเสิ่นเยวี่ยเสียงเย็น

        “หึหึ ไม่เกรงใจข้า เนี่ยหลี เจ้าประเมินตัวเองสูงเกินไปแล้ว เจ้าคิดว่าตนเองเป็นใคร? แค่รู้จักยันต์ไม่กี่อย่างก็คิดว่าใหญ่แล้วหรือ? เจ้ายังห่างไกลอีกมาก! อีกหน่อยอยู่ให้ห่างจากเยี่ยจื่ออวิ๋นสักหน่อย ไม่เช่นนั้น ข้าจะให้เจ้าได้เห็นดี!” เสิ่นเยวี่ยพูดเคร่งขรึม

        ตู้เจ๋อ ลู่เพียวและพวกทั้งสามเห็นเหตุการณ์อยู่ไกลๆ จึงรีบกรูกันเข้าไป ทว่าเวลานั้นข้างกายเสิ่นเยวี่ยก็มีผู้ติดตามอยู่หกเจ็ดคน พวกมันจ้องมองมาที่ตู้เจ๋อ ลู่เพียวและพวก สงครามระหว่างทั้งสองฝ่ายกำลังจะปะทุขึ้นมาแล้ว

        นักเรียนคนอื่นๆ ในห้องสมุดเมื่อเห็นภาพนี้ต่างก็เริ่มถอยห่างออกไป กลัวว่าจะโดนลูกหลงจากการต่อสู้

        “เกิดอะไรขึ้น?”

        “ข้าได้ยินมาว่าเสิ่นเยวี่ยกับเนี่ยหลีกำลังวิวาทกันเพราะเทพธิดาเยี่ย”

        “ใครคือเนี่ยหลี? ใครกันที่กล้ามีเรื่องกับเสิ่นเยวี่ย เสิ่นเยวี่ยเป็นคนของตระกูลเสินเซิ่งเชียวนะ!”

        “เนี่ยหลีบ้าไปแล้ว ช่างไม่รู้จักฟ้าสูงแผ่นดินต่ำเอาเสียเลย! อีกไม่นานเสิ่นเยวี่ยก็จะเลื่อนขึ้นสู่ระดับทองแดงแล้ว เนี่ยหลีจะเป็นคู่ต่อสู้ของมันได้อย่างไร”

        ในสายตาของเสิ่นเยวี่ย ด้วยกำลังของเขา คิดจะจัดการกับเนี่ยหลีนั้นง่ายมาก ใช้กำลังสักหนึ่งในสิบส่วนก็เพียงพอที่จะขยี้เนี่ยหลีไปให้พ้นทางได้แล้ว!

        เนี่ยหลีจ้องมองเสิ่นเยวี่ยผู้เย่อหยิ่งด้วยความดูแคลน ในความคิดของเขา เสิ่นเยวี่ยก็แค่เด็กคนหนึ่ง เขาไม่เห็นเสิ่นเยวี่ยเป็นคู่ต่อสู้มาตั้งแต่แรกแล้ว! ต่อให้มาจากตระกูลเสินเซิ่ง ก็แค่มาให้ข้าหยอกเล่นได้ เจ้าคิดว่าตนเองเป็นใคร เสิ่นเยวี่ย?

        ไม่ว่าจะเป็นพละกำลังหรือพลังวิญญาณ เนี่ยหลีในเวลานี้ด้อยกว่าเสิ่นเยวี่ยนัก เนี่ยหลีเพิ่งเริ่มฝึกเคล็ดวิชาเทียนเต้ามาได้แค่สองวัน แต่ในสายตาของเนี่ยหลี ความสามารถในการใช้กำลังและพลังวิญญาณของเสิ่นเยวี่ยนั้นหยาบช้าไม่ต่างจากคนทั่วไป

        แม้พละกำลังของข้าในขณะนี้มีเพียงสามสิบแปดจุด พลังวิญญาณแค่สามสิบสองจุดก็เพียงพอแล้ว จะเล่นกับเจ้าถึงตายก็ยังได้

        “คิดว่าเพียงอาศัยเบื้องหลังที่เจ้าเป็นคนในตระกูลเสินเซิ่งก็จะสามารถเกะกะระรานได้แล้วหรือ? มีอาณาเขตวิญญาณสีเขียวก็เป็นอัจฉริยะแล้วหรือ? เจ้ายังห่างชั้นอีกไกลนัก!” เนี่ยหลีคว้าหมัดของเสิ่นเยวี่ย กดนิ้วกลางลงไปที่ข้อมือของเสิ่นเยวี่ยและถ่ายทอดพลังไปที่นิ้วกลาง ค่อยๆ แกะหมัดของเสิ่นเยวี่ยออกไป

        เสิ่นเยวี่ยประหลาดใจที่เห็นมือของเนี่ยหลีอยู่บนหมัดของเขา แขนทั้งท่อนอ่อนยวบหมดเรี่ยวแรงราวกับสูบกัญชา ไม่ว่าจะพยายามแข็งขืนอย่างไร หมัดของตนก็ได้แต่คลายออกมา

        เพียงพริบตาเดียว มือของเนี่ยหลีก็ดุจดังคีมเหล็ก คีบใส่มือของเสิ่นเยวี่ย ความรู้สึกเจ็บปวดแล่นริ้วขึ้นมาจนทำให้ใบหน้าของเสิ่นเยวี่ยบิดเบี้ยว

        เนี่ยหลีทำได้อย่างไร? พลังของข้าแข็งแกร่งกว่าเนี่ยหลี แต่ข้าต้านทานไม่ได้?

        ในใจของเสิ่นเยวี่ย เนี่ยหลีเป็นแค่พวกปลายแถว อาณาเขตวิญญาณต้อยต่ำไร้พรสวรรค์ และร่างกายก็อ่อนแอ ในใจเขา ตนเป็นอัจฉริยะในชั้น มีอาณาเขตวิญญาณสีเขียวที่สวรรค์ประทานให้ และยังมียาวิเศษมากมายให้กินมาตั้งแต่เด็ก ทำให้ร่างกายของเขาแข็งแกร่งกว่าเพื่อนในรุ่นเดียวกัน

        ทว่าในการต่อสู้ด้วยกำลังกายระยะสั้นๆ วันนี้ เขาไม่อาจเอาชนะเนี่ยหลีได้!

        เนี่ยหลีใช้เวทมนตร์อันใด?!

        เนี่ยหลีร้องหึเบาๆ แม้พลังของเขายังไม่ก้าวหน้า ทว่าความสามารถในการควบคุมพลังของเนี่ยหลีมิใช่สิ่งที่เสิ่นเยวี่ยจะเทียบได้ เนี่ยหลีใช้พลังที่ปลายนิ้วแทรกซึมเข้าไปในจุดประสาทบนข้อมือของเสิ่นเยวี่ย เป็นเหตุให้แขนทั้งท่อนของเสิ่นเยวี่ยหมดเรี่ยวแรง

 


ติดตามอัพเดทก่อนใคร ด้วยการกดไลค์แฟนเพจเรื่อง “บันทึกราชันย์เทพอสูร” : https://bit.ly/2PKqEjk

อ่านฟรีได้ที่นี่ หรือ
อ่านล่วงหน้า เร็วกว่าใครหลายร้อยตอนได้ที่เว็บไซต์ กวีบุ๊ค : https://www.kawebook.com/story/view/505

120/เล่ม (หากนับตอนฟรีจะเฉลี่ยอยู่ที่ 90-100 บาท/เล่มค่ะ ) เมื่อเทียบกับนิยายแปลเป็นเล่ม 30 ตอนเท่ากับ 1 เล่ม