0 Views

เฉินเยว่กล่าวพร้อมรอยยิ้ม “เครื่องสื่อสารพลังวิญญาณเป็นสวัสดิการพื้นฐานของสมาคมเรา ช่างตีเหล็กทุกรายล้วนได้รับ ส่วนแหวนวงนี้ ท่านประธานฝากมอบให้เจ้า บอกว่าให้เจ้ายืมชั่วคราว มันมีพื้นที่เก็บสัมภาระสิบลูกบาศก์เมตร ในยามที่เจ้าต้องส่งมอบภารกิจจะได้สะดวกมากยิ่งขึ้น มิเช่นนั้นเจ้าคิดจะขนชิ้นงานมาส่งภารกิจเหล่านั้นด้วยวิธีใด?”

มีสวัสดิการด้วย? แต่แหวนช่องเก็บสัมภาระล้ำค่าเกินไป มีพื้นที่เก็บสัมภาระมากถึงสิบลูกบาศก์เมตร ราคามากเสียจนถังหวู่หลินมิอาจคำนวณออกมาได้

เฉินเยว่ยัดเยียดของทั้งสองชิ้นเข้าไปในมือของเขา “รับไว้ ทำภารกิจให้สมาคมมากๆก็พอแล้ว แหวนช่องเก็บสัมภาระถือว่าท่านประธานมอบให้เจ้าล่วงหน้า มันเป็นสวัสดิการของช่างตีเหล็กระดับสี่ เชื่อว่าในอนาคตเจ้าต้องเป็นช่างตีเหล็กระดับสี่ได้แน่นอน อย่าทำให้พวกเราต้องผิดหวัง”

ถังหวู่หลินถอยหลังหนึ่งก้าว โค้งตัวคำนับเฉินเยว่ “ขอบคุณท่านอาจารย์เฉิน ขอบคุณท่านประธานเช่นกัน”

เฉินเยว่ประคองเขาขึ้น พลางลูบศรีษะพร้อมกล่าวด้วยรอยยิ้ม “แม้ข้าไม่ใช่อาจารย์เจ้า แต่ข้ามีหน้าที่ต้องเตือนเจ้า ทุกสายอาชีพ แม้เดินคนละเส้นทางแต่มีเป้าหมายเดียวกัน แม้ความเจริญก้าวหน้าในยุคสมัยเรา ทำให้พลังวิญญาณไม่ใช่พื้นฐานการตัดสินคนในแต่ละสายอาชีพอีกต่อไป คนทั่วไปจำนวนมากสามารถทำภารกิจที่แต่ก่อนมีเพียงผู้ใช้ภูตถึงกระทำได้ แต่ทว่า หากเจ้าอยากไปถึงจุดสูงสุดของอาชีพใดก็ตาม ล้วนต้องประสบความสำเร็จในการฝึกพลังวิญญาณทั้งสิ้น ห้ามละทิ้งการเรียนเชียว”

“เข้าใจแล้ว!” ถังหวู่หลินพยักหน้าอย่างจริงจัง ความใฝ่ฝันแรกเริ่มของเขา คือเป็นผู้ใช้ภูตที่ยิ่งใหญ่! แม้ตอนนี้ความก้าวหน้าในด้านช่างตีเหล็กจะมากกว่า เขายังไม่เคยล้มเลิกความตั้งใจที่อยากเป็นผู้ใช้ภูตมาก่อน

เมื่อออกจากสมาคมช่างตีเหล็ก ถังหวู่หลินรู้สึกราวกับอยู่ในความฝันตลอดเวลา ตอนนี้ตนเองมีเครื่องสื่อสารพลังวิญญาณแล้ว? และสมาคมจะออกค่าใช้จ่ายในการใช้เครื่องมือสื่อสารด้วย บนเครื่องสื่อสารของเขา มีการบันทึกหมายเลขสื่อสารของเฉินเยว่ไว้

เมื่อดูแหวนช่องเก็บสัมภาระที่สวมอยู่บนนิ้วนางข้างขวาของตนเอง มีพื้นที่เก็บของมากถึงสิบลูกบาศก์เมตรเชียว! ยากที่จะประเมินราคายิ่งนัก เกรงว่าราคาอาจไม่ด้อยไปกว่าวิญญาณภูตร้อยปีหนึ่งตนเชียว

สิ่งที่เขาไม่รู้คือ แม้แหวนวงนี้เป็นสวัสดิการของสมาคมจริง แต่ไม่ใช่สิ่งที่ช่างตีเหล็กระดับสี่สามารถขอรับได้ หากแต่ต้องผ่านระดับห้าเสียก่อน ต้องเป็นระดับปรมาจารย์ตีเหล็กจึงมีสิทธิ์ได้รับ

มู่เฉินอนุมัติแหวนให้เขาเป็นกรณีพิเศษ เห็นได้ชัดว่ามีเจตนาทุ่มทุนให้กับเด็กที่มีศักยภาพสูงคนนี้

สวัสดิการของสมาคมช่างดีจริงเชียว! ถังหวู่หลินนึกขึ้นได้ว่ายังไม่ได้ทำธุระอีกเรื่องหนึ่ง

เขาไม่ได้เป็นช่างตีเหล็กเพียงอย่างเดียว ในขณะเดียวกันก็เป็นผู้ใช้ภูต! ต้องไปลงทะเบียนที่สมาคมผู้ใช้ภูต ด้วยระดับของเขาในตอนนี้ สามารถรับเงินช่วยเหลือหนึ่งพันเหรียญทุกเดือน

เมื่อสอบถาม จึงรู้ว่าสมาคมผู้ใช้ภูตอยู่ไม่ไกลมากนัก เนื่องจากเวลายังไม่ดึก เขาจึงรีบมุ่งหน้าไปยังสมาคมผู้ใช้ภูตทั้งอย่างนั้น

เมื่อเทียบกับสมาคมช่างตีเหล็ก สมาคมผู้ใช้ภูตมีขนาดไม่ต่างกันนัก ในฐานะที่เป็นผู้ใช้ภูตหนึ่งวงแหวน เขาสามารถเข้าได้เพียงชั้นหนึ่งของสมาคมผู้ใช้ภูต ลงทะเบียนโดยแสดงวงแหวนภูต และรับเงินหนึ่งพันเหรียญ

ประสบการณ์ที่ได้รับจากสมาคมผู้ใช้ภูตนั้นต่างชั้นกับสมาคมช่างตีเหล็กมากมายนัก ไม่มีใครสนใจเจ้าหนูที่มีวิญญาณภูตสิบปีเพียงหนึ่งตนเท่านั้น

แต่ถังหวู่หลินยังมีความสุขมาก สิ่งที่เขาได้รับในคืนนี้ไม่น้อยเลยทีเดียว

เมื่อกลับถึงห้องนอน หยุนเสี่ยว โจวฉางซี และเซี่ยเซี่ย กำลังฝึกสมาธิอยู่ เขาขึ้นเตียงตนเองอย่างเงียบๆ และเริ่มฝึกสมาธิโดยใช้ศาสตร์ฝึกสมาธิที่หวู่ฉางคงสอนในวันนี้

อาจารย์หวู่กล่าวไว้ ตั้งแต่พรุ่งนี้จะเริ่มฝึกพิเศษให้ตน และเซี่ยเซี่ย เขาจะฝึกด้วยวิธีไหนยังมิอาจรู้ได้

พลังวิญญาณถูกขับเคลื่อนด้วยวิถีอันซับซ้อนยิ่งกว่าเดิมให้หมุนเวียนโคจรภายในร่าง ถังหวู่หลินเข้าสู่สภาวะสงบจิตภายในเวลาเพียงไม่นาน พลังวิญญาณจำนวนหนึ่งกำลังไหลเวียนอยู่ในกระแสเลือดของเขา แล้วค่อยๆสะสมเป็นพลังที่มากขึ้นทีละเล็กทีละน้อย

รุ่งเช้า

เมื่อถังหวู่หลินตื่นจากการฝึกสมาธิ เขาก็ตกใจเมื่อพบว่าเซี่ยเซี่ยได้หายไปแล้ว ด้านนอกท้องฟ้าสว่างจ้า ครั้งแรกที่เมื่อใช้ศาสตร์ฝึกสมาธิใหม่ในการฝึกสมาธิ กลับทำให้เขาตื่นขึ้นช้ากว่าปกติเสียอีก

เขารีบลงจากเตียง และไปอาบน้ำแต่งตัว

สำหรับเขา การกินข้าวเป็นหนึ่งในเรื่องสำคัญเพียงไม่กี่เรื่องในแต่ละวัน

ถังหวู่หลินรีบมุ่งหน้าไปยังประตูใหญ่ของหอพัก แต่ยังไม่ถึงประตูใหญ่ ก็เห็นทางนั้นมีกลุ่มนักเรียนปีสูงกว่ากำลังสอดส่องมองดูไปทั่ว ราวกับว่ากำลังมองหาอะไรบางอย่างอยู่

เมื่อเข้าไปใกล้ จู่ๆเขาก็เห็นร่างที่คุ้นตาในกลุ่มนักเรียนเหล่านั้น

มู่ซีสวมชุดนักเรียน ผมยาวสีทองถูกรวบเป็นทรงหางม้า เด็กผู้หญิงโตเร็วกว่าเด็กผู้ชาย นางจึงสูงกว่าถังหวู่หลินประมาณครึ่งศีรษะ รูปร่างอรชร ตัวสูงโปร่ง แม้ร่างกายยังไม่โตเต็มที่ แต่เริ่มมีสัดส่วนทรวดทรงของหญิงสาวบ้างแล้ว

เมื่อถังหวู่หลินเห็นนาง มู่ซีหันมาเห็นเขาเข้าพอดีเช่นกัน

“เขานี่แหละ!” นางรีบยกมือขึ้น ชี้นิ้วไปทางถังหวู่หลิน

ถังหวู่หลินยังไม่ทันตั้งตัว ก็ถูกนักเรียนชายในชั้นปีสูงกว่าเจ็ดถึงแปดคนที่อยู่กับมู่ซีเข้ามาล้อมกรอบไว้ตรงกลาง

“พวกเจ้าทำอะไร?” ถังหวู่หลินกล่าวด้วยความสงสัย

“มีเรื่องกับเจ้านิดหน่อย เจ้าหนู ไปกับพวกเราสักเดี๋ยวสิ” นักเรียนชายรูปร่างสูงใหญ่ หน้าตาไม่เลวนักกล่าวกับถังหวู่หลินด้วยน้ำเสียงมีลับลมคมในอย่างเห็นได้ชัด

ถังหวู่หลินกล่าว “เรื่องอะไร? คุยที่นี่ก็ได้” เขาเริ่มเข้าใจขึ้นมาบ้างแล้ว นักเรียนในชั้นปีสูงกว่าเหล่านี้มาหาเรื่อง ต้องเกี่ยวข้องกับมู่ซีแน่นอน

นักเรียนใหม่ปีหนึ่งจำนวนไม่น้อยกำลังจับกลุ่มมุงดูกันอยู่รอบข้าง แต่ถูกสายตาเหี้ยมเกรียมของนักเรียนชั้นปีสูงกว่าขู่จนถอยร่นไปหมด

“คิดว่าเจ้ามีทางเลือก?” นักเรียนชายตัวใหญ่ยื่นมือมาจับไหล่ของถังหวู่หลินเอาไว้

ถังหวู่หลินสะบัดไหล่อย่างแรง พละกำลังที่มากกว่าเด็กในวัยเดียวกันทำให้นักเรียนชายตัวสูงใหญ่รายนี้ยืนตัวเซจนเกือบล้ม

เขาไม่รอคอย หรือคิดหวังว่าคงโชคดีรอดพ้นจากการปิดล้อม ถังหวู่หลินลงมือทันที หญ้าสีฟ้าออกมาจากฝ่ามือเขา และพันธนาการเหล่านักเรียนชายชั้นปีสูงกว่าที่ล้อมกรอบเขาอยู่ในทันที ส่วนตัวเขาพุ่งตรงไปยังคนที่ถูกเขาสะบัดจนเซเมื่อครู่

ระหว่างที่เขาอยู่ในโรงเรียนขั้นต้น ไม่ว่าเพื่อน่าเอ๋อร์หรือเพื่อตนเอง เขาผ่านเรื่องทะเลาะวิวาทมาไม่น้อย ในสถานการณ์ที่ฝ่ายตรงข้ามมีจำนวนมากกว่า หากไม่จู่โจมก่อนโดยที่ศัตรูไม่ทันตั้งตัว ก็จะไม่มีโอกาสเหลือเลยแม้แต่น้อย ถึงอย่างไรที่นี่ก็เป็นโรงเรียน ขอเพียงแค่พุ่งหนีออกไปให้ได้ก็ไม่เกิดปัญหาอันใด

เห็นได้ชัดว่านักเรียนชั้นปีสูงกว่าไม่ได้คาดคิด ว่าภายใต้สถานการณ์ที่ฝั่งตนเองมีจำนวนคนมากกว่า ถังหวู่หลินยังกล้าลงมืออย่างเด็ดขาดถึงเพียงนี้ พวกเขาถูกหญ้าสีฟ้าพันธนาการไว้ในทันที

นักเรียนชายด้านหน้ากำลังเริ่มใช้พลังวิญญาณ ถังหวู่หลินพุ่งตรงเข้าไปหาเขาทันที

“ปึ้ง!” นักเรียนชายตัวสูงใหญ่ถูกชนจนกระเด็นล้มไปด้านข้าง ถังหวู่หลินรีบเบี่ยงตัวออก อีกนิดก็จะออกจากวงล้อมได้แล้ว

ในตอนนี้เอง ร่างของคนผู้หนึ่งยืนขวางอยู่ตรงหน้าอย่างเงียบเชียบ จากนั้นแสงจ้าก็พลันสว่างขึ้นตรงหน้าของถังหวู่หลิน

แสงสว่างมาพร้อมความร้อนกำลังสาดส่องมาที่ร่างของเขา ถังหวู่หลินเพียงรู้สึกเหมือนร่างกายกำลังถูกเผาไหม้ ความเร็วในการพุ่งไปด้านหน้าจึงช้าไปชั่วขณะหนึ่ง เขาเพียงได้ยินคนผู้หนึ่งส่งเสียงในลำคอ และรู้สึกเจ็บปวดขึ้นบริเวณหน้าอก จากนั้นก็ถูกเตะจนเซถอยหลังเข้าวงล้อมไปดังเดิม

 


 

ติดตามอัพเดทก่อนใคร ด้วยการกดไลค์แฟนเพจเรื่อง “ตำนานราชามังกร” : https://goo.gl/zLZtxS

อ่านฟรีได้ที่นี่ หรือ

อ่านล่วงหน้า เร็วกว่าใครหลายร้อยตอนได้ที่เว็บไซต์ กวีบุ๊คhttps://www.kawebook.com/story/view/259

120 บาท/เล่ม (หากนับตอนฟรีจะเฉลี่ยอยู่ที่ 80-90 บาท/เล่มค่ะ) เมื่อเทียบกับนิยายแปลเป็นเล่ม 30 ตอน เท่ากับ 1 เล่ม^_^