0 Views

        กริชมังกรแสงทิ่มแทงเข้าไป ครั้งนี้เซี่ยเซี่ยยั้งมือไว้มากแล้ว เขาไตร่ตรองไว้แล้วว่าหากเขาใช้กำลังทั้งหมด ก็สามารถตัดแขนของถังหวู่หลินได้อย่างง่ายดาย แต่ทั้งคู่ก็ไม่ได้มีความแค้นใดๆต่อกัน เพียงแค่สั่งสอนเสียหน่อยก็พอแล้ว

        แต่สิ่งที่ทำให้เขาต้องประหลาดใจ ก็คือกล้ามเนื้อหัวไหล่ของถังหวู่หลินที่แข็งแกร่งและทนทานมาก ด้วยความคมของกริชมังกรแสง กลับแทงเข้าไปได้เพียงแค่หนึ่งนิ้ว แม้ว่านี่จะเป็นผลจากการออมมือของเขาเอง แต่ก็มากเพียงพอที่จะทำให้เขาตกตะลึงแล้ว

        เมื่อเลือดซึมออกมา ความเจ็บปวดที่รุนแรงทำให้ถังหวู่หลินสูญเสียการควบคุมหญ้าสีฟ้าที่กำลังพุ่งกลับมา จึงทำให้พวกมันร่วงหล่นลงบนพื้นในทันใด

        เมื่อกริชมังกรแสงถูกกดลง ถังหวู่หลินก็เกือบล้มลงกับพื้น เขาเซไปชั่วครู่ แต่ก็ยังฝืนที่จะยืนอยู่ ในขณะที่เขาคิดที่จะปล่อยหมัดออกไปชกเซี่ยเซี่ย จู่ๆเซี่ยเซี่ยก็หมุนตัวไปอยู่ข้างหลังเขา กริชมังกรแสงที่ทิ่มแทงอยู่บนหัวไหล่ถูกบิดเล็กน้อย สร้างความเจ็บปวดทรมานจนถังหวู่หลินรู้สึกสะเทือนไปทั้งร่างในทันใด โดยเฉพาะกลิ่นอายจากความคมกริบของกริชมังกรแสงที่แผ่ซ่านและกดพลังวิญญาณของเขาเอาไว้ได้อย่างอยู่หมัด

        “จะยอมแพ้ไหม!” เสียงของเซี่ยเซี่ยบ่งบอกความรู้สึกได้ใจอยู่ไม่น้อย ถือว่าได้เอาคืนหนึ่งหมัดที่โดนชกเมื่อวานแล้ว

        ถังหวู่หลินกัดฟันกรอด ความดื้นรั้นที่อยู่ภายในใจไม่ยินยอมที่จะให้เขายอมรับความพ่ายแพ้ทั้งอย่างนี้

        ในตอนนี้เอง ราวกับว่าความเจ็บปวดทรมานอย่างรุนแรงที่บริเวณไหล่เป็นตัวจุดประกายไฟแผดเผาร่างกายของเขาก็มิปาน คลื่นความร้อนหลั่งไหลพรั่งพรูออกมาจากภายในร่างกายอย่างต่อเนื่อง ความร้อนผ่าวแผ่ขยายไปทั่วทั้งร่างกาย เขากำลังอยากจะกล่าวอะไรบางอย่าง แต่กลับพบว่าตนเองไม่สามารถเปล่งเสียงกล่าวอะไรออกมาได้เลย

        “ถามอีกครั้ง จะยอมแพ้ไหม!” เซี่ยเซี่ยกล่าวด้วยน้ำเสียงเหี้ยม พร้อมกับกดกริชในมือของเขาลงไปอีก

        “ไม่!” ถังหวู่หลินกล่าวด้วยน้ำเสียงแหบพร่าที่แฝงไปด้วยความโมโห เห็นได้ชัดว่าน้ำเสียงของเขาได้เปลี่ยนไปเล็กน้อย

        เซี่ยเซี่ยชะงักไปชั่วครู่ เขาเชื่อว่าตนเองไม่ได้แทงลึกจนเกินไป เหตุใดน้ำเสียงของเขาจึงเหมือนคนที่หมดสิ้นเรี่ยวแรงเช่นนี้ จิตใต้สำนึกของเขากำลังสั่งให้เขาดึงกริชมังกรแสงออก

        แต่ทว่า ในเวลาเดียวกันนี้เอง สถานการณ์ที่เขาคาดไม่ถึงก็ได้เกิดขึ้น

        กริชมังกรแสงที่ทิ่มแทงอยู่บนไหล่ของถังหวู่หลินเปล่งเสียงที่ระคายหูออกมาในทันใด เซี่ยเซี่ยเพียงรู้สึกถึงความหวาดหวั่นที่แผ่ซ่านไปทั่วร่างกาย ความรู้สึกนั้น ราวกับว่าเขาได้เผชิญหน้ากับเรื่องราวบางอย่างที่ทำให้เขารู้สึกหวาดกลัวอย่างสุดขีด

        จู่ๆเลือดที่เคยไหลอาบบริเวณที่กริชมังกรแสงแทงเข้าไปก็หยุดไหล ลำแสงสีทองก็พลันพวยพุ่งออกมาจากปากแผลนั้น กริชมังกรแสงถูกแสงสีทองที่พรั่งพรูออกมาดันออกมาทีละน้อย

        เมื่อต้องเผชิญหน้ากับสถานการณ์ที่เขาไม่อาจหยั่งรู้ได้ สิ่งแรกที่เซี่ยเซี่ยคิดได้ก็คือการถอยตัวออกห่าง แต่แล้วเขาก็ต้องตกตะลึงเมื่อพบว่า กริชมังกรแสงราวกับถูกติดกาวไว้อย่างไรอย่างนั้น ถึงแม้เขาคิดจะดึงมันออกก็ไม่สามารถที่จะทำได้

        “อ๊า–” เสียงร้องที่สะเทือนเลือนลั่นไปทั่วทุกสารทิศดังออกจากปากของถังหวู่หลิน กริชมังกรแสงถูกดันจนพุ่งออกจากปากแผลในทันใด

        สิ่งสุดท้ายที่เซี่ยเซี่ยเห็น ก็คือเงาแสงสีทองลูกหนึ่ง เสี้ยววินาทีต่อจากนั้น เขาเพียงรู้สึกราวกับว่าตนเองถูกรถพลังวิญญาณที่วิ่งมาด้วยความเร็วพุ่งชนจากข้างหน้า แล้วทุกอย่างก็มืดลง และไม่รับรู้อะไรอีก

        “ตู้ม–” เซี่ยเซี่ยลอยกระเด็นไปชนต้นไม้ใหญ่ที่อยู่ไกลออกไปแล้วจึงร่วงหล่นลงพื้นอย่างช้าๆ

        ถังหวู่หลินอยู่ในท่าที่เกือบคุกเข่าอยู่บนพื้น ดวงตาทั้งคู่ยังคงเป็นสีแดงฉาน ร่างกายของเขากำลังสั่นสะเทือนอย่างแรง ในยามนี้ เขารู้สึกราวกับตนเองเป็นเหมือนแร่โลหะที่ถูกแผดเผาอยู่ในเตาหลอมก็มิปาน ความร้อนผ่าวที่ยังคงพรั่งพรูออกจากภายในร่างกายทำให้ร่างของเขาสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง

        แต่เขายังคงมีสติรู้สึกตัวดีอยู่ อย่างน้อยในขณะที่ปล่อยหมัดออกไปเมื่อครู่นี้ เขาได้ออมแรงในเสี้ยววินาทีสุดท้าย มิเช่นนั้น เขาเกรงว่าเซี่ยเซี่ยจะถูกเขาชกจนหมอบและได้รับบาดเจ็บสาหัส

        เมื่อก้มหน้าลง เขาก็ตะลึงงันเมื่อได้เห็นว่าแขนขวาของตนเองมีเกล็ดปกคลุมไปทั่วตั้งแต่เมื่อไหร่ก็มิอาจรู้ได้

        นั่นเป็นเกล็ดสีทอง ตัวเกล็ดเป็นรูปทรงหกเหลี่ยม ทุกเกล็ดมีลักษณะนูนขึ้นเล็กน้อย ทำให้เห็นขอบมุมที่ชัดเจน ปลายนิ้วแคบเล็กลง เล็บยาวขึ้น ตัวเล็บคมกริบดั่งกรงเล็บก็มิปาน

        จินกวง งูหญ้าตัวเล็กที่เดิมพันรอบอยู่บนแขนของเขา ในตอนนี้ก็มีแสงสีทองปรากฏขึ้นบนตัวของมันเป็นครั้งคราว และตัวของมันก็ใหญ่ขึ้นเป็นเท่าตัวเช่นกัน ตาเล็กคู่นั้นได้กลายเป็นสีแดง ส่องประกายแสงสีแดงดั่งเม็ดอัญมณี

        เพราะมันหรือ? มันไม่ใช่วิญญาณภูตที่มีตำหนิหรือ? นี่มันเรื่องอะไรกันแน่?

        ถังหวู่หลินรีบถอดเสื้อออกด้วยความเร็ว แล้วเขาก็ต้องตกตะลึงเมื่อได้เห็นว่าไม่เพียงแต่ฝ่ามือของเขาที่เกิดการเปลี่ยนแปลง แต่แขนขวาทั้งท่อน ตั้งแต่บริเวณที่ถูกกริชมังกรแสงแทง ไล่ลงไปจนถึงฝ่ามือ ล้วนถูกปกคลุมไปด้วยเกล็ดสีทอง

        แขนข้างนี้ นำมาซึ่งความรู้สึกทรงพลังอย่างมิอาจจะอธิบายได้

        เขาลองขยับแขนขวาโดยสัญชาตญาณ “ฟึ้ด!”

        เมื่อหมัดขวาถูกปล่อยออกไปกลางอากาศ ก็มีแสงสีทองปรากฏขึ้น และแปรเปลี่ยนเป็นรูปทรงหัวมังกร แสงสีทองนั้นพุ่งออกไปไกลถึงหนึ่งเมตร ความรุนแรงของการปล่อยหมัดนี้ ทำให้เขารู้ได้อย่างแจ่มแจ้งว่าหากชกหมัดนี้ออกไปเต็มแรงบนร่างกายของคนจะส่งผลอย่างไรบ้าง

        “จินกวง นี่คือพลังที่เจ้ามอบให้ข้าหรือ?” ถังหวู่หลินมองงูหญ้าตัวเล็กบนแขนของตนเองด้วยท่าทางดีใจอย่างยิ่ง

        แต่ในเวลานี้เอง ตัวของงูหญ้าตัวเล็กที่ขยายใหญ่ขึ้นก็ค่อยๆหดเล็กลง ความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นบนฝ่ามือและเกล็ดที่ปกคลุมไปทั่วแขนก็ค่อยๆเลือนหายไป เพียงแค่ในช่วงเวลาไม่กี่อึดใจ ทุกอย่างก็กลับสู่สภาวะปกติ สิ่งที่ตามมา ก็คือความรู้สึกอ่อนล้าอย่างมิอาจจะบรรยายได้ ถังหวู่หลินเพียงรู้สึกว่าดวงตาของตนมองเห็นแต่ความมืดมิด แล้วจึงหมดสติไป

        เขายังไม่ทันได้สวมเสื้อ แสงสีทองที่มีรูปร่างคล้ายตาข่ายที่เคยเกิดขึ้นได้ปรากฏขึ้นอีกครั้ง โดยเฉพาะลวดลายของแสงที่อยู่บนกระดูกสันหลังที่ปรากฏออกมาอย่างชัดเจนกว่าทุกครั้ง

        ……

        เซี่ยเซี่ยตื่นขึ้นจากความสั่นโคลงเคลง เขายังคงรู้สึกมึนงง สิ่งแวดล้อมรอบกายเหมือนจะเปลี่ยนไป เขาเงยหน้าขึ้นมองด้วยสัญชาตญาณ สิ่งที่เห็น คือใบหน้าที่คุ้นเคย

        เมื่อเงยหน้าอีกครั้ง ก็เห็นประตูใหญ่ของโรงเรียนตงไห่เข้าพอดี

        ในยามนี้ ท้องฟ้ามืดสนิทแล้ว ตัวหนังสือของคำว่า โรงเรียนตงไห่ ถูกส่องด้วยแสงไฟจนเห็นได้ชัดเจน

        “อ้าเอ้อาไอ…” เซี่ยเซี่ยอยากจะกล่าวอะไรบางอย่าง แต่กลับพบว่าเสียงที่เปล่งออกมานั้นไม่เป็นภาษาเสียเลย

        ถังหวู่หลินขมวดคิ้วเล็กน้อย พร้อมกับหันไปกล่าวกับเซี่ยเซี่ยที่บัดนี้กำลังถูกเขาแบกอยู่บนหลัง “เจ้าว่าอะไร?”

        “อ้าเอนอะไร?” เสียงของเซี่ยเซี่ยยังคงอู้อี้ฟังไม่ได้ความ

        เมื่อเขาค่อยๆได้สติกลับมา ก็พบว่าตนเองถูกถังหวู่หลินแบกไว้บนหลังแล้ว เขายกมือขึ้นมาสัมผัสใบหน้าของตนเองโดยจิตใต้สำนึก สิ่งที่เขาสัมผัสโดนคือผิวหนังที่บวมเป่งดั่งขนมปัง บวมจนเขารู้สึกได้แต่เพียงความชาเท่านั้น

        สิ่งที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้ค่อยๆกลับคืนมาในความทรงจำอย่างบ้าคลั่ง ในขณะเดียวกัน ในห้วงความทรงจำของเซี่ยเซี่ยก็หวนนึกถึงสิ่งที่เขาพูดตอนที่เขาและถังหวู่หลินเดินออกจากโรงเรียนตงไห่

        “เราไปสวนสาธารณะตงไห่กัน ที่นั่นคนน้อย เจ้าวางใจได้ หลังจากสู้กันแล้วเจ้าได้รับบาดเจ็บ ข้าจะหาคนมาช่วยรักษาให้”

        แต่ในตอนนี้…

        เขาเสียเงินไปสองหมื่นสี่พันเหรียญ แลกกับการโดนชกอีกครั้งหนึ่ง…

 


 

ติดตามอัพเดทก่อนใคร ด้วยการกดไลค์แฟนเพจเรื่อง “ตำนานราชามังกร” : https://goo.gl/zLZtxS

อ่านฟรีได้ที่นี่ หรือ

อ่านล่วงหน้า เร็วกว่าใครหลายร้อยตอนได้ที่เว็บไซต์ กวีบุ๊คhttps://www.kawebook.com/story/view/259

120 บาท/เล่ม (หากนับตอนฟรีจะเฉลี่ยอยู่ที่ 80-90 บาท/เล่มค่ะ) เมื่อเทียบกับนิยายแปลเป็นเล่ม 30 ตอน เท่ากับ 1 เล่ม^_^