0 Views

        “นี่เป็นผลงานของข้าเมื่อหลายปีก่อน แต่ละอันมีพื้นที่หนึ่งในแปดส่วนของหนึ่งลูกบาศก์เมตร เหมาะที่จะให้เจ้าใช้พอดี” หมางเทียนกล่าว

        ถังหวู่หลินมองหมางเทียนด้วยความตกตะลึง จากความรู้เกี่ยวกับผู้ใช้ภูตที่เขาได้เรียนในโรงเรียนขั้นต้นมาตลอดระยะเวลาสามปี บวกกับคำกล่าวของหมางเทียน เขารู้ได้ในทันทีว่าสิ่งนี้คืออะไร “อาจารย์ นี่คือช่องสัมภาระพลังวิญญาณหรือ? นี่ ไม่ได้หรอก มันสูงค่าเกินไป”

        หมางเทียนกล่าว “นี่เป็นช่องสัมภาระพลังวิญญาณระดับต่ำที่สุด ไม่มีผลึกพลังวิญญาณเสียด้วยซ้ำ ต้องให้ผู้ใช้ภูตขับเคลื่อนพลังวิญญาณเข้าไปเพื่อใช้งาน ไม่ได้สูงค่าอะไร เจ้าทำงานให้ข้ามานานถึงเพียงนี้ ค่าตอบแทนที่ให้ก็ไม่ได้ถือว่าเยอะ นี่ก็ถือซะว่าเป็นค่าตอบแทนพิเศษก็แล้วกัน”

        ถังหวู่หลินกล่าวด้วยเสียงอันแผ่วเบา “แต่ข้าได้รับแร่เงินสมุทรของท่านมาแล้ว” ช่องสัมภาระพลังวิญญาณ นี่เป็นช่องสัมภาระพลังวิญญาณเชียวนะ! เป็นสิ่งที่เขาไม่กล้าอาจเอื้อมเลย แต่มันกลับมาอยู่ตรงหน้าแล้ว อาจารย์ยังบอกอีกว่าจะมอบให้ตนเอง แล้วเขาจะไม่อยากได้ได้อย่างไรกัน แต่ทว่า สิ่งที่อาจารย์ให้เขานั้นมากมายเหลือเกิน…

        หมางเทียนจับมือเขาขึ้นมา สวมกำไลเงินสมุทรขึ้นไปหนึ่งวง กำไลเงินสมุทรก็ปรับขนาดของมันให้เข้ากับขนาดของข้อมือจนแนบสนิทอยู่บนข้อมือนั้น แล้วจึงใส่อีกข้างหนึ่งให้

        เมื่อมองดูกำไลบนข้อมือทั้งคู่ที่ดูไม่เตะตามากนัก แต่กลับแฝงความหมายอันสำคัญยิ่งกับตนเองแล้ว ดวงตาของถังหวู่หลินก็พลันร้อนผ่าวขึ้นมาอย่างอดไม่ได้

        “อาจารย์…”

        หมางเทียนกล่าวด้วยสีหน้าเรียบเฉย “ว่ากันว่ากำปั้นต้องใช้มือ การขับขานต้องใช้ปาก สำหรับช่างตีเหล็กอย่างเราแล้ว การตีเหล็กก็ต้องใช้ค้อน เจ้าจะแบกค้อนตีเหล็กหนักทั้งสองอันเดินไปตามท้องถนนหรืออย่างไร? จงจำไว้ แร่ระดับพันหลอมที่ได้รับการสังเวยด้วยโลหิต ต้องถูกใช้งานอยู่เป็นประจำ ทั้งลมปราณ การไหลเวียนโลหิต และพลังวิญญาณของเจ้าจะทำให้มันกระชุ่มกระชวย เมื่อเวลาผ่านไป มันจะเข้ากันกับเจ้าได้มากยิ่งขึ้น หากในอนาคตเจ้ามีกำลังที่แข็งแกร่งมากพอ มันอาจจะพัฒนาขึ้นไปอีกขั้นได้เชียว”

        “เอาล่ะ กลับไปได้แล้ว ไปเตรียมตัวเก็บของ ก่อนจะเดินทางไปเมืองตงไห่ มาหาข้าที่นี่อีกหน”

        จู่ๆถังหวู่หลินก็เหมือนจะนึกอะไรออก จึงเอ่ยถามหมางเทียน “อาจารย์ ก่อนหน้านี้ท่านบอกว่านี่เป็นผลงานของท่านเอง หรือว่าท่านจะเป็นผู้วิจัยพลังวิญญาณด้วย?”

        หมางเทียนเงียบไปครู่หนึ่ง “ถือว่าใช่ แต่ข้าจะยอมรับได้มากกว่าหากบอกว่าข้าเป็นช่างตีเหล็ก บนเส้นทางผู้วิจัยพลังวิญญาณนั้น ข้าไม่อาจเดินไปไกลกว่านั้นได้ ต่อไปเจ้าก็จะเข้าใจเอง ไปได้แล้ว ตั้งใจฝึกพลังวิญญาณ จงจำไว้ พลังวิญญาณเป็นพื้นฐานของทุกอย่าง ถึงแม้ว่าเจ้าจะมีพลังมหาศาลแต่กำเนิด แต่ก็มีขีดจำกัดเช่นกัน นอกจากนี้ บนแผ่นดินโต้วหลัวของพวกเรา ไม่ว่าจะประกอบอาชีพใด เมื่อถึงระดับสูงแล้ว ระดับของพลังวิญญาณล้วนแต่มีความสำคัญในการตัดสิน ในอนาคต เจ้าอย่าได้เลือกที่จะหลอมรวมกับวิญญาณภูตตนที่สองอย่างไม่คิดหน้าคิดหลังอีก”

        “ข้าเข้าใจแล้ว”

        “ลองใช้กำไลเงินสมุทรของเจ้าดู เจ้าเพียงต้องขับเคลื่อนพลังวิญญาณเข้าไปในนั้น ใช้ความคิดในการไปรับรู้และควบคุมมัน แล้วมันจะเก็บสิ่งที่เจ้าอยากเก็บเข้าไปเอง”

        ถังหวู่หลินพยักหน้า แล้วจึงยกค้อนเงินสมุทรพันหลอมทั้งสองอันขึ้น

        เมื่อวันเวลาผันเปลี่ยน อุปกรณ์ที่ขับเคลื่อนด้วยพลังวิญญาณได้กลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวันของผู้คน อุปกรณ์เหล่านี้ไม่จำเป็นต้องใช้พลังวิญญาณในการขับเคลื่อนอีกต่อไป เพียงแค่เพราะอุปกรณ์ที่ขับเคลื่อนด้วยพลังวิญญาณในยุคแรกเป็นเช่นนั้น ดังนั้น จึงได้คงชื่อเรียกนี้ไว้จนถึงทุกวันนี้

        มนุษย์ได้คิดค้นพลังงานที่เหมือนกับพลังวิญญาณโดยผลิตจากแรงลม แรงน้ำ และพลังงานจากแสงอาทิตย์ พลังงานนี้ถูกนำไปใช้ในทุกสายอาชีพ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อการสร้างหุ่นจักรกลวิญญาณก้าวหน้าขึ้นอย่างรวดเร็ว จนกลายเป็นอาวุธชิ้นสำคัญในการทำสงครามของสหพันธรัฐไปแล้ว

        ในชีวิตประจำวันของถังหวู่หลินก็มีการใช้อุปกรณ์พลังวิญญาณเช่นกัน เช่นไฟพลังวิญญาณที่บ้าน พาหนะบนท้องถนนที่ขับเคลื่อนด้วยพลังวิญญาณ แล้วยังมีอุปกรณ์พลังวิญญาณอื่นๆอีกมากมาย แม้แต่แท่นตีเหล็กตรงหน้าเขาก็เช่นเดียวกัน แต่ทว่า นี่เป็นครั้งแรกที่เขาได้มีอุปกรณ์พลังวิญญาณเป็นของตนเอง

        และเขาก็รู้ดีว่า ช่องสัมภาระพลังวิญญาณต้องใช้การจารึกเวทย์ ต้องไม่ใช่อุปกรณ์พลังวิญญาณระดับต่ำอย่างที่อาจารย์กล่าวแน่นอน อุปกรณ์พลังวิญญาณพิเศษที่เป็นประเภทงานฝีมือของผู้วิจัยพลังวิญญาณเท่านั้น มักจะมีราคาที่สูงมาก

        แต่เขาก็รับของขวัญชิ้นนี้ไว้แต่โดยดี เพราะเขาชอบมันมากและจำเป็นต้องใช้กำไลเงินสมุทรคู่นี้จริงๆ บุญคุณของอาจารย์ครั้งนี้ เขาก็ได้จดจำไว้ในส่วนลึกของหัวใจเช่นกัน บุญคุณใหญ่หลวงมิอาจจะใช้คำพูดมาขอบคุณได้ เขาจึงไม่ได้เอ่ยอะไรออกมาอีก

        ประกายสีเงินอ่อนๆส่องสว่างขึ้น เพียงถังหวู่หลินใช้ความคิดชี้นำ เขาก็รู้สึกว่าของที่ถืออยู่ในมือนั้นเบาหวิว ค้อนเงินสมุทรพันหลอมในมือทั้งสองข้างก็พลันถูกเก็บไปไว้ในกำไลเงินสมุทรที่อยู่บนข้อมือ พื้นที่หนึ่งในแปดส่วนของหนึ่งลูกบาศก์เมตรถือว่าไม่ใหญ่นัก แต่มีพื้นที่เหลือล้นสำหรับการเก็บค้อนเงินสมุทรพันหลอมเพียงหนึ่งอัน ค้อนตีเหล็กแบบด้ามจับสั้นนั้นมีความยาวเพียงหนึ่งฟุตครึ่งเท่านั้น

        แม้การใช้กำไลเงินสมุทรนั้นจะต้องเสียพลังวิญญาณไปบ้าง แต่ก็เป็นปริมาณที่น้อยมาก แม้จะมีพลังวิญญาณเพียงแค่ขั้นสิบเอ็ด แต่ก็ไม่ใช่เรื่องลำบากสำหรับถังหวู่หลินเลยแม้แต่น้อย

        เขาใช้ความคิดอีกครั้งพร้อมเคลื่อนพลังวิญญาณเข้าไป ค้อนเงินสมุทรพันหลอมสองอันปรากฏขึ้นในมือทั้งสองข้างของเขาอีกครั้ง นี่คือความพิศดารของช่องสัมภาระพลังวิญญาณนั่นเอง

        หมางเทียนพยักหน้า “เจ้ากลับบ้านได้ จงจำสิ่งที่ข้ากำชับกับเจ้าไว้ให้ดี”

        “เข้าใจแล้ว”

        ระหว่างทางกลับบ้าน ถังหวู่หลินจมดิ่งอยู่ในความสุขใจอย่างที่สุด ค้อนเงินสมุทรพันหลอมที่มีความสามารถพิเศษชั้นเยี่ยม แล้วยังมีกำไลเงินสมุทรอีก สำหรับเขาแล้ว ไม่สามารถใช้คำว่าตื่นเต้นดีใจมาบรรยายความรู้สึกตอนนี้ได้ เพราะสิ่งเหล่านี้กลายเป็นสิ่งสำคัญที่สุดสำหรับเขาไปแล้ว

        ……

        “จือหรัน ท่านตัดสินใจแน่แล้วหรือ?” หลางเยว่มองผู้เป็นสามี ความรู้สึกเศร้าใจฉายประกายในแววตาคู่นั้น

        ถังจือหรันถอนหายใจ “เพราะความอ่อนแอของข้า ได้ส่งผลกระทบต่ออนาคตของลูกชายแล้ว ข้าจะเป็นเช่นนี้ต่อไปไม่ได้ เพื่อลูกแล้ว สิ่งเหล่านี้จะหนักหนาสักเท่าไหร่กันเชียว? ข้าตอบตกลงพวกเขาไปแล้ว”

        ดวงตาของหลางเยว่ร้อนผ่าว “แต่ว่า ถ้าเป็นเช่นนี้ ก็ไม่รู้ว่าเมื่อไหร่ถึงจะได้เจอลูกอีก”

        ถังจือหรันกล่าว “หากหลินหลินเป็นแค่เด็กธรรมดา เป็นเหมือนเด็กทั่วไป เช่นนั้น ขอเพียงแค่เขามีความสุข พวกเราใช้ชีวิตธรรมดาอย่างนี้ก็ดีมากแล้ว แต่ว่า ลูกชายของพวกเราไม่ใช่เด็กธรรมดา แต่กลับตรงกันข้าม เขายอดเยี่ยมถึงเพียงนี้ หากไม่ใช่เพราะความอ่อนแอของข้า หากเขาสามารถหลอมรวมกับวิญญาณภูตที่ดีได้ตั้งแต่ครั้งแรก จะต้องไปได้ไกลกว่านี้แน่นอน ด้วยอุปนิสัยของเขา จะต้องทำการใหญ่ได้เป็นแน่”

        “หมางเทียนได้บอกข้าไว้ หลินหลินมีความเด็ดเดี่ยวอดทน และเป็นผู้ใหญ่กว่าเด็กในวัยเดียวกัน และมีพรสวรรค์ในด้านการตีเหล็ก ขอเพียงแค่ยังคงเรียนตีเหล็กกับเขาต่อไปเรื่อยๆ อนาคตจะต้องก้าวข้ามเขาไปได้อย่างแน่นอน หมางเทียนเป็นช่างตีเหล็กระดับปรมาจารย์ตีเหล็กหกดาว การที่จะก้าวข้ามเขา จะเป็นระดับไหนกัน?”

        “แต่ทว่า ไม่ว่าจะเป็นเส้นทางการเป็นช่างตีเหล็ก หรือการเป็นผู้ใช้ภูต พลังวิญญาณและวิญญาณภูตล้วนแต่เป็นรากฐานของอาชีพเหล่านั้นทั้งสิ้น ในฐานะของผู้เป็นพ่อแล้ว ข้าขลาดเขลามานานหลายปี มีชีวิตอยู่อย่างสงบสุขมานานหลายปี ถึงเวลาที่ต้องสู้สักตั้งเพื่อลูกเสียที ข้าได้ตัดสินใจแล้ว เพื่อลูกของเรา ข้าจะทุ่มสุดตัวล่ะ”

 


 

ติดตามอัพเดทก่อนใคร ด้วยการกดไลค์แฟนเพจเรื่อง “ตำนานราชามังกร” : https://goo.gl/zLZtxS

อ่านฟรีได้ที่นี่ หรือ
อ่านล่วงหน้า เร็วกว่าใครหลายร้อยตอนได้ที่เว็บไซต์ กวีบุ๊คhttps://www.kawebook.com/story/view/259

120 บาท/เล่ม (หากนับตอนฟรีจะเฉลี่ยอยู่ที่ 80-90 บาท/เล่มค่ะ) เมื่อเทียบกับนิยายแปลเป็นเล่ม 30 ตอน เท่ากับ 1 เล่ม^_^