0 Views

        ขณะเดินออกมาจากโรงเรียนหงซาน สีหน้าของถังหวู่หลินเต็มไปด้วยความไม่สบอารมณ์ แม้นับรวมสิ่งที่เขาเจอมาทั้งหมดตั้งแต่จำความได้ ก็เทียบไม่ได้กับความรู้สึกหดหู่ใจจากสิ่งที่เขาเผชิญในวันนี้

        เขาเติบโตมาจากครอบครัวที่แสนจะธรรมดา แต่ครอบครัวกลมเกลียว พ่อแม่รักใคร่กันมาก และทั้งรักทั้งเอ็นดูเขามากเช่นกัน แม้ในยามที่เขาทำอะไรผิดไป พวกท่านก็จะคอยสอนสั่งเขาอย่างใจเย็น

        แต่วันนี้ที่โรงเรียน เป็นครั้งแรกที่เขาได้รับรู้ถึงความรู้สึก “ลำบาก” เป็นเพราะว่าดวงจิตภูตของเขาคือหญ้าสีฟ้า เขาจึงถูกเพื่อนร่วมชั้นกีดกัน แม้แต่อาจารย์ก็ไม่มีท่าทีเป็นมิตรกับเขานัก

        ตอนสอนการฝึกสมาธิให้เหล่านักเรียนในช่วงบ่าย ระยะเวลาที่อาจารย์ใช้ในการสอนเขานั้นสั้นที่สุดอย่างเห็นได้ชัด

        “ดวงจิตภูตของข้า มันแย่ถึงเพียงนั้นจริงหรือ?” ความไม่สบอารมณ์บนใบหน้าเขาค่อยๆแปรเปลี่ยนเป็นความดื้อรั้น “ต่อให้ดวงจิตภูตของข้าไม่ดีนัก ข้าก็จะต้องกลายเป็นผู้ใช้ภูตที่ยิ่งใหญ่ให้ได้ ท่านพ่อเคยบอกไว้ ว่าความสำเร็จนั้นมาจากความพยายามเก้าสิบเก้าส่วนบวกกับพรสวรรค์อีกหนึ่งส่วน ในเมื่อดวงจิตภูตของข้าไม่ดีเหมือนคนอื่น ข้าก็จะพยายามยิ่งขึ้นไปอีก!”

        เขาเป็นคนมีอุปนิสัยร่าเริง เมื่อคิดตกแล้ว ความกดดันที่ได้รับมาทั้งวันก็มลายหายไป

        แต่ว่า ทำไมข้าถึงหิวอีกแล้วล่ะ? ถังหวู่หลินลูบบริเวณท้องของตนเองอย่างไม่ค่อยเข้าใจนัก การเรียนภายในโรงเรียนจะมีอาหารมื้อกลางวันรวมอยู่ด้วย และเป็นแบบไม่จำกัด อาหารของนักเรียนห้องผู้ใช้ภูตดีกว่าอาหารของนักเรียนห้องธรรมดามาก ถังหวู่หลินกินไปเยอะมาก ด้วยเหตุนี้เองเขาถึงได้รับฉายา ถังข้าว ในทันที ความกินจุของเขานั้นเทียบได้กับปริมาณครึ่งหนึ่งของอาหารที่นักเรียนคนอื่นๆอีกสิบกว่าคนกินรวมกัน ซึ่งนั่นก็มากกว่าปริมาณอาหารสำหรับผู้ใหญ่เสียอีก

        ถึงแม้ว่าปกติแล้วเขาก็กินอาหารในปริมาณที่ไม่น้อยเลย แต่ก็ไม่ได้กินจุถึงเพียงนี้นี่นา! นอกจากนั้น นี่เพิ่งจะตอนเย็น ตัวเขากลับหิวขึ้นมาอีกแล้ว

        ลองกลับบ้านไปดูก่อน ว่ามีของอะไรน่ากินบ้างไหม เมื่อถังหวู่หลินคิดถึงเรื่องกิน แววตาก็เป็นประกายขึ้นมาทันใด

        ระหว่างที่เดินอยู่ จู่ๆก็มีร่างเล็กๆที่อยู่ข้างทางดึงดูดความสนใจของเขา

        ถึงแม้แสงแดดในยามเย็นจะไม่ร้อนแรงเท่าแสงแดดในช่วงเที่ยงวัน แต่วันนี้อากาศดีมาก ดังนั้นเมื่อแสงแดดตกกระทบผิวกายก็ยังคงนำพาความร้อนมาสู่ร่างกาย สิ่งที่ดึงดูดถังหวู่หลินก็คือสีเงินที่เปล่งประกายภายใต้แสงแดดที่สาดส่อง

        เด็กหญิงตัวเล็กนั่งยองๆอยู่ข้างทาง ดูไปแล้วน่าจะอายุน้อยกว่าเขาหลายปี แต่นางมีผมสั้นสีเงิน เมื่อแสงแดดสาดส่องไปบนสีผมที่ไม่ค่อยมีให้เห็นนัก จึงทำให้มีแสงสะท้อน

        ราวกับว่ามีอะไรบางอย่างที่ไม่สามารถอธิบายได้กำลังดึงดูดพวกเขาทั้งคู่อยู่ เด็กหญิวตัวน้อยเงยหน้าขึ้นมามองไปทางเขา ใบหน้าที่เลอะเปรอะเปี้อน บวกกับเสื้อผ้าที่ดูโทรมและขาดรุ่ย ดูอย่างไรก็เป็นลักษณะของขอทานตัวน้อย แต่ทว่า นอกจากผมสั้นสีเงินของนางแล้ว ก็ยังมีนัยน์ตาที่ดูโดดเด่นไม่เหมือนใครคู่นั้น นางมีดวงตาคู่โต นัยน์ตางามดุจเม็ดคริสตัลสีม่วงที่ใสบริสุทธิ์ ถึงแม้จะอยู่ห่างระดับหนึ่ง ถังหวู่หลินก็เหมือนจะสามารถเห็นเงาของตนเองสะท้อนอยู่ในดวงตาคู่นั้นได้ ขนตางอนยาวอย่างเป็นธรรมชาติ

        ดวงตาของถังหวู่หลินก็งามมาก จึงเกิดความรู้สึกดีต่อเด็กวัยเดียวกันที่มีดวงตาคู่โตเช่นเดียวกันกับเขา เขาหยุดก้าวเดินต่ออย่างไม่รู้ตัว ดวงตาทั้งสองคู่จ้องมองประสานกัน เด็กหญิงตัวน้อยไม่ได้หลบสายตาไปจากตาคู่นั้นของเขาที่จ้องมองอยู่ ในดวงตาสวยคู่โตนั้นเพียงปรากฏความตกใจและสงสัยเท่านั้น

        “สาวน้อย พ่อแม่ของเจ้าอยู่ไหนล่ะ?” ในเวลานี้เอง ชายวัยรุ่นที่ดูเหมือนอันธพาลหลายคนก็ถูกผมสีเงินนั้นดึงดูดความสนใจ และขยับตัวเข้าไปใกล้เด็กหญิงตัวน้อย

        เด็กหญิงตัวน้อยกลับไม่มองพวกเขา และก้มหน้าลงดังเดิม

        ชายวัยรุ่นสบตากันครู่หนึ่ง แล้วหนึ่งในนั้นจึงกล่าว “ผมสีเงินนี่ไม่ใช่จะพบได้ง่ายๆนะ! ไม่แน่ว่าอาจจะเป็นชนต่างเผ่าที่มาจากอีกสองแผ่นดินนั่น คาดว่าตลาดใต้ดินน่าจะชอบแบบนางมาก แถมดวงตานางเป็นสีม่วงด้วย”

        แววตาชายวัยรุ่นเหล่านั้นปรากฏความโลภขึ้นมาทันใด หันมองหน้ากันแล้วพยักหน้า

        ชายวัยรุ่นที่พูดก่อนหน้านี้ย่อตัวลงมาแล้วกล่าว “เฮ้ น้องสาว คนที่บ้านเจ้าล่ะ?”

        เด็กหญิงตัวน้อยก้มหน้าลงต่ำพร้อมกับส่ายหน้า แต่ไม่พูดไม่จา

        ชายวัยรุ่นกล่าวพร้อมรอยยิ้ม “เจ้าหิวไหม พี่ชายจะพาเจ้าไปกินของอร่อย ดีไหม?”

        เด็กหญิงตัวน้อยยังคงส่ายหน้า แต่ส่ายหน้าแรงกว่าเดิม

        ชายวัยรุ่นส่งสายตาเป็นสัญญาณให้กับพักพวกพร้อมกับยื่นมือไปจับแขนของเด็กหญิงตัวน้อยแล้วฉุดให้ลุกขึ้นจากพื้น ส่วนคนที่เหลือก็ยืนล้อมรอบไว้เพื่อบดบังไม่ให้ผู้อื่นมองเห็น

        ท่ามกลางเสียงหวีดร้องด้วยความตกใจของเด็กหญิงตัวน้อย ชายวัยรุ่นก็ได้ยกนางมาพาดไว้บนบ่าแล้ว

        “พวกเจ้าทำอะไร?” ในตอนนี้เอง เสียงเด็กที่บ่งบอกความโกรธก็ดังขึ้น ทำให้ชายวัยรุ่นเหล่านั้นสะดุ้งเฮือก

        เมื่อพวกเขาหันกลับมามอง ก็ล้วนแต่แสดงสีหน้าโมโหออกมา เพราะผู้ที่เข้ามาห้ามปรามนั้น เป็นแค่เด็กผู้ชายตัวเล็กหน้าตาดี ที่ตัวสูงไม่ถึงระดับเอวของพวกเขาเสียด้วยซ้ำ

        แววตาของชายวัยรุ่นรายหนึ่งที่อยู่ข้างหลังฉายรังสีอำมหิตออกมาชั่วขณะหนึ่ง แล้วจึงยกเท้าขึ้นเตะถังหวู่หลิน “เจ้าเด็กปากไม่สิ้นกลิ่นน้ำนม กล้ามาแสหาเรื่องเชียวรึ”

        ถังหวู่หลินถูกเขาเตะจนกลิ้งไปบนพื้นไกลกว่าสองเมตร ทำให้ใบหน้าและเส้นผมเต็มไปด้วยฝุ่นและดินในทันที

        “เจ้าพวกคนชั่ว!” เขาม้วนตัวแล้วลุกขึ้นมาจากพื้น จากนั้นจึงพุ่งตัวเข้าหาชายวัยรุ่นเหล่านั้น เพื่อขวางทางไว้ไม่ให้พวกเขาเดินไปต่อ

        สีหน้าอันโหดเหี้ยมปรากฏขึ้นบนใบหน้าของชายวัยรุ่นที่แบกเด็กหญิงตัวน้อยเอาไว้ สถานการณ์ในตอนนี้ได้ดึงดูดความสนใจของผู้คนที่สัญจรไปมาแล้ว เพราะถึงอย่างไรที่นี่ก็เป็นถนนใหญ่

        เมื่อพลิกข้อมือ ก็มีกริชเล่มหนึ่งที่สะท้อนแสงวิบวับปรากฏขึ้นในฝ่ามือ และไล่แทงไปทางถังหวู่หลิน “ถ้าไม่อยากตายก็หลบไปซะ!”

        ถังหวู่หลินจ้องมองเขาด้วยสีหน้าแข็งกร้าวพร้อมกล่าวด้วยความโกรธ “คนชั่วไม่มีจุดจบที่ดีแน่ ข้าเป็นผู้ใช้ภูต ข้าไม่กลัวเจ้าหรอก ปล่อยนางซะ!”

        เขาพูดพลางยกมือขวาขึ้น แสงสีฟ้าอ่อนก็พลันสว่างขึ้น หญ้าสีฟ้างอกออกมาจากฝ่ามือพร้อมกับคลื่นพลังวิญญาณอ่อนๆที่แผ่ซ่านออกมาเช่นกัน

        พลังวิญญาณระดับสามจะทำอะไรได้บ้าง? นอกจากจะแกร่งกว่าเด็กวัยเดียวกันเล็กน้อย เมื่อปราศจากพลังสนับสนุนจาก วิญญาณภูต และวงแหวนภูตแล้ว ดวงจิตภูตก็ยังไม่อาจถูกนำมาใช้เพื่อการต่อสู้ได้ นี่ก็คือเหตุผลที่ต้องฝึกพลังวิญญาณให้ถึงระดับสิบ จึงจะเลื่อนขั้นจากนักฝึกภูตที่อยู่ระดับต่ำสุดขึ้นไปยังขั้นผู้เชี่ยวชาญภูตได้

        ชายวัยรุ่นอึ้งไปสักพัก พรรคพวกที่อยู่ข้างกายเขาก็ดึงตัวเขา

        ถ้าเป็นแค่เด็กธรรมดาทั่วไป ต่อให้พวกเขาจะทำอะไรลงไป ขอเพียงแค่ปกปิดให้ดีๆหน่อย ก็อาจรอดตัวไปได้ แต่ทว่า เด็กที่มีพลังวิญญาณนั้นต่างออกไป ทางการจะทำการบันทึกประวัติเด็กเหล่านี้ไว้เป็นพิเศษ แม้แต่ที่หอวิญญาณก็จะมีการลงทะเบียนไว้ หากเกิดเรื่องอะไรขึ้นกับเด็กเหล่านี้ ทางการของสหพันธรัฐต้องทุ่มเทสืบสวนหาสาเหตุให้ได้ ซึ่งถ้าเป็นเช่นนั้นก็ต้องเดือดร้อนเป็นแน่ ยิ่งไปกว่านั้น ตอนนี้มีคนจำนวนไม่น้อยเลยที่เห็นพวกเขาแล้ว

        “ซวยชะมัด!” ชายวัยรุ่นที่เป็นหัวหน้าส่งเสียงโมโหด้วยสีหน้าไม่พอใจเป็นอย่างมาก แล้วจึงวางเด็กหญิงตัวน้อยลง และพาพรรคพวกของเขาหนีไปอย่างรวดเร็ว

        เด็กหญิงตัวน้อยยืนตัวเซจนล้มลงไปนั่งกองอยู่บนพื้น ถังหวู่หลินรีบวิ่งไปย่อตัวลงข้างกายนาง “เจ้าไม่ต้องกลัว ข้าเป็นลูกผู้ชาย ข้าจะปกป้องเจ้าเอง!”

        เด็กหญิงตัวน้อยเงยหน้าขึ้นมามองเขา เมื่ออยู่ในระยะใกล้ ดวงตาสีม่วงคู่โตนั้นช่างดูงดงามยิ่งนัก และดูเหมือนว่าจะมีน้ำปรากฏขึ้นในนัยน์ตาคู่นั้น

        “อย่าร้องๆ ข้าไล่คนชั่วไปหมดแล้ว ข้าชื่อ ถังหวู่หลิน แล้วเจ้าชื่ออะไรล่ะ?”

        เด็กหญิงตัวน้อยเหม่อลอยชั่วครู่ ก่อนจะพูดเป็นครั้งแรก “ข้าชื่อ น่าเอ๋อร์”

 


 

ติดตามอัพเดทก่อนใคร ด้วยการกดไลค์แฟนเพจเรื่อง “ตำนานราชามังกร” : https://goo.gl/zLZtxS

อ่านฟรีได้ที่นี่ หรือ

อ่านล่วงหน้า เร็วกว่าใครหลายร้อยตอนได้ที่เว็บไซต์ กวีบุ๊คhttps://www.kawebook.com/story/view/259

120 บาท/เล่ม (หากนับตอนฟรีจะเฉลี่ยอยู่ที่ 80-90 บาท/เล่มค่ะ) เมื่อเทียบกับนิยายแปลเป็นเล่ม 30 ตอน เท่ากับ 1 เล่ม^_^