0 Views

        แสงสีฟ้าเป็นประกายพลันส่องสว่างขึ้น ภายในมีแสงสีทองอ่อนๆที่มีลวดลายเป็นรูปทรงตาข่ายส่องแสงบางเบา หมางเทียนออกแรงดึงก็ยังไม่สามารถดึงมันจนขาดได้เช่นเคย

        แต่ทว่า ครั้งนี้ถังหวู่หลินก็สามารถรับรู้ได้ เขาเพียงรู้สึกว่าพลังวิญญาณในกายของตนกระตุกในทันใด แล้วพลังวิญญาณจึงลดลงไประดับหนึ่ง

        “โอ้ย!” เขาร้องด้วยความตกใจ

        หมางเทียนมองเขาอย่างตกตะลึง “เจ้ารู้สึกอย่างไรบ้าง?”

        ถังหวู่หลินเอ่ยตอบอย่างตรงไปตรงมา “ข้ารู้สึกว่าพลังวิญญาณของข้าลดลง”

        เมื่อมองดูลูกศิษย์คนนี้ของเขา แววตาของหมางเทียนก็ปรากฏความคิดซับซ้อน เขาไม่ได้ลองดึงขึงหญ้าสีฟ้าอีก แต่กลับสลายดวงจิตภูตและวิญญาณภูต และปล่อยหญ้าสีฟ้าออก

        ถังจือหรันกล่าวด้วยความร้อนรน “พี่หมาง นี่มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่?”

        หมางเทียนยิ้มละมุน “ดูท่าว่า สวรรค์ไม่ได้ทอดทิ้งเด็กคนนี้จริงๆหรอก ข้าค่อนข้างมั่นใจ ว่าดวงจิตภูตของเขาได้แปรสภาพแล้ว และเป็นการแปรสภาพในทิศทางที่ดีขึ้นด้วย”

        แปรสภาพ? เมื่อได้ยินคำนี้ ถังหวู่หลินก็งงงวยไปหมด เขาไม่เคยเรียนอะไรเกี่ยวกับเรื่องแบบนี้มาก่อนเลย

        หมางเทียนกล่าว “ดวงจิตภูตของพวกเรา จะเกิดการแปรสภาพภายใต้สภาวะพิเศษบางประการ อย่างเช่นการได้หลอมรวมกับวิญญาณภูต หรือวงแหวนภูต ที่เหมาะสมกันเป็นอย่างมาก หรือไม่เหมาะสมกันเป็นอย่างมาก หรือเมื่อได้รับการกระตุ้นบางอย่างจากสิ่งแวดล้อมภายนอก สิ่งเหล่านี้ล้วนอาจเป็นสาเหตุให้เกิดการแปรสภาพขึ้นได้ นอกจากนี้ยังมีสภาวะที่ดวงจิตภูตแปรสภาพตั้งแต่ตอนแรกคลอดหรือตอนปลุกดวงจิตภูตได้เช่นกัน”

        “การแปรสภาพนั้นมีทั้งแบบดีและไม่ดี อาจจะเป็นดวงจิตภูตที่แข็งแกร่งแปรสภาพกลายเป็นดวงจิตภูตที่แสนจะอ่อนแอ แต่ก็อาจจะเป็นดวงจิตภูตที่อ่อนแอแปรสภาพกลายเป็นดวงจิตภูตที่แข็งแกร่งขึ้น”

        เขามองถังหวู่หลินด้วยแววตาที่แฝงไปด้วยความลึกซึ้งแล้วจึงกล่าว “หญ้าสีฟ้าเป็นดวงจิตภูตไร้ประโยชน์อย่างไม่ต้องสงสัย แต่ทว่า การหลอมรวมกับวิญญาณภูตประเภทงูนั้นเหมาะสมยิ่งนัก โดยทั่วไปแล้ว หญ้าสีฟ้าจะเปลี่ยนไปเป็นเถาวัลย์ การที่มีดวงจิตภูตเป็นหญ้าสีฟ้า โอกาสที่จะมีพลังวิญญาณด้วยนั้นน้อยมาก แต่ก็ใช่ว่าจะไม่มีเสียทีเดียว เมื่อก่อนนี้ข้าเคยพบเจอคนผู้หนึ่ง หลังจากที่เขาฝึกถึงขั้นที่สิบแล้ว ก็ได้หลอมรวมกับวิญญาณภูตประเภทงู เถาวัลย์ของเขาดูใหญ่และแข็งแกร่งกว่าของเจ้ามาก แต่มันก็ยังคงอ่อนแอยิ่งนัก ข้าสามารถดึงมันขาดได้อย่างง่ายดายโดยที่ไม่ต้องใช้พลังจากดวงจิตภูต”

        “แต่หญ้าสีฟ้าของเจ้ากลับต่างกันโดยสิ้นเชิง ถึงแม้ว่าข้าจะใช้เพียงทักษะภูตที่หนึ่ง แต่ตัวข้านั้นมีกำลังที่แข็งแกร่งอยู่แล้ว แต่ข้ากลับไม่สามารถดึงให้มันขาดได้ ตามหลักแล้วไม่น่าจะเกิดเหตุการณ์เช่นนี้ได้ ข้าเพิ่งเคยพบดวงจิตภูตที่ความแข็งแกร่งนั้นมีความเกี่ยวโยงกับพลังวิญญาณ หรือพูดอีกนัยหนึ่ง ก่อนที่พลังวิญญาณของเจ้าจะหมดสิ้นไป ข้าแทบจะไม่มีทางดึงหญ้าสีฟ้าของเจ้าให้ขาดได้ นอกจากดวงจิตภูตแปรสภาพแล้ว ก็ไม่อาจคิดเป็นอื่นได้อีก”

        ถังหวู่หลินมองหมางเทียนด้วยความตะลึงและกล่าว “อาจารย์ ถ้าเป็นเช่นนี้ ก็หมายความว่ามันดีมากเลยน่ะสิ?”

        หมางเทียนกล่าว “ต้องดีแน่นอน แต่ว่า ก็ไม่แน่เสียทีเดียว ต้องดูว่าเจ้าจะควบคุมดวงจิตภูตของเจ้าอย่างไร การที่หญ้าสีฟ้าเปลี่ยนไปเป็นเถาวัลย์ ตามหลักเหตุผลแล้ว เจ้าควรจะเอาดีทางสายควบคุม ทักษะภูตของเจ้า ร้อยละเก้าสิบล้วนน่าจะเป็นการพันธนาการที่เป็นทักษะขั้นพื้นฐานของพืชประเภทเถาวัลย์ แต่ทว่า เมื่อเจ้าพันธนาการคู่ต่อสู้ไว้แล้ว หากฝ่ายตรงข้ามมีพลังวิญญาณที่แข็งแกร่งกว่าเจ้า ในระหว่างที่ฝ่ายตรงข้ามพยายามสลัดให้หลุดนั้น ก็จะบั่นทอนพลังวิญญาณของเจ้าลงเรื่อยๆจนหมดสิ้น ทำให้กลายเป็นการต่อสู้ที่เหนื่อยยาก และเจ้าก็จะไม่มีโอกาสชนะอีก ดังนั้น ข้ากลับคิดว่า การใช้หญ้าสีฟ้าที่ทนทานของเจ้าในรูปแบบของแส้ก็เป็นทางเลือกที่ไม่เลวนัก นอกจากนี้ รอให้เจ้ามีวงแหวนภูตวงที่สองในอนาคต ไม่แน่ว่าอาจจะมีการแปรสภาพอีกก็เป็นได้ ดังนั้น ถึงแม้ว่าตอนนี้ข้าจะยังไม่อาจคาดการณ์ได้ว่าต่อไปมันจะเปลี่ยนแปลงไปอย่างไร แต่อย่างน้อยก็ยังคงมีความหวัง นับตั้งแต่นี้เป็นต้นไป มันไม่ใช่วิญญาณภูตที่ไร้ประโยชน์อีกต่อไป เจ้าก็ถือว่าได้ลาภจากความโชคร้ายแล้ว”

        “จริงหรือ?” ถังหวู่หลินมองอาจารย์ด้วยความรู้สึกไม่อยากจะเชื่อในสิ่งเหล่านี้ ไม่ใช่วิญญาณภูตไร้ประโยชน์แล้ว? ถึงแม้ว่าจะยังคงไม่ได้แข็งแกร่งอะไร แต่อย่างน้อยก็ไม่ใช่วิญญาณภูตไร้ประโยชน์แล้ว!

        หมางเทียนกล่าวด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย “เมื่อครู่นี้เจ้าก็ได้ประจักษ์แล้ว วิญญาณภูตตนแรกของข้าก็เป็นวิญญาณภูตสิบปีสีขาวเช่นกัน และมันก็อ่อนแอเช่นกัน แต่ว่า หลังจากผ่านความพยายาม ข้าก็สามารถครอบครองวิญญาณภูตร้อยปี หรือแม้แต่วิญญาณภูตพันปีได้ เพราะข้าเป็นช่างตีเหล็ก ข้าสามารถหาเงินได้มากพอที่จะซื้อวิญญาณภูตที่ข้าอยากจะได้ เจ้ามีพรสวรรค์ในด้านการตีเหล็กมาก สิ่งที่อาจารย์สามารถทำได้ เจ้าก็สามารถทำได้เช่นกัน”

        ไม่มีสิ่งใดที่โน้มน้าวใจคนได้ดีไปกว่าตัวอย่างที่เห็นอยู่ตรงหน้า ความทุกข์ทรมานภายในใจถังหวู่หลินบัดนี้ได้มลายหายไปจนสิ้นแล้ว ไม่ใช่ดวงจิตภูตไร้ประโยชน์อีกต่อไป แล้วยังมีความหวังในอนาคตโดยที่มีอาจารย์เป็นเป้าหมายอีก สิ่งเหล่านี้จุดประกายความหวังในใจเขาขึ้นมาอีกครั้ง ข้ายังมีโอกาสที่จะเป็นผู้ใช้ภูตที่ยิ่งใหญ่ได้นี่นา!

        “วันนี้เจ้าไม่มาทำงานโดยที่ไม่ได้ลาล่วงหน้า หักเงินค่าตอบแทนของเจ้าหนึ่งวัน” หมางเทียนกล่าวก่อนจะเดินจากไป แต่คำพูดเหล่านี้ก็ไม่อาจหยุดยั้งถังหวู่หลินที่กระโดดโลดเต้นด้วยความดีใจ และกอดเขาเอาไว้แน่น

        “เบาหน่อยสิ” หมางเทียนได้ค้นพบอย่างประหลาดใจว่ากำลังของเจ้าหนูนี่…

        หมางเทียนไปแล้ว ความกลัดกลุ้มทรมานในบ้านสกุลถังนี้ได้แปรเปลี่ยนเป็นบรรยากาศชื่นมื่นอีกครั้ง

        “ขอโทษ ท่านพ่อ ท่านแม่ ทำให้พวกท่านเป็นห่วงแล้ว” ถังหวู่หลินกล่าวด้วยความรู้สึกละอาย

        หลางเยว่กอดลูกชายไว้ในอ้อมอกอีกครั้ง “พ่อกับแม่ต่างหากล่ะที่ต้องขอโทษเจ้า เจ้ายังเล็กถึงเพียงนี้ แต่ต้องแบกรับสิ่งที่หนักหนาไว้มากมาย”

        ถังจือหรันได้แต่ก้มหน้า ในใจเขากำลังคิดอะไรอยู่ก็ไม่อาจรู้ได้

        น่าเอ๋อร์ขยับริมฝีปากราวกับอยากจะพูดอะไรบางอย่าง แต่สุดท้ายแล้วก็ไม่ได้พูดออกมา

        หลังจากกินมื้อค่ำแล้ว ผ่านความเหน็ดเหนื่อยมาทั้งวัน ถังจือหรันและหลางเยว่ก็เข้านอนแต่หัวค่ำ น่าเอ๋อร์ก็ดูท่าจะเพลียมากจึงได้หลับไปแล้วเช่นกัน

        มีแต่ถังหวู่หลินที่ยังมิอาจจะข่มตานอนได้

        เขาออกจากบ้านไปอย่างเงียบเชียบ เมื่อมาถึงสนามหญ้าที่เขาฝึกจนบรรลุขั้นในวันนั้น เขานั่งลงและมองแสงจันทร์ที่บริสุทธิ์ผุดผ่องบนท้องฟ้า ในใจก็ราวกับมีคลื่นถาโถมเข้าใส่

        จากความดีใจที่สุดจนถึงความเสียใจที่สุด แล้วจึงได้มองเห็นความหวังอีกครั้ง สิ่งที่เขาเผชิญในวันนี้ดูเหมือนจะมีอิทธิพลต่อเขามากกว่าทุกสิ่งที่เขาเจอตลอดสามปีที่ผ่านมาเสียอีก

        เมื่อเขาใช้ความคิด งูหญ้าตัวเล็กก็ปรากฏกายขึ้นบนฝ่ามือของเขา

        “ขอบคุณมาก เจ้าตัวเล็ก เจ้านำพาความหวังมาสู่ข้า แต่ข้ากลับเคยไม่ชอบใจเจ้านัก ขอโทษนะ!” ถังหวู่หลินกล่าวเสียงเบา

        งูหญ้าตัวเล็กยกหัวขึ้นเล็กน้อยแล้วแลบลิ้นออกมา ราวกับว่ามันจะสัมผัสถึงอะไรบางอย่างได้

        ถังหวู่หลินหัวเราะ “ข้าจะตั้งชื่อให้เจ้าดีไหม? ต่อไปพวกเราเป็นเพื่อนกัน” วิญญาณภูตจะอยู่เคียงข้างเจ้านายไปตลอดชีวิต จนกว่าจะรับรู้การตายของเจ้านาย พวกมันถึงจะหายไป

        งูหญ้าตัวเล็กขยับตัวเล็กน้อย ราวกับว่าจะเข้าใจในสิ่งที่เขากำลังพูด

        ถังหวู่หลินกล่าว “เรียกเจ้าว่าอะไรดีล่ะ?”

        ในตอนนี้เอง บนตัวของงูหญ้าตัวเล็กก็พลันสว่างขึ้น เกล็ดบนหน้าผากของมันก็มีสีทองสว่างวาบขึ้น

        “เอ๋! นี่ก็เป็นสภาวะที่เกิดจากการแปรสภาพหรือ?” เขาเชื่อมั่นและไม่กังขาในสิ่งที่อาจารย์กล่าวเลยแม้แต่น้อย การที่หญ้าสีฟ้าของตนไม่ใช่ดวงจิตภูตไร้ประโยชน์เช่นเดิมอีกต่อไป ก็น่าจะหมายถึงการแปรสภาพแล้วล่ะ

        “แสงสีทองเมื่อครู่นี้สวยมากเลย เจ้าลองทำให้มันสว่างขึ้นอีกครั้งได้ไหม?” ถังหวู่หลินกล่าวพลางหัวเราะอย่างมีความสุข

        แต่เจ้างูหญ้าตัวเล็กกลับไม่มีปฏิกิริยาตอบสนองอะไร สติปัญญาที่ต่ำต้อยของมัน ทำให้มันไม่อาจทำตามสิ่งที่ถังหวู่หลินสั่งได้ทั้งหมด วิญญาณภูตที่มีระดับต่ำเช่นนี้ มีไว้สร้างวงแหวนภูตเท่านั้นเอง ไม่สามารถที่จะทำประโยชน์อย่างอื่นได้อีก

        ถังหวู่หลินคิดอะไรบางอย่างในใจแล้วจึงกล่าว “เจ้าสามารถกลายเป็นสีทองได้ งั้นข้าเรียกเจ้าว่า จินกวง (แสงสีทอง) ดีไหม? หากต่อไปเจ้าสามารถเปล่งประกายสีทองได้ทั้งตัว งั้นคงดูองอาจน่าเกรงขามน่าดูเลย!”

        งูหญ้าตัวเล็กไม่อาจต่อต้านได้อยู่แล้ว ชื่อของมันจึงถูกตั้งขึ้นตามนั้น จินกวง ช่างเป็นชื่อที่เรียบง่ายและเต็มไปด้วยความหมายที่ดีงาม

 


 

ติดตามอัพเดทก่อนใคร ด้วยการกดไลค์แฟนเพจเรื่อง “ตำนานราชามังกร” : https://goo.gl/zLZtxS

อ่านฟรีได้ที่นี่ หรือ
อ่านล่วงหน้า เร็วกว่าใครหลายร้อยตอนได้ที่เว็บไซต์ กวีบุ๊คhttps://www.kawebook.com/story/view/259

120 บาท/เล่ม (หากนับตอนฟรีจะเฉลี่ยอยู่ที่ 80-90 บาท/เล่มค่ะ) เมื่อเทียบกับนิยายแปลเป็นเล่ม 30 ตอน เท่ากับ 1 เล่ม^_^