0 Views

        “อีกหน่อยเขาไท่หังซานไร้ซึ่งความสงบแน่ๆ” ฉู่เฟิงพึมพำ มองออกไปนอกหน้าต่าง ท้องฟ้ายามราตรีเวิ้งว้าง บางคาบครามีดาวตกวาดผ่าน เพียงวิบตาก็เลือนหาย

        ต้องมีพวกมนุษย์พิเศษเดินทางมาที่นี่แน่นอน ผลของต้นไม้พิสดารหายากนั่นทำให้เกิดยอดฝีมืออย่างเทพปีกเงิน เทพวัชระ เทพอัคคี ราชาพยัคฆ์ขาวได้ ใครเล่าจะไม่หวั่นไหว?

        มนุษย์พิเศษที่มีความสามารถเหล่านั้น ขอเพียงให้ทันการ จะอย่างไรก็ต้องรีบเร่งมา!

        มนุษย์พิเศษมีเกิดก็มีดับ บางคนอาจจะประกาศศักดาจากศึกครั้งนี้ บางคนอาจเป็นเหมือนดาวตกในท้องฟ้ายามราตรี ที่ในพริบตาก็หายลับไปในเทือกเขาไท่หังซาน

        ไม่ว่าจะพูดอย่างไรก็ตาม ย่อมเกิดจลาจลบนเทือกเขาไท่หังซานอย่างแน่นอน!

        “หลินนั่วอีก็มาที่นี่เพราะเรื่องนี้หรือเปล่านะ?” ฉู่เฟิงขมวดคิ้ว ในอนาคตอีกไม่นาน ดินแดนแห่งนี้จะเกิดคลื่นลมถาโถมไม่หยุด บนเขาจะอันตรายอย่างยิ่ง

        เขารู้ เทียนเสินเซิงอู้เป็นบริษัทยักษ์ใหญ่ อีกทั้งตอนนี้ก็มีเทพปีกเงินอยู่ในสังกัด ลือกันว่าครั้งก่อนเขาโบกปีกสีเงินเพียงครั้งเดียวก็สามารถปราบเหล่ามนุษย์พิเศษจากทุกที่ที่มาท้าทายถึงหน้าประตู ไม่มีใครต้านทานเขาได้!

        ที่คฤหาสน์ในตัวอำเภอ

        เยี่ยเกอใบหน้าไม่สบอารมณ์ ดวงตาเรียวเล็กทั้งคู่ทอประกายสีม่วง ไม่นานมานี้ เขาถูกเบื้องบนไล่บี้ถามมา ว่าเหตุใดข่าวของต้นไม้วิเศษจึงรั่วไหลออกไปอย่างรวดเร็วเช่นนี้

        จู้ชิงอวี๋เองก็สีหน้าไม่ดี รอยยิ้มที่อยู่บนใบหน้าตลอดเวลาก็หายไป เธอเป็นหนึ่งในผู้รับผิดชอบทีมนี้ ก็ถูกสอบสวนเช่นกัน

        ใครจะไปคิดว่าข่าวรั่วไหลออกมาสู่ภายนอก

        ที่สุดแล้ว ข่าวแพร่สะพัดไปทั่ว ทุกแห่งหนล้วนรู้กันหมด อีกหน่อยเหล่ามนุษย์พิเศษทั้งหลายต้องเร่งรุดมาอย่างแน่นอน หากต้องรอจนลูกไม้สุกงอม ย่อมหลีกเลี่ยงการแย่งชิงไม่ได้

        คนเบื้องบนโทสะลุกฮือ

        จั่วจวิ้นก้มหน้า กุมเครื่องมือสื่อสารในมือแน่น ตาเพ่งหน้าจอเขม็ง เขาเกลียดคนคนนั้นเข้าไส้ แค่หน้าจอสว่างขึ้นมา เขาจะรับสายทันทีแล้วแผดเสียงด่าไม่เลี้ยง

        “จั่วจวิ้น นายเหม่ออะไร!” เยี่ยเกอถามเสียงดัง ในยามปรกติ เขาเป็นคนนิ่งๆ แต่ว่าตอนนี้เห็นได้ชัดว่าโมโหจัด พูดว่า “นายถูกคนทำร้าย เป็นไปได้ไหมว่าก่อนสูญเสียความจำ นายหลุดปากบอกข่าวออกไป?”

        จั่วจวิ้นตะลึง จากนั้นใบหน้าซีดเผือด ส่ายหัวโดยเร็ว เรื่องอย่างนี้ให้ตายก็ไม่ยอมรับ ไม่อย่างนั้นไม่ได้ตายดีอย่างแน่นอน

        “เป็นไปไม่ได้อย่างเด็ดขาด ผมจะเป็นคนไม่ได้ความอย่างนั้นได้อย่างไร? ผมต่อสู้กับมันจนสูญเสียความทรงจำเลยนะ!” จั่วจวิ้นหนาวๆ ร้อนๆ ลุกขึ้นยืนโวยวายแล้วอธิบายเสียงดัง

        “ทางพวกเราน่ะไม่มีทางปล่อยให้ข่าวรั่วออกไปแน่ หรือจะเป็นอีกสองทีมที่พลาด?” มนุษย์พิเศษอีกคนที่นั่งอยู่ด้านข้างพูดขึ้นมา

        ทีมเหล่านี้แม้จะสังกัดกับเทียนเสินเซิงอู้ก็จริง หากก็ชิงดีชิงเด่นกันอยู่ในที อีกสองทีมที่เหลือก็รู้พิกัดของต้นไม้นั่นเช่นกัน

        “มีความเป็นไปได้ว่าอาจจะเป็นกลุ่มอื่น อย่างเช่นกลุ่มโพธิจีนส์ สองวันนี้พวกเขาก็ปรากฏตัวแถวเขาไท่หังซานเหมือนกันนะ” จู้ชิงอวี๋เอ่ย

        กลุ่มโพธิจีนส์ เป็นบริษัทเวชภัณฑ์สำหรับสิ่งมีชีวิต อยู่ในแถวหน้าของแวดวงธุรกิจ ชิงความเป็นหนึ่งกับเทียนเสินเซิงอู้มาตลอด

        ในชั้นต้นนั้น บริษัทมีกลิ่นอายความลี้ลับ ได้ยินกันมาว่า ตอนก่อตั้งบริษัท ได้มีการเชิญผู้เชี่ยวชาญระดับสุดยอดทางเวชภัณฑ์เกี่ยวกับสิ่งมีชีวิต ทั้งยังมีนักบวชสูงวัยอายุร่วมร้อยอีกหลายรูปอีกด้วย

        พวกเขาใช้เครื่องมืออันทันสมัยทำการตรวจร่างกายนักบวชสูงวัยเหล่านั้น

        จากนั้น กลุ่มโพธิจีนส์ก็ค่อยๆ เติบโต และมีชื่อเสียงขึ้นเรื่อยๆ ในยุคหลังความรุ่งเรืองนี้ จนกลายเป็นกลุ่มเงินทุนที่มั่งคั่งอย่างยิ่ง

        “พื้นที่ภูเขาไท่หังซานนี้พวกเราครอบครองไว้แล้ว พวกเขายังมีหน้ามาที่นี่อีก” มนุษย์พิเศษคนหนึ่งท่าทางไม่พอใจ

        “อาจจะได้ข่าวว่าพวกเรามาวางกำลังไว้ที่นี่ เลยคิดมาก่อกวน” จู้ชิงอวี๋ตอบ

        มนุษย์พิเศษอีกหลายคนขมวดคิ้ว จะรับมือกับกลุ่มโพธิจีนส์นั้นไม่ง่ายเลย พวกเขาใช่ว่าจะไม่มียอดฝีมือ อย่างเทพวัชระนั่นไง สามารถต่อกรกับเทพปีกเงินได้เลย

        “เรื่องพวกนี้ปล่อยให้เบื้องบนเป็นคนปวดหัวเถอะ พวกเรามีแต่ต้องทำหน้าที่ตรงหน้านี้ให้ดีที่สุดก็พอแล้ว” เยี่ยเกอค่อยๆ สงบลง

        พวกเขาต่างก็รู้ดีว่าอีกไม่นานนัก เทือกเขาแถบนี้จะเปิดฉากการแย่งชิงขึ้น ไม่รู้ว่าจะมีมนุษย์พิเศษปรากฎตัวขึ้นอีกมากมายเพียงไหน

        ที่เมืองชิงหยาง ในสวนของบ้านฉู่เฟิง

        เสียงชกลมวืดวาด เสียงฟ้าร้องคำราม ฉู่เฟิงกำลังฝึกมวย การเคลื่อนไหวนั้นไม่เหมือนกับเมื่อก่อนอีกแล้ว บนหมัดคลี่คลุมไว้ด้วยพลังลึกลับชั้นหนึ่ง

        ยามที่เขาวาดมือออกหมัด ใบไม้ใบหญ้าปลิวพัดลอยละล่องเต็มท้องฟ้า

        สุดท้ายที่ตามมาหลังจากเสียงร้องเบาๆ ของเขา ไอขาวระหว่างปากและจมูกพวยพุ่งออกมาวนรอบสวนหนึ่งรอบ แล้ววกกลับสู่ร่างของเขา

        หมัดปีศาจวัวกระบวนท่าที่แปด เขาฝึกสำเร็จแล้ว!

        ความก้าวหน้าที่รวดเร็วเช่นนี้ หวงหนิวมองด้วยสายตาแปลกๆ

        ทว่า อีกสองวันต่อมา เขาเพียรฝึกอย่างยากลำบากเหลือแสนก็ไม่อาจสำเร็จกระบวนท่าที่เก้า กระบวนท่าสุดท้ายนี้ค่อนข้างพิเศษ สอดคล้องกันกลายๆ กับกระบวนท่าที่หนึ่ง

        เขาหยุดพัก จากนั้นเดินไปที่ห้องครัวเพื่อเตรียมของกิน

        แน่นอน ช่องเก็บของในตู้เย็นว่างเปล่า ไม่มีอะไรให้กินแล้ว ในช่องแช่แข็งยังเหลือเนื้อวัวอีกชิ้น แต่ถ้าหวงหนิวเห็นเข้า มันเอาเรื่องเขาแน่

        “ไม่ได้การ ต้องออกไปข้างนอกสักหน่อยแล้ว!” ฉู่เฟิงตัดสินใจ

        ตอนนี้ ของในซุปเปอร์สโตร์ต่างก็ขายหมดไปแล้ว หาซื้ออาหารจำพวกเนื้อไม่ได้เลย

        ในบ้านก็ยังพอมีพวกธัญพืชอยู่บ้าง แต่ตอนนี้เขากำลังฝึกมวยซึ่งต้องใช้พลังงานอย่างมาก รู้สึกหิวโหยทุกวัน อาหารธรรมดานั้นช่วยอะไรไม่ได้เลย ต้องเป็นพวกเนื้อสัตว์ที่ให้พลังงานสูง

        “หวงหนิว ขึ้นเขากัน!” ฉู่เฟิงตะโกน

        หากต้องขึ้นเขากันจริงๆ ก็ต้องพกหวงหนิวไปด้วย ยังไงไอ้หมอนี้ก็โผล่ออกมาจากภูเขาลึกลับ

        หวงหนิวเฉยเมย ขี้เกียจตัวเป็นขนไม่อยากจะขยับเลยสักนิด

        “ไม่มีเนื้อหมูแล้ว ไก่ย่างก็กินหมดแล้ว อีกหน่อยแกต้องกินแต่หญ้า คิดเอาเองแล้วกัน!” ฉู่เฟิงขู่

        หวงหนิวพอได้ยินก็กระเด้งตัวขึ้นมาจากเตียงทันที เมื่อรู้ว่าจะไม่มีเนื้อสัตว์ให้กินมันยิ่งไม่ยอม ทำอย่างกับไม่ใช่สัตว์กินพืชอย่างนั้นแหละ

        ในที่สุด มันก็ยอมขึ้นเขาไปด้วยตามที่ฉู่เฟิงขอ

        เทือกเขาไท่หังซานกว้างใหญ่ไพศาล ไกลสุดลูกหูลูกตา

        พื้นที่แถบนี้กินอาณาบริเวณกว้างไกล เมื่อเดินทะลุป่าผลไม้ทางทิศตะวันออกไปอีกราวสิบกิโลเมตรก็เข้าเขตภูเขา

        บนเขาอุดมไปด้วยสิงสาราสัตว์ เป็นเพราะเมื่อก่อนมีการสั่งห้าม

        สัตว์จำพวกหมูป่า เสือดาว ลิง กวาง ตัวแบดเจอร์ นั้นมีอยู่ไม่น้อย แต่ที่คนไม่อยากเจอมากที่สุดก็คือฝูงหมาป่า

        ด้วยความเร็วระดับฉู่เฟิงกับหวงหนิว เพียงไม่นาน ก็วิ่งมาถึงแถบเทือกเขา

        ฉู่เฟิงเฝ้าสังเกตตลอดทาง ว่ามีลูกไม้ประหลาดหรือไม่ ถึงแม้ว่าน้อยคนนักที่จะย่างกรายผ่านมาที่นี่

        น่าเสียดายที่ไม่พบเจอ

        “เดี๋ยว แกจะไปไหนน่ะ ทางนั้นมันอันตราย” ฉู่เฟิงหยุดวิ่งทันที

        หวงหนิววิ่งไปข้างหน้า ทำท่าจะพุ่งทะยานขึ้นภูผาสูงชันที่มีเกลียวเมฆโอบล้อม เสียงสัตว์ร้ายชวนขนหัวลุก ดีไม่ดีอาจเจอนกล่าเหยื่อปีกกว้างสิบเมตร บินโฉบอยู่ด้านบน

        หวงหนิวชะงัก ทำท่าบอกเขาว่าต้องไปทางนั้น

        “ทางนั้นมันอันตราย สัตว์ร้ายเยอะเกินไป!” ฉู่เฟิงหน้าเปลี่ยนสี

        เป็นเพราะตรงนั้นไม่ได้อยู่ในแนวเขตเขาไท่หังซาน แต่เป็นพื้นที่ของภูเขาบรรพกาลที่ผุดขึ้นมาตอนที่เกิดการเปลี่ยนแปลง

        ภูเขาลูกนี้ใหญ่โตมโหฬารแค่ลูกเดียวเท่านั้น แต่สูงเทียมเมฆ ความสูงนั้นเทียบได้กับความสูงของยอดเขาทั่วไปเอามาต่อยอดกันนับสิบนับร้อยลูก

        บนเขา ต้นไม้พุ่งสูงเสียดฟ้า เถาวัลย์โบราณทั้งใหญ่ทั้งหนา เสียงลิงกู่ร้อง เสียงเสือก้องคำราม สภาพเหมือนป่าดึกดำบรรพ์

        ขนาดระยะทางห่างไกล ยังรู้สึกได้ถึงรังสีอำมหิตที่ครอบคลุมไปทั่วอาณาบริเวณ ช่างน่ากลัวอย่างยิ่ง

        “ของจริง!” หวงหนิวเขี่ยพื้นเป็นตัวอักษร ท่าทางเคร่งขรึมอย่างยิ่ง นี่คือเหตุผลที่มันพาฉู่เฟิงมาที่นี่ เพื่อจะชี้ให้เห็นว่าตอนนี้เขายังขาดอะไร

        ฉู่เฟิงหน้าเปลี่ยนสีเล็กน้อย เขาเริ่มลังเล ก่อนจะมาที่นี่เขาไม่คิดว่าจะเข้าใกล้สัตว์ร้ายพวกนั้น

        หลังจากที่ภูเขาไท่หังซานเปลี่ยนแปลง พื้นที่แถบนี้มีภูเขาลึกลับลูกมหึมาผุดขึ้นนับร้อยนับพัน ตรงนี้เป็นหนึ่งในนั้น

        “มอ!” หวงหนิวเร่ง

        “ก็ได้ เชื่อแก!” ฉู่เฟิงกัดฟัน เขารู้ว่าหวงหนิวไม่ทำร้ายเขา อีกอย่างมันก็มีเหตุผล ในเมื่อเขาฝึกหมัดปีศาจวัวแล้ว จะต้องกังวลอะไร

        บางที หมัดปีศาจวัวก็อาจจะมีต้นกำเนิดจากสภาพแวดล้อมอันโหดร้ายก็ได้

        ในที่สุด ก็เข้าใกล้ภูเขา มันช่างใหญ่โตเสียเหลือเกิน อย่างกับที่ราบสูงสุดลูกหูลูกตา

        ตรงนี้ต้นไม้แน่นขนัด สัตว์ดึกดำบรรพ์หลายหลาก

        “พวกมันออกมาไม่ได้ แล้วฉันจะเข้าไปได้เหรอ?” ฉู่เฟิงถาม

        หวงหนิวตอบรับ แน่นอน

        “แล้วฉันจะออกมาได้ไหม?” ฉู่เฟิงสงสัย

        หวงหนิวผงกหัว บอกเขาว่าไม่ต้องห่วง ขอแค่ไม่ถูกสัตว์ร้ายฆ่าตาย ก็ออกมาทางเดิมได้

        ฉู่เฟิงถึงกับงง นี่มันตรรกะอะไรกัน แต่คราวนี้หวงหนิวไม่บอกอะไรเขามากไปกว่านี้

        แม้ยังอยู่ห่างไกล แต่เขาก็สามารถเห็นสัตว์ร้ายหายากบางตัว ตัวหนึ่งดูคล้ายสิงโตตัวผู้ บนหลังของมันเต็มไปด้วยหนามแหลม มันสูงถึงสิบเมตร เดินออกมาจากป่า

        ฉู่เฟิงกลืนน้ำลาย รู้สึกหวั่นๆ สัตว์ร้ายตัวมหึมาขนาดนี้ เขาจะรับมือไหวไหมนะ?

        หวงหนิวจ้องเขาไม่วางตา เมื่อก้าวเข้าไปในป่าแล้ว ไม่แน่ว่าจะต้องทุ่มเทเสมอไป แต่หน้าที่ที่ต้องทำคือมีชีวิตรอดให้ได้ เมื่อแน่ใจว่าเอาตัวรอดได้แล้ว ค่อยเลือกเหยื่อที่เหมาะจะเป็นคู่มือ

        ในที่สุด ฉู่เฟิงก็ย่างเข้าไปในเขตภูเขาบรรพกาลนั้น

        ต้นไม้โบราณแน่นขนัดมืดฟ้ามัวดิน

        อีกทั้งเถาวัลย์เก่าแก่ที่หนาขนาดอ่างน้ำพาดขวางอยู่บนพื้นป่า

        หวงหนิวเตือนเขาแต่แรก ให้ใช้กระบวนท่าหมัดปีศาจวัวในการเคลื่อนไหว กระชับร่างกายและเก็บงำกลิ่นอายจากร่างกายให้ดี

        ฉู่เฟิงทำตาม และเคลื่อนตัวออกจากตำแหน่งที่หยุดยืนตั้งแต่แรก

        ตึง!

        แน่นอน ในป่าอันตรายอย่างยิ่ง ต้นไม้ที่อยู่ไกลๆ สั่นไหว สัตว์ร้ายตัวใหญ่เท่าบ้านตัวหนึ่งวิ่งตะบึงเข้ามา รูปร่างเหมือนเสือชีต้าร์ แต่มีเขาวัวงอกออกมาหนึ่งคู่ เสียงตึงดังขึ้นตรงตำแหน่งที่พวกเขาเพิ่งหยุดอยู่เมื่อครู่

        ห่างออกไป ฉู่เฟิงเห็นอย่างชัดเจน เขาสูดหายใจ

        เขารู้ทันทีว่าสิ่งที่ต้องเรียนรู้ยังมีอีกมากมาย ภูเขากว้างใหญ่ไพศาลนี้คือที่ขัดเกลาฝึกปรือ หากสามารถรอดออกไปจากที่นี่ได้ ถึงจะนับว่าสำเร็จวิชาจริงๆ

        ตอนนี้ ฉู่เฟิงไม่บิดพลิ้วแม้แต่น้อย ทั้งยังทุ่มเทแรงกายแรงใจที่จะฝึกฝนตัวเองที่นี่

        ด้วยเพราะอีกไม่นาน เทือกเขาไท่หังซานจะเต็มไปด้วยเหตุการณ์ที่พร้อมจะพลิกผันได้ตลอดเวลา มนุษย์พิเศษมากมายจะมารวมตัวกัน สงครามต้องเกิดขึ้นอย่างแน่นอน

        ตอนนี้ เขาย่างกรายเข้าสู่ภูเขาอันใหญ่โตนี้แล้ว แม้จะอันตรายอย่างยิ่ง หากกลับช่วยให้เขาเปลี่ยนแปลงตัวเอง เปลี่ยนวิกฤติให้เป็นโอกาส สิ่งนี้สำคัญยิ่งกว่าวิชาหมัดอันเรียบง่ายเสียอีก

        ขณะที่เดินผ่านป่าลึกลับ แมงมุมตัวเท่ากำปั้นชักใยทิ้งตัวลงมาอย่างฉับพลัน เกือบจะโดนหน้าฉู่เฟิง

        ตึง!

        ด้วยสัญชาตญาณ เขาปล่อยหมัดออกไป เลือดเนื้อสาดกระจาย

        เขาตรวจดูมือโดยพลัน เกรงว่าจะโดนพิษ

        หวงหนิวผงกหัวช้าๆ ความหมายก็คือ ไม่ต้องห่วง หมัดปีศาจวัวไม่กระจอกอย่างนั้น

        ระหว่างทาง ฉู่เฟิงพบเห็นสัตว์ประหลาดมากมาย ครั้งที่อันตรายที่สุดก็คือตอนที่เกือบจะโดนนกล่าเหยื่อตัวมหึมา ปีกกว้างยี่สิบกว่าเมตรโฉบเอา สถานการณ์ตอนนั้นน่าหวาดเสียวอย่างยิ่ง

        นกล่าเหยื่อตัวนั้นทั่วทั้งตัวคือเปลวเพลิงโหมเริงแรง ยามที่มันโจมตีเขาแล้วปะทะเข้ากับหน้าผา มันถึงกับทำให้หินก้อนมหึมาหลอมละลายได้

        ที่นี่มันอันตรายเกินไปแล้ว!

        ฉู่เฟิงไม่ชนตรงๆ มุดหายเข้าไปในแนวป่า

        ตอนที่เดินทางผ่านป่าอันเงียบสงัด ฉู่เฟิงรู้สึกได้ถึงความพลุ่งพล่านที่ก่อตัวรุนแรง จากประสบการณ์ก่อนหน้านี้ เขารู้ทันทีว่าที่นี่น่าจะมีสัตว์ร้ายที่ไม่อาจมองข้ามได้

        บริเวณนี้อาจจะเป็นรังของมัน สัตว์อื่นจึงไม่กล้ากรายใกล้

        หรือเป็นเพราะตรงนี้เงียบสงบเกินไป

        จะอย่างไรก็ตาม หวงหนิวยังคงให้เขาก้าวเดินต่อไป

        ไม่นาน ฉู่เฟิงก็ขนลุกไปทั้งตัว เขาเห็นเสือตัวหนึ่ง ทั้งตัวสีขาวราวหิมะ ความยาวจากหัวถึงหางร่วมหกเมตร กรงเล็บแหลมคม ส่องประกายเย็นเยียบ

        “มันไม่ใช่เสือ!”

        เพราะมันมีสามหาง แต่ละหางส่องประกายแวววาว เพียงแค่โบกเบาๆ ก็ตีหินแตกกระจุย!

        หวงหนิวเขี่ยพื้นบอกฉู่เฟิงว่า วันนี้กินไอ้ตัวนี้แหละ

        ฉู่เฟิงตาถลน นี่มันสัตว์ร้ายตัวมโหฬารเชียวนะ จะให้ล่ามันจริงๆ เหรอ?

        เอาตัวนี้!

        หวงหนิวยืนยัน ผงกหัวอย่างหนักแน่น บอกให้เขากำจัดมันเสีย ถือเป็นการฝึก

        ตรงหน้าคือที่โล่งกว้าง ไม่มีแม้แต่ต้นหญ้า พื้นดินแห้งแข็ง บนหน้าผามีโพรงถ้ำ เห็นได้ชัดว่านี่คือรังของสัตว์ประหลาดตัวนี้

        เวลานี้ เจ้าสัตว์ร้ายตัวมหึมาขนาดยาวหกเมตร เบิกนัยน์ตาที่ไร้ซึ่งความปราณีไปด้านข้าง รู้สึกได้ถึงคนแปลกหน้าที่บุกรุกมายังถิ่นของมัน

        “โฮก!” เสียงคำรามดังสนั่นสะท้านฟ้าสะเทือนดิน สัตว์ประหลาดตัวนั้นพลันกลายเป็นแถบแสงสีขาว ในพริบตาก็พุ่งเข้ามาด้วยความเร็วสูงสุดพร้อมกับกลิ่นอายฆ่าฟัน

        “เอาหมัดไปกินซะ!” ฉู่เฟิงตะโกนก้อง กัดฟัน ทะยานขึ้นไปรับ

 


ติดตามอัพเดทก่อนใคร ด้วยการกดไลค์แฟนเพจเรื่อง “ซากเทวะhttps://bit.ly/2Gah7vG

อ่านฟรีได้ที่นี่ หรือ
อ่านล่วงหน้า เร็วกว่าใครหลายร้อยตอนได้ที่เว็บไซต์ กวีบุ๊คhttps://www.kawebook.com/story/view/560

120/เล่ม (หากนับตอนฟรีจะเฉลี่ยอยู่ที่ 90-100 บาท/เล่มค่ะ ) เมื่อเทียบกับนิยายแปลเป็นเล่ม 30 ตอนเท่ากับ 1 เล่ม