0 Views

        ในจวนของสกุลเซียวเงียบสงบเป็นอย่างมาก ทุกคนต่างก็ยังไม่ได้แยกย้ายกันไปนอน พลางคิดว่าเรื่องหนึ่งยังไม่จบก็เกิดเรื่องใหม่ขึ้นอีกแล้ว

        เซียวซู่ซู่กอดพิณชิงเจี่ยวไว้ในอก สีหน้าของนางเองก็เคร่งเครียดเช่นกันอีกทั้งยังแฝงไปด้วยความเย็นชา ในขณะที่แววตาก็ได้มีความเยือกเย็นปรากฏขึ้น

        นางที่เป็นเช่นนี้ทำให้ทุกคนในครอบครัวต่างก็พากันตกตะลึง

        หลังจากที่เซียวมี่และเซียวเอินกลับมาก็ได้เล่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นทั้งหมด รวมถึงพูดเกี่ยวกับประโยคที่หนานกงม่อทิ้งท้ายไว้อีกด้วย

        งานชมดอกฉยงฮวาทำให้สกุลเซียวกลายเป็นที่เลื่องลือของผู้คน

        งานเลี้ยงร้อยบุปผาทำให้สกุลเซียวจำต้องทอดทิ้งทุกคนที่เหลือ

        เช่นนั้น ต่อจากนี้ งานปักปิ่นของเซียวซู่ซู่จะเป็นเช่นไรกัน…

        พวกเขาไม่อยากจะคิดต่อไปอีกแล้ว

        อีกทั้งนับวันเซียวซู่ซู่ก็ยิ่งรู้สึกว่า ตนเองนับความลำบากมาให้กับสกุลเซียวมากเหลือเกิน ทำให้ในใจของนางก็ยิ่งรู้สึกยากที่จะสงบลง

        แขนที่โอบกอดชิงเจี่ยวเอาไว้ก็ออกแรงมากขึ้น

        ความสามารถของนางมีจำกัด ต่อให้นางมีความสามารถที่โดดเด่นแต่ยังคงไม่อาจต่อกรกับราชสำนักได้ ดูเหมือนว่าเหลยอวี๊เฟิงผู้นั้น นางจำเป็นต้องพึ่งพาเขา ไม่มีทางเลือกอื่นอีกแล้ว

        “ฮ่องเต้หญิงทำเกินไปแล้ว” สีหน้าของเซียวเหยียนเองก็คล้ำเข้ม สิ่งที่พวกนางกลัวที่สุดก็คือการที่ชีวิตที่แสนสุขสบาย กินดีมีใช้เช่นนี้จะถูกทำลายลง

        เซียวจู๋เองก็พยักหน้าอย่างแรง เห็นด้วยกับสิ่งที่พี่สาวของตนได้กล่าวขึ้น

        แต่เซียวมี่กลับตวัดสายตาจ้องไปทางสองคนนั้น “นับจากวันนี้เป็นต้นไป สิ่งที่ไม่ควรพูดก็อย่าได้พูดออกมา”

          กำแพงมีหู ตอนนี้พวกเขาจำเป็นต้องระวังให้มาก

        อีกทั้งรัชทายาทแห่งแคว้นอ้าวอวิ๋นผู้นั้นยังคิดที่จะมายุ่งเกี่ยวกับสกุลเซียวของพวกนาง ช่างรู้เวลาเสียจริงๆ

        “น้องเล็ก” เซียวเอินก้าวไปข้างหน้าก่อนจะตบมือลงบนไหล่ของเซียวซู่ซู่เบาๆ สีหน้าเต็มไปด้วยความกังวลและเป็นห่วง มือของเขาที่วางลงบนไหล่นางออกแรงเล็กน้อย เขาคิดอยากจะปลอบใจนางแต่ก็ไม่รู้จะเอ่ยเช่นไรออกมาจึงจะดี

        ครั้งนี้ เขาเองก็รู้สึกถึงอันตรายที่จะมาถึง

        ที่ชิงชวนหยวน เขาและเซียวซู่ซู่ได้ร่วมกับฮวาเชียนจือในการพังแผนการของรัชทายาท เช่นนั้น คิดว่าในงานปักปิ่นของเซียวซู่ซู่ คนผู้นั้นจะต้องก่อเรื่องร้ายแรงขึ้นเป็นแน่

        พวกเขารู้ถึงความชั่วร้ายของฮวาเชียนเย่

        รู้เป็นอย่างดี

        เซียวซู่ซู่ฉีกยิ้มขึ้นมาอย่างยากลำบาก นางวางชิงเจี่ยวในอ้อมกอดตนลงบนที่แท่นพิณ ก่อนจะพยายามผ่อนคลายอารมณ์ของตน “วางใจเถิด สกุลเซียวจะต้องไม่เกิดเรื่องขึ้นอย่างแน่นอน”

        นางเอ่ยขึ้นอย่างหนักแน่น

        นางจะต้องพยายาม พยายามให้ตนเองชนะการแข่งขัน จากนั้นก็ใช้สำนักเหลยมาคุ้มครองทุกคนในสกุลเซียว

        ใจของนางไม่ว้าวุ่นอีกต่อไป นางรู้ว่าการปรากฎตัวครั้งนี้ของเหลยอวี๊เฟิง ช่างเป็นเวลาที่ประจวบเหมาะเสียจริงๆ เสมือนว่าเขาได้รู้แน่ชัดว่าสกุลเซียวจะต้องเกิดเรื่องขึ้นอย่างแน่นอน

        เมื่อสวี่เว่ยหรานเดินทางมาถึงเรือนรับรองของเชื้อพระวงศ์ก็ทำให้ฮวาเชียนเย่นิ่งอึ้งในทันที

        ตอนที่คนรับใช้มารายงั้นนั้น เขากำลังปรึกษาหารือกับนักวางแผนกลยุทธ์ของตนอยู่

          “รัชทายาทของแคว้นโยวเจิ้นดูเหมือนว่าจะต้องการมาอย่างเปิดเผยแล้ว” นักวางแผนกลยุทธ์ยิ้มเย็นออกมาพลางเอ่ยขึ้น

        “ฉลาดจริงๆ” ฮวาเชียนเย่เองก็พยักหน้า ดวงตาที่เรียวยาวก็หรี่ลงเล็กน้อย แววตามีความอันตรายแฝงอยู่ แต่ที่ปรากฏเด่นชัดมากกว่าคือความชั่วร้ายของเขา นี่ถึงจะเป็นโฉมหน้าที่แท้จริงของเขากระมัง

        “เชิญ”

          หลังจากที่คำสั่งของฮวาเชียนเย่ถ่ายทอดออกไป สวี่เว่ยหรานก็ถูกเชิญเข้ามาพักอยู่ที่เรือนรับรองของเชื้อพระวงศ์

        ผู้ที่มาล้วนเป็นแขก อีกทั้งแคว้นทั้งสามในตอนนี้ต่างก็ขัดแย้งและต่อสู้กันอยู่ในที่ลับ ต่อหน้ายังคงเข้าหน้ากันได้อยู่

        อีกทั้ง ฮวาเชียนเย่ยังคิดว่า ท่านมีสติปัญญา ข้าก็มีแผนการรับมือ เขาอยากรู้เสียจริงๆ ว่าสวี่เว่ยหรานคิดจะทำอะไร

        “องค์ชาย รบกวนท่านแล้ว” สวี่เว่ยหรานยังคงสวมชุดสีขาวเช่นเดิม เขามีรอยยิ้มประดับบนใบหน้าขณะก้าวเดินไปด้านหน้าด้วยท่าทางใสซื่อไม่มีพิษสง อีกทั้งยังแสดงท่าทีดุจคุณชายเจ้าสำอางได้อย่างงดงามไร้ที่ติอีกด้วย

        หากเป็นคนที่ไม่รู้จักเขา จะต้องคิดว่าเขาเป็นแค่คุณชายเจ้าสำราญที่ไร้เล่ห์เหลี่ยมอย่างแน่นอน

        แต่แน่นอนว่าฮวาเชียนเย่นั้นรู้จักเขาเป็นอย่างดี

        พวกเขานั้นถือเป็นผู้ที่มีฝีมือสูสีกันเลยก็ว่าได้

        อีกทั้งต่างฝ่ายต่างยืนอยู่ฝั่งตรงข้ามกันอีกด้วย

        “ไม่รบกวนหรอกๆ ข้าเองก็กำลังเบื่อหน่ายไม่มีอะไรทำฆ่าเวลาอยู่พอดี” ฮวาเชียนเย่เองก็แสร้งทำเป็นยิ้มต้อนรับ

        การแสดง คนเหล่านี้ล้วนเชี่ยวชาญเป็นอย่างยิ่ง

        คนทั้งสองต่างก็ยิ้มหัวเราะให้กัน พลางผายมือออกเพื่อเชิญฝ่ายตรงข้ามให้ก้าวไปก่อน จากนั้นพวกเขาทั้งสองก็ได้ก้าวเข้าไปด้านในเรือนรับรองพร้อมกัน

        ภายใต้รอยยิ้มของคนทั้งสองล้วนแฝงไปด้วยความโหดร้ายเย็นชา

        เฮ้ออี้เทียนยังคงติดตามอยู่ข้างกายสวี่เว่ยหรานโดยไม่เอ่ยอะไรออกมา

        และในเวลานี้ นักวางแผนกลยุทธ์ที่อยู่ข้างกายฮวาเชียนเย่กลับหันไปมองเฮ้ออี้เทียนแวบหนึ่ง คิ้วของเขาขมวดเข้าหากันแน่น คนผู้นี้ทำให้เขารู้สึกถึงภัยอันตรายที่คุกคามเข้ามา ทำให้คนรู้สึกอึดอัด

        รู้สึกอึดอัดและไม่สบายกายสบายใจเป็นอย่างมาก

        ดูเหมือนว่าฐานะของคนผู้นี้ จำเป็นต้องตรวจสอบแล้ว

        และเพื่อแสดงถึงมารยาทแล้ว วันที่สวี่เว่ยหรานเข้าพักที่เรือนรับรองของทางเชื้อพระวงศ์ เขาก็ได้นำของขวัญไปทักทายฮวาเชียนจืออีกด้วย

        เดิมฮวาเชียนจือนั้นก็รู้สึกหงุดหงิดเป็นอย่างมากเพราะเรื่องของสกุลเซียว และเพราะเรื่องแผนการอันโหดเหี้ยมของฮวาเชียนเย่ รวมถึงเรื่องการไม่ถามไถ่หรือไยดีของฮวาหรูเสวี่ย เมื่อนางเห็นสวี่เว่ยหรานที่มีท่วงท่าสง่างาม รูปโฉมหล่อเหลา รวมถึงบุคลิกที่สง่างามของเขาแล้ว ก็ทำให้นางอารมณ์ดีขึ้นไม่น้อย

        เพียงแต่ว่าไม่นานนางก็หลุบตาลงต่ำอีกครั้ง พยายามปกปิดอารมณ์ของตนเอาไว้ คนตรงหน้าต่อให้มีรูปโฉมหล่อเหลาถึงเพียงใด เมื่อเทียบกับม่อเวิ่นเฉินแล้วก็ยังถือว่าห่างไกลอยู่มากนัก ความเจ็บปวดในใจตลอดกาลของนางก็คือม่อเวิ่นเฉิน

        เพื่อม่อเวิ่นเฉินแล้ว นางจะต้องเอาแคว้นป่ายฮวามาอยู่ในกำมือให้ได้

        นางคิดพลางลอบกำมือของตนไว้แน่น

        เช่นนั้น สวี่เว่ยหรานที่มาหานางถึงที่เช่นนี้ นางก็คงต้องใช้ประโยชน์จากเขาให้ดีๆ เสียแล้ว

        อีกทั้งนางเองก็รู้ว่า การที่สวี่เว่ยหรานย้ายมาอยู่ที่นี่ก็เป็นการใช้ประโยชน์จากนางเช่นกัน เช่นนั้นมิสู้ต่างฝ่ายต่างใช้ประโยชน์ของกันและกันไม่ดีหรือ

        “องค์หญิง” สวี่เว่ยหรานยิ้มออกมาอย่างงดงาม ก่อนจะส่งสัญญาณให้เฮ้ออี้เทียนนำของขวัญมาวางไว้เบื้องหน้าฮวาเชียนจือ

        “รัชทายาท เชิญนั่ง” ฮวาเชียนจือนั้นกลับมีท่าทีนิ่งเฉย ไม่ตื่นตระหนกแม้แต่น้อย นางพยักหน้าเบาๆ เป็นสัญญาณให้สาวใช้ข้างกายเดินหน้าไปรับของขวัญอย่างถูกต้องตามประเพณี

        ทั้งสองคนนั่งอยู่ตรงข้ามกัน ขณะที่คนรับใช้ยกน้ำชามาต้อนรับ

        “แคว้นป่ายฮวาช่างมีทิวทัศน์ที่งดงามจริงๆ ทำให้ข้าอดไม่ได้ที่จะอยากแวะกลับมาอีก รู้สึกไม่อยากจากที่แห่งนี้ไปเสียอย่างนั้น เพราะฉะนั้นคงต้องรบกวนพวกท่านอยู่อีกหลายวันแล้ว” สวี่เว่ยหรานยังคงมีท่าทีเจ้าชู้เหมือนเช่นเคย

        น้ำเสียงก็มีความอ่อนโยนเพิ่มมากขึ้น

        ในดวงตาทั้งสองเองก็เต็มไปด้วยความอ่อนโยนและหยอกล้อ

        ใบหน้าที่ทำให้หญิงสาวนับหมื่นต้องหลงใหล ขณะนี้กำลังจ้องมองไปที่ฮวาเชียนจือ อีกทั้งยังกำลังโปรยเสน่ห์อีกด้วย

        หากเปลี่ยนเป็นคนอื่น บางทีอาจจะไม่มีท่าทางระมัดระวังภัยอีก และใจละลายเพราะสายตาของเขาแล้วก็เป็นได้

        เพียงแต่ว่าฮวาเชียนจือได้มีคนที่ชื่นชอบอยู่แล้ว ทำให้ท่าทางอ่อนโยนของสวี่เว่ยหรานนั้นไม่อาจทำให้นางรู้สึกอะไรได้ อีกทั้งนางยังไม่ได้เก็บมาใส่ใจด้วย นางทำเพียงแค่พยักหน้าน้อยๆ “ไม่จำเป็นต้องคิดมากถึงเพียงนั้น ที่นี่ต้อนรับรัชทายาทเสมอ”

          แววตาของนางยังคงราบเรียบเหมือนเคย

        ทำให้สวี่เว่ยหรานนิ่งอึ้งไป ดูเหมือนว่าเขาจะประเมิณหญิงสาวคนนี้ต่ำเกินไปแล้ว

        มิเสียแรงที่เป็นธิดาของฮวาหรูเสวี่ย หนักแน่นจริงๆ

        ทว่า เขาเองก็ไม่ได้รู้สึกใส่ใจอะไร เพราะเขาเพียงแต่ต้องการใช้ฮวาเชียนจือมาช่วยให้ตนไม่เป็นที่จับตามองเท่านั้น ทำให้เขาทำเรื่องลับๆ ได้อย่างสะดวก

        สุดท้ายแล้ว ก็จะไม่มีใครจับผิดเขาได้ นี่เป็นเหตุผลเดียวที่เขามาที่แห่งนี้

        คนทั้งสองล้วนกำลังเล่นละครอยู่ ทำให้บรรยากาศเป็นไปได้ด้วยดี

        และสิบวันผ่านไป ก็ยังคงเป็นเช่นนี้ ไม่ได้มีอะไรผิดเพี้ยนไปแม้แต่น้อย อีกทั้งคนทั้งสองยังเล่นพิณต่อกลอน พูดคุยดื่นสุราด้วยกันเสมือนว่าเป็นมิตรสหายที่สนิทสนมกันมาเป็นเวลานานก็มิปาน

        ทุกอย่างราบรื่นและสงบสุขเป็นอย่างดี

        แม้กระทั่งฮวาเชียนเย่ยังรู้สึกว่า พวกเขาแสดงละครฉากนี้ได้ดีจริงๆ ต่อให้เขาไปแสดงเองก็อาจจะทำไม่ได้เช่นนี้

        น้องสาวของตนมีความสามารถเช่นไร เขาเองก็รู้ ครั้งนี้สวี่เว่ยหรานมาหาฮวาเชียนจือ เขาเองก็มีการเตรียมป้องกันเอาไว้ หากสวี่เว่ยหรานคิดจะทำอะไรขึ้นมาจริงๆ เกรงว่าแผนการของเขาจะดำเนินไปได้อย่างยากลำบาก

        ทางสกุลเซียวนั้นก็เงียบสงบมาโดยตลอด ทุกคนเองก็ล้วนวางตัวเป็นอย่างดี พวกนางต่างก็กำลังช่วยเซียวซู่ซู่เตรียมพร้อมสำหรับการแข่งขันที่สำนักเหลย

        มีเพียงการแข่งขันครั้งนี้ที่จะช่วยเหลือสกุลเซียวไว้ได้

        แน่นอนว่า นี่ก็เป็นความยินยอมพร้อมใจของฝ่ายนั้นด้วย

        ถ้าหากฮวาหรูเสวี่ยยังกล้าล่วงเกินแม้แต่สกุลเหลยแล้ว สกุลเซียวก็ไม่มีทางถอยแล้วจริงๆ

        สถานการณ์เช่นนี้ เซียวซู่ซู่ไม่เคยประสบมาก่อน เพราะว่าตอนนั้นมีเพียงนางและมารดาเผชิญหน้ากับปัญหากันอยู่สองคน แต่ตอนนี้นางและทุกคนในสกุลเซียวล้วนเผชิญหน้าไปด้วยกัน

        เพราะฉะนั้นนางไม่กลัว

        สำหรับป๋ายหลี่ม่อนั้น สกุลเซียวเองก็ตีตัวออกห่างจากเขาเช่นกัน ไม่ได้ทำการติดต่ออีกแม้แต่นิด ด้วยเกรงว่าในช่วงเวลานี้จะเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันอะไรขึ้น

        สกุลเซียวนั้นไม่อาจเทียบกับเมื่อก่อนได้อีกแล้ว การลาออกจากตำแหน่งไม่ได้ช่วยแก้ได้ทุกสิ่ง ในทางกลับกัน มันกลับผลักให้สกุลเซียวไปสู่เหวลึก จุดนี้ก็ทำให้เซียวมี่รู้สึกหนักใจเช่นกัน

        ไม่อาจทำใจให้สงบได้

        ทว่ากลับมีเซียวซู่ซู่มาคอยพูดชี้ทางให้กับนาง

        ปัญหาน้อยใหญ่แค่ไหนเซียวมี่ก็ล้วนเผชิญมาหมดแล้ว เพียงแต่ว่าตอนนี้กลับเกี่ยวพันธ์ถึงลูกหลานของนาง เพราะฉะนั้นนางจึงสูญเสียความเด็ดเดี่ยว ความหนักแน่นและเด็ดขาดของตนไป


ติดตามอัพเดทก่อนใคร ด้วยการกดไลค์แฟนเพจเรื่อง “ชายาคนงามของท่านอ๋องจอมโหด :  https://bit.ly/2MGbkiF

อ่านฟรีได้ที่นี่ หรือ
อ่านล่วงหน้า เร็วกว่าใครหลายร้อยตอนได้ที่เว็บไซต์ กวีบุ๊คhttps://www.kawebook.com/story/view/905

120/เล่ม (หากนับตอนฟรีจะเฉลี่ยอยู่ที่ 90-100 บาท/เล่มค่ะ ) เมื่อเทียบกับนิยายแปลเป็นเล่ม 30 ตอนเท่ากับ 1 เล่ม