0 Views

        เมื่อกลับมาถึงจวนสกุลเซียว เซียวซู่ซู่และเซียวเอินก็มุ่งหน้าไปหาเซียวมี่ในทันทีและนำเรื่องที่เกิดขึ้นในวันนี้เล่าให้แก่นางฟังอย่างละเอียด พวกนางไม่ใช่ว่าอยากจะเพิ่มปัญหาให้แก่เซียวมี่ แต่เพียงแค่อยากให้นางเตรียมใจให้พร้อม

        “ทั้งหมดนี้จะต้องเป็นแผนการของฮ่องเต้หญิงอย่างแน่นอน” เซียวมี่เองก็มีสีหน้าจริงจัง นางหันไปมองทางทิศทางอันไกลโพ้น นางรู้ว่าสกุลเซียวมิอาจหลบจากการแย่งชิงอำนาจของราชสำนักไปได้ตลอด

        อีกทั้งสุดท้ายแล้ว สกุลเซียวก็จะเป็นได้แค่เหยื่อสังเวยของพวกเขาเท่านั้น

        สีหน้าของนางคล้ำขึ้นกะทันหัน คิ้วเรียวบางขมวดเข้าหากันน้อยๆ

        กี่ปีมาแล้วที่นางจะต้องแบกรับสกุลเซียวแห่งนี้ไว้แต่เพียงผู้เดียว มิเคยมีครั้งใดที่นางรู้สึกเหนื่อยล้า ต่อให้ต้องกลายเป็นคนผมขาวส่งศพคนผมดำ นางก็กัดฟันผ่านมันมาแล้ว เพียงแต่ว่าตอนนี้นางกลับรู้สึกเหนื่อยล้าเสียเหลือเกิน

        นางเกลียดชังการแก่งแย่งชิงดีของราชสำนัก นางเพียงแค่อยากจะใช้บั้นปลายชีวิตอย่างมีสุขสบายเท่านั้น

        สามารถอยู่อย่างร่าเริง มีความสุขกับคนในครอบครัว สำหรับนางก็ถือว่าเพียงพอแล้ว

        นางรู้ว่าต่อให้เซียวซู่ซู่จะมีความสามารถเก่งกาจและโดดเด่น แต่เซียวซู่ซู่ก็ไม่มีทางเดินตามวิถีชีวิตของนาง นางเองก็ไม่อยากจะบังคับให้เซียวซู่ซู่ทำในสิ่งที่นางไม่ชื่นชอบ

        เซียวซู่ซู่พยักหน้า นางเองก็เข้าใจว่าต่อให้ฮวาเชียนเย่จะมีฝีมือเก่งกาจถึงเพียงใดก็ไม่กล้าที่จะจัดการกับองค์ชายของแคว้นทั้งสองโดยตรง เรื่องนี้จะต้องได้รับการสนับสนุนจากฮวาหรูเสวี่ยอย่างแน่นอน

        ฮวาหรูเสวี่ยผู้นี้โหดร้ายและป่าเถื่อนเสียยิ่งกว่าบุรุษอีก อีกทั้งยังเล่ห์เหลี่ยมแพรวพราวอีกด้วย

        วันนี้ถ้าหากมิใช่ว่าฮวาเชียนจือลงมือได้ทันการแล้ว พวกเขาทั้งหมดจะต้องถูกดึงเข้าไปเกี่ยวข้องแผนการชั่วร้ายนี้อย่างแน่นอน ถึงเวลานั้นคิดอยากจะถอนตัวก็คงไม่ได้แล้ว

        “มิรู้ว่าวันนี้ฮวาเชียนเย่ได้ลงมือหรือไม่” บรรยากาศในห้องโถงตึงเครียดเป็นอย่างมาก เซียวเหยียนและเซียวจู๋เองก็ถูกเชิญเข้ามาเพื่อร่วมกันปรึกษาถึงแผนการรับมือ

        “ถ้าหากข้าเป็นฮวาเชียนเย่ ก็จะทำการยกเลิกแผนการ” เสียงของเซียวซู่ซู่ไม่ได้ดังมากนักแต่ก็หนักแน่นเป็นอย่างมาก “เพราะว่าเป้าหมายใหญ่ทั้งสองคนไม่ได้อยู่ในเหตุการณ์แล้ว ก็ไม่มีความจำเป็นอีก”

          “เห็นด้วย” เซียวมี่เองก็คิดเช่นนี้ “เพียงแต่ว่า ฮวาหรูเสวี่ยจะต้องไม่ยอมรามือเป็นแน่”

          “ช่วงนี้พวกเราไม่ต้องไปร่วมงานเลี้ยงของทางราชสำนัก” เซียวเหยียนเอ่ยขึ้นเสียงดัง สีหน้าเต็มไปด้วยเพลิงแห่งโทสะ เซียวจู๋เองก็เห็นด้วยกับนาง

        เซียวมี่ถอนหายใจอย่างจนปัญญาออกมา ชีวิตนี้นางมีบุตรสาวสามคน นอกจากบุตรสาวคนเล็กที่เสียชีวิตไปนั้นมีปัญญาเฉลียวฉลาดและกล้าหาญ บุตรสาวสองคนที่เหลือต่างก็มีสมองกลวงดั่งกองฟาง พวกนางกลับกล้าเอ่ยประโยคเช่นนี้ออกมาได้

        ทว่ายังดีที่พวกนางมิได้หาปัญหาวุ่นวายมาให้กับตน

        นี่ก็ทำให้ภาระของเซียวมี่เบาลงไปมาก ต่างกับพวกองค์หญิง คุณหนูลูกผู้ดีเหล่านั้นที่ผู้คนรุมด่า วิ่งไล่ตีเสมือนพวกนางเป็นหนูสกปรกตามท้องถนนก็มิปาน

        ขุนนางเก่าแก่ในราชสำนักมีจำนวนมาก และทั้งหมดก็ล้วนเป็นขุนนางที่สร้างคุณงามความดีมาไม่น้อย กระทั่งฮวาหรูเสวี่ยยังต้องไว้หน้าพวกเขาถึงสามส่วน

        ซึ่งนางคิดว่าฮวาหรูเสวี่ยไม่คิดจะอดทนและไว้หน้าพวกเขาต่อไปแล้ว

        ดูจากการที่ฮวาเชียนเย่ได้เชิญลูกคุณหนูทั้งหลายไปร่วมงานเลี้ยงก็แสดงให้เห็นแล้วว่าฮวาหรูเสวี่ยคิดจะตัดรากถอนโคนพวกเขาทิ้ง เพื่อให้อำนาจที่แข็งแกร่งสำหรับฮวาเชียนเย่ นางใจเด็ดถึงขั้นดึงให้ทุกคนต้องรับเคราะห์ไปด้วย  แต่ว่าสิ่งที่เซียวมี่นึกไม่ถึงก็คือว่าสกุลเซียวจะเป็นหนึ่งในนั้นด้วย

        แม้ว่านางเคยคิดว่าเป็นเพราะชื่อเสียงที่โด่งดังของหลานสาวตนเอง แต่ว่านางก็ยังคงรู้สึกสะเทือนใจ หลายปีที่ผ่านมานี้ฮวาหรูเสวี่ยได้พยายามสะกดอำนาจของสกุลเซียวเอาไว้ตลอด ตอนนั้นนางก็รู้แล้วว่าเป็นเพราะคำสั่งเสียของฮ่องเต้องค์ก่อน แต่ว่าตอนนี้นางไม่อยากจะคิดว่าเป็นเพราะคำสั่งเสียอะไรอีกแล้ว นางเพียงต้องการจะปกป้องครอบครัวของตนเท่านั้น

        เซียวซู่ซู่มองเซียวเหยียนและเซียวจู๋แวบหนึ่ง “วิธีนี้ ใช้ไม่ได้” นางไม่อยากพูดอะไรให้มากนัก

        ตั้งแต่ต้นจนจบเซียวเอินมิได้เอ่ยขึ้นมาสักประโยค เขารู้ว่าสถานการณ์เช่นนี้ การที่ให้เขามาร่วมนั้นถือว่าเห็นแก่หน้าของเซียวซู่ซู่ ต่อให้เขาพูดอะไรออกมาไปก็เกรงว่าจะไม่ได้รับความเห็นชอบจากทุกคน

        ที่แคว้นป่ายฮวาแห่งนี้ ฐานะของบุรุษก็ต่ำต้อยเช่นนี้เอง ไม่อาจเปลี่ยนแปลงได้

        ความจริงในบางเวลา เซียวเอินก็อยากจะให้ฮวาเชียนเย่รับช่วงต่อของแคว้นป่ายฮวา เช่นนี้บุรุษก็มีโอกาสพลิกชะตาชีวิตแล้ว ไม่จำเป็นต้องเป็นเบี้ยล่างให้แก่สตรีอีก แต่เมื่อคิดถึงสถานภาพของสกุลเซียวแล้ว เขาก็ไม่อยากจะสนับสนุนฮวาเชียนเย่อีก

        แต่ว่าสำหรับประโยคที่มารดาของตนกล่าวขึ้นเมื่อครู่ เขาก็รู้สึกว่าช่างน่าขันเสียเหลือเกิน งานเลี้ยงของวังหลวงล้วนถูกเรียนเชิญโดยราชโองการของฮ่องเต้หญิง ไม่ไปก็เท่ากับเป็นการขัดราชโองการ สกุลเซียวต่อให้เก่งกาจถึงเพียงใดก็ไม่อาจขัดราชโองการได้กระมัง?

        เช่นนั้นมิต้องใช้แผนการใส่ร้ายใดๆ ก็สามารถตัดรากถอนโคนสกุลเซียวได้โดยทันที

        “ดูเหมือนว่า ไม่มีทางถอยจริงๆ แล้ว” อยู่ๆ เซียวมี่ก็ลุกขึ้นยืน สีหน้าของนางจริงจังและเด็ดเดี่ยวเสมือนว่าได้ขบคิดมาเป็นเวลานานแล้วถึงได้ทำการตัดสินใจ

        “ท่านยาย…” เซียวซู่ซู่เองก็ลุกขึ้นก่อนจะเอ่ยออกมาเบาๆ นางรู้ว่าเซียวมี่คิดจะทำอะไรแต่ก็ไม่อาจทนรับได้เท่าใดนัก

        ถ้าพูดกันตามตรงแล้ว เรื่องทั้งหมดนี้ล้วนเป็นเพราะนางเซียวซู่ซู่ นางเป็นเหยื่อที่ใช้ล่อคนของฮวาเชียนเย่ จึงได้ดึงให้สกุลเซียวเข้าไปเกี่ยวข้องด้วย

        เซียวเหยียนและเซียวจู๋ล้วนมองไปทางเซียวมี่ “ท่านแม่ ท่านมีวิธีหรือ?”

        บนใบหน้ามีความตื่นเต้นฉายขึ้นแวบหนึ่ง ในสายตาของพวกนางไม่มีเรื่องอันใดที่เซียวมี่จัดการไม่ได้

        “ท่านยาย โปรดคิดดูให้ดีอีกที” เซียวซู่ซู่นั้นก็ยังคงเอ่ยเกลี่ยกล่อมออกมาประโยคหนึ่ง นางมิได้มองโลกในแง่ดีดั่งเช่นเซียวเหยียนและเซียวจู๋ สีหน้าของนางในตอนนี้เต็มไปด้วยความกลัดกลุ้ม การตัดสินใจในครั้งนี้มีเกี่ยวพันธ์ใหญ่หลวงนัก

        ความเด็ดเดี่ยวบนใบหน้าของเซียวหายไปอย่างรวดเร็ว เสมือนว่านางรู้สึกซาบซึ้งใจที่เซียวซู่ซู่เข้าใจจิตใจนางถึงเพียงนี้ สีหน้าในตอนนี้แทนที่ด้วยรอยยิ้มที่อ่อนโยน “ไม่เป็นไร ยายได้ตัดสินใจแล้ว มีเพียงเช่นนี้สกุลเซียวจึงจะสามารถถอนตัวออกมาได้”

        นางอายุเลยวัยกลางคนมาแล้ว ไม่ใช่เวลาที่จะมาแก่งแย่งชิงดีกับใครอีก เพราะฉะนั้นนางตัดสินใจที่จะยอมแพ้

        เซียวเหยียนและเซียวจู๋ฟังไม่เข้าใจแม้แต่น้อย จึงได้แต่หันไปมองทางยายหลานสองคนนั้นด้วยสีหน้างุนงง

        แต่เซียวเอินเองก็เข้าใจเช่นกันว่าฮูหยินเฒ่าได้ตัดสินใจจะทำอะไร ในใจก็ได้แต่แอบคิดว่าจะทำเช่นไรจึงจะเป็นทางออกที่ดีที่สุด

        “ข้าตัดสินใจว่าจะลาออกจากตำแหน่งพรุ่งนี้ ขอตัวเกษียณกลับบ้านเก่า” สุดท้ายเซียวมี่ก็หันไปมองเซียวเหยียนและเซียวจู๋ด้วยสีหน้ามุ่งมั่นพลางเอ่ยขึ้น น้ำเสียงเต็มเปี่ยมไปด้วยความแน่วแน่ไม่มีลังเลแม้แต่น้อย

        ในที่สุดเซียวซู่ซู่ก็ถอนหายใจออกมาเบาๆ ท้ายที่สุดนางก็ได้ทำให้สกุลเซียวต้องลำบาก

        เซียวเหยียนและเซียวจู๋ที่ได้ยินประโยคนี้ก็มีสีหน้าเปลี่ยนไปในทันที

        “เช่นนั้นจะได้อย่างไร แล้วพวกเราจะทำเช่นไรต่อ?” พวกเขาเอ่ยขึ้นพร้อมกัน

        สิ่งที่ได้รับมีเพียงสายตาเบื่อหน่ายของเซียวมี่

        หลังจากที่ได้ประกาศการตัดสินใจของตนแล้ว เซียวมี่ก็มิได้เอ่ยอะไรออกมาอีก แต่กลับก้าวออกจากห้องโถงไปด้วยสีหน้าหนักใจ เหลือไว้เพียงเซียวเหยียนและเซียวจู๋ที่กำลังมีสีหน้าหงุดหงิด แต่พวกนางก็ไม่กล้าเอ่ยอันใดออกมา เพราะว่าสิ่งที่เซียวมี่ตัดสินใจแล้วไม่มีใครสามารถเปลี่ยนแปลงได้ และครั้งนี้ก็ไม่ใช่เรื่องเล็กๆ อีกด้วย

        คนทั้งสองเลิกตาขึ้นอีกครั้งก่อนจะมองไปทางเซียวซู่ซู่

        เซียวซู่ซู่ลุกขึ้นยืนก่อนจะยิ้มบางๆ อย่างมีมารยาทให้กับเซียวเหยียนและเซียวจู๋ “ท่านป้าใหญ่ ท่านป้ารอง ข้าขอตัวกลับห้องพักก่อน”

          นางไม่อยากจะยุ่งเกี่ยวอะไรกับพวกนางทั้งสองอีก ป้าทั้งสองคนนี้ของนางสนแต่เพียงชื่อเสียงและเงินทองของตนเอง มิเคยคาดคิดถึงความรู้สึกของเซียวมี่ และก็ไม่คิดถึงสถานการณ์ในตอนนี้ของสกุลเซียวอีกด้วย

        นางรู้ว่าป้าทั้งสองคนนั้นถือว่าดีต่อนางมาก ไม่มีอคติเหมือนเช่นตอนแรกอีก แต่ว่าครั้งนี้นางกลับรู้สึกว่าการตัดสินใจของเซียวมี่นั้นเป็นสิ่งที่ถูกต้อง เป็นทางออกเพียงทางเดียว เพราะฉะนั้นนางจึงไม่ได้เอ่ยเกลี้ยกล่อม

        และนางก็มิได้ชอบคนของสกุลฮวาจึงไม่อยากให้เซียวมี่ต้องไปทำงานรับใช้พวกเขาต่อเช่นกัน โดยเฉพาะฮวาเชียนจือ คนที่นางเกลียดที่สุดบนโลกใบนี้

        ไม่ว่าจะเป็นชาติก่อนหรือชาตินี้ นางก็ไม่อาจหลบหนีจากฝันร้ายนี้ไปได้

        เรื่องราวในอดีตทั้งหลาย นางจะไม่ถือเป็นโมฆะอย่างแน่นอน นางตัดสินใจว่าก่อนจะลาจากสกุลเซียว นางจะต้องให้ฮวาเชียนจือได้รับบทลงโทษที่สาสม นางจะต้องล้างแค้นให้จงได้

        แต่ว่าโอกาสกลับมีไม่มากนัก

        ตอนกลางวันนั้นก็ทำได้เพียงแค่ให้นางเสียหน้าเล็กน้อย บทเรียนเล็กๆ แค่นี้เมื่อเทียบกับปีนั้นที่ฮวาเชียนจือทำไว้กับตนยังถือว่าเล็กน้อยนัก

        ต่อให้สตรีผู้นี้มิได้กลับมาที่แคว้นป่ายฮวา เซียวซู่ซู่ก็จะไปหานาง แค้นนี้จะต้องได้รับการชำระ

        เซียวเอินเองก็เดินตามเซียวซู่ซู่ออกมา เขามิได้เอ่ยอะไร ทำเพียงแค่เดินตามนางอยู่เงียบๆ

        เซียวซู่ซู่นั้นมิได้กลับไปที่ห้องพักของตนแต่กลับเดินเล่นไปเรื่อยๆ เรื่องราวในอดีตยังคงจารึกอยู่ในสมองของนาง ความเจ็บปวดในหัวใจค่อยๆ เด่นชัดขึ้นเรื่อยๆ

        ครั้งนี้นางบอกกับตนเองว่าห้ามใจอ่อนอีก และจะต้องไม่ทำให้สกุลเซียวเดือดร้อนไปด้วย

        ด้านแผนการและความโหดเหี้ยม เซียวซู่ซู่ก็ไม่ด้อยกว่าใครเช่นกัน


ติดตามอัพเดทก่อนใคร ด้วยการกดไลค์แฟนเพจเรื่อง “ชายาคนงามของท่านอ๋องจอมโหด :  https://bit.ly/2MGbkiF

อ่านฟรีได้ที่นี่ หรือ
อ่านล่วงหน้า เร็วกว่าใครหลายร้อยตอนได้ที่เว็บไซต์ กวีบุ๊คhttps://www.kawebook.com/story/view/905

120/เล่ม (หากนับตอนฟรีจะเฉลี่ยอยู่ที่ 90-100 บาท/เล่มค่ะ ) เมื่อเทียบกับนิยายแปลเป็นเล่ม 30 ตอนเท่ากับ 1 เล่ม