0 Views

        เรือค่อยๆ ล่องไปเบื้องหน้า บรรยากาศยังคงสนุกสนานร่าเริงเหมือนเดิม

        แต่ทุกคนต่างก็รู้กันว่า พวกเขาเป็นมิตรกันเบื้องแค่เพียงหน้าเท่านั้น

        ฮวาเชียนจือคิดว่าทุกอย่างอยู่ในการควบคุมของตนเองแล้ว ในขณะที่เซียวซู่ซู่กำลังคิดหาแผนการรับมืออย่างยากลำบาก นางไม่อยากที่จะสูญเสียทุกอย่างในตอนนี้ไป แต่ก็ไม่อยากจะทำให้สกุลเซียวเดือดร้อนด้วย

        เพราะฉะนั้น เวลานี้นางจึงรู้สึกเจ็บปวดอยู่ไม่น้อย

        เซียวเอินเองก็มองออก แต่กลับไม่รู้จะเอ่ยเช่นไรออกมาดี เขามิใช่คนที่มุทะลุ เพราะฉะนั้นเรื่องนี้เขาคิดว่าจะกลับไปปรึกษากับฮูหยินเฒ่าเซียวมี่จะเหมาะสมมากกว่า

        ทางสวี่เว่ยหรานก็กำลังชื่นชมดอกบัวพร้อมกับหญิงงามจำนวนมาก แต่ก็มักจะหันไปมองทางเซียวซู่ซู่อยู่บ่อยครั้ง เขาอยากจะหาโอกาสพูดคุยกับนาง แต่กลับถูกหญิงสาวเหล่านี้ห้อมล้อมไว้โดยตลอด ถ้าหากมิใช่เพราะฮวาเชียนเย่ก็อยู่ที่นี่ด้วย เขาก็คงจะไม่รักษาภาพลักษณ์จอมปลอมนี้ของตนต่อเป็นแน่

        แต่ว่ามิเพียงมีฮวาเชียนเย่อยู่ เซียวซู่ซู่เองก็อยู่ที่นี่ด้วย

        ภาพลักษณ์ขององค์ชายผู้มีจิตเมตตาที่เขาสร้างมาเป็นเวลาหลายปีนี้จะพังทลายลงไม่ได้ เพราะฉะนั้นจึงได้แต่อยู่เป็นเพื่อนสาวงามเหล่านี้อย่างใจดี อีกทั้งความรู้สึกที่ถูกสาวงามห้อมล้อมนั้นก็ไม่เลวเลย บางคนอยากจะมีโอกาสเช่นนี้ยังไม่อาจมีได้เสียด้วยซ้ำ

        เป็นที่รู้กันว่าสตรีของแคว้นป่ายฮวามิใช่พวกที่มีดีแต่รูปโฉม สตรีของที่นี่แม้จะเป็นเพียงสามัญชนทั่วไปก็ยังมีความสามารถมากกว่าสตรีของทั้งสองแคว้นมากนัก เพราะถึงอย่างไรที่นี่ก็เป็นสังคมที่สตรีเป็นใหญ่

        ฮวาเชียนเย่ปลีกตัวออกจากสาวงานทั้งหลายได้และมานั่งอยู่ข้างกายเซียวซู่ซู่ ใบหน้าประดับด้วยรอยยิ้มที่ไร้ซึ่งพิษภัย โครงหน้าก็มีความอ่อนโยนอยู่หลายส่วนแต่ที่มีมากกว่าคือความเจ้าเล่ห์ ถึงกระนั้นก็ยังดูหล่อเหลาน่ามองเป็นอย่างมาก

        ด้วยรูปโฉมของเขาแล้วถือว่าสมบูรณ์แบบมากสำหรับบุรุษของแคว้นป่ายฮวา

        “คุณหนูเล็กสกุลเซียวเชี่ยวชาญด้านการดีดพิณ มิสู้บรรเลงสักเพลงดีหรือไม่?” น้ำเสียงของฮวาเชียนเย่เต็มไปด้วยความอ่อนโยนเสมือนกำลังเอ่ยขอความคิดเห็นของนางอยู่

        ในแววตายิ่งอ่อนโยนนุ่มนวลดุจผิวน้ำ

        เขามองไปทางเซียวซู่ซู่ด้วยสีหน้าเต็มไปด้วยความคาดหวัง

        ความจริงแล้วด้วยฐานะของเขาฮวาเชียนเย่ ต่อให้เป็นบุรุษก็ไม่จำเป็นต้องประพฤติตัวเช่นนี้ต่อเซียวซู่ซู่ แต่เขาไม่อยากให้เซียวซู่ซู่รู้สึกว่าตัวเขามีตำแหน่งสูงส่ง จึงได้ทำตัวถ่อมตนและวางตัวเช่นนี้

        เขารู้ว่าเมื่อครู่ไม่ว่าฮวาเชียนจือจะใช้วิธีอันใดก็ได้ข่มขู่หรือซื้อใจเซียวซู่ซู่ไปได้สำเร็จแล้ว การที่เขามาเอาตอนนี้ถือว่าช้าไปก้าวหนึ่ง

        แม้ว่าเขาจะไม่สนใจสิ่งเหล่านี้ แต่ก็ไม่คิดอยากจะปล่อยมือให้มีการพัฒนาอย่างอื่นต่อไปได้ จำเป็นต้องลงมือบางอย่าง

        เซียวซู่ซู่เห็นฮวาเชียนเย่ทำเช่นนี้ ทำให้ไม่สามารถหาเหตุผลปฏิเสธได้ ทว่านางยังคงเลิกตาขึ้นมองไปทางฮวาเชียนจือแวบหนึ่ง

        ความเกลียดชังที่นางมีต่อสตรีผู้นี้ยังคงอยู่ตลอด อีกทั้งยังบวกกับการข่มขู่เมื่อครู่ของนาง เซียวซู่ซู่ยิ่งเห็นนางเป็นเหมือนหนามในอก ความเกลียดชังยิ่งมีเพิ่มมากขึ้น

        “ได้ยินว่าองค์หญิงเองก็เป็นสตรีมากความสามารถที่โด่งดังของต้าเยียน มิทราบว่าพระองค์จะยอมร่วมแสดงกับหม่อมฉันหรือได้หรือไม่?” เซียวซู่ซู่มิอาจปฏิเสธฮวาเชียนเย่ได้ และยิ่งไม่อยากจะมีปัญหากับเชื้อพระวงศ์ทั้งหมดในครานี้

        เช่นนั้นสกุลเซียวยิ่งไม่มีทางถอยกลับแล้ว

        “จะร่วมอย่างไร?” ความหยิ่งทะนงของฮวาเชียนจือได้ปรากฎบนใบหน้าขึ้นอีกครั้ง แม้ว่าต้าเยียนจะมีซูเมิ่งหรู และนางเองก็ไม่ได้อยู่ติดอัมดับ แต่ว่านางไม่เคยรู้สึกว่าตนพ่ายแพ้ต่อสตรีคนนั้น เพียงแต่ว่าหาได้มีโอกาสแข่งขันเฉกเช่นงานชมดอกฉงฮวาเท่านั้น

        “หม่อมฉันบรรเลงดนตรี องค์หญิงทำการร่ายรำ” ตอนนี้เซียวซู่ซู่เองก็เชิดหน้าขึ้นเล็กน้อย แววตาราบเรียบ มิได้มีอารมณ์ใดๆ

        “ดีเลย ข้าว่าฝีมือร่ายรำของน้องข้าจะต้องดีที่สุดในแคว้นป่ายฮวาเป็นแน่” ฮวาเชียนเย่กลับเอ่ยขัดขึ้นมาประโยคหนึ่งอย่างได้เวลา

        เดิมฮวาเชียนจือคิดว่าจะให้เซียวซู่ซู่ร่ายรำ และตนบรรเลงดนตรี เพราะถึงอย่างไรเสียการร่ายรำต่อหน้าคุณหนูตระกูลผู้ดีเหล่านี้ก็ถือเป็นการลดฐานะของตน แต่กลับคิดไม่ถึงว่าฮวาเชียนเย่จะเอ่ยสนับสนุนเช่นนี้

        นางลอบกัดฟันแน่น ฮวาเชียนจือในตอนนี้มิกล้าทำตัวเป็นปรปักษ์กับเสด็จพี่ผู้นี้ของตนอย่างเปิดเผย นางจึงได้แต่แกล้งทำเป็นยิ้มๆ พลางพยักหน้าเบาๆ “เสด็จพี่ชมเกินไปแล้ว”

       นางหันไปจ้องเซียวซู่ซู่แวบหนึ่ง ในแววตานั้นเต็มไปด้วยการตักเตือน อีกทั้งยังแฝงไปด้วยความหมายว่า แล้วเราจะได้เห็นดีกันอีกด้วย

        เซียวซู่ซู่ค่อยๆ ลุกขึ้นยืน พลางจัดเสื้อผ้าให้เรียบร้อยด้วยท่าทางสบายๆ

        เซียวเอินในตอนนี้กลับกระตุกมุมปากขึ้นเป็นรอยยิ้ม ก่อนจะหันไปสบสายตากับเซียวซู่ซู่แวบหนึ่ง สิ่งที่ได้รับกลับมาคือรอยยิ้มซุกซนของเซียวซู่ซู่ อีกทั้งนางยังแลบลิ้นของตนออกมาด้วยท่าทางซุกซน ขี้เล่น แน่นอนว่านางมิใช่คนที่เสียเปรียบ

        ตอนนี้ถึงเวลาจะทำให้ฮวาเชียนจือต้องตกที่นั่งลำบากแล้ว

        ยังดีที่ฮวาเชียนเย่ผู้นี้รู้จักประพฤติตนเป็นอย่างมาก คิดอยากจะดึงเซียวซู่ซู่มาเป็นพวกก็จำเป็นต้องแสดงความจริงใจเสียหน่อย ซึ่งตอนนี้เขาทำได้ดีมาก

        เซียวซู่ซู่รับเอาพิณโบราณที่ฮวาเชียนเย่ยื่นมาให้ นิ้วมือเรียวยาวลากผ่านตัวพิณเบาๆ ในแววตามีประกายระยิบระยับปรากฎขึ้น จากความรอบรู้เรื่องพิณของนาง แค่ดูก็รู้แล้วว่าพิณคันนี้ถือว่าเป็นพิณคุณภาพดีเยี่ยม

        แน่นอนว่านางรู้สึกชื่นชอบจนไม่คิดอยากจะปล่อยมือ เจียวเหว่ยของม่อเวิ่นเฉินในชาติก่อนยังมิทำให้นางสนใจได้ถึงเพียงนี้

        หลังจากที่มือของเซียวซู่ซู่ค่อยๆ ลากผ่านตัวพิณเบาๆ แล้ว หญิงสาวที่โอบล้อมสวี่เว่ยหรานอยู่นั้นก็ถูกดึงดูดความสนใจด้วยเช่นกัน ทางสวี่เว่ยหรานยิ่งหันมามองทางนี้พลางขมวดคิ้วของตนเบาๆ

        เสียงพิณเริ่มบรรเลงประกอบกับท่วงท่าร่ายรำของฮวาเชียนจือที่เริ่มขึ้นเช่นกัน

        ที่แคว้นป่ายฮวา สตรีไม่มีตัวอย่างการออกมาแสดงร่ายรำมาก่อน ต่อให้เป็นงานชมดอกฉงฮวาก็ไม่มีการแข่งขันร่ายรำ ตอนนี้องค์หญิงทำการร่ายรำด้วยตนเอง แน่นอนว่าทำให้คนจำนวนมากอดที่จะรู้สึกประหลาดใจมิได้

        ตอนนี้สายตาของทุกคนล้วนจับจ้องไปทางฮวาเชียนจือที่กำลังร่ายรำอยู่ ถึงขั้นที่ทุกคนต่างก็มองข้ามเสียงพิณของเซียวซู่ซู่ไป ต่อให้เป็นเสียงเพลงที่ไพเราะเพียงใด ตอนนี้ก็ไม่อาจดึงดูดความสนใจของผู้คนได้

        แน่นอนว่าฮวาเชียนเย่และสวี่เว่ยหรานยังคงนิ่งเฉยเป็นอย่างมาก พวกเขาทำเพียงแค่มองดูอยู่เงียบๆ ด้วยสีหน้าที่ไม่เปลี่ยนแปลง ยิ่งไม่มีท่าทางแห่งความประหลาดใจ

        เสียงพิณบรรเลงควบคู่ไปกับการร่ายรำ ขณะที่เรือก็ยังคงมุ่งหน้าต่อไป เสียงพิณก้องกังวานไปไกล ทำให้นักท่องเที่ยวทั้งหลายล้วนหันศีรษะมามองทางนี้

        เมื่อรู้ว่าเป็นเรือของราชสำนัก พวกเขาก็หดศีรษะกลับไปด้วยเกรงว่าจะนำภัยมาสู่ตน ทว่ากลับมีเรืออยู่ลำหนึ่งมิได้ห่างออกไปไกลนัก อีกทั้งยังค่อยๆ เข้าใกล้พวกเขาขึ้นเรื่อยๆ

        จนกระทั่งเสียงพิณดังก้องอยู่ข้างหู

        คนทั้งสองบนเรือจึงหันมาสบตากัน ทั้งสองคนนั้นก็คือป๋ายหลี่ม่อและหนานกงม่อ

        พวกเขาทั้งสองเองก็มิได้กลับแคว้นของตน อีกทั้งยังอยู่ที่แคว้นป่ายฮวามาโดยตลอด โดยอ้างว่ามาที่นี่เพื่อเที่ยวเล่น ชมวิวทิวทัศน์ แต่ความจริงแล้วพวกเขามาทำอะไรที่นี่ทุกคนล้วนรู้ดีอยู่แก่ใจ

        และทางแคว้นป่ายฮวาเองก็มิได้อยู่เฉย พวกเขาได้ส่งคนไปลอบจับตาดูทุกการกระทำของคนทั้งสองมาโดยตลอด

        งานเลี้ยงร้อยบุปผาวันนี้ ก็ได้ดึงดูดสวี่เว่ยหรานมาแล้ว เช่นนั้นการปรากฎตัวของป๋ายหลี่ม่อและหนานกงม่อก็อยู่ในแผนการด้วยเช่นกัน

        “พิณดี ทำนองไพเราะ ระบำงดงาม”

        หลังจากที่เพลงจบลง ฮวาเชียนจือเองก็เดินกลับไปนั่งที่ด้วยสีหน้าเขียวคล้ำ ขณะที่เซียวซู่ซู่หันไปมองคนอื่นๆ ด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม ทว่ากลับมีคำพูดประโยคหนึ่งดังขึ้นจากฟังตรงข้ามที่เอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงที่ก้องกังวาน ทำให้ผู้คนทั้งหลายล้วนหันไปมองทางที่มาของเสียง

        เมื่อเห็นป๋ายหลี่ม่อ เซียวซู่ซู่และฮวาเชียนจือก็ล้วนมีสีหน้าที่เปลี่ยนไป

        และในขณะเดียวกันก็เบิกตาขึ้นมองไปทางฮวาเชียนเย่ เมื่อเห็นเขามีเพียงท่าทางที่สบายๆ ไร้กังวล พวกนางจึงไม่สะดวกที่จะเอ่ยอะไรออกมา

        ตอนนี้พวกเขาถึงจะรู้ว่า งานเลี้ยงร้อยบุปผานั้นเป็นแค่แผนการร้ายฉากหนึ่ง

        กระทั่งเซียวเอินเองก็ดูเหมือนจะเข้าใจอะไรบางอย่าง ดูเหมือนว่าน้องสาวของตนจะกลายเป็นเหยื่อล่อ เป็นเหยื่อล่อที่ฮวาเชียนเย่เอาไว้ล่อปลาแต่เพียงเท่านั้น

        สวี่เว่ยหรานเห็นถึงการมาของป๋ายหลี่ม่อ ก็มีสีหน้าตึงเครียดขึ้นทันที รีบหันไปมองเรือของตนที่อยู่ไม่ไกลออกไปนัก ตรงนั้นมีเฮ้ออี้เทียนที่นำนักฆ่าจำนวนมากซ่อนตัวไว้เพื่อเตรียมพร้อมไว้ในยามจำเป็น

        เพียงแต่ว่าตอนนี้เรือทั้งสองเหมือนจะจงใจเว้นระยะให้ห่างออกไปอยู่บ้าง ห่างจนถึงขั้นที่ต่อให้เขาแอบลอบส่งสัญญาณลับก็เกรงว่าจะรอกำลังสมทบไม่ทันเสียแล้ว

        ป๋ายหลี่ม่อที่เดินขึ้นมาบนเรือมีสีหน้าเป็นระมัดระวัง รู้ทั้งรู้ว่าติดกับแล้ว แต่ก็จำต้องขึ้นมาบนเรืออย่างไม่มีทางเลือก

        มือของหนานกงม่อจับที่ดาบข้างเอวของตนไว้ตลอดเวลา ดวงตาเยือกเย็นและหยั่งลึกอย่างไร้ที่สิ้นสุด

        “ที่แท้เป็นองค์รัชทายาทจากแคว้นอ้าวอวิ๋น พวกเราช่างมีวาสนาต่อกันเหลือเกิน” ครั้งนี้เปลี่ยนเป็นฮวาเชียนเย่เดินรุดไปด้านหน้า “พี่ป๋ายหลี่มาได้เวลาพอดี ถ้าหากมุ่งหน้าต่อไปก็จะถึงชิงชวนหยวนแล้ว พวกเราบังเอิญอยู่กันพร้อมหน้าพอดี”


ติดตามอัพเดทก่อนใคร ด้วยการกดไลค์แฟนเพจเรื่อง “ชายาคนงามของท่านอ๋องจอมโหด :  https://bit.ly/2MGbkiF

อ่านฟรีได้ที่นี่ หรือ
อ่านล่วงหน้า เร็วกว่าใครหลายร้อยตอนได้ที่เว็บไซต์ กวีบุ๊คhttps://www.kawebook.com/story/view/905

120/เล่ม (หากนับตอนฟรีจะเฉลี่ยอยู่ที่ 90-100 บาท/เล่มค่ะ ) เมื่อเทียบกับนิยายแปลเป็นเล่ม 30 ตอนเท่ากับ 1 เล่ม