0 Views

        สำหรับการเตือนของเซียวเอิน เซียวซู่ซู่รู้ดีอยู่แก่ใจ เดิมนางก็ไม่ชอบฮวาเชียนจือ แน่นอนว่าตอนนี้นางจะไม่ยืนอยู่ข้างฮวาเชียนจือเป็นอันขาด

        ไม่หักหน้าฮวาเชียนจือก็ถือว่าตนเมตตามากแล้ว แต่ว่าชาตินี้เซียวซู่ซู่ไม่อยากให้ตัวเองมีความเมตตาอีก เมตตาต่อศัตรูก็คือการโหดร้ายกับตนเอง

        “คุณหนูเล็กสกุลเซียว มิจำเป็นต้องถ่อมตน มิรู้ว่าอนาคตคุณหนูเล็กกุลเซียววางแผนไว้อย่างไร? จะสอบเข้ารับราชการสร้างชื่อเสียงให้กับตนและวงศ์ตระกูลหรือไม่? ด้วยคุณสมบัติของท่านแล้ว จะต้องครองตำแหน่งจอหงวนแน่” ฮวาเชียนจือจับจ้องไปทางเซียวซู่ซู่อย่างไม่หวังจะให้ความเปลี่ยนแปลงทางสีหน้าของเซียวซู่ซู่รอดพ้นจากสายตาไปได้ สายตาของนางเพ่งมองเข้าไปในดวงตาของเซียวซู่ซู่ ก่อนจะเอ่ยย้ำออกมาทีละคำ

        เซียวซู่ซู่หัวเราะเบาๆ มุมปากกระตุกขึ้นเป็นรอยยิ้มจางๆ ทว่าสีหน้ายังคงราบเรียบเช่นเคย “เรื่องนี้ ไม่เคยคาดคิดมาก่อน หม่อมฉันเพิ่งจะฟื้นได้ไม่นานนัก ยังมิค่อยเข้าใจเกี่ยวกับเรื่องราวบนโลกนี้ จึงมิได้คิดวางแผนถึงขั้นนั้น”

“แต่ความสามารถของเจ้ากลับไม่เหมือนคนที่เพิ่งฟื้นขึ้นมาได้ไม่นานนัก” ดวงตาของฮวาเชียนจือมีความแหลมคมฉายออกมาแวบหนึ่ง ขณะที่สายตาที่มองไปทางเซียวซู่ซู่มีความไม่เป็นมิตรมากขึ้น นางได้พยายามวางตัวให้ต่ำลงมาแล้ว แต่ว่าสตรีผู้นี้ดูเหมือนจะไม่ยอมร่วมมือด้วยดีๆ คิดจะเป็นปรปักษ์กับตน

        ประโยคนี้ถือเป็นไพ่ใบสุดท้ายของฮวาเชียนจือ และก็ถือเป็นการข่มขู่ด้วยเช่นกัน แน่นอนว่านางมิคิดง่ายๆ เหมือนคนอื่นว่าเซียวซู่ซู่นั้นเป็นเซียนหญิงมาจุติบนโลกมนุษย์

        นางคิดว่าเรื่องนี้จะต้องมีอะไรอย่างแน่นอน วันนี้ถ้านางดึงมาเป็นพวกได้ไม่สำเร็จ ก็จะตั้งตัวเป็นศัตรูอย่างไม่ไว้หน้าอีก

        คนที่มีความสามารถเช่นนี้ไม่อาจยอมให้ตกอยู่ในมือของฮวาเชียนเย่ได้

        ตอนนี้นางได้สูญเสียทุกอย่างไปแล้ว ในเมื่อตอนนี้กลับมาที่แคว้นป่ายฮวา เช่นนั้น ของที่เดิมควรเป็นของนาง นางก็จะแย่งมันกลับมา ไม่ปล่อยให้ตกเป็นของใครได้เป็นอันขาด

        ต่อให้ฮ่องเต้หญิงฮวาหรูเสวี่ยจะใช้นางเป็นแค่หมากตัวหนึ่งในการทำให้ประชาชนสบายใจก็ตาม

        นางจะต้องพลิกชะตาชีวิตตัวเองให้ได้

        เช่นนั้น ตอนนี้สกุลเซียวเป็นเป้าหมายเดียวที่นางจะดึงมาเป็นพวกได้ และมีเพียงสกุลเซียวที่วางตัวเป็นคนกลาง อีกทั้งมีเพียงสกุลเซียวเท่านั้นที่มีความสามารถพอจะช่วยนางต่อกรกับฮวาเชียนเย่

        แม้ว่าฮวาเชียนเย่จะเป็นบุรุษ แต่ว่าหลายปีมานี้ อำนาจของเขาในแคว้นป่ายฮวาก็ใหญ่โตเป็นอย่างมาก ใหญ่โตขนาดที่ไม่มีผู้ใดรู้ว่าจริงๆ แล้วเขามีอำนาจถึงเพียงใด แต่ต่อให้เป็นเช่นนี้ ฮวาเชียนจือก็อยากจะพนันดูสักตั้ง

        นางมิใช่คนที่จะคอยอยู่เฉยยอมรับชะตากรรมอยู่แล้ว

        เมื่อได้ยินฮวาเชียนจือพูดเช่นนั้น สีหน้าของเซียวซู่ซู่ก็คล้ำลงไปเช่นกัน รอยยิ้มที่มุมปากค่อยๆ เปลี่ยนเป็นความเยือกเย็น ดวงตาทั้งสองก็จ้องประสานไปที่ดวงตาคู่นั้นของนาง

        “แล้วจะอย่างไร?”

        เซียวเอินเอ่ยตอบประโยคเมื่อครู่ด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ใบหน้าของเขาเองก็ราบเรียบนิ่งเฉย อีกทั้งมุมปากยังแฝงไปด้วยความขบขันอยู่ไม่น้อย

        เขามองเห็นว่าเมื่อฮวาเชียนจือเอ่ยประโยคเมื่อครู่ ไหล่ของเซียวซู่ซู่สะดุ้งอย่างแรงขึ้นครั้งหนึ่ง เสมือนว่าได้คำพูดได้ไปสะกิดลงบนแผลที่เจ็บปวดของนาง

        ความจริงแล้วประโยคนี้ ถ้าหากเปลี่ยนเป็นคนอื่น เซียวซู่ซู่ก็จะไม่มีทางใส่ใจแม้แต่น้อย แต่ว่าคนผู้นี้คือฮวาเชียนจือ นางกลัวว่าฮวาเชียนจือจะสังเกตเห็นอะไรแล้ว เพราะถึงอย่างไร ฮวาเชียนจือก็รู้จักซูฉีฉีเป็นอย่างดี

        อีกทั้งวิญญาณของนางได้มาครอบครองร่างกายนี้ไว้ ถ้าหากมีคนคิดจะทำลายวิญญาณของนาง ก็มีความเป็นไปได้อย่างมากว่าจะสำเร็จ

        อดีตนางไม่เคยเชื่อเรื่องที่ตามแล้วกลับมาเกิดใหม่ ตอนนี้นางกลับไม่มีทางเลือกที่จะไม่เชื่ออีกแล้ว

        ตัวนางตายแล้วเกิดใหม่ ก็ได้ทำให้ทุกอย่างวุ่นวายไปจนหมด ทำให้ทุกอย่างที่ไม่สามารถอธิบายได้ถูกผลักไปเป็นปัญหาซับซ้อนที่ไม่อาจหาคำตอบได้อีกครั้ง

        ถ้าหากถูกคนสกุลเซียวรู้ว่าตนนั้นหาใช่เซียวซู่ซู่ แต่เป็นอีกคนหนึ่ง พวกเขาจะเป็นเช่นไร? ให้คนแคว้นป่ายฮวารู้ จะเป็นเช่นไรอีก? นางรู้ว่าจะต้องไม่มีทางมีผลลัพธ์ที่ดีอย่างแน่นอน เพราะฉะนั้นนางจึงรู้สึกกลัวขึ้นมาจริงๆ

        เดิมฮวาเชียนจือคิดว่าตนได้สังเกตเห็นความไม่สบายใจของเซียวซู่ซู่แล้ว แต่เป็นเพราะประโยคเดียวของเซียวเอิน ทำให้สีหน้าของนางเปลี่ยนเป็นเขียวคล้ำ เห็นได้ชัดว่าตอนนี้สกุลเซียวเห็นเซียวซู่ซู่เป็นดุจไข่มุกในกำมือที่พวกเขาให้การทะนุถนอมเป็นอย่างดี อีกทั้งทุกอย่างยังขึ้นอยู่กับนางเป็นหลัก

        ตอนนี้เซียวเอินกลับกล้าเอ่ยเช่นนี้กับตน บุรุษผู้หนึ่งยังกล้าที่จะเอ่ยเช่นนี้กับนางที่เป็นถึงองค์หญิง ดวงตาของนางฉายประกายแห่งความเยือกเย็นออกมาขณะจ้องไปทางเซียวเอินด้วยความเคียดแค้น “อย่างไร? สกุลเซียวของพวกเจ้าจะแบกรับไว้หรือ?”

          มุมปากกระดกขึ้นเป็นรอยยิ้มเยือกเย็น เซียวเอินหาได้กลัวสตรีผู้นี้ สกุลเซียวนั้นเป็นผู้ที่เข้าใจถึงเรื่องราวในราชสำนักดีเป็นที่สุด และก็เข้าใจถึงความคิดของฮวาหรูเสวี่ย แน่นอนว่าเขาย่อมไม่สนใจนาง “แบกรับไหว”

         เด็ดเดี่ยวและมั่นคงเป็นอย่างมาก

        เขาไม่มีวันยอมให้ใครมารังแกเซียวซู่ซู่ได้ ไม่ได้โดยเด็ดขาด

        ตอนนี้สีหน้าของเซียวซู่ซู่ดีขึ้นมาก นางเองก็รู้ว่าฮวาเชียนจือมิใช่คนที่ควรจะมีปัญหาด้วย อีกทั้งหากมีปัญหาด้วยแล้วก็ยากที่จะหลุดพ้นจากนางได้ เพียงแต่ว่าตอนนี้ไม่ใช่เวลาที่นางเซียวซู่ซู่จะเลือกได้แล้วว่าจะมีปัญหาด้วยหรือไม่

        อีกทั้งฮวาเชียนจือเองก็มาหานางถึงที่แล้ว

        นางจำเป็นต้องแสดงตัวอย่างชัดเจน มิเช่นนั้นจะทำให้สกุลเซียวเดือดร้อนไปด้วย

        ต่อให้ฮวาหรูเสวี่ยจะเห็นฮวาเชียนจือเป็นเพียงแค่หมากตัวหนึ่ง แต่ถึงอย่างไรฮวาเชียนจือก็เป็นธิดาของนาง นางคงไม่ยอมเสียสละทุกอย่างของตนหรอกกระมัง ถ้าหากว่าสกุลเซียวไม่แข็งแกร่งมากพอ ฮวาหรูเสวี่ยก็จะยังคงยอมสละสกุลเซียวแต่ไม่สละธิดาของตนอย่างแน่นอน

        “พี่ใหญ่” เซียวซู่ซู่ในตอนนี้อารมณ์ดีขึ้นมาแล้วจึงรีบเอ่ยห้ามออกมาเบาๆ พลางส่งสายตาไปให้กับเซียวเอิน

        สกุลเซียวดีกับนางเช่นนี้ นางจะต้องไม่ให้สกุลเซียวตกอยู่ในสถานการณ์ลำบากอย่างแน่นอน นางจะต้องใช้สุดกำลังความสามารถของตนในการปกป้องคนเหล่านี้

        จากนั้นนางก็มองไปทางฮวาเชียนจือ พยายามให้สีหน้าของตนเองสงบนิ่งที่สุด “องค์หญิงมีอันใดจะกล่าวก็เอ่ยมาตรงๆ เถิด” นางไม่อยากจะมาจิกกัดกันลับๆ เช่นนี้อีกแล้ว

        “พูดแล้ว เจ้าจะทำตามงั้นหรือ?” ฮวาเชียนจือก็มองเห็นถึงความเปลี่ยนแปลงของเซียวซู่ซู่ ความมั่นใจของนางก็เพิ่มขึ้นไม่น้อย นางรู้อยู่แล้วว่าการฟื้นขึ้นมาอย่างกะทันหันของเซียวซู่ซู่จะต้องไม่ใช่เรื่องที่ธรรมดาอย่างแน่นอน

        เดิมนางเพียงแค่อยากจะทดสอบดูเท่านั้น ตอนนี้ดูเหมือนว่าการคาดเดาของนางจะถูกต้อง มิได้พนันผิดพลาด

        เช่นนั้นนางจะต้องไม่วางมือเรื่องสกุลเซียวอย่างแน่นอน

        “ขอเพียงเป็นเรื่องที่ทำได้ องค์หญิงสั่งมาเพียงประโยคเดียว แน่นอนว่าหม่อมฉันจะไม่ปฏิเสธอย่างแน่นอน”

         เดิมเซียวเอินคิดจะเอ่ยอะไรออกมา แต่เซียวซู่ซู่ก็รีบยื่นมือออกไปดึงมือเขาเอาไว้เพื่อจะสื่อว่าอย่าทำอะไรโดยพลการ ต่อให้ฮูหยินเฒ่าจะมีอำนาจการทหารอยู่ในมือ แต่ก็ไม่สามารถปกป้องสกุลเซียวไปได้ตลอดกาล แต่ทางราชสำนักกลับไม่มีวันดับสลาย

        อย่างน้อยด้วยฝีมือของฮวาหรูเสวี่ยแล้ว ภายในหนึ่งร้อยปีจะต้องไม่เกิดปัญหาใดขึ้นแน่นอน นอกจากว่านางจะมีความทะเยอทะยานมากเกินไป หาภัยมาสู่ตน

        เซียวเอินที่คิดอยากจะเอ่ยอะไรก็ได้แต่นั่งนิ่งอยู่ตรงนั้น เขามองไปที่มือเรียวขาวของเซียวซู่ซู่ที่กำลังดึงมือของตนเอาไว้ ท่าทางตกตะลึงไม่น้อย

        แม้แต่คำพูดประโยคหนึ่งยังไม่สามารถเอ่ยออกมาได้

        “ดี ขอเพียงมีประโยคนี้ของคุณหนูเล็กสกุลเซียวก็เพียงพอแล้ว” ฮวาเชียนจือยิ้มออกมาอย่างพอใจ จุดประสงค์ที่นางมาที่นี่ได้สำเร็จลงแล้ว

        ทางสวี่เว่ยหรานที่ถูกสาวงามห้อมล้อมเอาไว้ก็ยังคงไม่อาจหาทางถอนตัวได้ ดูเหมือนว่าวันนี้เขาคงทำได้เพียงแค่จบบทสนทนากับคุณหนูเหล่านี้เสียแล้ว

        ฮวาเชียนเย่ได้หลุดพ้นจากพวกนางมานานแล้ว เขานั่งนิ่งอยู่ไม่ไกลนัก สายตาก็มองไปทางเซียวซู่ซู่ที่กำลังพูดคุยกับฮวาเชียนจือ อีกทั้งความตึงเครียดที่แฝงอยู่ในบนสนทนา เขาเองก็รู้สึกได้

        ทว่าสิ่งที่เขามองมีเพียงท่าทีของเซียวซู่ซู่

        ที่เขาคิดอยากจะคว้าเอาเซียวซู่ซู่มานั้นมิใช่เพียงเพราะรูปโฉมที่งดงามดุจนางฟ้าของนาง และความสามารถอันโดดเด่น แต่ที่สำคัญยิ่งกว่าคือเพราะนางแซ่เซียว

        สกุลเซียวนี้เป็นสิ่งที่เขาอยากคว้าเอามาเป็นพรรคพวกโดยตลอด แต่กลับไม่มีหนทางที่เหมาะสม เดินเซียวซู่ซู่นั้นเป็นเพียงแค่สตรีปัญญาอ่อน อีกทั้งยังเป็นคู่หมั้นคู่หมายกับองค์ชายเก้าแห่งแคว้นอ้าวอวิ๋น ต่อให้เขาอยากจะคว้าเอามาเพียงเพราะอำนาจก็ไม่อาจทำได้

        แต่ตอนนี้ไม่เหมือนกับตอนนั้นแล้ว ตอนนี้เขาเต็มใจที่จะแต่งกับสตรีเช่นเซียวซู่ซู่เป็นอย่างยิ่ง

        จนกระทั่งเห็นเซียวซู่ซู่และฮวาเชียนจือสบตาพร้อมส่งยิ้มให้กัน คิ้วของฮวาเชียนเย่ถึงได้ขมวดเข้าหากันน้อยๆ พลางมองวิเคราะห์น้องสาวที่พรากจากตนไปหลายปีผู้นั้นอย่างละเอียด มุมปากกระตุกขึ้นเป็นรอยยิ้มจางๆ

        แต่ในรอยยิ้มนั้นกลับชั่วร้ายและเย็นชาเป็นอย่างมาก ทำให้คนอดไม่ได้ที่จะรู้สึกเหน็บหนาว

        สำหรับฮวาเชียนจือ เขามิเคยเก็บมาสนใจ สิ่งที่เขาสนใจมีเพียงการกระทำทั้งหมดของป๋ายหลี่ม่อและสวี่เว่ยหราน

        ความจริงวันนี้เขาเองก็รู้ถึงแผนการเดินทางของสวี่เว่ยหราน การที่พาเซียวซู่ซู่และคนอื่นๆ มา ก็เป็นเพียงแค่การยิงปืนนัดเดียวได้นกสองตัวเท่านั้น

        เพราะว่าสิ่งที่เขารู้ยิ่งกว่าก็คือเซียวซู่ซู่สามารถดึงดูดคนที่เขาอยากพบมาได้

        ตอนนี้ปลาใหญ่ก็ได้ติดกับแล้ว ก็รอเพียงแค่เขาค่อยๆ เก็บแหเท่านั้น

        และฮวาเชียนจือ ในสายตาของเขาก็เป็นเพียงแค่ตัวตลกคนหนึ่งซึ่งไม่จำเป็นต้องเก็บมาใส่ใจ อย่างมากก็นางก็ทำหน้าที่เป็นแค่ตัวเพิ่มรสชาติ เพิ่มสีสันเท่านั้น ต่อให้เซียวซู่ซู่รับปากอะไรไป เขาก็ไม่ใส่ใจเช่นกัน เพราะทุกอย่างอยู่ในการควบคุมของเขาทั้งหมด!


ติดตามอัพเดทก่อนใคร ด้วยการกดไลค์แฟนเพจเรื่อง “ชายาคนงามของท่านอ๋องจอมโหด :  https://bit.ly/2MGbkiF

อ่านฟรีได้ที่นี่ หรือ
อ่านล่วงหน้า เร็วกว่าใครหลายร้อยตอนได้ที่เว็บไซต์ กวีบุ๊คhttps://www.kawebook.com/story/view/905

120/เล่ม (หากนับตอนฟรีจะเฉลี่ยอยู่ที่ 90-100 บาท/เล่มค่ะ ) เมื่อเทียบกับนิยายแปลเป็นเล่ม 30 ตอนเท่ากับ 1 เล่ม