0 Views

        “การเหยียบย่ำผู้อื่น ถ้าหากสามารถพัฒนาตนเองได้ คิดว่าตำแหน่งยอดบุปผาของงานชมดอกฉงฮวาข้าคงไม่จำเป็นต้องพยายามอีกแล้ว เพียงแค่ทำตัวเหมือนหญิงไร้ยางอาย ยืนอยู่กลางถนนปล่อยให้ผู้คนรุมด่าก็พอ สบายซ้ำยังประหยัดแรงประหยัดเวลาอีกด้วย” ถ้าหากเป็นซูฉีฉีในอดีตจะต้องเก็บเอาความหมิ่นหยามนี้ไว้ในใจมิแสดงออกมาเป็นแน่ แต่ว่าวันนี้นางคือเซียวซู่ซู่

        จะไม่ยอมให้ใครมาดูถูกกลั่นแกล้งนางเช่นนั้นได้อีก

        ยิ่งไม่ยอมให้ใครตีโดยไม่สวนกลับ ถูกด่ายังไม่คิดจะโต้กลับอย่างแน่นอน

        เสียงของเซียวซู่ซู่ไม่ดังมาก แต่กลับกลบเสียงหัวเราะของหญิงสาวคนอื่นๆ ได้สนิท อีกทั้งทุกๆ คำพูดล้วนเชือดเฉือน มิได้ฟังดูย่ำแย่ไปกว่าคำพูดของพวกนาง แต่กลับแหลมคำมากกว่ามากนัก

        ทุกคำเฉียบคมดุจมีดแหลม ทำให้เหล่าคุณหนูต่างก็รู้สึกอับอายขายหน้า

        หญิงไร้ยางอายคำนี้ พูดแรงเกินไปอยู่บ้าง

        ฮวาเชียนจือเองก็เงยหน้าขึ้นมองไปทางเซียวซู่ซู่ การใช้ความอ่อนสยบความแข็งเช่นนี้ทำได้เป็นอย่างดี อีกทั้งยังทำให้ฝ่ายตรงข้ามไม่สามารถสวนกลับได้ นี่ทำให้นางนึกถึงซูฉีฉีอีกครั้ง แม้ว่าสุดท้ายนางจะได้ชัยชนะ แต่กลับสูญเสียสิ่งที่นางอยากได้ที่สุด คนที่นางต้องการที่สุด อีกทั้งเซียวซู่ซู่ยังแข็งแกร่งกว่าซูฉีฉีในตอนแรกมากนัก ซ้ำยังเป็นคู่ต่อสู้ของนางเช่นกัน

        “เจ้า…” หญิงสาวทุกคนที่นั่งอยู่ตรงนั้นก็ล้วนตวัดสายตามองไปทางเซียวซู่ซู่ ตอนนี้ดูเหมือนพวกนางจะลืมไปแล้วว่าเรื่องนี้พวกนางเป็นคนเริ่มก่อน อีกทั้งยังไม่มีคำพูดที่จะต่อว่านางกลับ

        หญิงสาวชุดสีม่วงที่เริ่มเรื่องขึ้นมาก่อนนั้นมีสีหน้าแดงกล่ำจากโทสะที่พุ่งทะยานขึ้น นางจ้องไปที่เซียวซู่ซู่อย่างโกรธแค้น แต่กลับไม่สามารถเอ่ยคำพูดโต้กลับได้

        นางอยากจะตบเซียวซู่ซู่สักฉาดหนึ่ง เดิมเป็นเพียงแค่คนปัญญาอ่อนเท่านั้น ตอนนี้กลับกล้ากำเริบเสิบสานถึงเพียงนี้ อีกทั้งยังมีองค์ชายใหญ่คอยปกป้องอยู่เบื้องหลัง

        เมื่อครู่นางเพียงแค่ร้อนใจไปบ้าง เพียงแค่รั้งปากไว้ไม่อยู่ ความจริงนางดูออกว่าจากท่าทางขององค์ชายใหญ่แล้ว เซียวซู่ซู่มีโอกาสสูงสุดที่จะมารับตำแหน่งพระชายา เป็นเพราะเหตุนี้นางจึงได้ตั้งใจหาเรื่องเซียวซู่ซู่

        ตอนนี้กลับถูกเซียวซู่ซู่เอ่ยสวนกลับมา นางก็ได้แต่อดกลั้นเอาไว้

        “แปะๆๆ!”

         มีเสียงหนึ่งดังขึ้น

        ไม่ไกลนัก ทางอีกฝั่งหนึ่งของเรือ สวี่เว่ยหรานที่สวมใส่ชุดสีขาวบริสุทธิ์กำลังยืนอยู่ตรงตำแหน่งหัวเรือ ท่าทางผ่อนคลาย สบายๆ

        โครงหน้าแฝงไปด้วยความอ่อนโยน สีหน้าราบเรียบดุจผืนน้ำที่ไร้คลื่น แววตาเองก็ใสกระจ่าง ไร้สิ่งมัวหมอง

        ความจริงแล้วสวี่เว่ยหรานเป็นแขกที่ไม่ได้รับเชิญ แต่การปรากฏตัวตอนนี้ของเขาก็ทำให้บรรยากาศที่ตึงเครียดผ่อนคลายลงไม่น้อย

        เดิมเซียวเอินคิดจะรุดหน้าไปปกป้องเซียวซู่ซู่ แต่กลับถูกประโยคที่นางเอ่ยสวนกลับพวกคุณหนูเหล่านั้นทำให้นิ่งอึ้งไป นางพูดออกมาได้โหดร้ายและดุเดือด มิเสียแรงที่เป็นคนของสกุลเซียว

        ฮวาเชียนเย่เองก็ค่อยๆ ลุกขึ้นยืนพลางมองไปทางสวี่เว่ยหราน “ที่แท้เป็นองค์รัชทายาทจากแคว้นโยวเจิ้น บังเอิยเสียจริง”

        “บังเอิญจริงๆ” สวี่เว่ยหรานยิ้มออกมาโดยที่สีหน้ายังคงไม่เปลี่ยนแปลง ทว่าดวงตากลับจับจ้องไปทางเซียวซู่ซู่ที่ยืนอยู่ท่ามกลางหญิงสาวมากมาย

        ความนิ่งสงบ และสง่างามเหนือผู้คนเช่นนั้นทำให้สวี่เว่ยหรานชื่นชมออกมาจากใจจริง มิว่าจะมีความกดดันหรือถูกโจมตีแค่ไหน สตรีผู้นี้ก็ล้วนแต่จะสามารถสงบนิ่งได้เสมอ ไม่ธรรมดาจริงๆ

        ตัวเขาเองไม่ได้มองผิดไป

        สาเหตุที่สวี่เว่ยหรานยังคงอยู่ที่แคว้นป่ายฮวา มิได้กลับโยวเจิ้นไปนั้น เพราะว่าหนึ่ง แผนการของพวกเขาไม่อาจสำเร็จลุล่วงไปได้ด้วยดี สอง ก็เพราะว่าเซียวซู่ซู่ นางได้ดึงดูดความสนใจของเขาไว้แล้ว

        ในงานชมดอกฉยงฮวา เขาได้เห็นถึงความสามารถและท่าทางสงบนิ่งมิหวั่นต่อสถานการณ์ที่เผชิญของนางแล้ว ตอนนี้มาเห็นนางเป็นเช่นนี้อีก ยิ่งทำให้ในใจรู้สึกปิติยินดียิ่งนัก

        ประโยคเมื่อครู่แม้ว่าเขาจะอยู่ห่างออกไปไกลนัก แต่กำลังภายในของเขาเป็นเลิศทำให้ได้ยินอย่างชัดเจน

        สำหรับคำพูดดูถูกเหยียดหยามเช่นนั้น เซียวซู่ซู่มิเพียงสีหน้าราบเรียบเหมือนเดิมไม่เปลี่ยน แต่นางยังเอ่ยประโยคเช่นนั้นออกมา ทำให้คนยากที่จะโต้กลับได้อีกด้วย

        เรือทั้งสองค่อยๆ เข้าใกล้กันเรื่อยๆ สวี่เว่ยหรานจึงก้าวเท้าขึ้นมาบนเรือของฮวาเชียนเย่

        อย่างไรเสียเขาก็มีฐานะเป็นรัชทายาทของแคว้นโยวเจิ้น ฮวาเชียนเย่ไม่อาจหักหน้าเขาได้ จึงต้องต้อนรับด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม แม้บนใบหน้าของเขาจะไม่เห็นถึงความเปลี่ยนแปลงทางอารมณ์ ทว่าในใจของเขาเต็มไปด้วยความหงุดหงิดไม่สบอารมณ์

        เดิมเขาออกมาท่องเที่ยวก็พยายามไม่ให้เอิกเกริกมากแล้ว ก็เพียงเพื่อจะใช้โอกาสนี้กระชับความสัมพันธ์ระหว่างตนกับเซียวซู่ซู่ ให้เขาได้รู้จักสตรีผู้นี้มากขึ้นอีกขั้นหนึ่ง

        ฮวาหรูเสวี่ยเคยพูดแล้วว่าสตรีที่สามารถแก้ตารางหมากทั้งสิบได้ ทางด้านการทหารจะต้องสร้างความอัศจรรย์ได้อย่างแน่นอน

        ยังไม่ต้องไปสนว่าสตรีปัญญาอ่อนถึงสิบห้าปีนั้นฟื้นขึ้นมาภายในคืนเดียวแล้วมีความสามารถเก่งกาจถึงเพียงนี้ได้เช่นไร เพียงแค่ลักษณะและสติปัญญาเช่นนี้ก็ถือว่าล้ำค่ายิ่งนักแล้ว

        เพราะฉะนั้น จะต้องคว้าเอามาให้ได้

        อีกทั้งความในใจของสวี่เว่ยหรานและป๋ายหลี่ม่อ ทุกคนล้วนเห็นกันอย่างชัดเจน ตอนนี้ยิ่งมาพบกับสวี่เว่ยหรานที่นี่ แน่นอนที่ฮวาเชียนเย่จะรู้สึกไม่พอใจ เสมือนว่าโอกาสนี้ได้สร้างขึ้นมาให้แก่สวี่เว่ยหรานก็มิปาน

        สำหรับการปรากฎตัวของคนผู้นี้ หญิงสาวคนอื่นๆ ที่เดิมมีสีหน้าคล้ำเข้มก็ได้กลับมามีสีหน้าสดใสดุจดอกไม้แรกแย้มอย่างรวดเร็ว บุรุษรูปงามใครบ้างไม่ชื่นชอบ โดยเฉพาะแคว้นอย่างป่ายฮวาที่เห็นสตรีเป็นใหญ่ พวกนางยิ่งมีจิตใจกล้าหาญและเปิดเผยยิ่งนัก

        นอกจากเซียวซู่ซู่และฮวาเชียนจือแล้ว ทุกคนล้วนเร่งรุดไปด้านหน้า ห้อมล้อมสวี่เว่ยหรานและฮวาเชียนเย่เอาไว้ จากนั้นก็เริ่มเอ่ยปากถามคำถามมากมายออกมา

        แม้ว่าสตรีจะเป็นใหญ่ แต่ว่านิสัยเดิมของสตรีที่ชอบโหวกเหวกโวยวายยังคงไม่อาจแก้ไขได้

        “องค์รัชทายาทจะอยู่ที่นี่นานเพียงใดหรือเพคะ? ถ้าหากอยากเที่ยวเล่นชมเมือง ข้าสามารถพาท่านเที่ยวชมได้นะ”

         “ต้องรู้ว่าจุดชมทิวทัศน์และสถานโบราณของแคว้นป่ายฮวานั้นมีมากนัก องค์รัชทายาทมาถูกที่แล้วจริงๆ”

         “ทุกคนต่างก็พูดกันว่าองค์รัชทายาทเป็นคนอ่อนโยน มีสติปัญญาเฉลียวฉลาด วันนี้เมื่อได้พบ ช่างสมคำล่ำลือจริงๆ…”

          “…”

        ทิวทัศน์เบื้องหลังคือดอกบัวเบ่งบานอยู่กลางทะเลสาบ ขณะที่ภาพเบื้องหน้าคือกลุ่มสาวงามมากหน้าหลายตากำลังรวมตัวกันราวกับฝูงผีเสื้อที่กำลังโบยบินกันเป็นกลุ่มใหญ่ น้ำเสียงอ่อนหวานหยอกล้อของพวกนางดังออกมาไม่หยุดหย่อน

        และสวี่เว่ยหรานก็มีท่าทางประหนึ่งบุรุษอารมณ์ดี เขาค่อยๆ เอ่ยตอบคำถามของสาวงามทีละคน ปรากฏเป็นภาพที่งดงามและบรรยากาศที่สนุกสนาน ร่าเริงขึ้น ทำให้ฮวาเชียนเย่เองก็พอใจกับสถานการณ์ในตอนนี้เป็นอย่างมาก เพราะว่าการปรากฎตัวของสวี่เว่ยหราน ทำให้เหล่าสาวงามที่พูดจาหาเรื่องเซียวซู่ซู่นั้นได้เปลี่ยนเป้าหมายของตนใหม่

        กระทั่งเซียวเอินยังได้แต่ยิ้มพลางส่ายหน้าออกมาอย่างจนปัญญา

        พอดีกับจังหวะที่เซียวซู่ซู่หันมามองตน ทำให้เขารีบลุกขึ้นเดินไปด้านข้างของนาง ด้านข้างของนางตอนนี้ก็มีฮวาเชียนจือด้วยอีกคน ทว่าสตรีผู้นี้ เซียวเอินรู้ว่าอย่ายุ่งกับนางให้มากนักจะเป็นการดี หลบได้ไกลเท่าใดก็หลบให้ไกลเท่านั้น

        “เมื่อครู่…ไม่เป็นอันใดใช่หรือไม่” เซียวเอินมองไปทางเซียวซู่ซู่ด้วยแววตาที่สงสารและเจ็บปวดใจ

        เรื่องที่สลบไม่ได้สติมาเป็นเวลาสิบห้าปีนั้น กลายเป็นรอยแผลเป็นที่นางลบไม่ออกไปชั่วชีวิตแล้ว

       “มิเป็นไร ความจริงก็ไม่ใช่เรื่องใหญ่อันใด เป็นคนปัญญาอ่อนยังฉลาดยิ่งกว่าต้องคอยคิดแผนการร้ายรับมือผู้คนอย่างใครบ้างคนเสียอีก” เซียวซู่ซู่พูดออกมาประหนึ่งกำลังคิดจะสื่อถึงใครสักคน พลางกวาดสายตาไปมองกลุ่มคนเหล่านั้นแวบหนึ่ง

        เพราะว่าสวี่เว่ยหรานถูกสาวงามโอบล้อมเอาไว้ ทำให้เขาเองก็ไม่มีโอกาสไปพูดคุยกับเซียวซู่ซู่ มุมปากแม้จะกำลังกระดกขึ้นเป็นรอยยิ้ม แต่กลับแฝงด้วยความเบื่อหน่ายอยู่บ้าง

        ความเบื่อหน่ายนั้นไม่ได้แสดงออกมาชัดเจน แต่กลับไม่อาจรอดพ้นจากสายตาของเซียวซู่ซู่ไปได้ เมื่อเห็นเซียวซู่ซู่ ใจที่เป็นกังวลของเซียวเอินถึงจะสงบลงได้ในที่สุด

        แน่นอนว่าเขาเองก็รู้ว่าสตรีเหล่านั้นเพียงแค่อิจฉาริษยาเท่านั้น ด้วยท่าทีที่ฮวาเชียนเย่มีต่อเซียวซู่ซู่ พวกนางก็คงไม่กล้าที่ลงมือทำอะไรนางหรอก

        อย่างมากที่สุดก็แค่เอ่ยวาจาถากถาง

        แต่ที่เห็นได้ชัดก็คือ หากพูดถึงการปะทะฝีปากแล้วเซียวซู่ซู่เองก็มิได้ด้อยเช่นกัน

        นางเพียงแค่ไม่อยากจะไปคิดเล็กคิดน้อยกับพวกนางก็เท่านั้น

        “เจ้าสามารถด่าพวกนางกลับได้อย่างไม่ต้องสนใจอันใด” ฮวาเชียนจือกลับเอ่ยออกมาอย่างกะทันหัน นางได้สังเกตเซียวซู่ซู่มาเป็นเวลานานแล้ว

        เซียวซู่ซู่คิดไม่ถึงว่าสตรีผู้นี้จะเอ่ยออกมาในเวลาเช่นนี้ นางจึงเพียงแค่พยักหน้าและยิ้มตอบกลับไปอย่างมีมารยาท “ขอบพระทัยองค์หญิง ทว่า ไม่จำเป็นหรอก มิต้องกัดสุนัขทุกครั้งที่พวกมันกัดเราทุกครั้งจริงหรือไม่”

        ฮวาเชียนจือพยายามควบคุมอารมณ์ของตนเองเอาไว้ มิให้ระเบิดออกมา

        แล้วจึงยิ้มออกมาบางๆ “คุณหนูเล็กสกุลเซียว มีบุคลิกดุจแม่ทัพจริงๆ มิเสียทีที่เป็นถึงหลานสาวคนเดียวของท่านแม่ทัพเซียว”

       “องค์หญิงทรงชมเกินไปแล้ว” ในใจของเซียวซู่ซู่กระตุกขึ้นอย่างแรงครั้งหนึ่ง ตอนนี้นางรู้ว่าฮวาเชียนจือลดตัวของนางลง ถ้าหากนางตั้งใจจะหลบเลี่ยงฮวาเชียนจืออีก เกรงว่าจะต้องทำให้เกิดเรื่องขึ้นเป็นแน่

        ทว่าไม่หลบนางอีกทั้งยังทำท่าทางเปิดรับนาง เกรงว่าจะต้องเกิดเรื่องมากขึ้นไปอีก

        ในใจของนางรู้สึกถึงความไม่สงบเกิดขึ้น ฮวาเชียนจือผู้นี้เล่ห์เหลี่ยมแพรวพราวจริงๆ ถึงขั้นคิดวางแผนไปถึงสกุลเซียวแล้ว

        เซียวเอินที่อยู่ด้านข้างก็เห็นถึงความผิดปกติบางอย่าง คิ้วเข้มของเขาขมวดเข้าหากันเล็กน้อย ก่อนจะยกขาขึ้นเตะไปที่ขาของเซียวซู่ซู่ใต้โต๊ะเบาๆ ด้วยสีหน้าราบเรียบไม่เปลี่ยน เป็นการเตือนนางให้ระวัง ฮวาเชียนจือผู้นี้ มิใช่คนที่ธรรมดาจริงๆ

        ตอนนี้ ท่าทีของฮ่องเต้หญิงฮวาหรูเสวี่ยไม่มีผู้ใดรู้อย่างแน่ชัด จึงไม่มีใครกล้าแสดงท่าทีออกมาอย่างชัดเจน


ติดตามอัพเดทก่อนใคร ด้วยการกดไลค์แฟนเพจเรื่อง “ชายาคนงามของท่านอ๋องจอมโหด :  https://bit.ly/2MGbkiF

อ่านฟรีได้ที่นี่ หรือ
อ่านล่วงหน้า เร็วกว่าใครหลายร้อยตอนได้ที่เว็บไซต์ กวีบุ๊คhttps://www.kawebook.com/story/view/905

120/เล่ม (หากนับตอนฟรีจะเฉลี่ยอยู่ที่ 90-100 บาท/เล่มค่ะ ) เมื่อเทียบกับนิยายแปลเป็นเล่ม 30 ตอนเท่ากับ 1 เล่ม