0 Views

        งานชมดอกฉงฮวาจบไปแล้ว เหล่าชนชั้นสูงจากทั้งสามแคว้นต่างก็ทยอยกันกลับไป

        สกุลเซียวยังคงเป็นเช่นเดิม มิได้เกิดความเปลี่ยนแปลงอะไรขึ้นเพราะเรื่องที่เกิดในงานชมดอกฉงฮวาแม้แต่น้อย มีเพียงฐานะของเซียวมี่ในราชสำนักที่ค่อยๆ มีการเปลี่ยนแปลง

        ดูจากท่าทางของฮ่องเต้หญิงฮวาหรูเสวี่ยก็สามารถเห็นได้ชัดแล้ว

        และเหลยอวี๊เฟิงหลังจากที่ได้เห็นฮวาหรูเสวี่ยตกปากรับคำต่อคำขอของเซียวซู่ซู่แล้ว เขาก็ได้ออกจากแคว้นป่ายฮวาในวันนั้นทันที

        ตอนนี้เขาสามารถวางใจกับสถานการณ์ของหนานจิงลงได้แล้ว ในช่วงเวลาอันสั้นนี้มันจะไม่สามารถคุกคามต้าเยียนได้ และยิ่งจะไม่คุกคามต่อสำนักเหลยด้วย

        สำหรับเซียวซู่ซู่ สิ่งที่เขารู้สึกสนใจเป็นเพียงเพราะความสามารถและความฉลาดหลักแหลมของนาง อย่างอื่นเขาหาได้สนใจไม่

        ป๋ายหลี่ม่อและสวี่เว่ยหรานเดิมคิดจะใช้อำนาจของแคว้นตนแย่งเซียวซู่ซู่มา แต่ตอนนี้เพียงประโยคเดียวของฮวาหรูเสวี่ยที่ว่าราชสำนักจะไม่ยุ่งกับการแต่งงานของนาง คนทั้งสองจึงได้แต่ต้องกลับไปอย่างเงียบๆ จากนั้นค่อยคิดหาวิธีอื่น

        แน่นอนว่าเมื่อเป็นเช่นนี้ ก็ต้องใช้เวลาและการเตรียมพร้อมเป็นอย่างมาก อีกทั้งยังไม่อาจดึงแคว้นป่ายฮวาเข้ามาเกี่ยวข้องด้วยได้ ฮวาหรูเสวี่ยผู้นี้มีฝีมือไม่เบาจริงๆ

        เพียงพริบตาเดียว แผนการสร้างความขัดแย้งของอ้าวอวิ๋นและโยวเจิ้นก็ไม่อาจดำเนินการต่อได้อีก อีกทั้งเดิมอ้าวอวิ๋นและโยวเจิ้นก็มีความไม่พึงพอใจต่อกันอยู่บ้าง ทำให้แคว้นทั้งสองคงจะไม่ร่วมมือกันไปอีกช่วงระยะหนึ่ง

        เพราะฉะนั้น ภายในเวลาอันสั้นหนานเจียงยังถือว่าสงบสุขอยู่

        สงครามจะต้องเกิดขึ้นแน่ แต่คงต้องใช้เวลา

        ที่ฮวาหรูเสวี่ยทำเช่นนี้ เป็นเพราะว่านางต้องการเวลามาทำให้กำลังอำนาจของแคว้นป่ายฮวาแข็งแกร่งเพียงพออีกครั้ง มีเพียงวิธีการเช่นนี้ถึงจะสามารถยึดหนานเจียงมาได้ทั้งหมด

        ความทะเยอทะยานของนางมิใช่มีเพียงแค่แคว้นป่ายฮวาเท่านั้น

        โดยเวลาปกติแล้วเซียวซู่ซู่จะไม่ออกจากจวนสกุลเซียว นางจะทำเพียงแค่พูดคุยเรื่องทั่วไปกับเซียวเอิน บางครั้งพี่น้องคนอื่นๆ ก็จะมาหานางที่เรือน ทุกคนดื่มสุราสังสรรค์กันอย่างมีความสุข

        และเพราะว่าในงานดอกฉงฮวา เซียวซู่ซู่ได้แสดงความสามารถออกมาอย่างโดดเด่น ซึ่งก็ได้แสดงถึงฝีมืออันเก่งกาจของนางออกมา

        ในจวนสกุลเซียว เซียวเหยียน เซียวจู๋และคนอื่นๆ เมื่อไม่มีเรื่องอะไรทำนั้นก็มักจะยุให้นางบรรเลงเพลงให้ฟังสักบท หรือไม่ก็ให้ทุกคนร่วมกันต่อบทกลอน

        แน่นอนว่า บทลงโทษไม่เคยนับรวมเซียวซู่ซู่สักครั้งหนึ่ง

        ในช่วงระยะเวลานี้ ความนิ่งเรียบและเฉยชาบนร่างของเซียวซู่ซู่ก็ค่อยๆ หายไปเช่นกัน นางได้หลอมรวมเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของครอบครัวสกุลเซียวที่ใหญ่โตนี้แล้ว เรื่องราวในอดีตทั้งหลายก็ค่อยๆ ถูกฝังลึกเอาไว้ในใจ

        ทว่านิสัยเยือกเย็นของนางกลับไม่อาจเปลี่ยนแปลงได้ในระยะเวลาอันสั้น

        ต่อให้นางกำลังหัวเราะออกมาเสียงดัง นางก็ยังคงรู้สึกอ้างว้างอยู่เช่นเคย ความนิ่งสงบไม่สะท้านต่อสิ่งใดนั้นเป็นสิ่งที่แผ่ออกมาจากภายในกระดูกของนาง

        หลังจากจบบทเพลงกับดักสิบด้านแล้ว เสียงปรบมือก็ดังต่อเนื่องไม่หยุด

        “คุณหนูเล็ก ท่านเล่นได้ไพเราะยิ่งนัก” คนรับใช้อีกหลายคนก็ตามมาดูด้วย พวกเขาปรบมือเข้าหากันอย่างแรง พลางมีสีหน้ายิ้มแย้มขณะมองไปที่เซียวซู่ซู่ผู้สวมชุดกระโปรงยาวสีขาวบริสุทธิ์

        เซียวซู่ซู่ทำเพียงยิ้มบางๆ ก่อนจะเดินลงจากแท่นบรรเลงพิณ ยกตำแหน่งนั้นให้แก่เซียวเอิน

        รูปแบบหญิงสูงชายต่ำของแควนป่ายฮวาในช่วงเวลาอันสั้นนี้ก็ไม่อาจเปลี่ยนแปลงได้ และเซียวซู่ซู่ก็ไม่อาจคุ้นเคยกับมันได้ในเร็วๆ นี้เช่นกัน

        เซียวมี่ช่วงนี้กำลังยุ่งเป็นอย่างมาก ยุ่งจนไม่เป็นอันกินอันนอน อีกทั้งยังไม่มีเวลามาจัดการเรื่องภายในของจวน แต่กลับกลายเป็นว่าช่วงนี้เซียวเหยียนและเซียวจู๋มิได้ก่อเรื่องอะไรร้ายแรงขึ้น

        “คุณหนูเล็ก ทางวังหลวงได้ส่งเทียบเชิญมาให้ขอรับ” และในขณะที่เซียวเอินกำลังลงจากเวที พ่อบ้านก็ได้เร่งรุดก้าวเข้ามาก่อนที่จะยื่นมือทั้งสองที่ถือใบเทียบเชิญสีแดงสดไปตรงหน้าเซียวซู่ซู่

        คำว่าวังหลวงสองคำนั้นทำให้ทุกคนในสกุลเซียวต่างพากันเงียบเสียงลง อีกทั้งยังล้วนหันไปมองเซียวซู่ซู่ด้วยสายตาอิจฉา นานมากแล้วที่สกุลเซียวมิได้ถูกคนในวังหลวงเชิญไปงานเลี้ยง

        เซียวซู่ซู่ทำให้สกุลเซียวกลับมาเปล่งประกายอีกครั้ง แม้ว่าจะเป็นเพียงเพราะความสามารถอันโดดเด่น แต่นั่นก็เพียงพอแล้ว

        ตอนนี้ก็ยังได้ถูกเรียนเชิญจากวังหลวงอีก เกียรติยศเช่นนี้ยังคงทำให้คนอิจฉาตาร้อนได้ แต่สิ่งเหล่านี้สำหรับเซียวซู่ซู่แล้วกลับเป็นเหมือนภาระอันหนักอึ้ง นางมองเทียบเชิญสีแดงสดใบนั้น จะรับก็ไม่ใช่ จะไม่รับก็ไม่ใช่

        เซียวเอินนั้นรู้สึกดีใจแทนน้องสาวของตนออกมาจากใจจริง หลายวันมานี้ความสัมพันธ์ของพวกเขาดีมาก ตอนนี้ยิ่งไม่ได้คิดอะไรมากนักจึงยื่นมือออกไปรับแทนเซียวซู่ซู่ พลางหยิบเอาเศษเงินเล็กน้อยออกมาจากแขนเสื้อของตน “พ่อบ้าน เจ้ากลับไปแจ้งว่าคุณหนูเล็กของเราได้รับเทียบเชิญแล้ว จากนั้นก็เชิญพวกองครักษ์เหล่านั้นหลับไปเถิด”

          บรรยากาศที่แต่เดิมกำลังสนุกสนานอยู่นั้นก็ลดลงไปไม่น้อย เซียวเหยียนและเซียวจู๋หันมาสบตากันแวบหนึ่ง แต่พวกเขากลับไม่ได้เอ่ยอะไรออกมา ทว่าสีหน้าของพวกเขาล้วนไม่สู้ดีนัก

        และเซียวซู่ซู่เองก็ไม่ได้แสดงสีหน้าดีใจออกมาแม้แต่น้อย นางเพียงรับเทียบเชิญมาก่อนจะกวาดตามองมันด้วยสีหน้าราบเรียบ “งานเลี้ยงร้อยบุปผา…ช่างมีรูปแบบเป็นร้อยจริงๆ” น้ำเสียงมีความไม่พอใจเจือปนอยู่ บนใบหน้าก็มีความไม่ยินยอมปรากฏอยู่บ้าง เสมือนว่าเกียรติยศเช่นนี้ นางไม่ได้ชื่นชอบแม้แต่น้อย

        และในความเป็นจริง นางก็ไม่ชอบงานเลี้ยงเช่นนั้นจริงๆ การเข้าร่วมงานชมดอกฉงฮวานั้นก็เป็นเพราะถูกบีบจนไม่มีทางเลือก ราชโองการฮ่องเต้ยากจะขัดได้ ตอนนี้องค์ชายฮวาเชียนเย่ยังจะจัดงานเลี้ยงร้อยบุปผา ช่างชวนให้คนปวดเศียรเวียรศีรษะจริงๆ แต่ว่านางไม่ไปได้หรือ?

        นางรู้ว่าไม่สามารถปฏิเสธได้

        “ในเทียบเชิญบอกว่า ให้คนสกุลเซียวทั้งหลายไปร่วมงานเลี้ยงร้อยบุปผา ท่านป้าใหญ่และท่านป้ารอง ถ้าหากพวกท่านยินยอมก็ไปกับซู่ซู่เถิด ซู่ซู่เพิ่งฟื้นได้ไม่นานนัก รอบรู้เรื่องในวังหลวงก็น้อยเหลือเกิน เกรงว่าจะทำเรื่องที่ไม่สมควรไป” เซียวซู่ซู่นั้นรู้จักการดูสีหน้าคนเป็นที่สุด เมื่อก่อนตอนนางเป็นซูฉีฉีก็ได้ใช้การมองดูสีหน้าคนเพื่อให้มีชีวิตรอด

        เมื่อได้ยินเซียวซู่ซู่เอ่ยเช่นนั้น สีหน้าของคนบริเวณนั้นก็ดีขึ้นไม่น้อย ความจริงต่อให้เซียวซู่ซู่ไม่ทำเช่นนี้ พวกนางก็ไม่สามารถทำอันใดได้

        ทว่าเซียวซู่ซู่ไม่อยากจะให้ครอบครัวที่กว่าจะอยู่ด้วยกันอย่างสงบสุขได้นั้นต้องเกิดความบาดหมางกันอีก นางไม่ชอบชีวิตเช่นนั้น

        “ได้สิๆ” สตรีในสกุลเซียวก็มีเพียงเซียวเหยียนเซียวจู๋และเซียวซู่ซู่เท่านั้น บุรุษคนอื่นแน่นอนว่าไม่มีสิทธิ์ที่จะเข้าร่วม

        ตอนนี้เซียวเหยียนและเซียวจู๋รู้สึกว่าเซียวซู่ซู่นั้นน่ารักและจิตใจดีงามเหลือเกิน

        บุรุษที่เหลือกลับมีสีหน้าโศกเศร้า เหล่าคุณชายที่เกิดในครอบครัวมีฐานะที่ดีเช่นนี้ย่อมเคยชินกับชีวิตที่มักจะเต็มไปด้วยงานเลี้ยงดื่มสังสรรค์กัน อีกทั้งยังชื่นชอบความครึกครื้นอย่างพวกเขาเวลานี้กลับไม่อาจไปร่วมงานเลี้ยงร้อยบุปผาได้ แน่นอนว่าพวกเขาล้วนรู้สึกไม่ยินดีนัก

        ทว่าพวกเขาที่เกิดเป็นบุรุษนั้นก็ไม่มีทางเลือกอื่น ได้แต่เพียงเก็บความไม่พอใจไว้กับตน

        “พี่ใหญ่ พรุ่งนี้ ท่านก็ไปกับข้าเถิด” เซียวซู่ซู่มองไปทางเซียวเอินก่อนจะเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงราบเรียบ แม้ว่านางจะเป็นสตรีที่ในแคว้นป่ายฮวาที่มีฐานะสูงกว่าผู้อื่นหนึ่งระดับ แต่ว่านางที่เติบโตในต้าเยียนนั้นกลับไม่อาจเคยชินกับธรรมเนียมเช่นนี้ได้ ตอนนี้ยิ่งหวังว่าเซียวเอินจะติดตามอยู่ข้างกาย คอยเพิ่มความกล้าให้กับนาง

        นางมิใช่ว่ากลัวคนในวังหลวง แต่ว่านางมิชอบงานเลี้ยงที่ต้องตีหน้าเสแสร้ง แกล้งทำเป็นดีกับผู้คน มีเซียวเอินอยู่ด้วย ยังสามารถช่วยนางรับมือได้บ้าง

        เซียวเอินแม้จะมีท่าทางคล้ายสตรีอยู่บ้าง แต่โดยรวมแล้วก็ถือว่าเคยเผชิญหน้ากับปัญหาใหญ่มาไม่น้อย

        ร้านค้าหลายร้านในสกุลเซียวก็ได้เขาคอยดูแลจัดการอยู่ลับๆ เพราะว่าเซียวเหยียนและเซียวจู๋รู้แต่เพียงการสังสรรค์เที่ยวเล่นไปวันๆ เซียวมี่จึงไม่อาจวางใจฝากร้านค้าทั้งหมดไว้ในมือของพวกนาง เพราะฉะนั้นเซียวซู่ซู่ก็เชื่อในความสามารถของเซียวเอินเช่นกัน

        แต่ว่าประโยคเดียวของเซียวซู่ซู่ในตอนนี้ กลับทำให้ทุกคนในที่นั่นต้องอึ้งค้างไป กระทั่งเซียวเอินยังนิ่งอึ้งไปชั่วขณะ สายตาของเขาจ้องค้างไปทางเซียวซู่ซู่

        เซียวซู่ซู่ยิ้มออกมาอย่างไม่ค่อยเป็นธรรมชาตินัก นางเองก็รู้ว่าตนทำผิดธรรมเนียมแล้ว ทว่าคำพูดได้เอ่ยออกไปแล้ว นางในตอนนี้ก็ไม่คิดจะคืนคำ “คนที่จัดงานเลี้ยงร้อยบุปผานั้นเป็นองค์ชาย เขาเองก็เป็นบุรุษ ท่านไปก็ไม่ส่งผลกระทบอันใดหรอก”

         “แต่ว่า…” เซียวเหยียนยังคงกังวลอยู่บ้าง

        เซียวซู่ซู่ได้ตัดสินใจแล้ว จะไม่เปลี่ยนแปลงโดยง่าย นางเอ่ยขัดเซียวเหยียนด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม “ท่านป้าใหญ่ ท่านวางใจเถิด มีเรื่องอะไรข้าจะรับไว้เอง ไม่ให้พี่ใหญ่เป็นอะไรไปแน่”

        เซียวเอินเป็นบุตรชายคนโตของเซียวเหยียน แน่นอนว่านางเองก็ยินยอมให้เขาไปร่วมงานเลี้ยงเช่นนี้ แต่ว่าเช่นนี้ก็ถือเป็นการเสี่ยงอันตราย

        ตลอดหลายปีที่ผ่านมา งานรวมตัวของเชื้อพระวงศ์มักจะไม่อนุญาตให้บุรุษเข้าร่วม นอกจากจะได้รับราชโองการพิเศษจากฮ่องเต้ ตอนนี้จะแหกกฏเพียงเพราะเซียวซู่ซู่ได้อย่างนั้นจริงหรือ?

        เมื่อเห็นสีหน้าเด็ดเดี่ยวของเซียวซู่ซู่ เซียวเหยียนก็ไม่อาจเอ่ยอะไรออกมาได้อีก

        และเซียวเอินกลับดูยินยอมเป็นอย่างมากที่จะไปกับเซียวซู่ซู่ เขาเองก็กลัวว่าเซียวซู่ซู่จะถูกเชื้อพระวงศ์รังแก ต้องรู้กันว่าพวกองค์หญิงที่เติบโตในวังหลวงนั้นล้วนรับมือไม่ง่ายกันทั้งนั้น

        ด้วยนิสัยที่เยือกเย็นและเฉยชาของเซียวซู่ซู่จะต้องไม่เป็นที่ชื่นชอบของพวกนางแน่ อีกทั้งเซียวซู่ซู่เพิ่งจะฟื้นได้ไม่นาน เรื่องทุกอย่างในงานเลี้ยงนางก็ไม่เข้าใจแม้แต่นิดเดียว

        ถ้าหาก พวกนั้นหาเหตุผลสักข้อมาทำร้ายนาง มีเซียวเอินอยู่ก็สามารถช่วยนางรับมือได้ช่วงหนึ่ง


ติดตามอัพเดทก่อนใคร ด้วยการกดไลค์แฟนเพจเรื่อง “ชายาคนงามของท่านอ๋องจอมโหด :  https://bit.ly/2MGbkiF

อ่านฟรีได้ที่นี่ หรือ
อ่านล่วงหน้า เร็วกว่าใครหลายร้อยตอนได้ที่เว็บไซต์ กวีบุ๊คhttps://www.kawebook.com/story/view/905

120/เล่ม (หากนับตอนฟรีจะเฉลี่ยอยู่ที่ 90-100 บาท/เล่มค่ะ ) เมื่อเทียบกับนิยายแปลเป็นเล่ม 30 ตอนเท่ากับ 1 เล่ม