0 Views

        หลังจากเกิดเสียงโห่ร้องอย่างดังขึ้นแล้ว บรรยากาศโดยรอบก็กลับมาสงบอีกครั้ง

        สีหน้าของสวี่เหว่ยหรานและป๋ายหลี่ม่อมีอารมณ์ที่แตกต่างกันออกไป ทว่าทั้งคู่ล้วนมีสีหน้าร้อนรน สิ่งที่พวกเขากลัวก็คือการที่ฮวาหรูเสวี่ยจะยอมรับข้อเสนอนี้ งานชมดอกฉยงฮวาได้จัดขึ้นมาเป็นพันปีแล้ว และนี้ก็เป็นครั้งแรกที่มีคนเสนอคำขอเช่นนี้ออกมา

        เซียวซู่ซู่ผู้นี้ช่างต่างกับผู้อื่นจริงๆ ทำให้คนทั้งหลายล้วนไม่อาจคาดเดาได้

        แน่นอนว่าป๋ายหลี่ม่อนั้นรู้สึกร้อนรนเป็นที่สุด เพราะว่าเขาได้พลาดไปครั้งหนึ่งแล้ว ไม่อยากจะสูญเสียอะไรไปอีก

        แต่ว่าต่อหน้าคนชนชั้นสูงและบุคคลผู้ทรงอำนาจของทั้งสามแคว้น เขาก็ไม่อาจขอคืนคำเกี่ยวกับการถอนหมั้นตรงนั้นได้ เช่นนั้นไม่เพียงแต่เขาป๋ายหลี่ม่อจะขายหน้าจนสิ้น กระทั่งแคว้นอ้าวอวิ๋นเองก็จะขายหน้าเพราะเขาเช่นกัน

        เพราะฉะนั้นเขาทำได้เพียงแค่มองดูอย่างร้อนรน ทำอะไรไม่ได้

        เมื่อเทียบกับหนานกงม่อ เขากลับมีสีหน้านิ่งเฉย อีกทั้งยังจ้องมองสตรีที่กำลังคุกเข่าอยู่ตรงนั้น นางสวมชุดขาวบริสุทธิ์ไม่หรูหราแต่กลับสง่างาม อีกทั้งนางยังมีท่าทางเรียบร้อย มีมารยาทสมกับที่เป็นกุลสตรี

        ความจริงแล้วคำขอของเซียวซู่ซู่มิถือว่าเกินไปนัก เพียงแต่ว่าตั้งแต่โบราณมาไม่เคยมีผู้ใดเอ่ยขอเช่นนี้มาก่อน เพราะฉะนั้นจึงทำให้ผู้คนในที่นั้นยากจะยอมรับได้

        เซียวมี่มองไปทางหลานสาวของตนที่กำลังคุกเข่าอยู่ นางมีสีหน้าสงสารและเจ็บปวดใจเพราะนางก็เข้าใจความรู้สึกของเซียวซู่ซู่เช่นกัน

        นางกำมือแน่นก่อนจะเดินไปเบื้องหน้า จากนั้นก็สะบัดชายกระโปรงและคุกเข่าลงเช่นกัน “หม่อมฉันขอให้ฝ่าบาททรงเข้าใจถึงสถานภาพที่ซู่ซู่ได้เผชิญ” ประโยคนี้ ความจริงแล้วทุกคนล้วนเข้าใจเป็นอย่างดี

        ในขณะที่ชื่อเสียงของเซียวซู่ซู่โด่งดังไปทั่วหล้า ข่าวที่นางถูกองค์ชายเก้าแห่งแคว้นอ้าวอวิ๋นถอนหมั้นก็ถูกแผ่กระจายออกไปเช่นกัน

        แต่ว่าไม่มีใครหัวเราะเยาะสกุลเซียว กลับเย้ยหยันป๋ายหลี่ม่อว่ามีตาหามีแววไม่ สมบัติล้ำค่ากลับไม่รู้จักรักษา

        สำหรับฮวาหรูเสวี่ยแล้ว เดิมนี่เป็นสิ่งที่ที่นางปรารถนา แต่นางเพียงรอให้ทุกคนโดยรอบสงบลงเสียก่อนจึงจะยอมพยักหน้า

        ตอนนี้เซียวมี่เองก็คุกเข่าอยู่ ยิ่งเหมาะจะเป็นโอกาสให้นางได้ซื้อใจประชาชน หลายปีมานี้ราชสำนักได้กดขี่ข่มเหงสกุลเซียวอย่างเห็นได้ชัด ถ้าอยากจะดึงมาเป็นพรรคพวกอีกก็เกรงว่ายังคงยากลำบากอยู่มากนัก ใช้โอกาสในตอนนี้ เป็นอะไรที่เหมาะสมยิ่ง

        “ได้ ข้าอนุญาตให้คุณหนูเล็กสกุลเซียวแต่งงานได้อย่างอิสระ นับจากนี้ราชสำนักจะไม่ยุ่งโดยเด็ดขาด”

        เสียงของฮวาหรูเสวี่ยก้องกังวานแฝงไปด้วยบารมีอำนาจ ทำให้ผู้คนในที่นั้นได้ยินกันอย่างชัดเจน

        เสียงโห่ร้องด้านล่างดังขึ้นอีกครั้ง

        เซียวซู่ซู่และเซียวมี่ถวายความเคารพอีกครั้ง ก่อนจะค่อยๆ ลุกขึ้น “ขอบพระทัยฝ่าบาท”

        ยายหลานหันมาสบตากัน ก่อนที่ต่างฝ่ายจะรีบเก็บสีหน้าอารมณ์ของตน

        แม้ว่าฮวาหรูเสวี่ยจะทำเช่นนี้ถือเป็นการให้ผลประโยชน์อย่างดีกับสกุลเซียว แต่ว่าผลประโยชน์ที่สูงกว่ายังคงอยู่ในกำมือของฮวาหรูเสวี่ย นางไม่อยากทำให้แคว้นป่ายฮวาต้องตกอยู่ในอันตรายเพียงเพราะเซียวซู่ซู่

        การให้อิสระเช่นนี้กับนาง กลับทำให้อ้าวอวิ๋นและโยวเจิ้นมิอาจหาเรื่องราชสำนักของแคว้นป่ายฮวาได้ ปัญหาทุกอย่างก็จะถูกส่งต่อไปให้กับสกุลเซียว

        แต่ที่ทำให้ฮวาหรูเสวี่ยปวดหัวยิ่งกว่าคือบุตรชายของตน ฮวาเชียนเย่ ที่เดิมก็เป็นคนที่มีเล่ห์เหลี่ยมแพรวพราว อีกทั้งยังไม่เคยเปิดเผยความรู้สึกออกมาผ่านทางใบหน้า นี่ก็เป็นสิ่งที่นางปลูกฝังเขามาตั้งแต่เล็กและฮวาเชียนเย่ก็ได้ทำตามที่นางสั่งสอนเป็นอย่างดี มิเคยทำให้นางผิดหวังแม้แต่น้อย

        แต่ครั้งนี้ กลับทางให้นางมีโทสะอยู่บ้าง เพียงเพราะสตรีคนเดียวเขากลับแสดงออกมาอย่างโจ่งแจ้งถึงเพียงนั้น กระทั่งเหลยอวี๊เฟิงยังดูความคิดของเขาออก ความพยายามและตั้งใจตลอดหลายปีนี้ของนางก็ถือว่าสูญเปล่าจริงๆ

        คนที่จะทำการใหญ่ จะมัวแต่มาสนใจความรักแบบหนุ่มสาวได้อย่างไร

        สตรีต่อให้เก่งกาจแล้วอย่างไร นางก็เป็นได้เพียงสิ่งที่มาขวางกั้นเขาจากการยึดครองแผ่นดินเท่านั้น ผู้คนไม่รู้ถึงความทะเยอทะยานของฮวาหรูเสวี่ย หลายปีมานี้ทุกอย่างที่นางทำล้วนเพราะมีแผนการชั่วร้ายทั้งนั้น

        จนกระทั่งเซียวซู่ซู่ค่อยๆ ก้าวลงจากเวทีหยกขาวเสียงร้องด้านล่างถึงจะเบาลงบ้าง ทว่ายังคงมีเหล่าคุณชาย อ๋องน้อยจำนวนไม่น้อยที่โวยวายว่าไม่ยุติธรรม เดิมคิดว่าครั้งนี้จะสามารถรับเอายอดบุปผากลับบ้านไปได้ แต่กลับคิดไม่ถึงว่า หนึ่งผู้ที่คว้าชัยมาครั้งนี้จะเป็นสตรีจากแคว้นป่ายฮวา สตรีที่ทำได้เพียงแต่งเข้ามิใช่แต่งออก สองทางราชสำนักป่ายฮวากลับอนุมัติคำขอของนาง ให้นางแต่งงานได้อย่างอิสระ

        เช่นนั้นการเดินทางมาเมืองอวิ๋นอันไกลโพ้นนี้ ก็ถือเป็นเพียงแค่การมาดูงานเลี้ยงครึกครื้นแต่เพียงเท่านั้น

        ในบรรดาสตรี ผู้ที่ครองอันดับสองก็คือฮวาเชียนจือ นางเป็นถึงธิดาของฮ่องเต้หญิง เป็นผู้มาสืบทอดตำแหน่งในอนาคต ยิ่งไม่มีใครกล้ามีความคิดอันใดต่อนาง

        ตอนนี้โทสะของผู้คนกำลังลุกโชน แต่ก็ไม่อาจแสดงออกมาได้เท่าใดนัก เพราะฉะนั้นด้านล่างจึงมีเสียงบ่นรำพึงรำพันของผู้คนดังออกมาเบาๆ เท่านั้น

        เซียวซู่ซู่ขมวดคิ้วเบาๆ นางรู้สึกอารมณ์ไม่ดีอยู่บ้าง ก่อนจะรีบก้าวเท้าเดินไปทางตำแหน่งที่คนสกุลเซียวกำลังนั่งกันอยู่

        เซียวเอินรีบรุดไปด้านหน้าเพื่อพยุงนางพลางเอ่ยออกมายิ้มๆ “ยินดีกับน้องเล็กด้วย ที่ได้สมใจปรารถนา”

        แน่นอนว่าในใจของเซียวซู่ซู่มีความสุขเป็นอย่างมาก ทว่านางก็ไม่ได้แสดงสีหน้าอะไรออกมา ทำเพียงแค่ยิ้มบางๆ ก่อนจะนั่งลงที่เดิมด้วยท่าทางสบายๆ

        นางเองก็รู้ว่าที่ฮวาหรูเสวี่ยตอบรับอย่างมีความสุขนั้น มิใช่เพราะว่าเซียวมี่ออกหน้า แต่เป็นเพราะนางอยากจะหลอกใช้ตนเท่านั้น

        อย่างไรเสีย สิ่งที่นางต้องการก็คืออิสระเสรี ชาตินี้นางจะต้องควบคุมชะตาชีวิตด้วยมือของตนเอง ฮวาหรูเสวี่ยคิดอยากจะหลุดพ้นจากความกดดันของทั้งสองแคว้น แต่นางและสกุลเซียวกลับไม่แน่ว่าจะหลุดพ้นออกไปได้

        สรุปแล้วก็ทำได้เพียงแค่ดูสถานการณ์ต่อไปเรื่อยๆ ศึกมาก็ค่อยออกรบ น้ำมาก็ค่อยเอาดินกลบก็แล้วกัน

        ตอนนี้นางมองเห็นสีหน้าที่บูดบึ้งของป๋ายหลี่ม่อก็อดมิได้ที่จะหัวเราะเสียงดังออกมา ทำผิดต่อเซียวซู่ซู่ก็อย่าหวังจะได้อยู่อย่างสุขสบายอีก เวลานี้นางแค่อยากจะเห็นท่าทีเสียใจต่อการกระทำของตนเองจากป๋ายหลี่ม่อเท่านั้น

        “ป๋ายหลี่ม่อครั้งนี้คงไม่กล้าใช้อำนาจบีบคั้นอีกแล้วกระมัง” เซียวเอินเองก็มีสีหน้าเคียดแค้นปรากฏขึ้น เขาจ้องไปทางแคว้นอ้าวอวิ๋นอย่างไม่สบอารมณ์ เหอะ วันนั้นที่สกุลเซียวเขาทำท่าทางประหนึ่งไม่เห็นผู้ใดอยู่ในสายตา วางอำนาจบาตรใหญ่ ทำให้คนรู้สึกโมโหยิ่งนัก”

        ตอนนี้ถึงเวลาที่ป๋ายหลี่ม่อเองก็ต้องโมโหแล้วกระมัง

        “ซู่ซู่ ทำได้ดีมาก”  เซียวจู๋เองก็เดินหน้าขึ้นมาตบเบาๆ ลงบนบ่าของเซียวซู่ซู่

        ตอนนี้ เรื่องราวความแค้นในอดีตได้ถูกทิ้งไปหมดแล้ว สกุลเซียวในตอนนี้ได้รวมใจเป็นหนึ่งเดียว

        บรรยากาศปรองดองรักใคร่เช่นนี้ทำให้ในใจของเซียวซู่ซู่ก็รู้สึกอบอุ่นขึ้นมาอีกครั้ง รอยยิ้มบนใบหน้าของนางก็หยั่งลึกมากขึ้น ในดวงตาทั้งสองก็มีประกายระยิบระยับปรากฏขึ้น

        นางชอบทุกอย่างในตอนนี้จริงๆ ต่อให้ต้องเผชิญหน้ากับแคว้นอ้าวอวิ๋นและแคว้นโยวเจิ้น นางก็ไม่กลัว เพราะว่าด้านหลังของนางมีสกุลเซียว มิได้เป็นเหมือนเมื่อก่อนที่ต้องโดดเดี่ยวอ้างว้าง อยู่ตัวคนเดียวเช่นนั้นอีก

        เมื่อคิดถึงเรื่องราวต่างๆ ในชาติก่อน อยู่ๆ เซียวซู่ซู่ก็แหงนหน้าขึ้นไปมองเหลยอวี๊เฟิงที่ยืนอยู่ข้างฮวาหรูเสวี่ยแวบหนึ่ง และก็พบว่าเหลยอวี๊เฟิงเองก็กำลังมองมาทางตน ก่อนที่คนทั้งสองจะเบือนสายตาหนีไปทางอื่นพร้อมกัน

        แต่คนทั้งสองกลับมีความคิดที่ต่างกันออกไป

        จากเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อครู่นี้ ความรู้สึกที่เหลยอวี๊เฟิงมีต่อเซียวซู่ซู่นั้นมิใช่เพียงแค่ความสนใจอีกต่อไป และเซียวซู่ซู่ที่รีบเบือนสายตาหนีนั้นก็เพราะว่ากลัวจะแสดงความคิดในใจของตนออกมา เพราะเมื่อเห็นเหลยอวี๊เฟิงและฮวาเชียนจือ ทำให้นางอดมิได้ที่จะนึกถึงม่อเวิ่นเฉิน บุรุษที่ทำให้นางทั้งรักทั้งแค้น อยากจะปล่อยวางแต่ก็ทำไม่ได้

        ฮวาเชียนจือเองก็มองไปทางเซียวซู่ซู่ ดวงตาที่สงบนิ่งกลับแฝงไปด้วยคลื่นลมที่โหมกระหน่ำ ที่ต้าเยียนมีซูฉีฉีคอยเตรียมจะแย่งทุกอย่างไปจากตนตลอดเวลา กระทั่งความปรารถนาสุดท้ายของตนก็ไม่อาจสำเร็จลงได้ กลับมาที่แคว้นป่ายฮวา เดิมคิดว่าทุกอย่างจะไม่เหมือนกับในอดีตอีก ไหนเลยจะรู้ว่าที่นี่กลับมีเซียวซู่ซู่

        ความนิ่งสงบเช่นนั้นช่างเหมือนกับสตรีผู้นั้นเหลือเกิน ทำให้บางครั้งนางก็รู้สึกหวาดกลัวไม่น้อย

        แต่เมื่อเพ่งดูอย่างละเอียด เซียวซู่ซู่ก็คือเซียวซู่ซู่ ซูฉีฉีก็คือซูฉีฉี อย่างไรเสียนางก็เห็นกับตาว่าดาบได้แทงทะลุหัวใจของซูฉีฉี อีกทั้งนางก็ได้กระโดดลงเหวลึกแล้ว แต่ความกระวนกระวายในใจกลับรู้สึกยากที่จะกลับมาสงบได้อีก

        อีกทั้งยังมีสถานการณ์ที่ซับซ้อนของแคว้นป่ายฮวา ทำให้นางรู้สึกไร้เรี่ยวแรงที่จะเผชิญหน้า เดิมทีการกลับมาของนางก็เป็นเพียงแค่ฉากบังหน้าเท่านั้น นางเองก็เป็นคนฉลาดย่อมเข้าใจถึงแผนการของฮวาหรูเสวี่ย อีกทั้งยังเห็นถึงอำนาจของฮวาเชียนเย่ที่ไม่ว่านางจะพยายามชั่วชีวิตก็มิอาจเทียบเทียมได้

       ในที่สุดนางก็รู้แล้วว่า ทำไมต่อหน้าขุนนางนับร้อยฮวาหรูเสวี่ยถึงมิได้เปิดเผยฐานะของตน เพราะฮวาหรูเสวี่ยต้องการจะใช้นางเป็นหมากตัวหนึ่งในการเบี่ยงเบนความสนในของเหล่าขุนนางเท่านั้น สถานะเช่นนี้ทำให้นางรู้สึกไม่พอใจ แต่กลับไม่สามารถทำอะไรได้


ติดตามอัพเดทก่อนใคร ด้วยการกดไลค์แฟนเพจเรื่อง “ชายาคนงามของท่านอ๋องจอมโหด :  https://bit.ly/2MGbkiF

อ่านฟรีได้ที่นี่ หรือ
อ่านล่วงหน้า เร็วกว่าใครหลายร้อยตอนได้ที่เว็บไซต์ กวีบุ๊คhttps://www.kawebook.com/story/view/905

120/เล่ม (หากนับตอนฟรีจะเฉลี่ยอยู่ที่ 90-100 บาท/เล่มค่ะ ) เมื่อเทียบกับนิยายแปลเป็นเล่ม 30 ตอนเท่ากับ 1 เล่ม