0 Views

         แผนการที่สวี่เว่ยหรานวางไว้อย่างดีกลับถูกเซียวซู่ซู่ทำจนพัง เพียงเพราะความสามารถที่เก่งกาจเหนือผู้คนของนาง

        ตำแหน่งยอดบุปผาตกเป็นของสกุลเซียวอย่างไม่ต้องสงสัย การแข่งขันประเภทสุดท้าย ฮวาเชียนจือไม่อาจทำตัวให้โดดเด่นสะดุดสายตาได้อีก อีกทั้งยังพ่ายแพ้ให้กับเซียวซู่ซู่ เพียงเพราะว่าเซียวซู่ซู่ได้เลือกบทกลอนท่อนบนที่คนจำนวนมากคิดจนกินไม่ได้นอนไม่หลับก็ยังไม่สามารถเขียนต่อได้

        อีกทั้งตำแหน่งยอดบุปผาฝ่ายชายก็ตกเป็นของสกุลเซียวเช่นกัน โดยมีเซียนเอินเป็นผู้ได้รับตำแหน่ง สกุลเซียวได้กลายเป็นจุดสนใจของเมืองอวิ๋นอีกครั้ง เหมือนกับเซียวมี่ในปีนั้น ที่สร้างความสั่นสะเทือนไปทั้งราชสำนัก

        เพียงแต่ว่าเซียวมี่นั้นได้ใช้วรยุทธ์อันล้ำเลิศของตนในการทำให้ราชสำนักสั่นสะเทือน แต่เซียวเอินและเซียวซู่ซู่นั้นกลับใช้ความรู้ความสามารถประกาศให้คนทั่วแผ่นดินได้รู้จักพวกเขา

        วันนี้คนที่สงบนิ่งที่สุดกลับเป็นเหลยอวี๊เฟิง แต่เขากลับกำลังจ้องไปที่เซียวซู่ซู่ซึ่งยืนอยู่บนเวทีพร้อมศีรษะที่ประดับด้วยมงกุฏดอกไม้อย่างตื่นเต้น แววตาของเขาเต็มไปด้วยแสงแห่งความหวัง

        ต่างกลับทุกคนในที่นี้ ที่เขาล้วนไม่เห็นอยู่ในสายตา ความจริงแล้วทุกครั้งที่เขาเห็นเซียวซู่ซู่ ก็อดมิได้ที่จะนึกถึงสตรีอีกคนหนึ่งเสมอ

        นึกถึงซูฉีฉีที่เสียชีวิตลงอย่างน่าอนาถภายใต้คมดาบของม่อเวิ่นเฉิน ตอนนั้นเขาเห็นนางกระโดดลงเหวไปอย่างไม่ลังเล ในใจก็รู้สึกเจ็บปวดขึ้นมา

        ตอนนี้เมื่อคิดถึงตอนนั้น ก็ยังคงรู้สึกเจ็บปวดอยู่บ้าง

        เซียวซู่ซู่นั้นเป็นดุจแสงสว่าง สาดส่องอยู่เหนือผู้คนอย่างมิต้องสงสัย เพียงแต่ว่าในรอยยิ้มของนางกลับแฝงด้วยความอ้างว้างอยู่จางๆ ในแววตาก็มีความเฉยชาอยู่หลายส่วน แม้ว่านางจะพยายามปิดบังมันเอาไว้ แต่ก็ไม่สามารถรอดพ้นจากสายตาของเหลยอวี๊เฟิงไปได้

        เพียงแต่ว่าความอ้างว้างและเฉยชาหลายส่วนของนาง กลับทำให้เขานึกถึงซูฉีฉีขึ้นมา

        เขากำลังคิดว่า ซูฉีฉีเองก็มีความสามารถโดดเด่นเช่นนี้เหมือนกัน แต่น่าเสียดายที่นางเกิดในสกุลซู และเกิดมามีน้องสาวอย่างซูเมิ่งหรู ถ้าหากไม่ใช่เช่นนั้น นางเองก็คงโดดเด่นเป็นสง่าเช่นนี้เหมือนกันกระมัง

        อย่างน้อยภายหลังที่นางมาอยู่ตำหนักอ๋องติ้งเป่ยโหว ความสามารถของนางก็ค่อยๆ มีโอกาสได้เปิดเผยออกมา อีกทั้งม่อเวิ่นเฉินเองก็ชื่นชมเป็นอย่างมาก

        บางครั้งเขาก็กำลังคิดว่า ตอนแรกที่ตนทำการพนันกับม่อเวิ่นเฉินนั้นเป็นเรื่องที่ถูกหรือผิดกันแน่

        “ท่านคิดว่า สวี่เว่ยหรานจะทำเช่นไร?” ตอนนี้ฮวาหรูเสวี่ยกลับมีรอยยิ้มงดงามประดับบนใบหน้าขณะเอ่ยถามหลี่อวี๊เฟิง แม้ว่าวันนั้นคนทั้งสองจะจบบทสนทนาได้ไม่ดีนัก แต่ว่าฮวาหรูเสวี่ยเป็นคนประเภทไหน แน่นอนว่านางไม่มีทางเฉยเมยต่อเหลยอวี๊เฟิงเพียงเพราะเรื่องแค่นั้นอย่างแน่นอน

        นางเองก็ทิ้งประโยคหนึ่งไว้ให้กับเหลยอวี๊เฟิง ขอแค่ท่านมีฝีมือมากพอ เซียวซู่ซู่ นางพร้อมจะมอบให้เขา

        เดิมคิดอยากใช้ฮวาเชียนจือมาเกาะติดเหลยอวี๊เฟิง แต่ว่าจากเมื่อวานจนถึงวันนี้ นางเห็นได้อย่างชัดเจนว่าเจ้าสำนักเหลยผู้นี้ไม่แม้แต่จะชายตามองฮวาเชียนจือเลยสักครั้งเดียว ต่อให้เป็นสตรีรูปโฉมงดงาม ก็หาใช่สิ่งที่เหลยอวี๊เฟิงต้องการ จุดนี้ทำให้ฮวาหรูเสวี่ยผิดหวังเหลือเกิน

        แต่ว่า ตอนนี้ยังคงมีเซียวซู่ซู่อยู่ นางไม่ได้คิดจะให้เซียวซู่ซู่ลงมือทำอะไรจริงๆ ขอเพียงสามารถสร้างความบาดหมางระหว่างอ้าวอวิ๋นและโยวเจิ้นสองแคว้นนี้ได้เท่านั้น

        เพียงพอแล้ว

        นางเองก็รู้ ว่าด้วยอำนาจของเซียวมี่ในตอนนี้ นางยังไม่สามารถขาดสกุลเซียวไปได้

        การตกลงให้ป๋ายหลี่ม่อถอนหมั้นนั้นก็เป็นเพราะว่าตอนนั้นเซียวซู่ซู่เป็นหญิงปัญญาอ่อนจริงๆ นางรู้ว่าสกุลเซียวจะต้องไม่ถือสาอะไรจากเรื่องนี้

        แต่ตอนนี้ไม่เหมือนเดิมแล้ว เซียวซู่ซู่กลับกลายเป็นสตรีสูงส่ง ได้รับการชื่นชมและจับตามองจากผู้คนนับหมื่น

        ถ้าหากรู้แต่แรกว่าเซียวซู่ซู่เป็นหญิงที่เฉลียวฉลาดถึงเพียงนี้ บางทีนางอาจจะยอมถอนหมั้นระหว่างสองแคว้นตั้งแต่แรกแล้วก็เป็นได้

        ฮวาหรูเสวี่ยปีนั้นเกือบจะโดนพี่สาวน้องสาวของตนหลายคนวางแผนลอบสังหาร ทำให้นางต้องส่งธิดาของตนเองไปฝากไว้ที่ต้าเยียน ทั้งหมดก็ล้วนเป็นเพราะว่านางมักจะหาใช้ผลประโยชน์ทุกอย่างจากคนหรือเรื่องรอบข้างทั้งหมดเสมอ

        ก็เหมือนกับเซียวซู่ซู่ในตอนนี้

        ตั้งแต่วันแรก นางก็ได้วางแผนแล้วว่าจะใช้ประโยชน์จากสาวน้อยผู้นี้อย่างไร แม้ว่าเซียวซู่ซู่จะมีรูปร่างค่อนข้างเล็กอีกทั้งโฉมหน้าจิ้มลิ้มมิได้เป็นที่ชื่นชอบของแคว้นป่ายฮวาสักเท่าใดนัก แต่ว่าที่ต้าเยียน อ้าวอวิ๋นและโยวเจิ้นกลับถือเป็นสาวงามชั้นยอด

        และภายในค่ำคืนเดียว ฮวาหรูเสวี่ยก็ได้ฝากความหวังไว้กับสกุลเซียวแล้ว นางรู้ว่าเซียวซู่ซู่ที่เป็นเช่นนี้ต้องการอะไร

        เหลยอวี๊เฟิงนั้นเป็นใคร แค่เพียงผ่านงานฉลองเมื่อวาน เขาก็รู้แล้วว่าสตรีที่แสนเจ้าเล่ห์เพทุบายผู้นี้คิดจะทำอะไร เพราะฉะนั้นวันนี้เขาถึงไม่ได้ลงมือ

        ถ้าหากเขาคิดจะใช้กำลังขึ้นมาจริงๆ เกรงว่าทั้งหนานเจียงคงต้องสั่นคลอนเป็นแน่

        ฮวาหรูเสวี่ยเห็นแก่ที่ตนมีความสัมพันธ์กับม่อเวิ่นเฉินจึงกล้ากำเริบถึงเพียงนี้

        ทว่าเหลยอวี๊เฟิงในตอนนี้รู้สึกว่า ฮวาหรูเสวี่ยทำเช่นนี้ก็ดีเหมือนัน อย่างน้อยก็จะไม่ทำให้เซียวซู่ซู่ต้องได้รับผลกระทบอะไร อย่างน้อยก็ไม่กระทบต่อตนและม่อเวิ่นเฉิน และไม่กระทบต่อต้าเยียน

        แม้ว่าระหว่างต้าเยียนและหนานเจียง เขาจะมีใจเข้าข้างม่อเวิ่นเฉิน ในความคิดของเขาแผ่นดินของต้าเยียนไม่ช้าก็เร็วจะต้องตกอยู่ในมือของม่อเวิ่นเฉิน เพราะฉะนั้นเขาจะต้องทำตัวเป็นเส้นป้องกันที่ดี ในเวลาสำคัญจะได้กลืนหนานเจียงไปด้วยเลย

        สีหน้าของเขาเรียบเฉยพร้อมกับรอยยิ้มที่ดูไม่มีพิษภัย ก็ไม่มีผู้ใดรู้เลยว่าความจริงแล้วเขามีความทะเยอทะยานถึงเพียงนี้ ขอเพียงทำเพื่อม่อเวิ่นเฉิน เขาพร้อมจะยอมทำทุกอย่าง

        “รัชทายาทโยวเจิ้นงั้นหรือ…” เหลยอวี๊เฟิงหันศีรษะไปมองทางฮวาหรูเสวี่ย “แน่นอนว่าต้องลงมือขัดขวางรัชทายาทอ้าวอวิ๋น”

         ฮวาหรูเสวี่ยพยักหน้า “ท่านว่า…เซียวซู่ซู่จะเลือกใคร?”

         “ไม่ว่าใครก็ล้วนไม่เลือก” เหลยอวี๊เฟิงเอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงราบเรียบ “มิใช่ยังมีองค์ชายฮวาเชียนเย่หรอกหรือ”

          ประโยคนี้กลับทำให้สีหน้าของฮวาหรูเสวี่ยเขียวคล้ำขึ้นทันที ผ่านไปเนิ่นนาน นางก็ยังคงไม่เอ่ยคำใดออกมา

         โบราณว่าไว้ สาวงามมักนำภัยมาให้ เกรงว่าเซียวซู่ซู่ผู้นี้จะเป็นภัยของหนานเจียงจริงๆ เพียงแต่ต้องดูว่าสตรีผู้นี้ฉลาดพอหรือไม่

        ผู้ครองตำแหน่งยอดบุปผาสามารถเสนอคำขอข้อหนึ่งต่อฮ่องเต้หญิงได้

        ตอนนี้เซียวซู่ซู่กำลังก้าวทีละก้าวไปหาฮวาหรูเสวี่ย จากนั้นก็คุกเข่าลงอย่างมีมารยาท สีหน้าของนางราบเรียบ ไร้ซึ่งความต่ำต้อยของสามัญชน เสมือนว่าบารมีอันสง่างามของนางมีมาตั้งแต่กำเนิดแล้ว แต่กลับไม่ทำให้คนรู้สึกเกลียดชัง อีกทั้งยังรู้สึกว่าความสง่างามเช่นนี้ถึงจะเหมาะกับสตรีอย่างเซียวซู่ซู่

        “เซียวซู่ซู่ เจ้าสามารถเสนอคำขอมาได้ข้อหนึ่ง” สีหน้าของฮวาหรูเสวี่ยได้กลับไปปกติดังเดิมแล้ว สำหรับประโยคเมื่อครู่ของเหลยอวี๊เฟิง แม้ว่าในใจของนางจะไม่พอใจอยู่บ้าง แต่ว่าก็ไม่ได้แสดงท่าทางอะไรออกมา

        เพราะว่าความจริงก็ปรากฏอยู่เบื้องหน้าแล้ว

        “ขอบพระทัยฝ่าบาท” น้ำเสียงของเซียวซู่ซู่ไม่สูงและไม่ต่ำจนเกินไป “หม่อมฉันขอให้แต่งงานได้อย่างอิสระ”

         นางเป็นทายาทของขุนนาง แน่นอนว่าการสมรสจะต้องถูกกำหนดโดยราชสำนัก

         การที่ป๋ายหลี่ม่อถอนหมั้น ทำให้นางกลายเป็นคนไม่มีข้อผูกมัด แต่นางเองก็รู้ว่าเพียงประโยคเดียวของฮวาหรูเสวี่ย นางอาจจะต้องแต่งงานกับป๋ายหลี่ม่ออีกครั้ง เพราะว่านางเห็นสีหน้าไม่ยินยอมของบุรุษผู้นั้นอย่างชัดเจน แต่ว่านางกลับไม่คิดอยากจะแต่งกับคนที่คิดว่าตนนั้นถูก คิดว่าชีวิตของตนสูงส่ง อีกทั้งยังไม่รู้จักที่ต่ำที่สูง

         มิเพียงแต่ป๋ายหลี่ม่อ ต่อให้คิดอยากจะให้นางแต่งงานกับใคร นางก็ไม่ยินยอมทั้งนั้น นางไม่อยากจะเป็นเหมือนชาติก่อนของตนที่ต้องกลายเป็นหมากตัวหนึ่งที่ใช้ในการแต่งงาน ต่อให้ชาตินี้ นางจะไม่โดนเหยียดหยามเช่นนั้น แต่ว่านางก็ไม่อยากกลับไปผิดพลาดอีกครั้ง

         ประโยคเดียวก็สามารถเรียกเสียงโห่ร้องจากผู้คนด้านล่าง สีหน้าของสวี่เว่ยหรานและป๋ายหลี่ม่อล้วนย่ำแย่อย่างถึงที่สุด

         ทว่าบนใบหน้าของสวี่เว่ยหรานยังคงประดับด้วยรอยยิ้มถึงสามส่วน สายตาที่มองเซียวซู่ซู่นั้นก็มีความชื่นชมและนับถือเพิ่มขึ้น ไม่ใช่สตรีธรรมดาจริงๆ นางรู้ว่าจะดึงตัวเองออกจากสถานการณ์ลำบากได้เช่นไร

        คำขอนี้ทำให้ป๋ายหลี่ม่อนิ่งอึ้งไปเช่นกัน ตั้งแต่โบราณมา การแต่งงานของบุตรธิดาของเหล่าขุนนางล้วนถูกกำหนดโดยราชสำนัก มิเคยได้ยินว่ามีการแต่งงานอย่างอิสระมาก่อน อีกทั้งสตรีที่เสนอคำขอนี้กลับเป็น…

        เหมือนว่าความคิดของนางจะล้ำหน้าเกินไป ทำให้ทุกคนล้วนยากที่จะยอมรับได้

        และเหลยอวี๊เฟิงในตอนนี้กำลังหรี่ตาของตนเอง ก่อนจะมองวิเคราะห์สตรีที่กำลังคุกเข่าเบื้องหน้าผู้นี้อย่างละเอียดอีกครั้ง สตรีผู้นี้ทำให้เขาต้องมองนางใหม่อีกครั้ง เพียงคำขอข้อเดียวก็ช่วยป้องกันนางจากทุกอย่าง

        นี่ไม่ใช่สิ่งที่ฮวาหรูเสวี่ยต้องการงั้นหรือ?

         หรือว่า…

         ทว่าเขาก็ยังคงส่ายศีรษะเบาๆ เขากำลังคิดว่า ด้วยนิสัยที่เย่อหยิ่งของฮวาหรูเสวี่ยแล้ว จะทำการปรึกษากับสกุลเซียวก่อนได้อย่างไร

        ดูเหมือนว่าเซียวซู่ซู่นั้นฉลาดพอ ฮวาหรูเสวี่ยเองก็มีสีหน้าตกตะลึง ไม่สามารถปิดบังความรู้สึกของตัวเองได้เท่าใดนัก ขณะที่นางมองไปทางเซียวซู่ซู่ ดวงตาก็ค่อยๆ หรี่ลงเช่นกัน นางคิดอยากจะมองสตรีผู้นี้ให้ทะลุปรุโปร่ง

         ต้องเป็นคนเช่นใดกันถึงจะสามารถมองสถานการณ์ได้ทะลุปรุโปร่งถึงเพียงนี้ อีกทั้งยังรู้ว่าจะทำอย่างไรให้ดึงตัวเองออกจากสถานการณ์เบื้องหน้า

         กระทั่งคนสกุลเซียวทุกคนก็ล้วนนิ่งค้างอยู่ตรงนั้น รวมไปถึงฮูหยินเฒ่าเซียวมี่ด้วย…


ติดตามอัพเดทก่อนใคร ด้วยการกดไลค์แฟนเพจเรื่อง “ชายาคนงามของท่านอ๋องจอมโหด :  https://bit.ly/2MGbkiF

อ่านฟรีได้ที่นี่ หรือ
อ่านล่วงหน้า เร็วกว่าใครหลายร้อยตอนได้ที่เว็บไซต์ กวีบุ๊คhttps://www.kawebook.com/story/view/905

120/เล่ม (หากนับตอนฟรีจะเฉลี่ยอยู่ที่ 90-100 บาท/เล่มค่ะ ) เมื่อเทียบกับนิยายแปลเป็นเล่ม 30 ตอนเท่ากับ 1 เล่ม