0 Views

        เมื่อเห็นสีหน้าเต็มไปด้วยความเมตตาของฮูหยินเฒ่า เซียวซู่ซู่ก็พยายามฝืนยิ้มออกมา อยู่ๆ นางก็รู้สึกว่าตนกลั่นแกล้งผู้อาวุโสคนนี้มากเกินไปแล้ว นางเป็นซูฉีฉีแท้ๆ แต่กลับมาทำตัวเป็นเหมือนหลานสาวของนางอยู่ที่นี่

        เมื่อคิดอีกครั้ง ร่างกายนี้เป็นเซียวซู่ซู่จริงๆ จริงแท้แน่นอน แม้ว่าวิญญาณจะไม่ใช่ แต่ว่าเลือดก็ยังคงข้นกว่าน้ำ อีกทั้งนางยังพยายามปรับตัวเองให้เข้ากับครอบครัวนี้ให้ได้ ให้ตนพยายามทำทุกอย่างเพื่อสกุลเซียว

        “ท่านยาย ข้าไม่เป็นไร จริงๆ เพียงแค่ว่าหลายวันมานี้ รู้สึกเหนื่อยอยู่บ้าง” เซียวซู่ซู่ตั้งใจจะแสดงท่าทางเหน็ดเหนื่อยออกมา พลางลุกขึ้นแล้วเอื้อมมือไปพยุงฮูหยินเฒ่า “หลายวันมานี้ท่านยายเองก็คงเหนื่อยไม่น้อยเช่นกันใช่หรือไม่”

        เมื่อเห็นเซียวซู่ซู่เป็นเช่นนี้ ฮูหยินเฒ่าถึงจะรู้สึกวางใจลงได้

        และก็เป็นดังคาด หลายวันมานี้ชื่อเสียงของเซียวซู่ซู่โด่งดังจนเกินไป ทว่าวันนี้กลับถูกฮวาเชียนจือที่ปรากฏตัวขึ้นมาอย่างกะทันหันเอาชนะไปได้ ทำให้ผู้คนอดที่จะรู้สึกผิดหวังไม่ได้ ฮูหยินเฒ่าเองก็กลัวว่าเซียวซู่ซู่จะคิดไม่ตกกับเหตุการณ์ดังกล่าว

        แม้ว่าคนอื่นจะไม่รู้ แต่เซียวมี่นั้นรู้ดีถึงฐานะของฮวาเชียนจือ

        เซียวมี่รู้ ว่าต่อให้ฮวาเชียนจือมิได้ชนะการแข่งขันในวันนี้ ฮวาหรูเสวี่ยก็ต้องหาทางให้นางชนะในการแข่งขันครั้งที่ผ่านมานี้อย่างแน่นอน

        เพราะว่าครั้งนี้ที่ฮวาเชียนจือกลับมา นางมิได้ไร้เดียงสาเหมือนในอดีต อีกทั้งฮวาหรูเสวี่ยยอมให้นางปรากฏตัวที่งานชมดอกฉงฮวา ก็ได้แสดงถึงจุดประสงค์ของตนแล้ว

        แววตาของเซียวมี่ปรากฏความกังวลออกมาแวบหนึ่ง แต่ไม่นานก็มีความปลาบปลื้มใจเข้ามาแทนที่ ตอนนี้คนที่กำลังประคองตนอยู่คือหลานสาวที่มีรูปโฉมงดงาม ความสามารถโดดเด่นเป็นที่หนึ่ง

        ในใจของนางเต็มไปด้วยความภาคภูมิใจ

        ใครบ้างไม่รู้ว่าลูกหลานของนางนั้นเป็นคนที่เก่งกาจที่สุดในโลกนี้ อีกทั้งตอนนี้ที่หนานเจียง เซียวซู่ซู่เรียกได้ว่าเป็นหญิงสาวที่ยอดเยี่ยมที่สุด ยอดบุปผาจะต้องตกเป็นของนางอย่างมิต้องสงสัย

        นางยกมือขึ้นจับไปที่มือของเซียวซู่ซู่เบาๆ พลางยิ้มอย่างใจดีออกมา “ยายไม่เหนื่อยหรอก”

        กระทั่งรอยย่นตรงขอบตาของนางก็ประดับไปด้วยความยินดี

        เซียวซู่ซู่มองไปทางเซียวมี่ แต่เดิมความรู้สึกที่ย่ำแย่เนื่องจากการปรากฏตัวของฮวาเชียนจือก็ค่อยๆ เปลี่ยนเป็นดีขึ้น นางมิอยากให้สตรีผู้มีอายุล่วงห้าสิบไปแล้วต้องมาเป็นห่วงตน นางจึงฉีกยิ้มของตนให้กว้างขึ้น “ท่านยายวางใจเถิด หลายวันมานี้ซู่ซู่แค่รู้สึกเหนื่อยอยู่บ้าง วันนี้กลับไปพักผ่อนดีๆ พรุ่งนี้การแข่งขันบทกลอน จะต้องไม่พ่ายแพ้อย่างแน่นอน”

        นางเอ่ยออกมาด้วยสีหน้ามั่นใจ

        นางมิค่อยเข้าใจหญิงสาวชนชั้นสูงของหนานเจียงผู้อื่นเท่าใดนัก แต่นางเข้าใจฮวาเชียนจือเป็นอย่างดี ประสบการณ์และเรื่องราวในอดีตได้สอนให้นางรู้จักสตรีผู้นี้อย่างถ่องแท้

        นอกจากการใช้แผนการชั่วร้ายของฮวาเชียนจือแล้ว ถ้าหากพูดถึงความรู้ความสามารถที่แท้จริงของนาง มิถึงขั้นที่จะนำมาแสดงต่อหน้าผู้คนได้หรอก

        ตอนนี้สามารถพูดได้ว่าคู่แค้นได้มาปรากฏตัวต่อหน้าแล้ว ทำให้ไฟอาฆาตของนางถูกจุดประกายขึ้น แต่ว่าเซียวซู่ซู่ไม่อาจแสดงออกมาได้ เพราะว่าตอนนี้นางไม่ใช่ซูฉีฉี

        นางเป็นหลานสาวของแม่ทัพเซียวแห่งแคว้นป่ายฮวา เป็นเซียวซู่ซู่ที่สลบไม่ได้สติมาถึงสิบห้าปี เป็นคนที่สดใส ร่าเริง ไม่มีความทุกข์ร้อนใดๆ ในใจ และเป็นผู้ที่ไร้เดียงสาไม่เคยต้องเผชิญต่อภัยอันตรายใดๆ มาก่อน

        นางยังไม่แม้กระทั่งจะถึงวัยที่ผ่านพิธีปักปิ่นเสียด้วยซ้ำ

        เซียวมี่และเซียวซู่ซู่เอ่ยพูดคุยกันไม่หยุด ถ้ามองจากไกลๆ แล้ว จะเหมือนเป็นภาพของหญิงชรากำลังรักใคร่เอ็นดูหลานสาวที่แสนกตัญญูผู้หนึ่งอยู่

        ทำให้เหลยอวี๊เฟิง ฮวาเชียนเย่ ป๋ายหลี่ม่อและสวี่เว่ยหรานที่กำลังจับตาดูเซียวซู่ซู่นั้นล้วนเฝ้ามองดูอยู่เงียบๆ จับตามองดูทุกสีหน้าท่าทางของนาง

        ตอนนี้เซียวซู่ซู่มิได้มีท่าทางเย็นชาหรือเย่อหยิ่งอีก รอยยิ้มของนางเต็มไปด้วยความอ่อนโยน ทำให้คนสามารถมองดูได้อย่างไม่รู้เบื่อ

        อีกทั้งโฉมหน้าของเซียวซู่ซู่ยังงดงามไร้ที่ติ เหมือนไข่มุกเม็ดงาม ดุจหยกงามล้ำค่า อีกทั้งช่วงหว่างคิ้วยังมีประกายของบัณฑิตผู้มากความรู้ ประกอบกับชุดกระโปรงตัวยาวสีอ่อนของนาง ยิ่งทำให้นางดูเหมือนเซียนหญิงที่สูงส่งและงดงามเหนือมนุษย์ทั้งปวง

        “ถ้าหากเปรียบเทียบด้านรูปโฉม หลานสาวสกุลเซียวถือเป็นที่สุด ความสามารถหรือ ในการแข่งขันห้าประเภท ก็ได้ผ่านไปถึงสี่ประเภทแล้ว อีกทั้งหลานสาวสกุลเซียวยังคว้าชัยชนะไปได้ถึงสามประเภท ต่อให้ฮวาเชียนจือผู้นี้จะชนะการแข่งขันพรุ่งนี้อีกประเภทหนึ่ง ตำแหน่งยอดบุปผาก็ไม่อาจตกเป็นของนางได้” สวี่เว่ยหร่านเอ่ยออกมาอย่างใช้ความคิด

        ตอนนี้เขาเพียงแค่วิเคราะห์สาวงามทั้งสองเพียงเท่านั้น และเพียงแค่วิเคราะห์ผลของงานชมดอกฉงฮวาเท่านั้นเช่นกัน

        “ก็จริง” เฮ้ออี้เทียนพยักหน้า เขามิได้ศึกษาเกี่ยวกับสาวงามมาก่อน แต่ว่าประโยคที่สวี่เว่ยหรานเอ่ยออกมานั้น ชัดเจนเป็นอย่างยิ่ง ทุกคนล้วนรู้ว่าจะมีผลลัพธ์เช่นนั้น

        จากนั้นเฮ้ออี้เทียนก็กวาดตาไปมองบริเวณรอบๆ อีกครั้ง “ดูเหมือนว่าครั้งนี้องค์ชายเก้าแห่งแคว้นอ้าวอวิ๋นจะพลาดเสียแล้ว” มุมปากของเขากระดกขึ้น เป็นการกระดกขึ้นที่แฝงด้วยความเย้ยหยันเอาไว้

        “ฮ่าๆๆ เป็นเช่นนั้นจริงๆ” สวี่เว่ยหรานหัวเราะออกมาเสียงดัง รูปโฉมดุจเทพเซียนของเขา แม้ว่าจะกำลังหัวเราะจนไหล่ทั้งสองของตนสั่นไหวอย่างรุนแรง ถึงกระนั้นเขาก็ยังดูอ่อนโยนและนุ่มนวลดุจหยกเนื้อดีเช่นเคย

        เพียงแต่ว่า เฮ้ออี้เทียนกลับรู้ดีว่าบุรุษผู้นี้ แม้ว่าจะมีรูปโฉมเรียบร้อยเหมือนบัณฑิต แต่เมื่อลงมือกระทำสิ่งใดแล้วก็แสนจะโหดร้าย ไร้ซึ่งความปรานี คนเช่นนี้ถึงจะถือว่าน่ากลัวที่สุด เทียบกับองค์เช้าเก้าที่มีสีหน้าน่าเกรงขามผู้นั้นแล้ว คนเช่นนี้ควรจะต้องระมัดระวังยิ่งกว่า

        และในขณะที่สวี่เว่ยหรานหัวเราะ เขาก็กวาดตาไปมองผู้คนโดยรอบแวบหนึ่ง การที่เขามาที่นี่ไม่ได้เพียงเพื่อจะร่วมงานชมดอกฉงฮวาเท่านั้น แต่เพื่อหาเบาะแสที่สามารถมีประโยชน์แก่ตนได้

        สี่วันที่ผ่านมานี้ ตอนกลางวันเขานั่งอยู่ที่นี่ชื่นชมความงามของดอกไม้ ตกดึกเขากลับไม่ได้กลับห้องพักผ่อน แต่ออกไปสอบถามเกี่ยวกับข่าวคราวของวัดคลื่นจันทรา

        การเปลี่ยนผู้ครองตำแหน่งมหาปุโรหิตที่สิบปีมีครั้งของวัดคลื่นจันทรากำลังจะเริ่มขึ้นแล้ว ปีนี้ก็ถึงคราวของแคว้นป่ายฮวาพอดี

        พวกเขาอยากรู้ ว่าใครจะเป็นคนรับผิดชอบหน้าที่อันสำคัญเช่นนี้

        แม้ว่าตอนนี้วัดคลื่นจันทราจะไม่ได้มีอำนาจอย่างเห็นได้ชัด แต่ว่าในด้านมุมมองบางและความสำคัญบางอย่างก็ยังถือว่าเหนือกว่าแคว้นทั้งสาม

        อย่างน้อยในใจของประชาชนทั่วไป วัดคลื่นจันทรานั้นถือเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่สูงส่ง เป็นสิ่งที่ไม่อาจล่วงเกินได้

        ถ้าหากอยากจะรวบรวมหนานเจียงให้เป็นหนึ่ง และครอบครองแคว้นที่เหลือทั้งสอง ก็จำเป็นต้องได้รับการสนับสนุนจากประชาชน เพราะฉะนั้นการได้รับความสนับสนุนจากวัดคลื่นจันทรานั้นเป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้

        อีกทั้งจากสถานการณ์ในตอนนี้ ถ้าหากแคว้นป่ายฮวาได้รับการสนับสนุน เช่นนั้นเกรงว่าโยวเจิ้นและอ้าวอวิ๋นจะต้องยอมรับมันอย่างไม่มีทางเลือกแล้ว

        ถึงเวลานั้นจะต้องเกิดสงครามที่ร้ายแรงขึ้นอย่างแน่นอน แต่เกรงว่าหลังจากสงครามจบลง ผู้ที่ครองอำนาจเป็นใครก็ยากที่จะรู้ได้แล้ว

        และเพราะว่าเหตุผลเหล่านี้ทำให้สวี่เว่ยหรานมาที่นี่ด้วยตนเอง อีกทั้งเขายังเชื่อว่าองค์ชายเก้าแห่งแคว้นอ้าวอวิ๋นก็ไม่ได้มาที่นี่เพื่อถอนหมั้นแต่เพียงเท่านั้น เห็นได้ชัดว่าการถอนหมั้นนั้นเป็นแค่ข้ออ้างอย่างหนึ่ง

        สำหรับเสียงหัวเราะของสวี่เว่ยหราน องค์ชายเก้าป๋ายหลี่ม่อทำเพียงแค่ส่งเสียงหึในลำคอกลับไป วรยุทธ์ของเขาเก่งกาจจึงทำให้พอจะได้ยินบทสนทนาของฝั่งตรงข้ามอยู่บ้าง

        เขาลอบกำหมัดแน่น เขาเองก็รู้สึกว่าตนเองทำพลาดอย่างใหญ่หลวงแล้ว แต่ว่าเรื่องมาถึงขั้นนี้แล้ว ก็ไม่มีทางถอยหลังกลับอีก

        ต่อให้เขาจะรู้สึกไม่ยินยอมถึงเพียงใด แต่ว่าคุณหนูเล็กแห่งสกุลเซียวก็ได้อยู่ในสถานะที่เป็นอิสระแล้ว

        หยกสลักรูปมังกรที่แขวนไว้ตรงเอวของนางแกว่งไปมาอย่างเด่นชัด สี่วันมานี้ ทุกครั้งที่นางขึ้นไปยืนอยู่บนเวทีหยกขาว หยกสลักรูปมังกรนั้นก็ล้วนเป็นที่ประจักษ์แก่สายตาผู้คนทั้งหมด ไม่มีใครซุบซิบนินทาถึงเรื่องที่สกุลเซียวถูกถอนหมั้น และยิ่งไม่มีใครเยาะเย้ยพวกเขา

        ในทางกลับกันก็มีบุรุษชนชั้นสูงจำนวนมากมีสีหน้าดีอกดีใจ พวกเขาล้วนชื่นชอบสถานะตอนนี้ของเซียวซู่ซู่ ไร้คู่ครอง แสดงว่าไม่ว่าใครก็ล้วนมีโอกาส

        ที่หนานเจียงมีประเพณีอย่างหนึ่งคือสตรีทุกคนที่ยังมิได้หมั่นหมายจะแขวนป้ายหยกสลักรูปมังกรเอาไว้ และบุรุษทุกคนที่ยังมิได้มีคู่หมั่นคู่หมายก็จะแขวนหยกสลักรูปหงส์เอาไว้ เพื่อแสดงให้เห็นว่ายังไม่มีคู่ครอง ถ้าหากพบคนที่ชื่นชอบ และคนทั้งสองฝ่ายล้วนมีใจตรงกัน ก็จะแลกป้ายหยกเพื่อเป็นการแสดงออกว่าได้มีคู่หมั้นคู่หมายแล้ว

        หยกสลักรูปมังกรและรูปหงส์ นอกจากรูปลักษณ์ที่ไม่เหมือนกันแล้ว รูปแบบ ขนาดรวมถึงเค้าโครงของพวกมันจะละม้ายคล้ายกันมาก และด้านล่างของป้ายหยกก็จะสลักชื่อของเจ้าของเอาไว้ ป้ายหยกเช่นนี้ทันทีที่เกิดมาคนในสกุลก็จะสั่งทำให้ป้ายหนึ่ง

        ตอนแรกองค์ชายเก้าคิดว่าสกุลเซียวได้ทำการกลั่นแกล้งหยามหน้าพวกเขาราชนิกูลของแคว้นอ้าวอวิ๋น ก็โมโหมีโทสะเป็นอย่างมาก ตอนนั้นยังมิทันได้คิดไตร่ตรองให้ดีก็ได้ขอราชโองการถอนหมั้นทันที และคิดไม่ถึงอีกด้วยว่าหญิงปัญญาอ่อนจะมีรูปโฉมที่งดงาม ความสามารถที่โดดเด่นถึงเพียงนี้

        หนานกงม่อก็กวาดสายตาไปทางสวี่เว่ยหรานด้วยแววตาเย็นชาแวบหนึ่ง มือของเขาเองก็กำแน่นเขาหากัน แม้ว่าเบื้องหน้าแคว้นทั้งสามจะมิได้แตกหักกัน แต่ว่าลับหลังพวกเขาล้วนกำลังสะสมพลังอำนาจ เตรียมพร้อมจะก่อสงครามใหญ่ทุกเมื่อ

        และก็เป็นเหมือนดั่งที่สวี่เว่ยหรานคิด องค์ชายเก้าป๋ายหลี่ม่อไม่ได้มาที่นี่เพียงเพื่อจะถอนหมั้นเท่านั้น เขาเองก็กำลังตรวจสอบเกี่ยวกับผู้ที่จะมาเป็นมหาปุโรหิตของวัดคลื่นจันทราในครั้งนี้ว่าแคว้นป่ายฮวาคิดจะเลือกใครให้มารับตำแหน่ง

        ครั้งนี้พวกเขาตัดสินใจแล้วว่า ไม่ว่าต้องแลกมาด้วยอะไรก็จะต้องทำลายพิธีเปลี่ยนตำแหน่งมหาปุโรหิตครั้งนี้ให้จงได้


ติดตามอัพเดทก่อนใคร ด้วยการกดไลค์แฟนเพจเรื่อง “ชายาคนงามของท่านอ๋องจอมโหด :  https://bit.ly/2MGbkiF

อ่านฟรีได้ที่นี่ หรือ
อ่านล่วงหน้า เร็วกว่าใครหลายร้อยตอนได้ที่เว็บไซต์ กวีบุ๊คhttps://www.kawebook.com/story/view/905

120/เล่ม (หากนับตอนฟรีจะเฉลี่ยอยู่ที่ 90-100 บาท/เล่มค่ะ ) เมื่อเทียบกับนิยายแปลเป็นเล่ม 30 ตอนเท่ากับ 1 เล่ม