0 Views

        หญิงสาวและบุรุษจากสกุลเซียวอย่างละคนก็สามารถแก้หมากทั้งสิบกระดานที่หลายพันปีมานี้ไม่เคยมีผู้ใดในหนานเจียงสามารถแก้ได้ เพียงชั่วพริบตาเดียวก็ได้สร้างความตกตะลึงไปให้กับผู้คนรอบหนานเจียง และชื่อเซียวซู่ซู่นี้ก็ได้กระจายออกไปทั่วแผ่นดินอันกว้างใหญ่นี้อย่างรวดเร็ว

        อีกทั้งความเร็วนั้นยังว่องไวดุจสายลมที่พัดผ่านทุกมุมของพื้นที่อีกด้วย

        ฮวาหรูเสวี่ยเองก็รู้สึกเหลือเชื่อเป็นอย่างยิ่ง สตรีปัญญาอ่อนผู้หนึ่งจะสามารถเป็นอัจฉริยะได้ในเวลาอันสั้นนี้ได้เช่นใดกัน หรือว่าหลายปีมานี้ สกุลเซียวตั้งใจปิดบังเอาไว้?

          เมื่อคิดมาถึงจุดนี้ ตัวนางเองก็ส่ายศีรษะเบาๆ สกุลเซียวแม้ว่าจะเป็นเหมือนหนามยอกอกของนางมาโดยตลอด แต่ว่าไม่อาจปฏิเสธได้ว่าเซียวมี่นั้นซื่อสัตย์และจงรักภักดีต่อแคว้นป่ายฮวาอย่างแน่นอน และเพราะว่าจุดนี้ทำให้ท้ายที่สุดแล้วนางก็มิได้ลงมือกับสกุลเซียว

        แน่นอนว่า นั่นก็เป็นเพราะคำสั่งเสียของฮ่องเต้องค์ก่อนด้วยเช่นกัน พระองค์สั่งเอาไว้ว่าเมื่อใดที่นางมีปัญหา ให้ไปหาสกุลเซียว

        แต่ว่าฐานะของสกุลเซียวกลับตกต่ำลงเรื่อยๆ ซึ่งนั่นก็เป็นจุดประสงค์ของนาง แน่นอนว่ายิ่งเป็นคำตักเตือนที่ฮ่องเต้องค์ก่อนได้ให้เอาไว้

        นางเข้าใจถึงความพยายามและตั้งใจของฮ่องเต้องค์ก่อน แต่ว่าที่นางไม่เข้าใจคือ เหตุใดฮ่องเต้องค์ก่อนถึงได้เลือกสกุลเซียว

        ตอนนั้นสกุลเซียวนอกเสียจากเซียวมี่แล้ว ก็ไม่มีผู้ใดที่ใช้การได้อีก เซียวเหยียนและเซียวจู๋นอกจากจะเสพสำราญทุกวันและหาบุรุษมาคอยปรนนิบัติรับใช้แล้ว ก็ไม่มีอะไรที่พวกนางทำเป็นอีก กระทั่งทำธุรกิจยังสู้บุรุษไม่ได้ แต่ว่าวันนี้เห็นทีนางจะคิดผิดไปเสียแล้ว

        สกุลเซียวมีเซียวซู่ซู่

        เซียวซู่ซู่มีความสามารถที่เจิดจรัสกว่าเซียวมี่ในตอนนั้น อีกทั้งยังมีความสุขุมเยือกเย็นยิ่งกว่า เมื่อคิดถึงตอนนั้นที่เซียวมี่ยังมิได้ผ่านพิธีปักปิ่น ตอนนั้นนางก็หาได้มีบารมีที่สง่างามเช่นนี้ไม่

        เหลยอวี๊เฟิงทำเพียงแค่ขมวดคิ้วเบาๆ เขากำลังคิดว่า บางทีเรื่องนี้สามารถไปถามม่อเวิ่นเฉินได้ คนผู้นั้นสมองไม่ค่อยเหมือนคนทั่วไปเท่าใดนัก บางทีอาจจะคิดได้ว่าสาเหตุเป็นเพราะอะไร

        ช่างแปลกประหลาดเกินไปแล้ว

        นี่มันเหมือนกับนิทานก่อนนอนที่เล่าให้เด็กฟังโดยแท้

        ในการแข่งขันประเภทที่สองนี้ เซียวซู่ซู่ก็คว้าชัยชนะไปได้อย่างมิต้องสงสัย และเพียงชั่วพริบตาเดียวนางก็มีดอกไม้มากกว่าหนุ่มสาวทั้งหลายถึงเก้าดอก คะแนนนำห่างผู้คนไปอย่างชัดเจน

        สกุลเซียวนั้นมิได้มีท่าทีดีอกดีใจเหมือนอย่างที่คนอื่นคาดคิด พวกเขายังคงสงบนิ่ง สีหน้าไม่เปลี่ยนแปลงเหมือนเช่นเคย

        “ผู้ที่มีความสามารถเช่นนี้ ฮ่องเต้หญิงเห็นทีควรจะประทานรางวัลให้เสียหน่อยกระมัง” ทางด้านบน รัชทายาทแคว้นโยวเจิ้น สวี่เว่ยหรานได้ดึงสายตาที่จับจองไปทางเซียวซู่ซู่เป็นเวลานานกลับมา ก่อนจะเอ่ยวาจาประหนึ่งหยอกล้อไปให้กับฮวาหรูเสวี่ย

        และด้านหลังฮวาหรูเสวี่ย โอรสคนโตของเขา ฮวาเชียนเย่เองก็พยักหน้าอย่างเห็นด้วย “ควรจะประทานรางวัลให้จริงๆ สตรีผู้นี้มิเสียแรงที่เป็นถึงหลานสาวของท่านแม่ทัพเซียว”

        แม้ว่าแคว้นป่ายฮวานั้นจะเห็นสตรีเป็นใหญ่ แต่ว่าในวังหลวงนั้นฮวาเชียนเย่กลับเป็นที่โปรดปรานที่สุด เพราะอย่างนั้น หลายปีมานี้ฮวาหรูเสวี่ยไร้ซึ่งบุตรี มีเพียงบุตรชายคนนี้เท่านั้น

        องค์หญิงคนอื่นก็ล้วนแต่ให้กำเนิดโดยพี่สาวน้องสาวของฮวาหรูเสวี่ยทั้งนั้น แน่นอนว่านางยอมรับคนเหล่านั้นเอาไว้ไม่ได้ ทว่านางก็ไม่อาจทำให้คนพวกนั้นถึงที่ตายได้ แต่ถึงเช่นนั้นองค์หญิงเหล่านั้นก็ได้ถูกนางกลั่นแกล้งไปไม่มากก็น้อย

        เพราะเหตุนี้ทำให้องค์หญิงเหล่านั้นล้วนใช้ชีวิตอยู่อย่างระมัดระวัง มีเพียงองค์ชายผู้นี้เท่านั้นที่เป็นที่โปรดปราน อยู่เหนือผู้คน อีกทั้งฮวาหรูเสวี่ยก็มักจะฟังความคิดเห็นของเขาอยู่เสมอ

        มีคำล่ำลือกันว่า สักวันหนึ่งแคว้นป่ายฮวาจะกลับไปเคารพบุรุษดูถูกสตรี คืนสภาพการปกครองแบบปกติอีกครั้ง

        แน่นอนว่า ข่าวลือก็เป็นเพียงแค่ข่าวลือ หลายร้อยปีมานี้ล้วนแต่มีสตรีมารับราชการดูแลบ้านเมือง ต่อให้ฮวาเชียนเย่จะได้รับความรักใคร่เอ็นดูจากฮวาหรูเสวี่ย แต่ก็ยังต้องดูว่าจะรับมือข้าราชการนับร้อยที่อยู่ด้านล่างเช่นไร

        ในสายตาของฮวาเชียนเย่นั้นเต็มไปด้วยความชื่นชมที่มีต่อเซียวซู่ซู่

        “ได้ ใครก็ได้ นำของรางวัลมามอบให้นาง” ใบหน้าของฮวาหรูเสวี่ยเองก็ประดับด้วยรอยยิ้ม เพราะถึงอย่างไรการแข่งขันครั้งนี้ก็เป็นการแข่งขันของแคว้นทั้งสาม เซียวซู่ซู่นั้นถือเป็นตัวแทนของแคว้นป่ายฮวา ก็ถือว่านางได้ทำเรื่องเป็นหน้าเป็นตาให้แก่ฮวาหรูเสวี่ย

        โด่งดังในค่ำคืนเดียว เกรงว่าคงจะเป็นดั่งเช่นเซียวซู่ซู่กระมัง

        นางเพียงต้องการให้ป๋ายหลี่ม่อรู้สึกเสียใจ ให้เขารู้ว่าสกุลเซียวไม่ใช่อะไรที่เขาจะมารังแกได้โดยง่าย ในเมื่อเขาอยากดูละคร ข้าเซียวซู่ซู่ก็จะอยู่แสดงให้เขาดูไปจนจบ

        ชาติก่อน นางเองก็มีความสามารถโดดเด่น แต่ไม่มีผู้ใดชื่นชม เพียงเพราะรูปโฉมของนางธรรมดาทั่วไป และเบื้องหลังไม่มีผู้ใดให้การสนับสนุน แต่ชาตินี้ นางมีความรู้เท่าเดิมแต่กลับอยู่ในสถานการณ์ที่ต่างออกไป

        ก่อนจากไป นางยังหันไปจ้องเหลยอวี๊เฟิงอยู่ครู่หนึ่ง

        ความจริงแล้ว นางสังเกตเห็นเหลยอวี๊เฟิงมาตั้งแต่แรก ตอนนั้นนางรู้สึกร่างกายนิ่งค้างไป คนแรกที่นางนึกถึงคือม่อเวิ่นเฉิน ตอนนั้นในใจของนางก็เจ็บปวดอีกครั้ง เจ็บจนยากที่จะหายใจ

        นางเป็นห่วงเป็นใยม่อเวิ่นเฉิน แต่ก็เกลียดแค้นเขาเช่นกัน แค้นที่เขาแทงดาบเข้าที่อกของนาง แค้นที่เขาเห็นนางเป็นแค่การพนัน แค้นที่เขาหลอกลวงนาง แต่ว่านางกลับไม่อาจลืมเขาได้ คงเพียงเพราะว่าความเกลียดแค้นกระมัง

        “น่าสนใจ” เหลยอวี๊เฟิงกลับยิ้มออกมาอย่างมีเลศนัย สำหรับสายตาที่เซียวซู่ซู่มองมานั้นเขามิค่อยเข้าใจเท่าใดนัก ทว่าแววตาคู่นั้นทำให้ความรู้สึกคุ้นเคยของเขากลับมาอีกครั้ง

        ตัวเขาเองก็ไม่รู้ว่าเป็นเพราะอะไร ความรู้สึกนั้นถึงไม่จางหายไปเสียที

        เขาชอบที่จะรื่นเริงท่ามกลางบุปผาสาวงาม แต่กลับไม่ชอบที่จะถูกบุปผาสาวงามผูกมัด

        เพราะฉะนั้น ข้างกายของเขาจึงไม่เคยมีสตรี แต่ข้างกายของเขาก็มิเคยขาดสตรีเช่นกัน

        สำหรับเซียวซู่ซู่ เขามีเพียงแค่ความรู้สึกชื่นชมเท่านั้น แต่ว่าแววตาเมื่อครู่ของนางทำให้เขาเกิดความรู้สึกสนใจขึ้นมา เขาอยากจะรู้เสียจริงว่าเหตุการณ์ประหลาดอันใดจึงทำให้สตีปัญญาอ่อนฉลาดหลักแหลมขึ้นได้ในพริบตา

        “ทำไมหรือ? ท่านสนใจ? ทว่า คงไม่ตกถึงมือท่านหรอก” ฮวาหรูเสวี่ยกับเหลยอวี๊เฟิงดูเหมือนจะมีความสัมพันธ์อันดีต่อกัน นางจึงเอ่ยออกมาอย่างหยอกล้อ

        ความสัมพันธ์ของทั้งสองนั้นเป็นไปได้ว่ามีส่วนเกี่ยวข้องมาจากม่อเวิ่นเฉิน

        “เช่นนั้นฮ่องเต้หญิงคิดจะ?” สีหน้าของเหลยอวี๊เฟิงกลับไม่แสดงความแปลกใจออกมา เขาได้ละสายตาออกจากเซียวซู่ซู่แล้ว การแข่งขันในวันนี้ยังคงดำเนินต่อไป

        แน่นอนว่า บุรุษสตรีที่ขึ้นไปบนเวทีนั้นก็ล้วนไม่อาจแก้กระดานหมากเหล่านั้นได้

        “อยากจะมีจุดยืนอยู่ในหนานเจียง มีเพียงต้องพึ่งพาต้าเยียนแล้ว” ฮวาหรูเสวี่ยเอ่ยออกมาอย่างเคร่งขรึม ความพ่ายแพ้ที่วัดคลื่นจันทราก็ทำให้นางเจ็บปวดใจไม่น้อย เพราะถึงอย่างไรครั้งนี้ก็ถึงคราวที่แคว้นป่ายฮวาจะต้องจัดการคัดเลือกคนมาเข้าร่วมการคัดเลือกตำแหน่งมหาปุโรหิตแล้ว

         ตอนนี้ อำนาจของโยวเจิ้นและอ้าวอวิ๋นค่อยๆ เพิ่มขึ้น แต่ป่ายฮวากลับหยุดอยู่กับที่ ไม่มีความก้าวหน้า พวกนางเพียงพึ่งพาอำนาจเก่าที่เคยมี แต่ในใจของนางรู้ดีที่สุดว่าแคว้นป่ายฮวายังคงอ่อนแออยู่ไม่น้อย

        “ก็ไม่แน่” เหลยอวี๊เฟิงกลับส่ายศีรษะไม่เห็นด้วย “ต้าเยียน ไหนเลยจะเป็นพวกยอมอยู่นิ่งเฉย ต่อให้ท่านเอาอกเอาใจพวกเขา ก็มิแน่ว่าจะแลกอะไรกลับมาได้”

          “อย่างน้อยก็รักษาความสงบไว้ได้ช่วงหนึ่งของชีวิตคน” ฮวาหรูเสวี่ยถอนหายใจออกมาเบาๆ

          ตอนนี้นางไม่มีอารมณ์มาดูการแสดงเบื้องล่างแล้ว

        เหลยอวี๊เฟิงมิได้เอ่ยต่อ เขาเองก็รู้ว่าถ้าหากนำเซียวซู่ซู่ส่งมอบให้กับม่อเวิ่นเสวียนรับเป็นพระสนม บางทีอาจจะสามารถครองความสงบได้ช่วงหนึ่ง แต่เขาเองก็ไม่รู้ว่าอนาคตจะพัฒนาไปเช่นไร

        อย่างไรเสีย สำนักเหลยก็อยู่ตรงกลางซึ่งรับหน้าที่เป็นเส้นป้องกันภัยของทั้งสองฝ่าย ซึ่งเส้นป้องกันภัยนี้จะถูกนำมาใช้งานหรือไม่นั้นขึ้นอยู่กับม่อเวิ่นเฉินเพียงคนเดียว

        และเส้นป้องกันภัยนี้ทำเพียงแค่รับประกันว่าต้าเยียนจะไม่บุกเข้าโจมตีหนานเจียง แต่สำหรับสงครามภายในของหนานเจียงแล้ว พวกเขาไม่มีสิทธิ์ก้าวก่าย

        จากการที่อำนาจของวัดคลื่นจันทราน้อยลงไปเรื่อยๆ ความขัดแย้งภายในของหนานเจียงก็ค่อยๆ เพิ่มมากขึ้น ดูจากงานชมดอกฉงฮวาในครั้งนี้ก็รู้แล้วว่า โยวเจิ้นและอ้าวอวิ๋นล้วนกำลังดูสถานการณ์อยู่

        เพียงแต่ว่าเซียวซู่ซู่นั้นได้สร้างความตกใจและประหลาดใจไม่น้อยให้กับพวกเขา

        ฮวาเชียนเย่ลุกขึ้นยืนอยู่ด้านข้าง มิได้เอ่ยประโยคใดต่อ และเขาเองก็มิได้มองดูการแสดงบนเวทีแต่กลับลอบขมวดคิ้วอยู่เงียบๆ เสมือนกำลังคิดวางแผนอะไรอยู่

       โครงหน้าที่ดูงดงามไม่น้อยนั้นปรากฏความชั่วร้ายออกมาจางๆ ในแววตายิ่งแฝงไปด้วยความเจ้าเล่ห์

        เมื่อสังเกตดูดีๆ ก็พบว่าใบหน้าของเขาละม้ายคล้ายฮวาเชียนจืออยู่มาก

        และในตอนนี้ เขามีอำนาจถึงขั้นที่สามารถเรียกฝนได้ฝน เรียกลมได้ลม ทำให้ไอที่แผ่ออกมาจากร่างกายเต็มไปด้วยความเย่อหยิ่งจองหอง

        ไอแห่งความหยิ่งทะนงนี้ทำให้เหลยอวี๊เฟิงขมวดคิ้วเข้าหากันเบาๆ เขาเลิกตาขึ้นจ้องกลับไป มุมปากกระดกยิ้มเบาๆ แต่สีหน้ากลับเหมือนเดิมไม่เปลี่ยน

        ความมักใหญ่ใฝ่สูงของฮวาเชียนเย่นั้น ฮวาหรูเสวี่ยรู้และเข้าใจเป็นอย่างดี เพราะฉะนั้นช่วงหลายปีมานี้ นางถึงได้ตั้งใจเข้าใกล้ฮวาเชียนจือ ถึงได้ต้องการให้ฮวาเชียนจือแต่งงานกับม่อเวิ่นเฉิน คิดจะเอาอำนาจของบุตรสาวผู้นั้นมาใช้เป็นประโยชน์ให้กับตนเอง

        หลายปีมานี้ เรียกได้ว่านางได้ใช้กำลังความคิดไปไม่น้อย

        ทำเพียงเพื่อว่าวันหนึ่ง นางจะสามารถช่วยให้บุตรสาวของตนขึ้นครองราชย์ได้

        เช่นนั้นถึงจะรักษาแคว้นที่ปกครองมาตั้งแต่รุ่นบรรพบุรุษได้

        แต่ดูจากสถานการณ์ในตอนนี้ ต่อให้ฮวาเชียนจือจะได้รับการสนับสนุนจากม่อเวิ่นเฉิน แต่หากจะยืนหยันอยู่ในหนานเจียงโดยไม่มีผู้ใดมาโค่นล้มได้นั้นเกรงว่าจะยังไม่ใช่เรื่องที่ง่ายนัก

        เพราะว่าข่าวคราวที่ส่งมาจากทางต้าเยียนทำให้ในใจของนางไม่รู้จะทำเช่นใดต่อไปดี…

        การตายของซูฉีฉี นางเองก็รู้ทันทีหลังเกิดเรื่อง แม้ว่าบุตรสาวคนนี้ของตนจะเจ้าเล่ห์มากแผนการเหมือนตนในอดีต แต่กลับพลาดตรงที่ใช้มันกับม่อเวิ่นเฉิน…


ติดตามอัพเดทก่อนใคร ด้วยการกดไลค์แฟนเพจเรื่อง “ชายาคนงามของท่านอ๋องจอมโหด :  https://bit.ly/2MGbkiF

อ่านฟรีได้ที่นี่ หรือ
อ่านล่วงหน้า เร็วกว่าใครหลายร้อยตอนได้ที่เว็บไซต์ กวีบุ๊คhttps://www.kawebook.com/story/view/905

120/เล่ม (หากนับตอนฟรีจะเฉลี่ยอยู่ที่ 90-100 บาท/เล่มค่ะ ) เมื่อเทียบกับนิยายแปลเป็นเล่ม 30 ตอนเท่ากับ 1 เล่ม