0 Views

        งานชมดอกฉงฮวานั้นจัดขึ้นปีละครั้ง นี่ถือเป็นวันสำคัญทางประเพณีของหนานเจียง ในวันนั้นเชื้อพระวงศ์ ขุนนางยศสูง และผู้มีศักดิ์เป็นอ๋องหรือเจ้าเมืองของแคว้นทั้งสามล้วนจะเดินทางไปเข้าร่วม งานชมดอกฉงฮวาที่กล่าวถึงนั้นเป้าหมายหลักมีไว้เพื่อเลือกหญิงงามและผู้มีความสามารถ บุรุษและสตรีที่ไม่มีคู่ครองล้วนมีสิทธิ์ที่จะเข้าร่วม

        อีกทั้งในวันที่จัดงานเลี้ยงนั้นจะมีการเลือกบุรุษและสตรีที่มีทั้งรูปโฉมและความสามารถที่โดดเด่นมาเป็นยอดบุปผา

        บุรุษหรือสตรีที่ได้รับเลือกก็จะมีชื่อเสียงโด่งดังหลังจากผ่านงานเลี้ยงนี้ทันที โดยมิต้องกังวลถึงการแต่งงานในอนาคต อีกทั้งถ้าหากได้แต่งแล้วก็ล้วนแต่จะได้คู่สมรสที่ดีเยี่ยม

        สิ่งที่เซียวเหยียนและเซียวจู๋กังวลนั้นก็ไม่ใช่ว่าจะไม่มีเหตุผล

        แต่เดิมสกุลเซียวก็ตกต่ำอยู่แล้ว ถ้าหากไม่ใช่เพราะฮูหยินเฒ่าถืออำนาจทหารไว้ในมือไม่ยอมปล่อย ตอนนี้เกรงว่าจะไม่มีสกุลเซียวเหลืออยู่อีกต่อไป

        ถ้าหากว่าเซียวซู่ซู่ได้สร้างเรื่องอับอายขายขี้หน้าให้กับแคว้นป่ายฮวาอีก เกรงว่าฮ่องเต้หญิงคงไม่มีทางยอมปล่อยสกุลเซียวอีกเป็นแน่ แต่ว่าตอนนี้ ทุกคนล้วนอับจนหนทาง ทำได้เพียงแค่ลองดูไปทีละก้าวเท่านั้น

        เวลาหนึ่งเดือน ต่อให้เป็นอัจฉริยะก็ไม่อาจเรียนรู้ได้มากเท่าใดนัก

        “น้องเล็ก เรื่องที่ฮ่องเต้หญิงทรงออกราชโองการมา ท่านยายยังไม่ได้บอกเจ้าใช่หรือไม่ เกี่ยวกับงานชมดอกฉงฮวา…” เซียวเอินผู้เป็นบุตรคนโตของเซียวเหยียนกำลังนั่งอยู่ด้านข้างของเซียวซู่ซู่ เขาเอ่ยถามนางออกมาด้วยน้ำเสียงที่แผ่วเบา ใบหน้าฉายแววกังวลออกมาเล็กน้อย

        สำหรับน้องสาวที่พึ่งฟื้นคนนี้ของตน พวกเขาล้วนแต่เห็นนางเป็นดั่งไข่มุกล้ำค่า ต้องประคองไว้ในอุ้งมือไม่ให้ได้รับอันตรายใดๆ

        บุรุษของแคว้นป่ายฮวานั้นแตกต่างกับสตรี พวกเขาจะไม่แก่งแย่งชิงดีหรือคิดวางแผนทำร้ายใคร

        อีกทั้งเซียวเอินเองก็มีนิสัยเรียบร้อย มีมารยาท เป็นที่โปรดปรานของญาติผู้ใหญ่ แต่ถึงกระนั้นการที่เขาเป็นบุรุษก็ทำให้ไม่อาจกลายเป็นเสาหลักของสกุลเซียวได้

        และเขาก็ดูเหมือนจะชอบเซียวซู่ซู่มากกว่าคนอื่นๆ ทุกวันเขามักจะมาถามไถ่เป็นห่วงนางอยู่เสมอ

        เซียวซู่ซู่ที่กำลังก้มหน้าอ่านหนังสือก็เงยหน้าขึ้นมามองเขา “งานชมดอกฉงฮวา?”

        เมื่อเห็นวงคิ้วและดวงตาที่เรียวงามของเซียวซู่ซู่ประกอบกับใบหน้าที่เล็กน่ารักของนางแล้ว ดวงตาของเซียวเอินก็มีประกายปรากฏขึ้นแวบหนึ่ง ไม่นานเขาก็สะกดอารมณ์ตัวเองลง สตรีของแคว้นป่ายฮวานั้นมิได้เห็นความบอบบางน่าทะนุถนอมเป็นความงาม แต่รูปรางที่ผอมบางของเซียวซู่ซู่ กลับทำให้เซียวเอินที่เห็นบุคลิกที่สง่างามและแผ่นไหล่อันกว้างใหญ่ของสาวงามแคว้นป่ายฮวาจนเคยชินนั้น รู้สึกถึงความแปลกใจที่งดงาม

        เมื่อก่อนเซียวซู่ซู่ได้แต่พักอยู่ในห้องตัวเองพร้อมกับสติที่ไม่สมประกอบเท่าใดนัก ทำให้เขามิเคยได้สังเกตนางดีๆ มาก่อน

        ตอนนี้นางกลับเป็นเหมือนไข่มุกล้ำค่าของสกุลเซียว แน่นอนว่าจะต้องดึงดูดความสนใจของทุกคน

        แน่นอนว่าโฉมหน้าของเซียวซู่ซู่ในตอนนี้เรียกได้ว่างดงามมีเสน่ห์อย่างไร้ผู้เทียบเทียม กระทั่งซูเมิ่งหรูผู้ถือเป็นสุดยอดสาวงามของต้าเยียนนั้น หากมายืนอยู่ข้างนางแล้วก็ยังดูด้อยกว่ามากนัก

        แต่ว่าในแคว้นป่ายฮวา รูปร่างและโฉมหน้าของนางนั้นไม่อาจจัดได้ว่างามไร้ที่ติ

        การเลือกสาวงามของแคว้นป่ายฮวาคือการยึดเอารูปร่างที่สูงใหญ่เป็นหลัก

        โชคดีที่งานชมดอกฉยงฮวาถูกจัดโดยแคว้นทั้งสาม จึงทำให้มิได้เลือกโดยยึดเอาความงามของแคว้นป่ายฮวาเป็นหลัก

        “ใช่แล้ว ฮ่องเต้หญิงทรงมีราชโองการว่าหนึ่งเดือนหลังจากนี้ ให้เจ้าไปร่วมงามเลี้ยงเชยชมดอกฉงฮวากับพวกพี่ชายของเจ้า พระองค์ตรัสว่าในเมื่อทางราชสำนักของแคว้นอ้าวอวิ๋นได้ถอนหมั้นแล้ว มิสู้ไปเลือกคู่ครองใหม่ในวันนั้นแทน”

        ฮ่องเต้หญิงองค์ปัจจุบันนั้นหาได้มีความรู้สึกดีๆ ต่อสกุลเซียวไม่

        เซียวซู่ซู่ยิ้มออกมาอย่างเย็นชาแวบหนึ่ง นางมิได้แสดงท่าทีตื่นตระหนกหรือกังวลใจ และก็มิได้แสดงท่าทีหงุดหงิดโมโห ทำเพียงแค่พยักหน้านิ่งๆ ยอมรับความจริงเรื่องนี้อย่างไม่มีข้อกังขา

        “น้องเล็ก…เจ้าไม่กังวลเลยหรือ? ฮ่องเต้หญิงนั้นตั้งใจที่จะ…” เซียวเอินเอ่ยมาได้ครึ่งหนึ่งแล้วก็หยุดลง เขาไม่อยากให้คำพูดของตนทำร้ายน้องสาวผู้นี้

        “ตั้งใจจะหมิ่นหยามสกุลเซียว” เซียวซู่ซู่กลับเอ่ยต่อประโยคเมื่อครู่ มุมปากกระดกยิ้มเย็นขึ้น

        ทว่าในแววากลับไร้ซึ่งความใส่ใจ

        ถ้าหากพูดถึงความสามารถแล้ว นางซูฉีฉีมีชีวิตมาสิบกว่าปี พิณหมากอักษรภาพวาดก็ยิ่งเรียนมาแล้วสิบกว่าปี นางคิดว่าต่อให้ตนไม่อาจครอบครองตำแหน่งยอดบุปผา ก็ไม่มีทางจะทำให้สกุลเซียวขายหน้าอย่างแน่นอน

        เดิมเซียวเอินคิดว่าน้องสาวจะรู้สึกเสียใจเพราะคำพูดของตน หรือว่าจะรู้สึกหวาดกลัว เพราะถึงอย่างไรความกดดันในงานชมดอกฉงฮวานั้นก็มีมากนัก อีกทั้งเซียวซู่ซู่ยังถูกผลักออกไปให้เป็นจุดสนใจอีกด้วย

        ดวงตาเย็นชาของเซียวซู่ซู่นั้นมีความเยือกเย็นดุจหิมะปรากฎขึ้นแวบหนึ่ง “คิดมิถึงว่าองค์ชายเก้าจะโหดเหี้ยมได้ถึงเพียงนี้ เช่นนั้นก็อย่าโทษที่ข้าเซียวซู่ซู่ไม่เกรงใจก็แล้วกัน”

        นางนั้นมิใช่คนประเภทที่จะใจดีกับผู้อื่น ชาตินี้นางจะไม่ยอมให้ใครเหยียบย่ำนางได้อีกโดยเด็ดขาด

        แม้ว่าเซียวเหยียนและเซียวจู๋จะคิดวางแผนจัดการนาง แต่ว่าในเวลาสำคัญพวกนางก็ยังคงยืนอยู่ด้านหลังสนับสนุนนาง รวมถึงสมาชิกสกุลเซียวทุกคน พวกเขาล้วนยืนหยัดจะเป็นทัพหลังคอยสนับสนุน ครั้งนี้เพื่อสกุลเซียว นางจะต้องทำตัวให้โดดเด่น คว้าชัยชนะอย่างงดงามมาให้ได้

        เห๊อะ! ป๋ายหลี่ม่อ แล้วเราจะได้เห็นดีกัน

        คนผู้นี้ เซียวซู่ซู่จะขอรับมือเอง

        เมื่อได้ยินคำพูดของเซียวซู่ซู่ เซียวเอินก็นิ่งอึ้งไป เขาไม่รู้ว่าน้องสาวที่พึ่งฟื้นได้สติของตนนั้นมีความมั่นใจเท่าใดในการจัดการกับองค์ชายเก้า แต่ว่าดูจากแววตารวมถึงรัศมีของบารมีที่แผ่ออกมาจากตัวนางแล้ว เขากลับรู้สึกได้ถึงความมั่นใจและความแข็งแกร่งในตัวนาง

        เห็นเซียวซู่ซู่เป็นเช่นนี้ ทันใดนั้นเซียวเอินก็รู้สึกว่าความมั่นใจของตนเองพุ่งขึ้นสูงเช่นกัน

        หลังจากที่ฮูหยินเฒ่ารู้ถึงท่าทางของเซียวซู่ซู่หลังทราบข่าว ก็รู้สึกพอใจเป็นอย่างมาก ทว่าเพราะงานชมดอกฉงฮวาและอำนาจทหารในมือทำให้นางยุ่งจนไม่มีเวลาพัก ครั้งนี้เหล่าขุนนาง เจ้าเมือง อ๋องและองค์ชายจากสามแคว้นล้วนจะเดินทางมาที่แคว้นป่ายฮวา เพราะฉะนั้นนางไม่อาจวางใจอยู่เฉยได้

        จะต้องเตรียมแผนป้องกันไม่ให้เกิดเหตุผิดพลาดขึ้นเป็นอันขาด

        “ช่วงนี้สกุลเซียวไม่มีเรื่องอะไรเกิดขึ้นเลยหรือ?” องค์ชายเก้าป๋ายหลี่ม่อกำลังจิบชาขณะมองไปที่หนานกงม่อ มุมปากกระดกยิ้มที่แฝงด้วยความไม่พอใจออกมา

        สำหรับท่าทีในวันที่ถอนหมั้นของเซียวซู่ซู่นั้น เขาก็รู้สึกค้างคาใจมาโดยตลอด หากมิใช่เพราะอำนาจของแคว้นป่ายฮวาตอนนี้เทียบมิได้กับแคว้นอ้าวอวิ๋น เกรงว่าเขาจะต้องยอมรับในการอภิเษกครั้งนี้อย่างไม่มีทางเลือกแล้ว

        เมื่อคิดว่าต้องแต่งหญิงสติไม่สมประกอบเป็นชายา ใจของเขาก็เต็มไปด้วยเพลิงโทสะ ดวงตาฉายแววรังเกียจขึ้นมาแวบหนึ่ง

        คนปัญญาอ่อนมาครองคู่กับเขาผู้เป็นถึงองค์ชายเก้า นี่ช่างเป็นเรื่องที่น่าตลกเป็นที่สุด

        “เวลาเพียงหนึ่งเดือน ต่อให้เป็นคนธรรมดาก็ไม่อาจเรียนรู้อะไรได้อย่างชำนาญ ยิ่งมิต้องพูดถึงคนปัญญาอ่อน เมื่อถึงเวลานั้นพวกเราก็รอชมละครสนุกก็แล้วกัน” หนานกงม่อเองก็ยิ้มออกมาอย่างชั่วร้าย

        แต่ในดวงตากลับปรากฏภาพของสตรีสกุลเซียวในวันนั้นขึ้นมาแวบหนึ่ง เขาไม่เชื่อว่าคนผู้นั้นคือเซียวซู่ซู่ แต่กลับไม่อาจลืมนางไปได้ เพราะว่านางมีท่วงท่าและบารมีที่โดดเด่นไม่เหมือนผู้อื่น

        “ฮ่าๆๆ…” ป๋ายหลี่ม่อหัวเราะออกมาอย่างดัง

        สิ่งที่เขาอยากได้ก็คือการทำให้สกุลเซียวขายหน้า ให้พวกเขาไม่อาจเงยหน้าขึ้นอีกในสังคม

        เหมือนดั่งเช่นทุกวัน เซียวซู่ซู่จะนั่งอาบแสงแดดอยู่ในเรือนพลางอ่านหนังสือด้วยท่าทีสงบนิ่ง มีเพียงเวลานี้ที่นางไม่รู้สึกอ้างว้างแล้วเพราะว่าเซียวเอินมักจะอยู่ข้างกายนางเสมอ และยังมีท่านลุงทั้งสามของนางที่มักจะมาถามไถ่ความเป็นอยู่ของนางอยู่บ่อยครั้ง ไม่เหมือนกับตอนอยู่ที่จวนสกุลซู ที่ไม่เคยมีผู้ใดมาถามไถ่หรือแสดงความเป็นห่วงเป็นใยต่อนาง

        และยิ่งไม่เหมือนกับตอนอยู่ตำหนักอ๋องติ้งเป่ยโหว ที่นางต้องโดนดูถูกเหยียดหยาม ซ้ำยังถูกคนหลอกใช้

        ทุกครั้งที่นางงีบหลับตอนกลางวัน นางมักจะรู้สึกหวาดกลัว นางสลัดปมในใจของตนไปไม่พ้น ความรู้สึกจะขาดอากาศหายใจ ความรู้สึกเจ็บปวด ความรู้สึกอับจนหนทาง และความรู้สึกสิ้นหวังในยามที่นางกำลังจะสิ้นชีวิตลงนั้นยังคงติดอยู่ในความทรงจำของนางไม่เลือนหาย

        ทั้งหมดนี้ล้วนเป็นเพราะฮวาเชียนจือ แต่คนที่นางนั้นรู้สึกโกรธแค้นและกล่าวโทษนั้นกลับเป็นม่อเวิ่นเฉิน เพราะว่าดาบนั้นเขาได้แทงทะลุหัวใจของนางด้วยตนเอง และวันนั้น นางเองก็ได้ยินเรื่องเกี่ยวกับการพนันทั้งหมดด้วยหูของตัวเอง

         “ซู่ซู่ งานชมดอกฉงฮวานั้นจะจัดขึ้นในวันพรุ่งนี้แล้ว เจ้ายังไม่คิดว่าจะทำเช่นไรดีอย่างนั้นหรือ?” ท่านป้าใหญ่เซียวเหยียนค่อยๆ เดินมาหานาง สีหน้าเข้มงวดไม่น้อย “สกุลเซียว ไม่อาจรับคำครหาใดๆ ได้อีกแล้ว”

        เซียวซู่ซู่เลิกตาขึ้นสบเข้ากับดวงตาของเซียวเหยียน ในดวงตาของนางสงบนิ่ง ไร้ซึ่งความกังวล “ท่านป้าใหญ่วางใจเถิด ซู่ซู่จะต้องไม่ทำให้ทุกคนผิดหวังแน่”

        เซียวเหยียนรู้ดีอยู่แล้วว่าการกระทำของตนนั้นไม่มีประโยชน์ แต่ว่าเมื่อเห็นแววตาที่หนักแน่นของเซียวซู่ซู่แล้ว กลับรู้สึกโล่งอกขึ้นมาทันที

        ทันใดนั้นนางกลับรู้สึกเชื่อในคำพูดของเซียวซู่ซู่อย่างไม่มีข้อกังขาใดๆ โดยเชื่อว่าเรื่องทุกอย่างที่เกิดขึ้นจะทำอะไรหลานสาวคนเล็กผู้นี้ของตนไม่ได้ แผนการในใจที่คิดไว้ทั้งหลายในตอนแรก วินาทีนี้ก็ได้มลายหายไปหมดแล้ว

        ถ้าหากไม่มีสกุลเซียวแล้ว สิ่งที่พวกนางแย่งกันไปมานั้นก็ไม่มีประโยชน์อะไร


ติดตามอัพเดทก่อนใคร ด้วยการกดไลค์แฟนเพจเรื่อง “ชายาคนงามของท่านอ๋องจอมโหด :  https://bit.ly/2MGbkiF

อ่านฟรีได้ที่นี่ หรือ
อ่านล่วงหน้า เร็วกว่าใครหลายร้อยตอนได้ที่เว็บไซต์ กวีบุ๊คhttps://www.kawebook.com/story/view/905

120/เล่ม (หากนับตอนฟรีจะเฉลี่ยอยู่ที่ 90-100 บาท/เล่มค่ะ ) เมื่อเทียบกับนิยายแปลเป็นเล่ม 30 ตอนเท่ากับ 1 เล่ม