0 Views

        หลังจากนี้ก็คือการทำความรู้จักกับญาติมิตร ยังมีท่านป้าท่านน้าจำนวนมากรอให้นางทักทายพวกเขาอยู่

        ทุกคนล้วนใช้สายตาแปลกๆ มองพิจารณาเซียวซู่ซู่ แม้ว่านางจะแสดงท่าทางอ่อนโยนเรียบร้อยเป็นอย่างมาก อีกทั้งบนใบหน้าก็ยังประดับด้วยรอยยิ้มที่แสนน่ารัก

        แต่ถึงกระนั้นคนที่มีสติฟั่นเฟืองมาถึงสิบห้าปีกลับมีปัญญาเฉลียวฉลาดขึ้นมาอย่างกะทันหันก็ยังคงทำให้ผู้คนไม่อาจจะยอมรับได้

        อีกทั้งยังเอ่ยออกมาแค่ประโยคเดียวก็ทำให้ฮูหยินเฒ่าตื่นเต้นดีใจได้ถึงเพียงนั้น

        “ท่านป้าใหญ่ ท่านป้ารอง…” เซียวซู่ซู่ได้ทักทายญาติของตนทีละคน

        คนเหล่านั้นกำลังคิดวางแผนร้ายอยู่ในใจ แม้ว่าสกุลเซียวจะเป็นสกุลที่ใหญ่และมีธุรกิจการค้าอันใหญ่โต แต่ว่าหลายปีมานี้กลับตกอยู่ในสภาวะย่ำแย่ ซ้ำยังสูญเสียอำนาจที่อยู่ในราชสำนักของแคว้นป่ายฮวาไปแล้วเช่นกัน

        ทางด้านบุ๋นและบู๊ก็ล้วนไม่มีผู้ใดโดดเด่นพอจะคว้าตำแหน่งจอหงวนเอาไว้ได้ จะใช้เพียงแค่ชื่อเสียงที่บรรพบุรุษสะสมมาเพื่อพัฒนาสกุลเซียวนั้นยังคงถือว่าไม่เพียงพอ

        ในรุ่นที่สี่ของสกุลเซียว นอกจากเซียวซู่ซู่ที่เป็นคนสติฟั่นเฟืองแล้ว คุณหนูใหญ่และคุณหนูรองล้วนมีแต่บุตรชายไร้ซึ่งบุตรสาว ตามกฎของแคว้นป่ายฮวา ผู้เป็นบุรุษสามารถเลี้ยงดูในเรือนได้แต่ไม่อาจยุ่งเกี่ยวกับเรื่องราชการของประเทศ

        เซี่ยวซู่ซู่นั้นเป็นบุตรสาวของคุณหนูสาม ปีนั้นเพราะว่าคลอดก่อนกำหนดทำให้เสียเลือดมากจนถึงแก่ชีวิต เหลือไว้เพียงแค่บุตรสาวที่สติไม่สมประกอบผู้นี้

        สกุลเซียวที่ใหญ่โตก็เหลือเพียงหญิงสาวผู้นี้คนเดียว แต่นางกลับใช้ชีวิตอย่างคนสติไม่สมประกอบไปเรื่อยๆ แม้ว่าจะมีรูปโฉมที่งามล้มแผ่นดินแต่กลับทำได้เพียงแค่ประดับไว้อยู่ในบ้านสร้างความสวยงามเท่านั้น

        กระทั่งจะเทียบกับแจกันดอกไม้ที่ใช้ประดับบ้านยังไม่ได้

        แต่เดิมคุณหนูใหญ่และคุณหนูรองล้วนคิดว่าสกุลเซียวนั้นไม่ช้าก็เร็วจะต้องพังลงด้วยมือของพวกเขาทั้งสองเป็นแน่ เพราะว่าพวกเขานั้นไร้ซึ่งบุตรสาวสืบสกุล อีกทั้งหญิงสาวที่เหลืออยู่เพียงคนเดียวนั้นยังปัญญาอ่อนไปแล้วเสียอีก จึงไม่สามารถฝากฝังธุรกิจการค้าของบรรพบุรุษไว้กับนางได้อย่างสบายใจ

        “เด็กดี” คุณหนูใหญ่สกุลเซียวนั้นเอ่ยออกมาอย่างปากอย่างใจอย่าง พลางเดินหน้าขึ้นไปจับมือของเซียวซู่ซู่เอาไว้ “ซู่ซู่ฟื้นแล้วก็ดี ฟื้นแล้วก็ดี” คุณหนูรองเองก็เอ่ยพูดจาเป็นมิตรออกมาพร้อมกับมอบรอยยิ้มที่ไม่จริงใจมาให้

        ในร่างของเซียวซู่ซู่ที่เกิดใหม่อีกครั้งนั้นคือวิญญาณของซูฉีฉี ชาติที่แล้วนางรู้ดีถึงจิตใจที่ชั่วร้ายของมนุษย์ เวลานี้เมื่อเผชิญหน้ากับท่านป้าใหญ่และท่านป้ารองที่มีรอยยิ้มที่ไม่จริงใจกับความมืดมิดในดวงตา นางก็สามารถเข้าใจได้อย่างชัดเจน

        ทว่า นางที่พึ่งฟื้นขึ้นมานั้นก็มิได้แสดงท่าทีอะไรตอบกลับไป ทำเพียงแค่จำเรื่องเกี่ยวกับทุกคนเอาไว้ในใจของตน

        จากนั้นนางก็ได้เจอท่านลุงอีกหลายคนของตน เซียวซู่ซู่ก็ล้วนทักทายพวกเขาอย่างมีมารยาท มิได้แสดงท่าทีไม่สมควรอันใดออกมา

        ซูฉีฉีนั้นเป็นบุตรสาวของอัครมหาเสนาบดี เป็นคุณหนูสกุลผู้ดี ด้วยเหตุนั้นมารยาทและขนบธรรมเนียมเหล่านี้ล้วนไม่ใช่เรื่องยากสำหรับนาง ทำให้นางสามารถแสดงความเคารพออกมาได้อย่างสำรวมและนอบน้อม พวกผู้ใหญ่ล้วนยิ้มออกมาอย่างเบิกบานใจ รอยย่นกระจายออกเต็มใบหน้า

        บุตรสาวคนเดียวของสกุลเซียว ในที่สุดก็ฟื้นขึ้นมาแล้ว

        จากนั้นนางก็เจอพี่ชายอีกสิบกว่าคนของตน ซึ่งซูฉีฉีต่อให้มีความจำเป็นเลิศ เมื่อมองดูสิ่งใดก็จำได้ไม่รู้ลืมนั้น ในเวลานี้ก็ยังอดเวียนศีรษะไม่ได้ นางทักทายผู้คนทั้งหลายพลางจับแขนของฮูหยินเฒ่าเบาๆ “ท่านยาย ข้าหิวแล้ว”

          เมื่อได้ยินหลานสาวที่รักพูดว่าหิวแล้ว ฮูหยินเฒ่าก็รีบสั่งให้คนใช้ไปจัดเตรียมอาหารมาพลางโบกมือไล่คนอื่นๆ ออกไป “ทุกคนกลับไปที่ห้องพักตนเองเถิด ข้าอยู่ที่นี่ดูซู่ซู่คนเดียวก็พอแล้ว” นางมีความสุขเสียจริงๆ จนเหมือนจะไม่รู้สึกถึงความเหนื่อยล้าเลย

        เซียวซู่ซู่เข้าใจถึงความรู้สึกของฮูหยินเฒ่าจึงมิได้เอ่ยขัดความสุขของนาง พลางยกมือขึ้นพยุงแขนนางไปนั่งบนเตียงอย่างเอาใจ “ซู่ซู่กินข้าวพร้อมกับท่านยายดีหรือไม่” ดวงตากลมโตของซู่ซู่นั้นใสดุจน้ำขณะจ้องมองไปที่ฮูหยินเฒ่าด้วยแววตาที่แสนจะอ่อนหวาน

        และขณะที่ฮูหยินเฒ่ามองไปที่เซียวซู่ซู่ ดวงตาของนางก็เต็มไปด้วยความอ่อนโยนและรักใคร่เช่นกัน

        เวลานี้เซียวซู่ซู่ได้ปกปิดความเยือกเย็นและเย็นชาในใจของตนเองไปแล้ว นางกำลังดื่มด่ำกับความอบอุ่นที่ยากจะได้รับ

        ในอดีตมีเพียงมารดาของตนเท่านั้นที่จะประพฤติกับนางเช่นนึ้ แต่ว่ามารดาของตนนั้นก็เป็นคนอ่อนแอไร้ความสามารถ ไม่อาจปกป้องคุ้มครองนางได้ จึงกลายเป็นนางที่ต้องคอยปกป้องมารดาของตน

        แน่นอนว่าท้ายที่สุดแล้วมารดาของนางกลับยอมเสียสละตนเองเพื่อนาง จุดนี้ กลายเป็นความเจ็บปวดชั่วชีวิตในใจของซูฉีฉี เพียงเพราะว่าตอนนั้นคนเดียวที่นางคิดจะช่วยเหลือนั้นคือม่อเวิ่นเฉิน

        เมื่อคิดมาถึงตรงนี้ เซียวซู่ซู่ก็รู้สึกเจ็บปวดในหัวใจอย่างมากขึ้นมากะทันหัน

        “ซู่ซู่ เจ้าเป็นอะไรไป?” ในรอยยิ้มที่พึงพอใจของฮูหยินเฒ่านั้นมีความกังวลปรากฎขึ้นเล็กน้อย เพราะว่าตอนนี้นางเห็นว่าเซียวซู่ซู่มีสีหน้าขาวซีดขึ้นมา

        บนโต๊ะได้มีอาหารวางเรียงกันเต็มไปหมด เซียวซู่ซู่ที่เหม่อลอยไปชั่วขณะ เมื่อได้ยินคำถามของฮูหยินเฒ่า นางก็รีบดึงสติกลับมาก่อนจะยิ้มกลับอย่างอ่อนหวาน “ท่านยาย ข้าไม่เป็นอะไร อาจเป็นเพราะว่าหลายวันมานี้ไม่ได้กินอาหารจึงรู้สึกปวดกระเพาะอยู่บ้าง” ข้ออ้างนี้เหมาะสมเป็นอย่างมากทำให้ฮูหยินเฒ่านั้นไม่สงสัยแม้แต่น้อย

        แน่นอนว่านางไม่มีทางเกิดความสงสัยขึ้น

        เพราะว่าตลอดสิบห้าปีนั้นเซียวซู่ซู่นั้นสติฟั่นเฟืองมาเป็นเวลาถึงสิบห้าปี ต่อให้ฟื้นขึ้นมาอย่างกะทันหันนี้ ในสายตาของฮูหยินเฒ่า นางก็ยังคงบริสุทธิ์ไร้เดียงสาราวกับกระดาษขาว

        ไม่มีทางมีเรื่องอะไรในใจ

        อาหารมื้อนี้ ฮูหยินเฒ่าคอยคีบอาหารมาให้เซียวซู่ซู่ไม่หยุด บนใบหน้านั้นยังคงประดับด้วยรอยยิ้มแห่งความสุข

        รอยยิ้มนั้นเป็นยิ้มที่ออกมาจากใจ

        “อายุสิบห้า ต้องเริ่มต้นใหม่ทั้งหมด จะทำทุกอย่างนั้นเกรงว่าจะช้าไปเสียแล้ว” เวลานี้ในเรือนฝั่งตะวันตก คุณหนูใหญ่เซียวเหยียนและคุณหนูรองเซียวจู๋กำลังเอียงพิงเก้าอี้ตัวยาวอยู่ คนทั้งสองนั้นสวมใส่กระโปรงผ้าบางเบาดุจปีกจักจั่น ขณะปิดตาพักผ่อนสายตาและมีความสุขกับการให้บุรุษรับใช้บีบนวดร่างกายของพวกนาง พลางปรึกษาหารือกันถึงเซียวซู่ซู่ที่ฟื้นขึ้นมาอย่างกะทันหัน

        “จริงด้วย เพราะฉะนั้นต่อให้ฮูหยินเฒ่าคิดจะมอบสกุลเซียวให้กับนาง ก็เกรงว่านางจะรับมาดูแลไว้ไม่ไหว”

        “สติฟั่นเฟืองถึงสิบห้าปี ไม่รู้หนังสือแม้แต่ตัวเดียว กลับวรยุทธ์นั้นก็ไม่มีพื้นฐานแม้แต่น้อย จะสอบจอหงวน ไหนเลยจะทำได้ พวกเราพี่น้องพยายามกันมาตั้งแต่เล็กจนถึงสุดท้ายก็สอบไม่ติดแม้แต่อัมดับที่ล่างที่สุด น้องเล็กนั้นก็เป็นเพราะว่ามีวรยุทธ์ที่โดดเด่นจึงได้รับความสนใจจากฮ่องเต้หญิง แต่เมื่อคิดถึงแม่หนูเซียวซู่ซู่ผู้นี้ นางจะทำอะไรได้? อย่างมากที่สุดก็แค่ไม่ใช่คนปัญญาอ่อนแล้วเท่านั้น…”

        “ข้าก็คิดเช่นนั้น…” ความกังวลที่มีในตอนแรกของสองพี่น้องนั้นได้มลายหายไปทันที

        มิผิด สิ่งที่พวกเขาพูดล้วนเป็นความจริง

        โดยทั่วไปแล้ว ต่อให้เซียวซู่ซู่จะฟื้นขึ้นมาจริงๆ แล้ว แต่ว่าตั้งแต่เล็กนางก็มิเคยได้เรียนหนังสือมาก่อน และก็มิเคยได้ฝึกฝนวรยุทธ์มาแม้แต่น้อย นางที่มีอายุย่างเข้าสิบห้าแล้วนั้นไม่อาจจะคาดหวังอันใดได้อีก

        เพราะว่าฮูหยินนั้นกำลังจมอยู่กับความสุขและความตื่นเต้นจึงมิได้คาดคิดไปถึงจุดนี้ ตอนนี้นางเพียงรู้สึกว่าสกุลเซียวนั้นมีความหวังที่จะรอดแล้ว

        บุรุษทั้งหลายในสกุลเซียว หรือก็คือลุงทั้งสามของเซียวซู่ซู่นั้นกลับล้วนมีท่าทีสงบนิ่ง

        ในแคว้นป่ายฮวา บุรุษนั้นไม่เคยยุ่งเกี่ยวกับปัญหาน้อยใหญ่ของประเทศมาโดยตลอด

        และเพราะว่าสกุลเซียวนั้นเป็นสกุลใหญ่ ทำให้บุรุษทั้งสามนั้นมิได้แต่งงานออกไปแต่กลับแต่งภรรยาเข้ามาอยู่ในสกุลเซียว แต่ว่าเรื่องทั้งหมดในจวนสกุลเซียวนั้น คนที่สามารถจัดการเรื่องราวได้มีเพียงเซียวเหยียนและเซียวจู๋

        “แม่หนูซู่ซู่ผู้นี้เหมือนจะไม่ธรรมดาเท่าใดนัก” เซียวเหอแหงนหน้าขึ้นมองดวงจันทร์พลางยกแก้วสุราในมือขึ้นดื่ม จากนั้นจึงเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงราบเรียบ “มิรู้ว่าพี่ชายทั้งสองสังเกตเห็นหรือไม่ถึงความน่าเกรงขามในดวงตาคู่นั้นของนาง”

          บุรุษสองคนที่เหลือล้วนพยักหน้า “ข้าก็สังเกตเห็นเช่นกัน ทว่านางกลับปกปิดมันได้เป็นอย่างดี”

          “บางทีฮูหยินเฒ่าก็มองเห็นแล้วเช่นกัน มีเพียงพี่สาวใหญ่และพี่สาวรองที่ไม่เห็นกระมัง” เซียวเหอนั้นมีท่าทางประหนึ่งคนที่มีความสุขภายใต้ความทุกข์ของผู้อื่น หลายปีมานี้พวกเขาล้วนเป็นฝ่ายที่ถูกกดขี่ข่มเหง คุณหนูทั้งสองของสกุลเซียวนั้นถือว่าครองอำนาจในจวนไปแทบจะทั้งหมด

        “เช่นนี้ถึงจะน่าสนุก”

         “ข้าเห็นด้วย อยากจะเห็นเสียจริงๆ ว่าใครจะเป็นผู้ชนะ ข้าตัดสินใจแล้วว่าครั้งนี้จะช่วยบุตรสาวของน้องหญิงสาม”

         “ข้าก็ด้วย”

          “ข้าก็ด้วย…”

         “…”

         คนทั้งสามคนเอ่ยตอบกับไปมา พูดคุยอย่างสนุกสนาน แต่เพราะบทสนทนาของพวกเขาก็ได้กำหนดชะตากรรมของเซียวซู่ซู่ไปเสียแล้ว

         ในขณะที่นางยังมิได้ลงมือทำอะไรนั้น ก็ได้มีผู้สนับสนุนด้านหลังถึงสามคนแล้ว

         อีกทั้งฮูหยินเฒ่ายังได้ฝากความหวังทั้งหมดไว้บนตัวนางอีกด้วย ต่อให้เซียวเหยียนและเซียวจู๋คิดจะทำอะไรนั้น คงไม่สามารถลงมือทำได้อย่างสะดวกนัก

        ยังไงเสียพวกนางก็ต้องคอยดูสถานการณ์ให้ดี

        ย่างเข้าตีสามแล้ว ซูฉีฉีที่กลายเป็นส่วนหนึ่งของสมาชิกสกุลเซียวนั้นก็ยังคงไม่อาจข่มตาหลับได้ ตอนนี้นางคือเซียวซู่ซู่มิผิดแน่ เช่นนั้นนางซูฉีฉีก็จะมีชีวิตอยู่ให้ดีแทนซู่ซู่ ชาตินี้นางจะต้องเป็นดุจวิหคที่เหาะเหินกลางนภา จะต้องเอาชื่อเสียงลาภยศของแผ่นดินนี้มาไว้ในมือตน จะใช้ความสามารถที่โดดเด่นและรูปโฉมที่งดงามนี้เหยียบบุรุษที่ลุ่มหลงในรูปโฉมงดงามของสตรีนั้นไว้ใต้เท้าของตนให้ได้…


ติดตามอัพเดทก่อนใคร ด้วยการกดไลค์แฟนเพจเรื่อง “ชายาคนงามของท่านอ๋องจอมโหด :  https://bit.ly/2MGbkiF

อ่านฟรีได้ที่นี่ หรือ
อ่านล่วงหน้า เร็วกว่าใครหลายร้อยตอนได้ที่เว็บไซต์ กวีบุ๊คhttps://www.kawebook.com/story/view/905

120/เล่ม (หากนับตอนฟรีจะเฉลี่ยอยู่ที่ 90-100 บาท/เล่มค่ะ ) เมื่อเทียบกับนิยายแปลเป็นเล่ม 30 ตอนเท่ากับ 1 เล่ม