0 Views

        โลหิตที่บาดแผลบริเวณหัวใจไหลออกมาไม่หยุด ซูฉีฉียังคงรู้สึกถึงมันอยู่เล็กน้อย นางรู้สึกได้ว่าชีวิตค่อยๆ มลายหายไป รู้สึกได้ถึงความเจ็บปวดบริเวณหัวใจ

        เสียงลมหนาวยังคงดังก้องอยู่ข้างหู นางไม่อยากตาย แต่ว่านางก็ใกล้จะสิ้นลมหายใจแล้ว

        ดาบของม่อเวิ่นเฉินนั้นได้แทงลึกเข้าไปในหัวใจของนาง เสมือนว่ามันได้แทงผ่านทะลุหัวใจไปแล้ว นางเชี่ยวชาญวิชาการแพทย์เป็นอย่างดีเพราะฉะนั้นนางรู้ดีว่าตนไม่อาจมีชีวิตรอดได้อีก

        นางเกลียด นางแค้น

        นางทุ่มเทมาตั้งมากมายแต่ตอบแทนคืนมาด้วยดาบของเขา

        มันตัดขาดทุกสิ่งทุกอย่างที่เกี่ยวข้องกับพวกเขาทั้งสอง

        ร่างกายของนางยังคงดิ่งลงไปด้านล่าง ผมยาวสลวยโบกสะบัดไปตามสายลม แต่นางกลับไม่รู้สึกถึงความเจ็บปวดอีกแล้ว นางมองไม่เห็นว่าด้านล่างนั้นลึกเพียงใด แต่นางรู้ว่าจากนี้ไปนางจะไม่ต้องผูกมัดกับสิ่งใดอีก

        ท่านแม่ ฉีฉีมาหาท่านแล้ว

        ท่านแม่ ความจริงแล้วฉีฉีหวาดกลัวเป็นอย่างมาก ฉีฉีกลัวจริงๆ ว่าจะต้องตาย…

        นางหวังเหลือเกินว่าตนจะมีชีวิตอยู่ต่อ

        ความเจ็บปวดผสมกับความเคียดแค้นอัดแน่นอยู่ในใจของนาง ก่อนที่สติของนางจะค่อยๆ พร่าเลือน ประสาทสัมผัสของนางจางหายไปเรื่อยๆ จนไม่มีอีกต่อไป!

          นางค่อยๆ ปิดตาลง จากนั้นก็ไม่รับรู้ถึงสิ่งใดบนโลกใบนี้อีก!

          และในขณะที่นางกำลังหลับตาลงนั้น นางก็ยังคงไม่อาจยอมรับความเป็นจริงนี้ได้ กระทั่งรู้สึกได้ว่าแม้แต่จิตวิญญาณของนางก็รู้สึกเช่นนั้น อยู่ๆ นางก็ต้องมาสิ้นชีพภายใต้ดาบของคนที่นางรัก ช่างไม่ยุติธรรมเสียจริงๆ

        ร่างกายของนางยังคงดิ่งลงไปด้านล่าง จนไปถึงก้นเหว…

        ตายแล้วเกิดใหม่หรือการยืมร่างหวนวิญญาณ ล้วนเป็นเพียงตำนานที่เล่าขานกันเท่านั้น สำหรับซูฉีฉีแล้วต่อให้นางจะรู้สึกไม่อยากยอมรับความเป็นจริงหรือโกรธแค้นสักเพียงใด นางก็ได้ตายไปแล้ว

        วิญญาณนั้นอาจจะไปที่ยมโลกเพื่อเกิดใหม่ หรือกลายเป็นวิญญาณเร่ร่อนที่เที่ยวเตร็ดเตร่อยู่บนโลกมนุษย์ หรือแม้กระทั่งจะตายไปพร้อมกับวิญญาณดับสลายไม่อาจหวนคืน และเรื่องราวของนางก็จะจากโลกนี้ไปตลอดกาลนั้นก็ไม่มีใครรู้

        ทว่าตอนนี้ซูฉีฉีกลับนิ่งอึ้งไปไม่น้อย เพราะนางนั้นกำลังนั่งนิ่งๆ อยู่บนเตียง ขณะมองดูบริเวณโดยรอบอย่างนิ่งอึ้ง ดวงตาทั้งสองดูว่างเปล่าไร้ซึ่งจิตวิญญาณ นางค้างอยู่ในท่านี้เป็นเวลาถึงหนึ่งวันหนึ่งคืนเต็มๆ

        นางไม่อาจเชื่อว่าตนเองยังไม่ตาย แต่กลับยืมร่างหวนคืนวิญญาณทำให้มีชีวิตใหม่ขึ้นมาอีกครั้ง

        อีกทั้งนางยังไม่กล้าไปดูรูปโฉมในตอนนี้ของตน หรือว่าบางทีตอนที่นางตกลงไปยังก้นเหวนั้นมียอดฝีมือมาช่วยชีวิตตนเอาไว้ แต่ว่าตอนนั้นดาบได้แทงทะลุหัวใจของนาง ต่อให้เทพเซียนก็ไม่อาจช่วยนางได้อย่างแน่นอน

         อีกทั้งจะมีใครมาช่วยชีวิตของนางเอาไว้กัน

        ซูฉีฉีกอดไหล่ของตนเอาไว้ นางรู้สึกหนาวเย็นอยู่บ้าง อีกทั้งห้องพักนี้ก็ตกแต่งอย่างหรูหราไม่น้อย

        มีคนรับใช้เข้าๆ ออกๆ ทว่าพวกเขาก็มองข้ามการนั่งนิ่งเฉยของซูฉีฉี เสมือนว่านางเป็นอย่างนี้มาตั้งแต่แรกแล้ว

        จากนั้นก็ได้ยินคนรับใช้เหล่านั้นกำลังซุบซิบนินทากัน นางถึงจะรู้ว่าตนนั้นได้ยืมร่างหวนคืนวิญญาณจริงๆ และเจ้าของร่างกายนี้เดิมนั้นเป็นหญิงปัญญาอ่อน ไร้บิดามารดา เมื่อเกิดมานั้นก็มีสติไม่ดีเช่นนี้อยู่แล้ว

        อีกทั้งยังไม่เคยเอ่ยปากพูดแม้แต่ครั้งเดียว

        ในเมื่อนางเกิดใหม่แล้ว เช่นนั้นชาตินี้นางซูฉีฉีจะต้องงดงามสะท้านแผ่นดิน จากนั้นก็กลับไปคิดบัญชีในอดีตทั้งหมดให้จบสิ้น

        “คุณหนูเล็ก…”

        เมื่อเห็นสายตาเช่นนั้นของซูฉีฉี สาวใช้ก็ตัวสั่นระริกอย่างตกใจอีกทั้งยังเกือบจะโยนถาดในมือของตนเองทิ้งไปเสียแล้ว “ผี…มีผี…อ๊าาา…”

        นางตะโกนก่อนจะรีบก้าวถอยหลังไปอย่างรวดเร็ว

        เสียงตะโกนนั้นทำให้ซูฉีฉีสะดุ้งขึ้น นางรีบยกมือขึ้นจับใบหน้าของตนเอง หรือว่าชาติใหม่ของนางยังคงมีใบหน้าอัปลักษณ์งั้นหรือ? ใบหน้าในอดีตนั้นต่อให้ไม่อาจทำให้ผู้คนต้องลุ่มหลงได้ แต่ก็ไม่ถึงขั้นที่จะมีคนตะโกนเรียกนางว่าผี

        และเพราะว่ารูปโฉมที่ไม่งามสะดุดตาของนางนั้นทำให้กลายเป็นที่ขบขันนินทาของผู้คนทั่วหล้า ถึงได้กลายเป็นเพียงหุ่นเชิดของม่อเวิ่นเฉิน และได้ถูกทอดทิ้งอยู่เรื่อยไปซ้ำยังถูกหลอกใช้ไม่รู้จบ นางในตอนนี้กลับนึกเป็นกังวลต่อรูปโฉมของตนเองขึ้นมา

        “หุบปาก วางชามโจ๊กเอาไว้แล้วไสหัวออกไป” ซูฉีฉีลุกขึ้นจากเตียงก่อนจะก้าวไปด้านหน้าก้าวหนึ่ง และจ้องไปทางสาวใช้ที่ก้าวถอยหลังเมื่อครู่

       จากนั้นนางก็เดินไปที่โต๊ะและส่องกระจกที่อยู่บนนั้น

        นางไม่มีนิสัยชอบหลอกตัวเอง เพราะฉะนั้นนางจะต้องดูใบหน้าในยามนี้ของตนให้ดีๆ…

        เมื่อเห็นใบหน้าที่แปลกใหม่ของตนนั้น ซูฉีฉีก็นิ่งอึ้งไป ร่างที่วิญญาณของนางยึดมากลับดูงามสะท้านแผ่นดิน ผิวพรรณขาวเนียนอมชมพู ผ่องใสราวกับหยกเนื้อดี คิ้วเรียวบางประกอบกับดวงตาเรียวหวาน ริมฝีปากเล็กๆ เป็นสีแดงอมชมพู ดูอ่อนหวานเรียบร้อย ประกอบกับผมยาวนุ่มสลวยที่ทิ้งตัวลงมาอยู่ข้างแก้มทั้งสองของนางยิ่งเพิ่มเสน่ห์อันน่าเย้ายวนให้เด่นชัดมากขึ้น ถ้าหากมองข้ามดวงตาที่เยือกเย็นของนางแล้ว สามารถเรียกได้ว่างดงามไร้ที่ติอย่างแน่นอน

        ทำให้ซูฉีฉีอดไม่ได้ที่จะมองดูอย่างตกตะลึง

        ถ้าหากว่านางเคยมีรูปโฉมที่งดงามเช่นนี้ ไหนเลยจะจบชีวิตลงเช่นนั้น

        เมื่อคิดมาถึงตรงนี้ หัวใจของนางก็รู้สึกเจ็บปวดขึ้นมาเบาๆ

        ความเยือกเย็นในดวงตาของนางก็เด่นชัดมากขึ้น

        ดูเหมือนว่าสาวใช้นั้นจะหวาดกลัวไม่น้อย คุณหนูเล็กที่สติไม่ดีของนางนั้นกลับสามารถพูดจาได้อย่างกะทันหัน อีกทั้งดวงตาที่มักจะเหม่อลอยนั้นก็ปรากฏประกายอันเยือกเย็นที่ทำให้ผู้คนไม่กล้าจะเข้าใกล้

        นี่มันประหลาดเกินไปแล้ว

        เดิมแพทย์หลวงได้ตรวจอาการของคุณหนูเล็กและบอกว่านางมีชีวิตได้ไม่เกินวันนี้แล้ว นางเองก็ได้รับคำสั่งมาให้ดูว่าหญิงปัญญาอ่อนผู้นี้ว่าเป็นอย่างไรบ้าง คิดไม่ถึงว่า…

        เป็นผี จะต้องเป็นผีอย่างแน่นอน

        ซูฉีฉีมองสาวใช้ที่จ้องตนเองพลางก้าวถอยหลังนั้น นางก็สบถเสียงเย็นออกมา คนรับใช้เช่นนี้กลับกล้ากลั่นแกล้งผู้เป็นนาย ในเมื่อนางซูฉีฉีได้เกิดใหม่ในร่างกายนี้แล้ว จะต้องทำให้ทุกอย่างเปลี่ยนไปให้ได้

        เพราะว่าเสียงร้องตะโกนของสาวใช้ดังจนรบกวนคนอื่นๆ ที่อยู่ในเรือน

        ฮูหยินเฒ่าที่ศีรษะเต็มไปด้วยผมสีขาวนั้นก็ค่อยๆ เดินโยกเยกเข้ามาในห้องก่อนจะมองไปทางซูฉีฉีที่นั่งอยู่หน้ากระจก สีหน้าของนางเต็มไปด้วยความปวดใจ ดวงตาทั้งสองเต็มไปด้วยความห่วงใย “ซู่ซู่ เจ้าฟื้นแล้วหรือ? ในที่สุดเจ้าก็ฟื้นแล้ว?”

        เบ้าตาของนางมีน้ำตาเอ่อคลอออกมา นางเดินไปด้านหน้าพลางยกมือขึ้นกอดไหล่ของซูฉีฉี มือทั้งสองของนางนั้นกำลังสั่นอยู่เล็กน้อย กระทั่งเสียงที่เอ่ยออกมานั้นก็สั่นอยู่เช่นกัน

        ด้านหลังของฮูหยินเฒ่าก็มีคนเดินติดตามมาด้วยกว่าสิบคน ล้วนมีครบไม่ว่าจะเป็นบุรุษสตรีผู้ใหญ่เด็กเล็ก

        “ฮูหยินเฒ่า ท่านอย่าตื่นเต้นจนเกินไป คุณหนูเล็กฟื้นแล้วจริงๆ อีกทั้งนางยังพูดได้ด้วย…” สาวใช้เมื่อครู่นั้นได้กลับมาสงบนิ่งดังเดิม ตอนนี้สิ่งเดียวที่จะอธิบายภาพเบื้องหน้านั้นได้ก็คือคุณหนูเล็กของจวนพวกเขาได้ฟื้นขึ้นแล้ว นางหลับใหลไปถึงสิบห้าปี ในที่สุดวันนี้ก็ฟื้นขึ้นแล้ว

        “ใช่แล้ว ท่านยาย ท่านควรจะดีใจถึงจะถูก” บุรุษที่มีอายุราวสิบแปดสิบเก้าก็เดินมาด้านหน้าพร้อมกับตบไหล่ของฮูหยินเฒ่าเบาๆ ท่าทางดูกตัญญูเป็นอย่างมาก พลางหันไปมองทางซู่ซู่หรือก็คือซูฉีฉีในตอนนี้

        “ใช่แล้ว ท่านแม่ ซู่ซู่ฟื้นขึ้นมาแล้ว ดวงวิญญาณของน้องเล็กจะได้สงบสุขเสียที…”

         “ท่านแม่ สุขภาพของท่านต้องมาก่อนนะ…”

          ผู้คนทั้งหลายล้วนพูดเตือนนางไม่หยุด

        “ท่านยาย” ซูฉีฉีพึ่งจะควบคุมอารมณ์ของตัวเองเอาไว้ได้พลางเอ่ยเรียกออกมาอย่างนอบน้อม ความเยือกเย็นในดวงตาของนางได้หายไปแล้ว สิ่งที่มาแทนที่มีเพียงความฉลาดซุกซนเท่านั้น

        นี่คือความไร้เดียงสาที่หญิงสาววัยสิบห้าควรจะมี

        นางค่อยๆ สังเกตเหล่าฮูหยินที่อยู่ในห้อง เหมือนว่าพวกเขาทั้งหลายล้วนมีบารมีที่ต่างจากคนอื่นอยู่บ้าง

        ทว่ากลับอธิบายออกมาไม่ถูกว่าคืออะไร ผิดกับบุรุษที่ยืนอยู่ข้างพวกนางที่มีท่วงท่าดูอ่อนโยนและเรียบร้อย

        นางไม่รู้ว่าตนนั้นอยู่ที่ไหน ยังอยู่ในโลกที่นางเคยมีชีวิตอยู่ก่อนหรือไม่…

        คำว่าท่านยายที่นางเอ่ยขึ้นนั้นทำให้ฮูหยินเฒ่าน้ำตาไหลออกมาไม่หยุด นางกอดซูฉีฉีไว้แน่นไม่ยอมปล่อยมือ “ซู่ซู่ของข้า ในที่สุดเจ้าก็ฟื้นแล้ว ฟื้นแล้ว…”

          ครั้งนี้นางเชื่อแล้วจริงๆ ว่าหลานสาวที่สติฟั่นเฟืองเป็นเวลาสิบห้าปีของตน ซึ่งแพทย์หลวงได้ตรวจอาการแล้วบอกว่านางจะไม่มีชีวิตรอดผ่านวันนี้ไปได้นั้นฟื้นแล้วจริงๆ

        สำหรับสกุลเซียวแคว้นป่ายฮวานั้น นี่ถือเป็นเรื่องดีอย่างหาที่เปรียบไม่ได้เลย

        ภายใต้ความร่วมมือของซูฉีฉีนั้น เซียวซู่ซู่ก็ได้กอดกับฮูหยินเฒ่าแล้ว “ท่านยาย ข้าฟื้นแล้ว หลังจากนี้ไป ข้าจะต้องกตัญญูตอบแทนบุญคุณท่านเป็นอย่างดี”

         ดูจากการแต่งตัวของคนเหล่านี้รวมถึงความแตกต่างระหว่างหญิงชายนั้น ที่นี่น่าจะเป็นแคว้นป่ายฮวาซึ่งเป็นแคว้นที่ติดกับสำนักเหลย เป็นแคว้นที่สตรีเป็นใหญ่

        ในใจของนางยิ่งรู้สึกมั่นใจมากขึ้น แคว้นสตรีเป็นใหญ่ อย่างนั้นก็แสดงว่าฐานะของสตรีเมื่อเกิดมานั้นก็สูงกว่าบุรุษอยู่ถึงสามส่วนแล้ว

        ผมสีขาวของฮูหยินเฒ่านั้นดูเหมือนเคลือบไว้ด้วยแสงสว่าง ทำให้นางดูมีชีวิตชีวามากขึ้นไม่น้อย นางค่อยๆ ปล่อยมือออกจากเซียวซู่ซู่ก่อนจะเริ่มมองสำรวจนางขึ้นๆ ลงๆ ในดวงตานั้นมีความพึงพอใจอย่างปิดไม่มิด

        นางรู้ว่าความรุ่งเรืองของสกุลเซียวนั้นได้ปรากฏขึ้นอีกครั้ง พวกเขามีความหวังแล้ว


ติดตามอัพเดทก่อนใคร ด้วยการกดไลค์แฟนเพจเรื่อง “ชายาคนงามของท่านอ๋องจอมโหด :  https://bit.ly/2MGbkiF

อ่านฟรีได้ที่นี่ หรือ
อ่านล่วงหน้า เร็วกว่าใครหลายร้อยตอนได้ที่เว็บไซต์ กวีบุ๊คhttps://www.kawebook.com/story/view/905

120/เล่ม (หากนับตอนฟรีจะเฉลี่ยอยู่ที่ 90-100 บาท/เล่มค่ะ ) เมื่อเทียบกับนิยายแปลเป็นเล่ม 30 ตอนเท่ากับ 1 เล่ม