0 Views

        เมื่อได้ยินที่เหลยอวี๊เฟิงเอ่ยขึ้น ม่อเวิ่นเฉินถึงสังเกตเห็นว่าที่แท้คนที่ขี่ม้ามุ่งหน้ามาทางนี้ก็คือคุณหนูเล็กแห่งสกุลเหลย เหลยอวี่เหยา

        แม่หนูคนนี้มักจะทำอะไรโดยไม่สนใจสิ่งใดอยู่เสมอ

        ม้าวิ่งทะยานมาจนถึงเบื้องหน้าพวกเขาทั้งสาม จากนั้นเหลยอวี่เหยาก็รีบดึงสายบังเหียนอย่างแรง ก่อนจะพุ่งตัวเข้ากอดเหลยอวี๊เฟิงที่อยู่เบื้องหน้า “พี่ใหญ่ ในที่สุดท่านก็กลับมาแล้ว หลายวันที่ท่านไม่อยู่ เจ้าพวกนั้นไม่ยอมให้ข้าออกจากบ้านเลย…ข้าแทบจะเฉาตายอยู่แล้ว…”

        นางพูดพลางยกมือขึ้นตบๆ ไหล่ของเหลยอวี๊เฟิง ช่างเป็นสตรีที่องอาจเสียจริงๆ ซูฉีฉีลอบนึกอยู่ในใจพลางพยายามไม่แสดงท่าทีชื่นชมนางออกมาให้เห็น

        ม่อเวิ่นเฉินที่โอบซูฉีฉีไว้อยู่นั้นมีสีหน้าเยือกเย็น ไม่เอ่ยคำใดออกมา เขาคุ้นชินกับนิสัยโผงผางของหญิงสาวผู้นี้เสียแล้ว

        เหลยอวี๊เฟิงนั้นได้ถูกน้องสาวของเขาตีจนไอออกมาไม่หยุด ท่าทางเสเพลกระล่อนเมื่อครู่ได้หายไปหมดแล้ว ตอนนี้เขามีสีหน้าบึ้งตึงพลางหาทางหลบหนีจากเงื้อมือของแม่หนูน้อยผู้นี้ ทว่าผ่านไปเนิ่นนานเขาก็ยังไม่สามารถดันตัวเหลยอวี่เหยาออกไปได้

        ม่อเวิ่นเฉินตัดสินใจจะช่วยสหายของเขาสักหน่อยจึงกระแอมออกมาเบาๆ มิเช่นนั้น ตัวเขาที่ซูฉีฉีพึ่งจะพยายามช่วยออกมาจากยมบาลนั้น เกรงว่าคงต้องถูกส่งกลับไปอีกเป็นแน่

        เมื่อได้ยินเสียงกระแอมเบาๆ เหลยอวี่เหยาถึงจะยอมปล่อยมือจากเหลยอวี๋เฟิงก่อนจะหันไปมองม่อเวิ่นเฉินด้วยสีหน้าตื่นเต้น “พี่เวิ่นเฉินก็มาด้วยหรือ ดีจริงๆ…”

        เมื่อเอ่ยเสร็จนางก็เตรียมพุ่งตัวเข้าไปในอ้อมกอดของเขา ทว่ากลับถูกม่อเวิ่นเฉินพลิกตัวหลบได้อย่างแนบเนียน มือของเขายังคงโอบซูฉีฉีเอาไว้

        เหลยอวี่เหยาในตอนนี้ถึงจะสังเกตถึงการมีตัวตนของซูฉีฉี ก่อนจะขยับลูกตาขึ้นลงเป็นการสำรวจนางรอบหนึ่ง

        และซูฉีฉีเองก็อาศัยจังหวะนี้มองสำรวจเหลยอวี่เหยารอบหนึ่งเช่นกัน นางมีความละม้ายคล้ายเหลยอวี๊เฟิงถึงแปดส่วน ทั่วทั้งร่างนั้นเต็มไปด้วยความสดใสร่าเริง ดวงตากลมโตนั้นกำลังกระพริบปริบๆ ขณะจ้องไปที่ซูฉีฉี ผมของนางถูกรวบขึ้นไปทั้งหมดและถักเป็นเปียเล็กๆ สิบกว่าเส้น เผยให้เห็นหน้าผากอันสะอาดสะอ้าน นางสวมเสื้อผ้าแนบกับลำตัวทำให้ดูมีทะมัดทะแมงเฉกเช่นบุรุษ

        รูปโฉมเช่นนี้ช่างประจวบเหมาะกับนิสัยของนาง

        “ท่านผู้นี้คงจะเป็นพี่สะใภ้สินะ” หลังจากที่เหลยอวี่เหยามองพิจารณาอยู่นาน นางก็เอ่ยถามออกมาอย่างมิค่อยพึงพอใจนัก

        “สวัสดีน้องสาว” ซูฉีฉีเห็นแววตาไม่เป็นมิตรในดวงตาของเหลยอวี่เหยาอย่างชัดเจน ในใจก็คิดว่าในตำหนักอ๋องนั้นมีคนหนึ่งก็ถือว่าแล้วไป มาถึงสำนักเหลยยังมีอีกคนหนึ่งเสียได้

        ทว่านางก็ไม่ได้แสดงสีหน้าใดออกมา พลางเอ่ยถามกลับไปเสียงเรียบ ดูสุขุมเยือกเย็น สง่างามมีมารยาท

        เหลยอวี่เหยาเหล่มองไปที่ซูฉีฉีแวบหนึ่งพลางส่ายหน้า “เป็นดั่งเช่นข่าวลือจริงๆ รูปโฉมไม่งดงาม”

        เมื่อประโยคนี้เอ่ยจบ สีหน้าของเหลยอวี๊เฟิงและม่อเวิ่นเฉินล้วนเปลี่ยนไปทันที

        จริงอยู่ที่โฉมหน้าของซูฉีฉีนั้นมิได้งามสะดุดตา แต่ว่าถูกคนเอ่ยเช่นนี้ต่อหน้า สำหรับม่อเวิ่นเฉินแล้วก็ถือเป็นการท้าทายอย่างหนึ่ง

        “อวี่เหยา” นานๆ เหลยอวี๊เฟิงจะจริงจังสักครั้ง ท่วงท่าของเขาแฝงไปด้วยอำนาจพลางเอ่ยเสียงต่ำออกมาเบาๆ

        ม่อเวิ่นเฉินมีสีหน้าคล้ำเข้มขณะจ้องไปที่เหลยอวี่เหยา ดวงตาของเขาไม่เป็นมิตรนัก

        ซูฉีฉีที่ได้ยินประโยคเมื่อครู่กลับยิ้มออกมาอย่างไม่ถือสา นางไม่ถือสาจริงๆ เพราะนางเองก็รู้ดีอยู่แก่ใจ ถ้าหากเหลยอวี่เหยาพูดว่านางมีรูปโฉมงดงามดุจนางฟ้านั้นอาจทำให้นางรู้สึกแย่เสียมากกว่า

        แต่ว่าตอนนี้ ที่ต้องอับอายขายหน้านั้นกลับเป็นม่อเวิ่นเฉิน เพราะฉะนั้นในใจของนางก็ไม่อาจสงบลงได้เท่าใดนัก

        เมื่อเห็นเหลยอวี๊เฟิงมีโทสะและม่อเวิ่นเฉินเองก็มีท่าทีประดุจพายุกำลังจะโหมกระหน่ำมานั้น เหลยอวี่เหยาถึงได้ยอมรามือเล็กน้อยพลางกระทืบเท้าออกมาอย่างไม่พอใจ “สวัสดีพี่สะใภ้”

        มีความไม่พอใจอยู่บ้างในน้ำเสียง

        “เอาเถอะ พวกเราเดินทางมาตั้งไกลก็ล้วนแต่เหนื่อยกันแล้ว เจ้าไปเที่ยวเล่นเถิดแต่อย่าก่อเรื่องเป็นอันขาด” สีหน้าของเหลยอวี๊เฟิงยังคงไม่ดีขึ้น เขารู้มาโดยตลอดว่ารูปโฉมของซูฉีฉีนั้นถือเป็นการดูหมิ่นอย่างหนึ่งสำหรับม่อเวิ่นเฉิน

        มิใช่เพราะว่านางมีรูปโฉมที่ไม่งดงาม แต่เพราะว่าไม่งดงามพอจึงถูกฮ่องเต้โยนมาให้กับเขา

        ไม่สิ คือเป็นคนที่ฮ่องเต้โยนทิ้งเพราะไม่ต้องการแล้วก็ยัดเยียนมาให้กับม่อเวิ่นเฉิน

        แม้ว่าโดยปกติแล้วเหลยอวี่เหยาจะโดนตามใจจนเสียนิสัย แต่ว่าตอนนี้กลับรู้สถานการณ์ นางทำปากยื่นๆ รับคำแล้วจึงจากไป

        ก่อนจากไปยังหันไปจ้องซูฉีฉีอีกครั้งหนึ่ง ในดวงตาเต็มไปด้วยความท้าทาย

        “ดูเหมือนว่าจะต้องหาบ้านสักหลังแต่งอวี่เหยาออกไปเสียแล้ว นางเป็นเช่นนี้พลางแต่จะก่อเรื่องก่อราวไปทั่ว” เหลยอวี๊เฟิงแสดงท่าทีหนักใจออกมา

        พลางเอ่ยกับม่อเวิ่นเฉินอย่างไม่ใส่ใจนัก

        “เห็นด้วย” ม่อเวิ่นเฉินเองก็มิได้เกรงใจ เอ่ยตอบรับเขาไปเรียบๆ สองคำ

        เขาได้ปล่อยมือจากซูฉีฉีแล้ว ตอนนี้พวกเขาทั้งหลายเดินเคียงบ่าเคียงไหล่กันมุ่งตรงไปด้านหน้าทว่าบรรยากาศกลับไม่รื่นเริงเหมือนดั่งเดิมอีก

        เหลยอวี๊เฟิงได้สั่งให้คนจัดห้องพักสองห้องให้กับม่อเวิ่นเฉินและซูฉีฉี จากนั้นเขาก็ขอตัวไปจัดการเรื่องของภายในสำนักแล้ว

        มิใช่เพราะว่าเหลยอวี๊เฟิงคิดอย่างไรมากเพราะสองห้องพักนั้นเป็นคำขอของซูฉีฉีเอง นางยังไม่เคยชินกับการที่จะพักห้องเดียวกับม่อเวิ่นเฉิน แม้ว่าความสัมพันธ์ของทั้งสองจะเข้ากันได้ดีแล้ว แต่ว่าก็ยังห่างจากการรักใคร่กันอยู่เพียงก้าวหนึ่ง

        และก้าวหนึ่งนั้น ในช่วงเวลาอันสั้นนี้คนทั้งสองก็ยังไม่มีใครกล้าก้าวข้ามไป

        บางทีอาจเป็นเพราะประโยคเมื่อครู่ของเหลยอวี่เหยา ซูฉีฉีถึงได้มีระยะห่างกับม่อเวิ่นเฉินอีกครั้ง และม่อเวิ่นเฉินที่เห็นทุกอย่างในสายตาก็ไม่ได้เอ่ยอะไรออกมาเพิ่มเติม

        เขารู้ว่าทุกอย่างล้วนต้องใช้เวลา

        ก็เหมือนกับการที่เขายอมรับในตัวซูฉีฉี ซูฉีฉีเองก็ต้องใช้เวลาในการที่จะยอมรับเขาม่อเวิ่นเฉินกระมัง

        พวกเขามิได้ไปเมืองอ้าวแต่กลับเปลี่ยนทิศทางมาที่สำนักเหลย จุดประสงค์มีอยู่อย่างเดียวก็คือรักษาอาการบาดเจ็บให้กับเหลยอวี๊เฟิง ที่นี่เป็นพื้นที่ของเขา อยากได้อะไรก็ย่อมได้ สมุนไพร ยาคุณภาพทุกชนิด สมบัติเงินทอง ไม่มีสิ่งใดขาดสักอย่าง

        เพราะฉะนั้นร่างกายของเหลยอวี๊เฟิงที่อยู่ภายใต้การดูแลของซูฉีฉีจึงหายดีไปถึงเจ็ดแปดส่วนแล้ว

        และเหลยอวี่เหยาทุกวันก็จะมาก่อกวนม่อเวิ่นเฉินครั้งหนึ่ง แต่กลับปลีกตัวออกห่างจากซูฉีฉี หรือจะเรียกได้ว่าทำเหมือนนางไม่มีตัวตนเสียจะดีกว่า

        ทว่านี่กลับทำให้ซูฉีฉีรู้สึกนิ่งสงบ นางมิชอบสตรีที่ขี้โวยวายเช่นนั้น

        ใกล้จะถึงวันปีใหม่แล้ว เมื่อเห็นว่าอาการบาดเจ็บของเหลยอวี๊เฟิงนั้นเกือบจะหายดีแล้ว ม่อเวิ่นเฉินก็เอ่ยเรื่องเดินทางกลับเมืองอ้าวขึ้น

        ซูฉีฉีเองก็มีท่าทีสบายๆ มิได้ร้องขออะไร นางเพียงแค่ติดตามม่อเวิ่นเฉินเท่านั้น ที่นางรักษาอาการบาดเจ็บให้กับเหลยอวี๊เฟิงก็เป็นเพราะว่านางเห็นแก่ที่เขายอมเสี่ยงชีวิตเพื่อม่อเวิ่นเฉิน

        ความจริงแล้ว ที่เหลยอวี๊เฟิงคุ้มครองมารดาของตนนั้นก็เพราะได้รับคำสั่งจากม่อเวิ่นเฉิน

        ตอนที่นักฆ่าบุกเข้าโจมตีนั้น นางเอาตัวเข้าบังเหลยอวี๊เฟิงโดยไม่สนชีวิตตนเองนั้นก็เป็นเพราะว่านางเห็นแก่ที่เขาได้ช่วยนางเอาไว้ในครั้งแรกที่พบกัน

        “ต้องไปแล้วจริงๆ หรือ” เหลยอวี๊เฟิงหันไปมองม่อเวิ่นเฉินพลางเอ่ยอย่างมิค่อยพอใจนัก “เมืองอ้าวไม่มีเจ้าก็ยังคงเจริญรุ่งเรือง ก็เหมือนกับสำนักเหลยที่ไม่มีข้าอยู่นี่”

        ม่อเวิ่นเฉินกลอกตามองเขา “สำนักเหลยไม่มีเจ้าจะยิ่งอุดมสมบูรณ์ หรือไม่ก็จะยิ่งเจริญรุ่งเรืองมากขึ้น”

        “เจ้า…” สีหน้าของเหลยอวี๊เฟิงไม่ดีนัก เสมือนว่าเขาใกล้ถึงจุดที่จะระเบิดโทสะแล้วทว่าเขากลับไม่ได้มีโทสะจริงๆ จากนั้นเขาก็หันไปมองด้านนอกพลางเห็นซูฉีฉีกำลังยืนนิ่งชื่นชมดอกไม้อยู่ใต้ต้นเหมย จึงขยับเดินเข้าไปใกล้ม่อเวิ่นเฉินอีกก้าวหนึ่ง “ดูเหมือนว่าเจ้าใกล้จะชนะแล้ว”

        ม่อเวิ่นเฉินกระตุกยิ้มที่มุมปาก มิได้เอ่ยอะไรออกมา ทว่าสายตาของเขาก็หันไปมองซูฉีฉีเช่นกัน

        ต้นเหมยกำลังออกดอกผลิบานอยู่เต็มต้น ซูฉีฉีที่กำลังสวมใส่เสื้อผ้าสีขาวบริสุทธ์ ผมของนางมิได้รวบขึ้นแต่กลับปล่อยให้มันพาดผ่านไหล่ของตนและแผ่กระจายอยู่เต็มแผ่นหลัง บนเสื้อผ้านั้นไม่มีเครื่องประดับแม้แต่ชิ้นเดียว บนศีรษะของนางก็ไม่ได้ประดับอะไรไว้เช่นกัน นางในตอนนี้ดูงามสะอาด บริสุทธิ์ปราศจากมลทิน

        ภาพเบื้องหน้าทำให้ม่อเวิ่นเฉินต้องตกตะลึงอยู่บ้าง ความสง่างามของซูฉีฉีนั้นเป็นอะไรที่ซูเมิ่งหรูไม่อาจเทียบได้ แม้ว่าด้วยโฉมหน้าแล้ว ซูเมิ่งหรูจะเหนือกว่านาง

        ถูกต้อง ม่อเวิ่นเฉินได้ชนะ เพราะซูฉีฉีได้หลงรักม่อเวิ่นเฉินเข้าจริงๆ เสียแล้ว เป็นความรักอย่างต่ำต้อย ยินยอมทำเพื่อเขาทุกอย่าง

        “ดาบเสวียนหยวนจะเอามาให้ได้เมื่อใด” ผ่านไปเนิ่นนาน ม่อเวิ่นเฉินถึงจะดึงสายตาของตนกลับมาพลางเอ่ยถามเสียงเรียบ

        และเหลยอวี๊เฟิงเองก็ดึงสายตาของตนกลับมาเช่นกัน พร้อมกับหัวเราะออกมา “นางรักเจ้า แต่นางกลับคอยหลบหน้าเจ้า อย่างนี้ข้าก็ไม่ถึงว่าแพ้กระมัง”

        แม้ว่าเขาจะไม่สนใจดาบเสวียนหยวน แต่ว่าพ่ายแพ้อย่างนี้ ในใจเขาก็ไม่ยินยอม

        เขาคิดว่าซูฉีฉีนั้นปกป้องตนเองมากเกินไป การที่จะให้นางเปิดใจรักใครสักคนอย่างจริงจังนั้นเป็นเรื่องที่ยากมาก

        แน่นอนว่าระหว่างทางที่มานั้น ม่อเวิ่นเฉินก็ได้ทำให้ซูฉีฉีหวั่นไหวแล้วจริงๆ


ติดตามอัพเดทก่อนใคร ด้วยการกดไลค์แฟนเพจเรื่อง “ชายาคนงามของท่านอ๋องจอมโหด :  https://bit.ly/2MGbkiF

อ่านฟรีได้ที่นี่ หรือ
อ่านล่วงหน้า เร็วกว่าใครหลายร้อยตอนได้ที่เว็บไซต์ กวีบุ๊คhttps://www.kawebook.com/story/view/905

120/เล่ม (หากนับตอนฟรีจะเฉลี่ยอยู่ที่ 90-100 บาท/เล่มค่ะ ) เมื่อเทียบกับนิยายแปลเป็นเล่ม 30 ตอนเท่ากับ 1 เล่ม