0 Views

        เจ้าสำนักเหลยอยู่ที่ใด?

        ทันทีที่ม่อเวิ่นเฉินเอ่ยเสร็จ กระบี่ยาวของเขาก็ทาบขนานกับลำคอของเหลยอวี๊เฟิงตัวปลอมเป็นที่เรียบร้อยแล้ว มีดบินกว่าสิบดอกตีกระทบลงบนกระบี่ยาวและกระเด็นกลับไปทันที ถ้าหากมิใช่เพราะว่าวรยุทธ์ของเหลยอวี๊เฟิงตัวปลอมนั้นเก่งกาจ เกรงว่าเขาคงจะต้องตายในมีดบินของตนเสียแล้ว

        ทว่าต่อให้วรยุทธ์จะเก่งกาจล้ำเลิศเพียงใด ตอนนี้ก็ได้ถูกกระบี่ปักลงไปในอก ใกล้สิ้นชีพเต็มทีแล้ว

        เมื่อเห็นแววตาอันเยือกเย็นของม่อเวิ่นเฉินและความเย็นชาที่ปรากฏขึ้นบนใบหน้าของเขา ในที่สุดเหลยอวี๊เฟิงตัวปลอมก็ถอนหายใจออกมาอย่างอับจนหนทาง ทว่าเขากลับส่ายศีรษะด้วยสีหน้าจริงจัง “ไม่รู้”

        ตอนนี้ถ้าหากเขาพูดความจริงออกมาทั้งหมด เกรงว่าจะต้องตายอย่างแน่นอน

        นิสัยและการกระทำของม่อเวิ่นเฉินนั้น ทุกคนล้วนรู้ดี

        โหด ดุร้าย ไร้ความปรานี

        ถ้าหากตกอยู่ในมือของเขาแล้ว ไม่มีทางมีชีวิตรอดอย่างแน่นอน

        “หาเรื่องตาย” ดวงตาของม่อเวิ่นเฉินหรี่ลง มุมปากกระตุกยิ้มที่ดูแสนจะโหดร้ายขึ้น

        จากนั้นก็หันไปมองซูฉีฉีที่อยู่ในอ้อมอกของตน “ฉีฉี เจ้าน่าจะมีวิธีทำให้เขานึกขึ้นมาได้ว่าเหลยอวี๊เฟิงอยู่ที่ไหนกระมัง”

        เห็นสีหน้ายิ้มๆ ของเขาแล้วก็ทำให้ซูฉีฉีรู้สึกปวดหนึบบนศีรษะขึ้นมาในทันที นางมองไปที่คนเบื้องหน้าด้วยสายตาสงสารเล็กน้อยก่อนจะดันตัวเองออกจากอ้อมอกของม่อเวิ่นเฉิน นางยืนตรงด้วยสีหน้าราบเรียบก่อนจะคว้าเอาเข็มทองออกมาจากแขนเสื้อของตนอย่างช้าๆ

        นางรอบรู้ด้านการแพทย์ ซ้ำยังเชี่ยวชาญด้านการฝังเข็มเป้นอย่างยิ่ง จุดชีพจรของร่างกายมนุษย์นั้นยิ่งแม่นยำกว่าใครๆ

        หมอทที่ดีสามารถรักษาคนได้ แต่ก็สามารถทำร้ายคนได้อย่างง่ายดายเช่นกัน

        ตอนนี้สิ่งที่นางต้องทำก็คือการทำร้ายคน นางมิได้มีอาชีพเป็นหมอ เช่นนั้นนางจึงมิต้องเคารพจรรยาบรรณของแพทย์

        โดยเฉพาะเมื่อคนตรงหน้านี้เป็นคนที่ม่อเวิ่นเสวียนส่งมา ตอนนี้นางจงเกลียดจงชังฮ่องเต้ชั่วผู้นั้นเป็นอย่างมาก แน่นอนว่านางเกลียดบิดาของตนมากกว่า ตอนนี้นางไม่มีทางใจอ่อนเป็นแน่

        เข็มทองสะท้อนกับแสงอาทิตย์ ระยิบระยับแสบตาผู้คน

        นางหนีบเข็มทองไว้ระหว่างนิ้วชี้และนิ้วนางของตนก่อนจะโบกมันไปมาตรงหน้าของเหลยอวี๊เฟิงตัวปลอม ซูฉีฉีแสดงสีหน้าจริงจังออกมา: “จะไม่พูดจริงหรือ?”

        น้ำเสียงของนางมิได้บีบคั้น แต่กลับเหมือนกำลังเจรจากับเขาอยู่ ท่าทางที่สงบนิ่งเรียบเฉยของนางนั้นกลับทำให้คนมิกล้าเสมองไปทางอื่น

        สตรีผู้นี้ใช้เพียงเข็มเล่มเดียวก็ทำให้หัวหน้าพรรคเด็ดบุปผานั้นต้องพ่ายแพ้กลับไป เรื่องนี้ได้กระจายออกไปทั่วยุทธภพแล้ว แม้ว่าเขาจะไม่ใช่คนในยุทธภพแต่ก็ได้ยินข่าวคราวมาบ้าง

        หญิงสาวที่ดูบอบบางอ่อนแอ ไม่เป็นที่สะดุดตาเช่นนี้กลับสามารถเอาชนะหัวหน้าพรรคเด็ดบุปผาฮวาฉือ แน่นอนว่ามิอาจดูเบานางได้

        แต่ว่าเพียงเพราะประโยคเดียวก็ให้เขายอมรับออกมา เขาทำไม่ได้จริงๆ

        เขาสะบัดหน้าไปทางอื่น ไม่มองตรงไปที่ซูฉีฉี “จะฆ่าจะแกงก็แล้วแต่ท่าน ข้าจะไม่หลบเลี่ยงแม้แต่น้อย”

        ท่าทีของเขาดื้อดึงไม่น้อยเลย

        ซูฉีฉีเองก็มิได้แสดงท่าทีไม่พอใจ ทว่ารอยยิ้มของนางได้หายไปแล้ว ตอนนี้นางนิ่งสงบมาก ไม่อาจคาดเดาได้เลยว่านางรู้สึกเช่นใดอยู่ ทวงท่าที่เฉยชาของนางกลับทำให้คนรู้สึกเหมือนนางเป็นเทพศักดิ์สิทธิ์ที่ไม่อาจแสดงท่าทีล่วงเกินได้

        ซูฉีฉีมิได้พูดอะไรกับเขาอีก นางมิได้ชอบเอ่ยวาจามากมายเป็นเดิมอยู่แล้ว ด้วยเหตุนี้เข็มในมือของนางจึงทิ่มแทงเข้าไปที่จุดด้านหลังลำคอของเหลยอวี๊เฟิงตัวปลอมเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

        จุดนั้นเป็นเพียงแค่จุดธรรมดาของร่างกายมนุษย์ โดยทั่วไปแล้วผู้คนไม่ค่อยใส่ใจนัก ทว่าจุดนั้นก็เป็นจุดที่พรากชีวิตของคนได้เช่นกัน

        เข็มทองทิ่มลงไปโดยไม่ต้องออกแรงแม้แต่น้อย ซูฉีฉีค่อยๆ ก้าวถอยออกมา สีหน้าของนางสงบนิ่ง

        ม่อเวิ่นเฉินในตอนนี้ก็มีสีหน้าเช่นเดียวกับนาง สงบนิ่งและเรียบเฉยมาก

        เข็มทองแทงเข้าไปในจุดแล้ว เหลยอวี๊เฟิงตัวปลอมเพียงแค่ขมวดคิ้วของตนเล็กน้อย เขาหันกลับมามองด้วยสีหน้าประหลาดใจเพราะว่าตนนั้นไม่ได้รู้สึกเจ็บปวดหรือไม่สบายตัวแม้แต่น้อย มุมปากของเขาค่อยๆ กระตุกยิ้มเย็นขึ้น “ข่าวลือนั้นก็ยังคงเป็นข่าว…”

        คำสุดท้ายกลับเอ่ยออกมาไม่ได้ ทั่วทั้งร่างของเขาเกร็งขึ้นกระทันหัน เขารู้สึกราวกลับมีสิ่งของบางอย่างกระแทกที่หัวใจของตนอย่างแรง เจ็บจนมิอาจจะทนได้

        “อ๊า…”

        เสียงร้องครางออกมาอย่างเจ็บปวดก่อนที่เขาจะขดตัวลงอย่างไร้เรี่ยวแรง

        ความรู้สึกเหมือนถูกกระแทกอย่างแรงผ่านพ้นไป ตามมาด้วยความรู้สึกเสมือนถูกคนควักหัวใจไปบีบไว้ในกำมือ ออกแรงบีบอย่างแรงแต่กลับไม่บีบจนมันแตกสลาย เหมือนกับกำลังบีบเล่นของเล่นอยู่ก็มิปาน ความทรมานเช่นนี้ ไม่ว่าใครก็ไม่สามารถทนได้ไหว

        ทว่าความเจ็บปวดทรมานเช่นนี้กลับไม่อาจทำให้คนสลบลงไปได้

        เหลยอวี๊เฟิงตัวปลอมเจ็บจนกลิ้งดิ้นไปมาอยู่บนพื้น เสียงร้องแห่งความเจ็บปวดดังอย่างต่อเนื่อง ท่าทีหยิ่งพยองทะนงตนเมื่อครู่ได้หายไปจนหมดแล้ว

        ม่อเวิ่นเฉินและซูฉีฉีที่อยู่ด้านข้างยืนดูเขาอยู่นิ่งๆ สีหน้านิ่งเรียบไม่แสดงอารมณ์ใดๆ กระทั่งจะสูดหายใจเข้าลึกๆ ขณะมองคนกลิ้งไปมาบนพื้นอย่างเจ็บปวดนั้นพวกเขาก็ไม่ทำ เสมือนว่าเบื้องหน้าไม่ใช่คน แต่คือภาพของมดตัวเล็กที่กำลังจะสิ้นชีวิตลงได้ทุกเมื่อ

        พวกเขาไม่ขยับแม้แต่น้อย

        ความเจ็บปวดต่อเนื่องเป็นเวลากว่าครึ่งชั่วยาม เหลยอวี๊เฟิงตัวปลอมเดิมคิดจะกลับไปรักษาทวงท่าอันสง่างามของตน ทว่าเขากลับพบว่าความเจ็บปวดนี้ยากจะทนได้ไหว เขาร้องตะโกนอย่างเจ็บปวดพลางร้องขอความเมตตา “ข้าพูด…พระชายา…ขอท่านโปรดเมตตา…ให้ข้า…ตายไปเสียเถิด…”

        ตอนนี้เขารู้แล้วว่าอะไรคือการอยู่ก็มิสู้การตายแล้ว

        ตอนนี้แม้แต่การจะตายนั้นเขายังทำมิได้เลย

        “เจ้าสำนักเหลยอยู่ที่ใด?” ซูฉีฉีไม่ได้ขยับตัว ในขณะที่ม่อเวิ่นเฉินเอ่ยถามอีกครั้ง น้ำเสียงของเขานิ่งเรียบ ฟังไม่ออกว่าเขากำลังมีอารมณ์เช่นใดอยู่ เหมือนว่าจะไม่มีโทสะอีกแล้ว

        มีเพียงแววตาที่เยือกเย็นสะท้อนไอแห่งความอันตรายออกมา

        “ข้าพูด ข้าพูดแน่นอน” เหลยอวี๊เฟิงตัวปลอมคิดอยากจะดันตัวเองให้คุกเข่า ทว่าความเจ็บปวดนั้นทำให้เขาทำได้เพียงกลิ้งอยู่ที่พื้นไปมา มือทั้งสองยกขึ้นเกาบริเวณหัวใจจนเป็นบริเวณนั้นมีเลือดไหลซึมออกมาไม่หยุด ตอนนี้เขาเพียงอยากจะตายเท่านั้น

         “อยากตายงั้นหรือ ย่อมได้ ขอเพียงบอกมาว่าเหลยอวี๊เฟิงอยู่ที่ใด” ซูฉีฉีขมวดคิ้วเบาๆ ก่อนจะก้าวเท้าไปข้างหน้าก้าวหนึ่ง

        ความจริงแล้วในใจของนางก็ทนไม่ค่อยได้กับภาพตรงหน้า ทว่ากับลูกน้องของม่อเวิ่นเสวียนแล้ว นางบอกกับตัวเองว่าต้องอดทนให้ได้ นางจะต้องเด็ดเดี่ยว เมื่อคิดถึงมารดาของตนที่ตายไปหัวใจของนางก็นิ่งเย็นมากขึ้น

        มุมปากของเหลยอวี๊เฟิงตัวปลอมเริ่มจะบิดเบี้ยวจากความเจ็บปวด ก่อนที่เขาจะหันไปจ้องซูฉีฉี ในแววตาเหมือนแฝงไปด้วยความรู้สึกเสียใจกับการตัดสินใจเมื่อครู่ของตน เขารู้แล้วว่าตนเองได้ทำผิดไปแล้ว สตรีที่จะยืนอยู่ข้างม่อเวิ่นเฉินได้นั้นย่อมไม่ใช่คนธรรมดาทั่วไปอย่างแน่นอน

        แต่ว่าจะเสียใจตอนนี้ก็เกรงว่าจะสายไปเสียแล้ว “เขาอยู่ในมือของฮ่องเต้”

        แม้ว่าเขาจะเจ็บปวดปางตายแต่เขากลับพบว่าตนนั้นยังมีเรี่ยวแรงพอที่จะพูดออกมาได้

        ซูฉีฉีและม่อเวิ่นเฉินหันมาสบตากันแวบหนึ่งก่อนที่ต่างฝ่ายต่างมองไปทางอื่น

        ม่อเวิ่นเฉินเดินไปข้างหน้าก่อนจะยกมือขึ้นอย่างไม่ลังเล ทำให้กระบี่นั้นผ่ากลางร่างของเหลยอวี๊เฟิงตัวปลอม ร่างกายของเขาแยกออกจากกันโดยทันที และก็เป็นการยุติความเจ็บปวดที่ไร้จุดจบของเขาเช่นกัน

        ตอนที่ม่อเวิ่นเฉินฟันกระบี่ลงไปนั้น ซูฉีฉีก็ปิดตาทั้งสองของตนแน่น

        นางรู้ว่าม่อเวิ่นเฉินโหดร้าย แต่ว่าเมื่อเห็นกับตาของตนเองนั้นนางก็ยังคงรู้สึกเสียวสันหลังวาบ หนาวเย็นไปทั่วร่างกาย

        คนผู้นี้น่ากลัวเสียยิ่งกว่าคำล่ำลือเสียอีก

        มิมีผู้ใดรู้เลยว่าเขาจะกระทำเช่นใดต่อ

        หลังจากที่เหลยอวี๊เฟิงตัวปลอมตายไปแล้วนั้น กองทหารของเขาก็แตกกระจาย ขวัญกำลังใจหายสิ้น อีกทั้งยังเผชิญหน้ากับความน่าเกรงขามของกองทหารโลหิตยิ่งทำให้ทหารหลายคนทิ้งอาวุธโล่กำบังในมือตน บ้างก็ยกมือยอมแพ้ บ้างก็วิ่งหลบหนีไป เพียงแต่ว่ากลุ่มทหารที่หลบหนีไปนั้นไม่มีผู้ใดรอดชีวิตจากดาบของกองทหารโลหิตแม้แต่คนเดียว

        ร่างของพวกเขาล้วนขาดกระจายไม่เป็นสัดส่วน

        นี่เป็นวิธีการต่อสู้ของม่อเวิ่นเฉินมาโดยตลอด

        หลังจากที่เหลิ่งเหยียนจัดการซากศพของทหารจนเรียบร้อยแล้ว เขาก็ขอตัวลาไปก่อน พวกเขาจะต้องดำเนินการตามแผนเดิน เมื่อครู่เป็นเพียงแค่ละครสั้นขั้นระหว่างเรื่องเท่านั้น ไม่ได้ส่งผลกระทบต่อการดำเนินการต่อไปของพวกเขา

        สีหน้าของซูฉีฉีขาวซีดลงเล็กน้อย นางมองซากศพที่กระจายอยู่ทั่วพื้นที่ ในใจก็มิอาจรับกับภาพเบื้องหน้าได้เท่าใดนัก จวบจนนางเข้ามานั่งในรถม้าอีกครั้ง สีหน้าถึงจะกลับมาสงบนิ่งดังเดิม

        สำหรับม่อเวิ่นเฉินแล้ว ปฏิกิริยาเมื่อครู่ของซูฉีฉีถือว่าดีมากแล้ว คุณหนูผู้ดีคนหนึ่งสามารถมีความกล้าหาญได้ถึงเพียงนี้ก็ทำให้เขานับถือไม่น้อยแล้ว

        โดยเฉพาะการลงมือของนางที่เด็ดเดี่ยว มั่นคง และสงบนิ่งตลอดเวลา การพูดจาที่ไร้ช่องโหว่ มีแบบมีแผนและองอาจกล้าหาญ

        ความจริงแล้วความกล้าของซูฉีฉีนั้นได้ฝึกฝนมาตั้งแต่ช่วงที่เดินทางมาเมืองหลวงแล้ว เมื่อก่อนนางหาได้เจอสถานการณ์เช่นนี้ไม่

        รถม้ามิได้หมุนเปลี่ยนทิศทางการเดิน มันยังคงมุ่งหน้าไปทางเมืองอ้าว

        เสมือนว่าเมื่อครู่เหลยอวี๊เฟิงตัวปลอมไม่ได้กล่าวอะไรกับเขา ทุกอย่างยังคงสงบนิ่งเช่นเดิม

        ซูฉีฉีเงยหน้าขึ้นมองไปด้านนอก นางรู้ว่าม่อเวิ่นเฉินคิดจะทำสิ่งใด แม้ว่าเหลยอวี๊เฟิงจะอยู่ในมือของม่อเวิ่นเสวียน แต่ว่าเขากลับไม่กล้าฆ่าคนปิดปาก ครั้งนี้ก็รอเพียงแค่ให้เขามาติดกับก็เท่านั้น

        คนที่ตกเป็นรองครั้งหนึ่งอย่างม่อเวิ่นเฉินนั้นจะต้องเอาคืนจากครั้งนี้ได้อย่างแน่นอน

 


ติดตามอัพเดทก่อนใคร ด้วยการกดไลค์แฟนเพจเรื่อง “ชายาคนงามของท่านอ๋องจอมโหด :  https://bit.ly/2MGbkiF

อ่านฟรีได้ที่นี่ หรือ
อ่านล่วงหน้า เร็วกว่าใครหลายร้อยตอนได้ที่เว็บไซต์ กวีบุ๊คhttps://www.kawebook.com/story/view/905

120/เล่ม (หากนับตอนฟรีจะเฉลี่ยอยู่ที่ 90-100 บาท/เล่มค่ะ ) เมื่อเทียบกับนิยายแปลเป็นเล่ม 30 ตอนเท่ากับ 1 เล่ม