0 Views

          ซูฉีฉีปล่อยให้เซี่ยเสี่ยวเตี๋ยจับมือของตนไว้แน่น แต่ผ่านไปเนิ่นนานนางก็ยังไม่รู้จะตอบมารดาของตนอย่างไรดี หยดน้ำตาของนางไหลออกมาอย่างห้ามไม่อยู่

        “รับปากข้า ขอเพียงมีชีวิตอยู่ก็พอ” เซี่ยเสี่ยวเตี๋ยมองเห็นความลังเลในตัวของซูฉีฉี นางเองก็เหมือนจะเข้าใจอะไรได้บ้างแล้ว ที่แท้วันนี้ที่ได้รับราชโองการเชิญมาในตำหนักนั้นก็คือการได้รับราชโองการคำสั่งประหารนั่นเอง

        “ท่านแม่ ท่านวางใจเถิด ข้าจะไม่ให้ท่านเป็นอะไรไปแน่นอน” ผ่านไปเนิ่นนาน ซูฉีฉีค่อยๆ สูดลมหายใจเข้าลึกๆ นางเงยหน้าขึ้นจับจ้องไปที่ไทเฮาผู้ยืนอยู่ด้านบน “พระองค์ทรงว่ามาเถิด จะให้หม่อมฉันทำเช่นใด”

          ในที่สุดนางก็ตัดสินใจแล้ว

        ไทเฮาปรบมือ ประตูที่ปิดอยู่ก็ถูกเปิดออกอีกครั้ง

        คนที่ก้าวเข้ามาก็คือซูชือฉาง

        ดวงตาของซูฉีฉีมีประกายแห่งความเย็นชาปรากฏขึ้นแวบหนึ่ง นางไม่อาจเชื่อสายตาตัวเองและนึกไม่ถึงจริงๆ ว่าผู้ที่มาจะเป็นซูชือฉางไปได้ ตอนนี้นางเข้าใจแล้ว ตั้งแต่เมื่อสามวันก่อนนั้นนางก็ได้ตกเข้ามาในหลุมพรางของซูเมิ่งหรูเสียแล้ว

        แต่ไม่ว่าอย่างไรก็คาดไม่ถึงว่าเรื่องทั้งหมดนี้จะเป็นแผนการที่บิดาของตนเป็นคนวางขึ้น

        ให้บุตรสาวของตนต้องโดนลงโทษเช่นนี้ ให้ภรรยาของตนมาปรากฏตัวที่นี่เพื่อเป็นเหยื่อล่อ เขานั้นทำได้ลงคอเสียจริง…

        “ท่านพ่อ…” ซูฉีฉีขานเรียกออกมา “ท่านทำเช่นนี้กับท่านแม่ได้เช่นไร”

          เสียงของนางทุ้มต่ำมีพลัง ดวงตาทั้งสองของนางเย็นชาราวกับน้ำแข็ง ทำให้คนไม่กล้าที่จะมองนางตรงๆ

        แต่เดิมซูชือฉางอยากที่จะหัวเราะออกมาเสียงดังๆ ครั้งที่แล้วเขาถูกบุตรสาวของตนเล่นละครหลอกได้ ครั้งนี้แต่เดิมคิดว่าจะสั่งสอนเจ้าเด็กนี้ได้เสียหน่อย กลับคิดไม่ถึงว่าเมื่อก้าวเข้ามาในประตูนั้นกลับรู้สึกไร้เรี่ยวแรงขึ้นมาเสียอย่างนั้น

        นี่ใช่บุตรสาวของเขาจริงๆ หรือ?

          นี่คือบุตรสาวที่อ่อนน้อมเชื่อฟัง คอยแต่จะเอ่ยขานรับคำเขาด้วยน้ำเสียงนุ่มเบา อดทนอดกลั้นต่อทุกสิ่งอย่างนั้นหรือ?

          ตอนนี้เขาสามคนมาพบเจอกันอีกครั้ง กลับต้องกลายเป็นเหมือนคนแปลกหน้าก็มิปาน

        “แม่ของเจ้า…หึ ช่างเป็นคู่แม่ลูกที่ดีเสียจริง” เมื่อเห็นสีหน้าของไทเฮา ซูชือฉางก็เรียบปรับสีหน้าของตนให้เป็นปกติก่อนจะส่งเสียงตะโกนต่ำออกมา “เซี่ยเสี่ยวเตี๋ย อย่าคิดจะใช้สีหน้าอันอ่อนโยนมีเมตตาของเจ้ามาหลอกข้าอีก เรื่องที่เกิดขึ้นทั้งหมดในปีนั้น ข้ารู้ความจริงหมดแล้ว”

          แววตาของเขาแฝงไปด้วยประกายแห่งความเยือกเย็น เสมือนว่าปีนั้นเซี่ยเสี่ยวเตี๋ยนั้นได้ทำเรื่องเลวร้ายอย่างไม่น่าให้อภัยเสียอย่างนั้น

          เซี่ยเสี่ยวเตี๋ยในตอนนี้กลับมีท่าทีกลืนไม่เข้าคลายไม่ออกเสียอย่างนั้น เรื่องนั้นนางไม่สามารถเอ่ยออกมาได้!

          ซูฉีฉีหันไปมองมารดาของตนอีกครั้ง สีหน้าเต็มไปด้วยความร้อนใจ “ท่านแม่ ปีนั้นเกิดอันใดขึ้นกันแน่?”

          “เกิดอันใดขึ้น?” ไทเฮาพุ่งตัวออกมาข้างหน้าก่อนจะผลักซูฉีฉีออกไปแล้วยกมือขึ้นฟาดลงบนใบหน้าของเซี่ยเสี่ยวเตี๋ย “ปีนั้น แม่ของเจ้าวางยาเสน่ห์ลงไปในอาหารของข้าก่อนจะส่งข้าขึ้นไปบนเตียงของฮ่องเต้องค์ก่อน จากนั้นก็วางแผนให้ชือฉางเดินเข้ามาเห็นฉากนั้น…ส่วนนางกลับปีนขึ้นไปบนเตียงของชือฉางอย่างหน้าไม่อาย…”

        น้ำเสียงของนางเต็มไปด้วยความเคียดแค้น เรื่องทั้งหมดนี้นางไม่สามารถลืมมันไปได้เพราะมันได้ฝังลึกเข้าไปในใจนางเสียแล้ว

        ตอนนั้นนางเห็นเซี่ยเสี่ยวเตี๋ยเป็นเหมือนสหายคนสนิทของตน มักจะเชื่อนางเสียทุกอย่าง

        แต่ท้ายที่สุด คนทั้งสองกลับต้องมาเป็นศัตรูกันเพราะบุรุษผู้หนึ่ง อีกทั้งตัวนางกลับถูกหักหลัง กลายเป็นตัวตลกของผู้คนในตอนนั้น หลายปีมานี้ชีวิตของนางในวังหลวงนั้นไม่ได้สุขสบายนัก ถ้ามิใช่เพราะว่าบุตรชายของตน นางคงไม่มีชีวิตมาจนถึงทุกวันนี้ ยิ่งไม่ต้องเอ่ยถึงการจะมาเป็นไทเฮาที่มีอำนาจเหนือผู้คน

        นางแค้นเซี่ยเสี่ยวเตี๋ย ต่อให้นางจะรู้ว่าเสี่ยวเตี๋ยนั้นไม่ได้รับความโปรดปรานจากซูชือฉางก็ตาม

        “ไม่…เป็นไปไม่ได้…” ซูฉีฉีไม่กล้าที่จะเชื่อเรื่องที่ไทเฮาเล่ามา นางส่ายศีรษะแรงๆ แต่เพราะการกระทำเมื่อครู่ทำให้เข็มทั้งหมดที่อยู่บนแผ่นหญ้าสานนั้นทิ่มเข้าไปทะลุเนื้อหนังของนาง นางไม่มีเวลามาสนใจเรื่องความเจ็บปวดอีกแล้ว นางไม่เชื่อ ไม่เชื่อว่ามารดาของตนจะเป็นคนเช่นนั้น

        ตั้งแต่จำความได้ มารดาของตนก็เป็นคนอ่อนโยน มีมารยาทและขี้ขลาดเป็นอย่างมาก

        คนเช่นนี้จะทำเรื่องเช่นนั้นได้อย่างไรกัน

        อีกทั้งยังเพื่อบุรุษเช่นซูชือฉาง คุ้มแล้วหรือ?

          “ฉีฉี…” เมื่อเห็นว่าหัวเข่าของซูฉีฉีมีเลือดไหลออกมาไม่หยุด เซี่ยเสี่ยวเตี๋ยก็รู้สึกกระวนกระวายใจ “เจ้าอย่าขยับ…อย่าขยับ…ทั้งหมดนี้เป็นความผิดที่แม่ทำขึ้นในปีนั้น หนี้ที่ติดไว้อย่างไรเสียก็ต้องชำระ…”

          เมื่อพูดถึงตรงนี้ แววตาของนางก็มีความมุ่งมั่นปรากฏขึ้น นางเงยหน้า เป็นครั้งแรกที่นางจ้องไปที่ซูชือฉางและไทเฮาอย่างหาญกล้า “เรื่องนี้ข้าทำคนเดียวก็ต้องรับผิดชอบคนเดียว พวกท่านคิดจะลงมือเช่นไร ข้าก็จะไม่บ่นกล่าวแม้แต่น้อย แต่ขอพวกท่านกรุณาอย่าทำร้ายบุตรสาวของข้า”

          ซูฉีฉีนิ่งอึ้งไปขณะจ้องมองไปที่เซี่ยเสี่ยวเตี๋ย คนผู้นี้ใช่มารดาของตนแน่หรือ?

          ซูชือฉางหันไปมองซูฉีฉีแวบหนึ่ง เขาไม่ได้เอ่ยอะไร ยังไงเสียซูฉีฉีก็เป็นบุตรสาวแท้ๆของตน แต่เป็นเพราะว่าเซี่ยเสี่ยวเตี๋ยทำให้เขาไม่ชอบบุตรสาวคนนี้

         แต่ต่อหน้าอำนาจและลาภยศเงินทองนั้น เขายินยอมที่จะเสียสละบุตรสาว แต่จะไม่มีวันเสียสละตนเอง

        เวลานี้ใบหน้าของเขาปรากฏรอยยิ้มขึ้น รอยยิ้มนั้นเต็มไปด้วยความเจ้าเล่ห์และยังแฝงไปด้วยความเย็นชา

        “ยังไงเสียพวกเราก็เคยเป็นสามีภรรยากัน สามีภรรยากันวันเดียวก็ถือว่าผูกสายสัมพันธ์กันชั่วชีวิต” ซูชือฉางพยายามแสดงสีหน้าเรียบนิ่งออกมา ถึงแม้ว่าคนผู้นี้จะอายุย่างเข้าวัยกลางคนแล้ว ทว่าโครงหน้าที่หล่อเหลาได้รูปในวัยหนุ่มนั้นยังคงปรากฏอยู่ สามารถเห็นได้ชัดว่าเมื่อตอนเขายังอายุน้อยนั้นก็จัดว่าเป็นคุณชายรูปโฉมหล่อเหลาคนหนึ่ง

        มิแปลกใจเลยว่าจะมีสตรีถึงสองคนมาแย่งชิงกันเพื่อเขา

        แต่ว่าซูชือฉางที่เป็นเช่นนี้กลับดูน่ากลัวมากในสายตาของซูฉีฉี

        นางมักจะดูเรื่องราวได้ทะลุปรุโปร่ง ตอนนี้นางก็รู้ดีว่าเรื่องนี้จะต้องเกี่ยวข้องกับม่อเวิ่นเฉินอย่างแน่นอน

        เพียงแต่ว่าในตอนนี้ นางยังมีทางให้ถอยอีกหรือ?

        ม่อเวิ่นเฉินไม่ปรากฏตัว นางและมารดาของตนก็จะไม่มีทางให้ถอยได้

        ซูฉีฉีภาวนาอยู่ในใจให้ม่อเวิ่นเฉินปรากฏตัวมาช่วยตนให้ออกไปจากที่นี่ แต่ในขณะเดียวกันก็คอยบอกตนเองให้อดทนเอาไว้ นางซูฉีฉีมีเพียงแต่พึ่งพาตนเองเท่านั้น ไม่ว่าจะพึ่งใครก็สู้พึ่งตนเองไม่ได้

        เพราะว่าม่อเวิ่นเฉินนั้นทำให้นางผิดหวังมาหลายครั้งแล้ว

        เวลานี้หากนางยังมีความหวังอยู่ นางก็โง่เต็มทีแล้ว

        ซูฉีฉีจ้องมองไปที่ซูชือฉางด้วยสีหน้าราบเรียบ “ท่านพ่อ ท่านพูดมาเถิด ขอเพียงท่านไม่ทำร้ายท่านแม่ ให้ลูกทำอะไรก็ได้ทั้งนั้น”

        ทุกอย่างที่เกิดขึ้นในหลายวันนี้ ไม่ใช่เพียงเพื่อประโยคนี้เท่านั้นหรอกหรือ

        “ฉีฉี…ข้า…” เซี่ยเสี่ยวเตี๋ยเองก็เข้าใจทั้งหมดดี นางมองไปที่บุตรสาวตนด้วยสีหน้ารู้สึกผิด นางกลับทำตัวเป็นภาระให้กับบุตรสาวเสียได้…

        ซูฉีฉียังคงคุกเข่าอยู่ตรงนั้นไม่ขยับ เพราะว่าขอเพียงนางขยับแค่เพียงนิดเดียว หัวเข่าก็จะรู้สึกเจ็บเข้าถึงกระดูก เพราะอย่างนั้นนางถึงไม่กล้าขยับมากนัก บนหน้าผากของนางเต็มไปด้วยเหงื่อเย็น นางพยายามกัดฟันแน่นเพื่อข่มความเจ็บปวดเอาไว้แล้วหันไปส่ายศีรษะเบาๆ ให้กับเซี่ยเสี่ยวเตี๋ย “ท่านแม่ ไม่เป็นอะไรหรอก ท่านพ่อเพียงอยากให้ข้า…ช่วยอะไรนิดหน่อยก็เท่านั้น…ไม่ทำให้ข้าลำบากหรอก”

        เมื่อได้ยินซูฉีฉีพูดเช่นนั้น ซูชือฉางและไทเฮาก็หันไปสบตากัน ใบหน้าของทั้งสองประดับด้วยรอยยิ้ม

        พวกเขาทั้งสองพอใจกับท่าทีของซูฉีฉีในตอนนี้มาก การตกลงกับคนฉลาดนั้นช่างเป็นเรื่องที่ดีเสียจริง

        ซูฉีฉีในตอนนี้มีหรือที่จะไม่รู้ ต่อให้นางทำได้จริงแล้ว ไทเฮาก็ใช่ว่าจะปล่อยพวกนางสองแม่ลูกไป ทว่าเพียงเพื่อปกป้องตัวเองและมารดาจากสถานการณ์ตรงหน้า นางทำได้เพียงแค่ตอบรับแล้ว

        นางคงต้องคิดหาวิธีอื่นเพื่อคุ้มครองมารดาของตนเสียแล้ว

        “ดีมาก” ซูชือฉางเดินออกไปข้างหน้าก่อนจะพยุงซูฉีฉีให้ยืนขึ้น “ไม่เสียแรงที่เป็นบุตรสาวของข้า”

        ซูฉีฉีร้องเบาๆ ออกมาอย่างเจ็บปวด แต่นางกลับไม่แสดงสีหน้าใดๆ นางค่อยๆ ลุกขึ้นยืนภายใต้แรงพยุงของซูชือฉาง แต่นางกลับหันไปมองที่ไทเฮาแทน “ไทเฮา ไม่รู้ว่าเรื่องทั้งหมดในปีนั้นไทเฮาจะทรง…จัดการเช่นใด?”

          ไทเฮาหัวเราะออกมา ตอนนี้นางกลับมีท่าทีประหนึ่งสตรีผู้เปี่ยมด้วยเมตตา นางหันไปมองซูชือฉางแวบหนึ่งก่อนจะส่ายศีรษะ “ช่างเถิด ช่างเถิด เรื่องผ่านมานานแล้ว เจ้าก็แค่คุกเข่าขอขมาข้าก็พอแล้ว!”

          สำหรับท่าทีที่เปลี่ยนไปกะทันหันของไทเฮานั้นทำให้เซี่ยเสี่ยวเตี๋ยและซูฉีฉีนั้นก็ได้แต่นิ่งอึ้ง สตรีผู้นี้ช่างเปลี่ยนไปมาได้อย่างง่ายดายเสียจริง

        ซูชือฉางสั่งให้คนพาเซี่ยเสี่ยวเตี๋ยกลับไปส่งที่จวนอัครมหาเสนาบดี ในขณะที่ซูฉีฉีนั้นเดินกลับเรือนรับรองด้วยตัวคนเดียว วันนี้นางรู้สึกเหนื่อยใจเป็นอย่างมาก เหนื่อยเหลือเกิน สุดท้ายแล้วคนที่นางเฝ้ารอก็ยังไม่มา

        นางรู้สึกหมดหวัง แต่ที่มากกว่านั้นกลับเป็นความเศร้าใจ


ติดตามอัพเดทก่อนใคร ด้วยการกดไลค์แฟนเพจเรื่อง “ชายาคนงามของท่านอ๋องจอมโหด :  https://bit.ly/2MGbkiF

อ่านฟรีได้ที่นี่ หรือ
อ่านล่วงหน้า เร็วกว่าใครหลายร้อยตอนได้ที่เว็บไซต์ กวีบุ๊คhttps://www.kawebook.com/story/view/905

120/เล่ม (หากนับตอนฟรีจะเฉลี่ยอยู่ที่ 90-100 บาท/เล่มค่ะ ) เมื่อเทียบกับนิยายแปลเป็นเล่ม 30 ตอนเท่ากับ 1 เล่ม