0 Views

         “พระชายากำลังช่วยท่านอ๋องขับพิษอยู่” เหลิ่งเหยียนตอบกลับตามตรง “เจ้าสำนักเหลยได้เสาะหาหมอที่มีชื่อเสียงทั่วทั้งแผ่นดินแล้วแต่พวกเขาต่างก็ไม่สามารถรักษาพิษในตัวของท่านอ๋องได้”

          ประโยคต่อจากนี้ เขาไม่รู้ว่าจะเริ่มพูดจากตรงไหนก่อน สุดท้ายแล้วพวกเขาก็ไม่ได้คาดหวังอะไรอีกแล้วจึงให้ซูฉีฉีลองฝังเข็มดู แต่นั่นก็มาจากความคิดที่ว่าลองดูก็ไม่เสียหายเท่านั้นเอง

         ม่อเวิ่นเฉินส่งเสียงหึออกมาจากลำคอ มีหรือที่เขาจะไม่รู้ความหมายที่แฝงอยู่ภายในประโยคของเหลิ่งเหยียน แต่เรื่องนี้ก็ทำให้คิ้วของเขาต้องกระตุกขึ้นอย่างคาดไม่ถึง “ซูฉีฉี ข้าดูเบาผู้หญิงคนนี้ไปแล้ว”

         เขาพยักหน้าน้อยๆ เหลิ่งเหยียนก็ไม่ได้เอ่ยอะไรต่อ

         ผู้หญิงที่ไม่แสดงสีหน้าอารมณ์ใดๆ ไม่ว่าจะถูกชื่นชมหรือดูถูกเช่นนั้น แม้ว่าโฉมหน้าของนางจะไม่ได้งดงามแต่กลับมีความสามารถเก่งกาจถึงเพียงนี้

         “ไปสืบประวัติซูฉีฉีมาให้ข้า” ไม่นาน ม่อเวิ่นเฉินก็ออกคำสั่งออกมาด้วยน้ำเสียงเย็นชา “ข่าวที่ข้าฟื้นแล้วนั้นห้ามแจ้งให้ใครรู้โดยเด็ดขาดและคอยจับตาดูสิว่าผู้หญิงคนนี้มีแผนการอะไรกันแน่”

         “ขอรับ” เหลิ่งเหยียนกลับไปยืนอยู่ที่ขอบประตูอีกครั้ง

         ฮวาเชียนจือโมโหจนถึงขั้นเขวี้ยงแจกันในห้องจนแตกกระจายเต็มพื้น ผ่านไปครึ่งเดือนแล้ว แม้แต่หน้าของม่อเวิ่นเฉินนางก็ยังไม่ได้เห็น นางย่อมต้องอารมณ์เสียแน่นอน

         เมื่อคิดถึงท่าทางของเหลิ่งเหยียนแล้วก็ยิ่งทำให้นางอารมณ์เสียมากขึ้นไปอีก ยิ่งเมื่อคิดไปถึงว่าตั้งแต่เล็กนางก็อยู่ข้างกายม่อเวิ่นเฉินมาโดยตลอด เดิมคิดว่าตำแหน่งพระชายานั้นจะต้องเป็นของนางแน่นอน แต่อยู่ๆ ตอนนี้กลับมีหญิงสาวหน้าตาอัปลักษณ์เข้ามาแทรกยิ่งทำให้นางหงุดหงิดมากกว่าเดิม

         นางสะบัดแขนเสื้ออย่างแรงก่อนจะกำหมัดแน่น: “ท่านพี่ ถึงแม้ท่านจะกลับมาแล้ว แต่ว่าก็ยังไม่ฟื้นเสียที ถ้าอย่างนั้นก็อย่าโทษน้องสาวคนนี้ที่…”

         อากาศในค่ำคืนนั้นค่อนข้างหนาวเย็น โดยเฉพาะค่ำคืนของฤดูหนาวที่หิมะพึ่งจะตกไปนั้นยิ่งหนาวเย็นนัก

         หลังจากดึงเสื้อผ้าบางๆ ของตนให้แน่นขึ้นแล้ว ซูฉีฉีก็ค่อยๆ เบียดตัวเองเข้าไปด้านในของเตียง ตอนกลางวันนางจะไปที่เรือนหลักเพื่อฝังเข็มแก้พิษให้กับม่อเวิ่นเฉิน แต่พอตกดึกนางก็ยังคงต้องกลับมาที่โรงซักล้าง มาอาศัยอยู่กับพวกคนรับใช้เหล่านี้

         ท่าทีที่พ่อบ้านมีต่อนางค่อยๆ ดีขึ้น เขานำผ้านวมมาเพิ่มให้กับนางอีกผืน แต่ถึงอย่างนั้นอากาศก็ยังคงหนาวเกินกว่าจะนอนหลับได้

         นางเงยหน้าขึ้นไปมองผ่านหน้าต่างไปยังทิวทัศน์ข้างนอก บางทีอาจจะเป็นเพราะว่าใจของนางไม่สงบพอกระมัง

         นางกำลังพนัน แต่ไม่รู้ว่าตอนจบนั้นจะเป็นเช่นไร

         จะสามารถพลิกชะตาชีวิตได้จริงหรือ?

         นางนอนไม่หลับจริงๆ จึงหยิบเสื้อคลุมขึ้นมาคลุมตัวก่อนจะลุกขึ้น ก้าวไปผลักประตูให้เปิดออกก่อนจะเดินออกไปข้างนอก

         แหงนมองแสงจันทร์ที่ว่างเปล่ากับดวงดาวที่ส่องสว่างเพียงไม่กี่ดวง นางในตอนนี้ช่างเปล่าเปลี่ยวและอ้างว้างยิ่งนัก

         ทันใดนั้นข้างหลังของนางก็มีเงาของคนแวบผ่านไป…

         ซูฉีฉีสะดุ้งตกใจ วินาทีต่อมานางก็ถูกบุรุษร่างใหญ่สองคนกดเอาไว้ก่อนจะฉุดกระชากนางเข้าไปในป่าลึก

         ไม่มีการขัดขืนเพราะซูฉีฉีรู้ว่าในตอนนี้ต่อให้ขัดขืนไปก็ไม่มีประโยชน์ อีกทั้งโรงซักล้างเป็นสถานที่กันดารเช่นนี้ ร้องตะโกนขอความช่วยเหลือยิ่งช่วยอะไรไม่ได้แม้แต่น้อย

         นางยินยอมให้บุรุษทั้งสองคนนั้นลากนางเข้าไปในป่าลึก ใจที่หวาดกลัวในตอนแรกของซูฉีฉีค่อยๆ สงบลง นางพอจะคาดเดาได้ว่าเป็นใคร เพียงแต่คิดไม่ถึงว่าสตรีผู้นั้นจะเริ่มหาเรื่องนางอีกแล้ว

         เป็นจริงดังคาด ด้วยแสงสว่างจางๆ ของดวงจันทร์ก็ปรากฎเงารูปร่างผอมบางขึ้น

         ฮวาเชียนจือยืนอยู่ตรงนั้น ใบหน้างดงามประกอบกับเสื้อคลุมหนังเสือดาวดำที่พาดคลุมอยู่บนตัว นางกำลังจับจ้องไปที่ซูฉีฉี

         “จะโทษข้าว่าใจคออำมหิตก็ไม่ได้ ถ้าจะโทษก็ต้องโทษราชโองการแต่งตั้งพระชายาของฮ่องเต้ต้าเยียน ตำแหน่งพระชายานี้ข้าเฝ้ารอมาตั้งหลายปีแต่กลับถูกหญิงสาวหน้าตาอัปลักษณ์เช่นเจ้ามาแย่งไปครอบครอง” ฮวาเชียนจือกัดฟันพูดออกมา

         โดยปกติแล้วแม้ว่าม่อเวิ่นเฉินจะเอ็นดูรักใคร่นาง ทว่าก็ยังคงทำตัวห่างเหิน ยิ่งไปกว่านั้นบางทีที่นางเกาะติดเขามากเกินไป เขาก็ส่งสีหน้าเย็นชาคืนมาให้นาง

         หลังจากที่พูดจบแล้ว นางก็ยกมือขึ้นฟาดลงบนหน้าของซูฉีฉี

         แรงตบครั้งนี้ถึงแม้ว่าจะแรงแต่ก็ไม่ได้ใช้กำลังภายใน เห็นได้ชัดว่าฮวาเชียนจือยังมีความเกรงกลัวอยู่บ้าง เพราะถึงอย่างไรเสียม่อเวิ่นเฉินก็ยังคงพำนักอยู่ในตำหนัก

         แม้ว่าเขาจะสลบไม่ได้สติ แต่ก็มีโอกาสที่จะตื่นขึ้นมาได้ทุกเมื่อ

         เพราะเหตุนี้ บนใบหน้าของซูฉีฉีจึงไม่ได้ทิ้งรอยแดงของฝ่ามือเอาไว้

         หน้าของซูฉีฉีหันไปด้านข้างตามแรงตบ นางกัดริมฝีปากของตน ตอนนี้สิ่งเดียวที่นางทำได้ก็คือกล้ำกลืนฝืนทน มิเช่นนั้น สิ่งที่แลกกลับมาก็จะเป็นแรงตบตีที่รุนแรงมากขึ้น

           ตอนนี้นางถือว่าตนเองได้พนันถูกแล้ว ไม่ว่าม่อเวิ่นเฉินจะตื่นมาแล้วประพฤติต่อนางเช่นไร อย่างน้อย สถานะของนางนั้นก็จะไม่เหมือนเดิมอย่างแน่นอน

         นางพยายามอย่างมากในการช่วยเขา ทั้งหมดนี้ไม่ใช่เพื่อที่จะได้รับการดูถูกเหยียดหยามเช่นนี้อีก

         “ใบหน้าที่อัปลักษณ์เช่นนี้ ไม่รู้จริงๆ ว่าเจ้ามีชีวิตอยู่มาจนถึงทุกวันนี้ได้เช่นไร ถ้าหากข้าเป็นเจ้าล่ะก็ คงจะกระโดดแม่น้ำฆ่าตัวตายไปตั้งนานแล้ว” ฮวาเชียนจือมีโทสะอยู่ในใจ ตอนนี้นางแค่กำลังใช้ซูฉีฉีมาเป็นที่ระบายโทสะของตน

         อะไรที่ไม่ดีก็ล้วนพูดออกมาจนหมด

         ภายในป่าลึก บุรุษในชุดคลุมตัวยาวสีนิลกำลังยืนนิ่งอยู่บนกิ่งไม้ มุมปากกระตุกขึ้นเล็กน้อย หางตาหรี่ลงนิดๆ ขณะกำลังมองเรื่องสนุกตรงหน้า

         แต่ว่า เขากลับไม่มีความคิดที่จะยื่นมือเข้าไปยุ่ง

         เขาก็แค่มองดูอย่างเงียบๆ ไม่ส่งเสียงใดๆ ให้เล็ดลอดออกมา


ติดตามอัพเดทก่อนใคร ด้วยการกดไลค์แฟนเพจเรื่อง “ชายาคนงามของท่านอ๋องจอมโหด :  https://bit.ly/2MGbkiF

อ่านฟรีได้ที่นี่ หรือ
อ่านล่วงหน้า เร็วกว่าใครหลายร้อยตอนได้ที่เว็บไซต์ กวีบุ๊คhttps://www.kawebook.com/story/view/905

120/เล่ม (หากนับตอนฟรีจะเฉลี่ยอยู่ที่ 90-100 บาท/เล่มค่ะ ) เมื่อเทียบกับนิยายแปลเป็นเล่ม 30 ตอนเท่ากับ 1 เล่ม