0 Views

         ซูฉีฉีที่พึ่งได้สติจากอาการตกตะลึงขยับตัวเล็กน้อย: “รบกวนท่านช่วยพยุงท่านอ๋องให้นอนตรงด้วย”

         นางพูดพลางดึงเอาเข็มเงินออกมาจากแขนเสื้อของตน นี่เป็นสิ่งที่นางเก็บไว้เพื่อรักษาชีวิต ตอนนี้มันก็เป็นต้นทุนในการพลิกชะตาชีวิตของนางด้วยเหมือนกัน

         แต่เดิม นายไม่อยากจะแก่งแย่งอะไรกับผู้คน ตอนนางอยู่จวนอัครมหาเสนาบดี นางก็พยายามทำตัวให้ไม่โดดเด่นเป็นที่สะดุดตา ไม่ว่าเรื่องใดก็จะคอยยกให้ซูเมิ่งหรูได้เป็นที่จับตามองของผู้อื่นเสมอ

         ตอนนี้นางกลับไม่มีทางเลือกอื่นแล้ว

         เมื่อคิดไปถึงมารดาของนางที่อยู่ห่างไกลถึงเมืองหลวง คิดถึงจิ่งม่านที่เสียชีวิตไปแล้ว ซูฉีฉีก็รู้ว่าตัวเองจะทนต่อไปอีกไม่ได้แล้ว

         ซูฉีฉีรู้ว่าเหลิ่งเหยียนไม่ได้เชื่อมั่นในตัวนางเท่าไหร่นัก นางจึงไม่ได้หาเหตุผลที่จะไล่เขาออกไป

         นางเริ่มจากการจับชีพจรให้ม่อเวิ่นเฉินก่อน จากนั้นนางก็ใจจดใจจ่ออยู่กับการฝังเข็ม

         วิชาแพทย์ที่เชี่ยวชาญ การฝังเข็มอย่างหาญกล้า เสื้อผ้าหยาบๆ ที่สวมใส่ ใบหน้างดงาม ผมยาวพาดบ่า บนหน้าผากมีเม็ดเหงื่อบางๆ ซูฉีฉีในสายตาเหลิ่งเหยียนตอนนี้กลับดูงามสง่าและสูงส่งยิ่งนัก

         โครงหน้าที่เรียบๆ ไม่โดดเด่นนั้นกลับทำให้คนรู้สึกว่านางงดงามไร้ที่ติ

         เป็นเวลาถึงหนึ่งชั่วยามเต็ม ซูฉีฉีถึงจะเก็บเข็มกลับไป ก่อนที่จะตรวจสอบดูอย่างละเอียด

         นางมองไปที่ม่อเวิ่นเฉินที่ตอนนี้ยังไม่มีทีท่าว่าจะมีอาการดีขึ้น: “พิษของท่านอ๋องฝังลึก เสียเวลาไปหลายวัน ถ้าหากว่าต้องให้ฟื้นขึ้นมาล่ะก็ คงต้องใช้เวลาอีกหลายวัน แค่ฝังเข็มคงทำได้แค่ยืดเวลาการกระจายของพิษ ถ้าหากจะกำจัดพิษออกให้หมด จำเป็นต้องผสมยาถอนพิษออกมา”

         “ต้องใช้เวลานานแค่ไหน?” เหลิ่งเหยียนเหมือนจะมองเห็นความหวังอันริบหรี่ ตอนนี้เจ้าสำนักเหลยกำลังตามหายาถอนพิษไปทั่ว ขอแค่ช่วงเวลาสั้นๆ นี้ชีวิตของท่านอ๋องพ้นจุดอันตราย เชื่อว่ายาถอนพิษนั้นไม่ใช่ปัญหาใหญ่อะไรนัก

         “ถ้าจะให้พูดก็คงสิบวัน” ตอนนี้ซูฉีฉีเป็นแค่แพทย์ แพทย์ที่พยายามจะรักษาคนไข้คนหนึ่ง

         “ได้ พระชายา ถ้าอย่างนั้นเหลิ่งเหยียนจะรอท่านสิบวัน”

         ทุกวันนางจะมาฝังเข็มให้ม่อเวิ่นเฉินตรงตามเวลาเสมอ หลายวันมานี้ ซูฉีฉีรู้สึกเหน็ดเหนื่อยยิ่งกว่าตอนที่อยู่โรงซักล้างเสียด้วยซ้ำ แต่เมื่อเห็นสีหน้าของม่อเวิ่นเฉินที่ดีขึ้นทุกวัน นางก็รู้สึกภาคภูมิใจเป็นอย่างยิ่ง

         ตอนนี้นางได้ลืมเป้าหมายหลักของตนเองไปหมดแล้ว ในใจนางเพียงแค่อยากจะช่วยคน

         เหลิ่งเหยียนยังคงมีท่าทีเย็นชาเหมือนเคย ทุกวันเขาจะคอยช่วยซูฉีฉีพยุงม่อเวิ่นเฉินนั่งลงนอนตรง

         เมื่อสีหน้าของม่อเวิ่นเฉินค่อยๆ มีเลือดฝาด ท่าทีที่พ่อบ้านมีต่อซูฉีฉีก็ค่อยๆ ดีขึ้น ถึงแม้ว่าเขาจะเป็นผู้อาวุโสที่ไม่แสดงอารมณ์ออกทางสีหน้าทว่าเขากลับเป็นคนใจดีมีเมตตามาก

         ทุกครั้งที่ฮวาเชียนจืออยากจะมาเยี่ยมม่อเวิ่นเฉิน ก็มักถูกเหลิ่งเหยียนกันไว้อยู่ด้านนอกเสมอ

         สำหรับคุณหนูฮวาแล้ว เขาไม่กล้ามีปัญหาด้วยแม้แต่น้อย

         โดยเฉพาะตอนนี้ อาการป่วยของท่านอ๋องยิ่งไม่สามารถให้ใครรู้มากกว่านี้ได้โดยเด็ดขาด

         และเรื่องที่ซูฉีฉีฝังเข็มให้นั้น มีแค่พ่อบ้านและเหลิ่งเหยียนเท่านั้นที่รู้

         ถึงแม้ว่าฮวาเชียนจือจะเป็นญาติผู้น้องของม่อเวิ่นเฉิน แต่ว่าสถานะของนางนั้นซับซ้อนเกินไป นางเป็นพระธิดาของกษัติรย์แคว้นป่ายฮวา ตั้งแต่เด็กนางก็ถูกคนชั่วใส่ร้าย พระบิดาของนางจึงเสี่ยงอันตรายส่งนางออกมาจากวัง ให้นางเติบโตอยู่ท่ามกลางสามัญชน

         แต่ว่าสถานะองค์หญิงของแคว้นป่ายฮวานั้นยังไงเสียก็เป็นความจริง

         ทุกกิริยา วาจาการพูดของซูฉีฉีนั้นล้วนเรียบร้อยมีมารยาท ซูฉีฉีที่เป็นเช่นนี้ทำให้เหลิ่งเหยียนค่อยๆ เปลี่ยนความคิดที่มีต่อนาง สตรีเช่นนี้น่าจะถือได้ว่าคู่ควรกับท่านอ๋อง

         เพียงเพราะนางแต่งเข้ามาในตำหนักอ๋องได้ไม่ถูกเวลา สถานะของนางก็ไม่ถูกต้อง จึงทำให้นางตกอยู่ในสถานการณ์เช่นนี้

         วันที่แปดผ่านไปแล้ว เหลิ่งเหยียนยังคงกันฮวาเชียนจือที่ตะโกนโหวกเหวกอยู่ข้างนอก ห้องที่แสนใหญ่โตนี้มีเพียงซูฉีฉีกับม่อเวิ่นเฉิน อีกทั้งม่อเวิ่นเฉินยังคงหลับตาสนิท ริมฝีปากบางเม้มเข้าหากัน

         เมื่อมองไปที่บุรุษผู้มีใบหน้าที่ทั้งงดงามและหล่อเหลาเช่นนี้ ซูฉีฉีก็ได้แต่ถอนหายใจพลางยกมือขึ้นเช็ดทำความสะอาดเข็มเงิน

         นางรู้แล้วว่าตอนนี้นางค่อยๆ ถลำลึกเข้ามาจนไม่อาจห้ามตนเองได้แล้ว

         ถ้าหากบุรุษผู้นี้จะสงบนิ่งเช่นนี้ได้ตลอดไปจะดีแค่ไหนกัน

         วันนี้ก็เหมือนกับวันอื่นๆ เมื่อฝังเข็มเสร็จ นางก็หมุนตัวจากไป จะไม่รั้งอยู่พูดคุยแม้แต่ประโยคเดียว ซูฉีฉีมักจะทำให้ผู้คนรู้สึกเหมือนนางมีตัวตนและไม่มีตัวตนในเวลาเดียวกัน

         สงบนิ่งดั่งธารา ใสสะอาดไร้มลทิน

         “พระชายา” เหลิ่งเหยียนยังคงเย็นชาดั่งเคย เขาทักนางคำหนึ่งก่อนจะหมุนตัวกลับเข้าไปในห้อง

         เขารับผิดชอบเฝ้าม่อเวิ่นเฉินตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมง ไม่เคยอยู่ห่างเลยแม้แต่น้อย

         เมื่อก้าวผ่านประตูเขาก็ถึงกับอึ้งค้าง

         พึ่งจะเริ่มวันที่แปด ท่านอ๋องของพวกเขากลับฟื้นขึ้นมาแล้ว

         “เหลิ่งเหยียน ซูฉีฉีเป็นอะไรกันแน่?” ถึงแม้ว่าจะฟื้นแล้ว แต่ว่าก็อ่อนแรงมิน้อย สีหน้าของม่อเวิ่นเฉินตอนนี้ได้กลับไปเคร่งขรึมดั่งเดิมแล้ว

         เมื่อครู่ตอนซูฉีฉีอยู่นั้น เขาก็ฟื้นขึ้นมาแล้ว เพียงแต่ตัวเขาแกล้งนอนสลบต่อ

 


ติดตามอัพเดทก่อนใคร ด้วยการกดไลค์แฟนเพจเรื่อง “ชายาคนงามของท่านอ๋องจอมโหด :  https://bit.ly/2MGbkiF

อ่านฟรีได้ที่นี่ หรือ
อ่านล่วงหน้า เร็วกว่าใครหลายร้อยตอนได้ที่เว็บไซต์ กวีบุ๊คhttps://www.kawebook.com/story/view/905

120/เล่ม (หากนับตอนฟรีจะเฉลี่ยอยู่ที่ 90-100 บาท/เล่มค่ะ ) เมื่อเทียบกับนิยายแปลเป็นเล่ม 30 ตอนเท่ากับ 1 เล่ม