0 Views

         “ข้าผู้เป็นพระชายาขอสั่งให้พวกเจ้าหยุดเดี๋ยวนี้” ซูฉีฉีตะโกนสั่งเสียงต่ำอีกครั้ง ตอนนี้นางกังวลแค่ร่างกายเล็กๆ ของจิ่งม่านจะเป็นอย่างไรหลังโดนพวกเขาเฆี่ยนตีอย่างหนัก

         พระชายาคำนี้ทำให้บุรุษเหล่านั้นหยุดมือลงในที่สุด

         ไม่ผิด เพราะไม่ว่าอย่างไรนางก็ถือได้ว่าเป็นพระชายาที่ถูกต้องชอบธรรมของติ้งเป่ยโหว

         “เหอะ ไอ้พวกไร้ประโยชน์” ฮวาเชียนจือกระทืบเท้าด้วยความหงุดหงิด นางสะบัดมือแย่งเอาแส้หนังจากมือของบุรุษผู้หนึ่งที่อยู่ตรงนั้น ก่อนจะฟาดแส้ลงไปบนตัวของจิ่งม่านที่กำลังสั่นสะท้านด้วยความเจ็บปวดอย่างแรง

         ทุกครั้งที่แส้ฟาดลงไปนั้นทำให้จิ่งม่านต้องร้องคร่ำครวญออกมาอย่างทรมาณ

         “ฮวาเชียนจือ…” ซูฉีฉีตะโกนเสียงดัง ตอนนี้นางไม่สนใจอะไรมากแล้ว นางใช้แรงกระแทกประตูทว่าประตูกลับนิ่งเสมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น

         มีเพียงคนภายนอกถึงจะเปิดประตูบานนี้ได้ นางที่เดิมเป็นเพียงหญิงสาวอ่อนแอคนหนึ่ง แรงของนางมีไม่มากนัก

         จิ่งม่านแต่เดิมที่ร้องไห้คร่ำครวญ ดิ้นไปดิ้นมาอยู่ที่พื้น ตอนนี้กลับไม่มีเสียงอีกแล้ว

         ซูฉีฉีมองลอดผ่านช่องประตูจึงเห็นจิ่งม่านที่เสียชีวิตลงอย่างน่าอนาจอยู่ที่พื้น เห็นแบบนั้นนางก็รู้สึกเหมือนมีน้ำเย็นยะเยือกท่วมเอ่อขึ้นในหัวใจ มันเย็นขึ้นเรื่อยๆ เย็นขึ้นเรื่อยๆ

         “โยนไปหลังเขา ให้มันไปเป็นอาหารของหมาป่า” ฮวาเชียนจือโยนแส้หนังในมือทิ้งก่อนจะสั่งอย่างเคียดแค้น พร้อมกับหันไปจ้องซูฉีฉีอย่างอาฆาต

         เรื่องที่นางคิดจะทำ ไม่ว่าใครก็ห้ามไม่ได้

         ซูฉีฉีค่อยๆ ทรุดตัวลงกับพื้น นางกัดริมฝีปากตัวเองแรงๆ นางเห็นคนข้างกายของตนถูกตีจนเสียชีวิต ความรู้สึกไร้ความสามารถ ช่วยเหลือใครไม่ได้อัดแน่นอยู่ในใจของนาง ทำให้นางเจ็บปวดใจยิ่งนัก

          “จิ่งม่าน…ข้าก็ยังไม่สามารถช่วยเจ้าได้อยู่ดี เป็นข้าที่ไม่ดีเอง” ซูฉีฉีคร่ำครวญเสียงเบา ตั้งแต่เล็กจนโต อะไรที่ทนได้นางก็มักจะทนเสมอ อะไรที่ทนไม่ได้นางก็พยายามที่จะทน ทั้งหมดนี้ล้วนเป็นเพราะว่ามารดาของนางอยู่ที่จวนอัครมหาเสนาบดีนั้นไร้ซึ่งอำนาจใดๆ เป็นถึงฮูหยินใหญ่แต่กลับถูกฮูหยินรองคอยกดขี่ข่มเหง

         แต่ก่อนนางก็เคยไปฟ้องบิดาของตน ทว่าต่อหน้าบิดานางฮูหยินรองก็มักจะเอ่ยปากรับผิดเสมอ แต่ลับหลังนั้นนางกลับยิ่งหาเรื่องมากลั่นแกล้งพวกนางสองแม่ลูกมากยิ่งขึ้น ด้วยเหตุนี้นางเลยทำได้เพียงแต่คอยอดทนอดกลั้นเหมือนดั่งมารดาของตน

         แต่ว่า ตอนนี้นางกลับรู้สึกไม่อยากที่จะอดทนอีกต่อไปแล้ว

         ฮวาเชียนจือผู้นั้นโหดร้ายเกินไป

         พักอาศัยอยู่ในห้องเก็บฟืนเป็นเวลาสามวันสามคืน ซูฉีฉีนอกจากตื่นแล้วก็นอน นอนแล้วก็ตื่น นางก็ไม่ได้กินข้าวไม่ได้ดื่มน้ำ ร่างกายที่แต่เดิมผอมบางอยู่แล้วก็ผอมบางมากขึ้นไปอีก

         เพราะการตายของจิ่งม่านทำให้คนรับใช้ทั้งหมดไม่กล้าแม้แต่จะเข้าใกล้ห้องเก็บฟืน

         ที่นี่นับวันก็ยิ่งเหน็บหนาวมากขึ้นเรื่อยๆ

         อากาศค่อยๆ หนาวเย็นลง

         ในที่สุดหิมะแรกก็ได้ร่วงหล่นลงมาจากท้องฟ้า

         นางอ้าปากพ่นลมออกมาเพื่อให้ลมอุ่นนั้นเพิ่มความร้อนให้กับนิ้วมือที่ถูกความหนาวทำให้แข็งตัวของตน ตอนนี้ซูฉีฉีไม่สามารถนอนหลับได้อีกต่อไป อากาศนี้เหน็บหนาวจนเกินทน ถ้าหากว่านางนอนหลับไปแล้ว เกรงว่านางอาจจะไม่มีโอกาสตื่นขึ้นมาอีกเลยก็เป็นได้

         ในขณะที่กำลังมองโลกภายนอกที่ปกคลุมไปด้วยหิมะสีขาวบริสุทธิ์นั้น อยู่ๆ ประตูของห้องเก็บฟืนก็ถูกบุรุษผู้หนึ่งเปิดออก

         เขาย่างก้าวเข้ามา มิได้เอ่ยคำใดๆ แต่กลับยกตัวซูฉีฉีขึ้นมาก่อนจะแบกนางเดินออกไปข้างนอกห้อง ไปตามทิศทางของโรงซักล้าง

         ซูฉีฉีกระตุกมุมปากขึ้น นางไม่รู้เหมือนกันว่าเพราะเหตุใดผู้หญิงคนนั้นถึงยอมปล่อยตัวนางออกมา แต่ว่าในที่สุดนางก็ไม่ต้องนอนหนาวตายอยู่ในห้องเก็บฟืนแล้ว

         นางไม่อยากตาย นางยังมีมารดาของตนอยู่ สตรีที่อ่อนแอเช่นนั้น ถ้าหากรู้ว่านางตายอยู่ที่ตำหนักอ๋องติ้งเป่ยโหว ไม่รู้เลยว่านางจะเป็นเช่นไร!

         สาวใช้สามคนที่อยู่ห้องเดียวกันกับนางรีบเทน้ำร้อน หยิบหมั่นโถวให้นาง

         พวกนางต่างก็มีความผูกพันธ์กับซูฉีฉีแล้ว แต่แค่พวกนางไม่กล้าเอาอาหารไปส่งที่ห้องเก็บฟืน

         วันที่สอง นางยังคงเป็นสาวใช้โรงซักล้าง ซูฉีฉีก็ยังคงประพฤติตัวเหมือนเดิม เสมือนว่าเรื่องไม่กี่วันก่อนนั้นไม่เคยเกิดเรื่องอะไรขึ้นทั้งสิ้น นางไม่เอ่ยถึงเรื่องนั้นแม้แต่น้อย

         ผู้หญิง เมื่อรวมตัวกันแล้วก็หนีไม่พ้นเรื่องซุบซิบนินทา

         เพราะฉะนั้น…

         “ได้ยินว่าหลายวันมานี้ท่านอ๋องไม่ได้อยู่ในตำหนัก ออกไปจัดการธุระ”

         “มิน่าเล่า คุณหนูฮวาถึงได้กล้าทำตัววางอำนาจเช่นนั้น”

         มีหลายคนไม่ชื่นชอบฮวาเชียนจือ แต่เพราะติดที่ว่านางคุมอำนาจจัดการเรื่องในตำหนัก ทำให้โดยทั่วไปแล้วก็ต่างหวาดกลัวนางกันอยู่สามส่วน

         “เมื่อวานท่านอ๋องกลับมาถึงตำหนัก นางก็เปลี่ยนกลับเป็นสตรีผู้เรียบร้อย มารยาทงามอีกครั้ง” สาวใช้อีกคนหนึ่งพูดขึ้นอย่างไม่พอใจ

         “แต่ว่า…ข้าได้ยินมาว่า ครั้งนี้ท่านอ๋องออกไปข้างนอกดูเหมือนว่าจะประสบอุบัติเหตุเล็กน้อย…”

         ตำแหน่งของโรงซักล้างนั้นค่อนข้างจะกันดาร ทำให้คำพูดใดๆ ที่เอ่ยนั้นไม่ค่อยถูกกระจายไปที่อื่น ทว่าข่าวสารจากข้างหน้านั้นล้วนถูกกระจายเข้ามาในนี้ ทำให้เป็นหัวข้อสนทนาอย่างสนุกสนานของผู้คน

         “เกิดเรื่องอะไรขึ้น…”

         “ถูกพิษ อีกทั้งยังสาหัสมาก หมอที่มีชื่อเสียงในระแวกนี้ล้วนถูกเชิญมากันหมด” สาวใช้คนหนึ่งพูดพลางสั่นศีรษะ “ไม่มีผู้ใดสามารถรักษาให้หายได้”

         “ถ้าอย่างนั้น…ก็เชิญหมอเทวดาจูเก่ออวี๊สิ”

         “เชิญมาได้แล้วอย่างไร หมอเทวดาผู้นั้นหยิ่งยโสนัก เขาไม่มีทางยอมรักษาให้โดยง่ายหรอก”

         ซูฉีฉีเอาไม้ทุบๆ เสื้อผ้าในมือของตน เพราะว่าอากาศหนาวเย็นทำให้น้ำเย็นมาก มือทั้งสองของนางจึงบวมแดงจนไม่ได้รูป ตอนแรกนั้นนางรู้สึกเจ็บ แต่ตอนนี้ชาจนไร้ความรู้สึกแล้ว

         แต่ว่าได้ยินที่พวกเขาคุยกันมาถึงท่อนนี้ นางก็ค่อยๆ กลอกตาขึ้นลงช้าๆ บางที นางอาจจะไม่ควรใช้ชีวิตอย่างนี้ต่อไป

 


ติดตามอัพเดทก่อนใคร ด้วยการกดไลค์แฟนเพจเรื่อง “ชายาคนงามของท่านอ๋องจอมโหด :  https://bit.ly/2MGbkiF

อ่านฟรีได้ที่นี่ หรือ
อ่านล่วงหน้า เร็วกว่าใครหลายร้อยตอนได้ที่เว็บไซต์ กวีบุ๊คhttps://www.kawebook.com/story/view/905

120/เล่ม (หากนับตอนฟรีจะเฉลี่ยอยู่ที่ 90-100 บาท/เล่มค่ะ ) เมื่อเทียบกับนิยายแปลเป็นเล่ม 30 ตอนเท่ากับ 1 เล่ม