0 Views

         ซูฉีฉีถูกแรงฝ่ามือของฮวาเชียนจือผลักล้มลงบนพื้น ใบหน้ามีรอยบวมแดงเป็นแถบ ทว่าในแววตาของนางยังคงเย็นยะเยือกขณะจับจ้องไปที่ฮวาเชียนจือ

         “โอ้ะ ข้าเกือบลืมไป ท่านมียศเป็นถึงพระชายา!” ฮวาเชียนจือในตอนนี้ตัวสั่นเล็กน้อย แต่เพียงไม่นานนางก็กลับมาเป็นไปปกติดั่งเดิม นางก้าวไปข้างหน้าเพื่อพยุงซูฉีฉี แต่ทันทีที่นางพูดเสร็จ ฝ่ามือก็ฟาดลงไปบนหน้าซูฉีฉีอีกครั้ง

         ใบหน้าอีกข้างหนึ่งก็มีรอยบวมขึ้นเช่นกัน

         ปากก็เรียกนางว่าพระชายา ทว่าแรงที่ฟาดลงมานั้นกลับไม่ออมมือเลยแม้แต่น้อย เห็นได้ชัดว่าฮวาเชียนจือนั้นต้องการระบายโทสะที่มีทั้งหมดของตนลงบนตัวของซูฉีฉี

         อีกทั้งนางยังไม่เห็นพระชายาอย่างซูฉีฉีผู้นี้อยู่ในสายตาแม้แต่น้อย

         “พวกเจ้าทั้งหมดมองเห็นอะไรหรือไม่?” เมื่อฮวาเชียนจือลงไม้ลงมือกับคนเสร็จก็หันมองไปที่คนรับใช้ที่คุกเข่าอยู่บริเวณรอบๆอย่างวางอำนาจ แววตาของนางมีความเยือกเย็นเผยออกมาให้เห็นแวบหนึ่ง

         “บ่าว…ไม่เห็นอะไรทั้งนั้นเจ้าค่ะ/ขอรับ” ทุกคนตอบกลับเสียงเบา

         ฮวาเชียนจือเห็นดังนั้นก็เผยยิ้มออกมาอย่างได้ใจ

         “ใครก็ได้ พาซูฉีฉีไปขังไว้ที่ห้องเก็บฟืน ไม่มีคำสั่งจากข้า ห้ามปล่อยออกมาโดยเด็ดขาดและไม่อนุญาตให้ใครก็ตามนำอาหารหรือน้ำไปให้นาง ถ้าหากข้าจับได้แล้วล่ะก็ หึหึ…” ฮวาเชียนจือวางท่าดั่งนายหญิงของตำหนัก เมื่อนางสั่งการเสร็จแล้วก็เดินจากไป

         ซูฉีฉีรู้ว่าไม่ว่าจะเป็ยเพราะร่างกายที่อ่อนแอของตนหรือการแสดงอำนาจของตน เมื่อรับมือกับสตรีประเภทนั้นแล้ว ล้วนไม่เป็นผลดีกับนางทั้งนั้น

         ต่อให้แสดงอำนาจแล้วจะเป็นเช่นไร? ยังไงเสียนางก็เป็นแค่พระชายาแต่ในนามเท่านั้น

         นางนั่งเงียบๆอยู่ในห้องเก็บฟืน ตอนนี้เป็นปลายฤดูใบไม้ร่วงย่างเข้าฤดูหนาวแล้ว สถานที่เช่นนี้ยิ่งเพิ่มความเหน็บหนาวขึ้นไปอีก

         บนตัวนางสวมใส่เพียงเสื้อผ้าบางๆ คุณภาพหยาบๆ ในขณะที่ห้องเก็บฟืนนั้นมีลมเล็ดลอดเข้ามาจากทุกมุมของบานประตู ซูชีชีจึงได้แต่ต้องกอดตัวเองเอาไว้เพื่อเพิ่มความอบอุ่น นางอยากรู้แค่เพียงว่าสตรีผู้นั้นยอมอยู่สงบไม่ระรานนางถึงสองเดือน เหตุใดอยู่ๆ ถึงมาหาเรื่องนางได้

         แสงจันทร์ที่สาดส่องในค่ำคืนนี้ช่างเปล่าเปลี่ยวอ้างว้างนัก ยิ่งทำให้อากาศในค่ำคืนนี้รู้สึกหนาวเย็นมากขึ้น

         ประตูห้องเก็บฟืนค่อยๆถูกผลักออก เงาเล็กๆ ของคนผู้หนึ่งค่อยๆ ก้าวเข้ามาอย่างระมัดระวัง

         ซูฉีฉีที่หนาวแข็งจนเริ่มรู้สึกด้านชาค่อยๆเงยหน้าขึ้นไปมองที่มาของเสียงที่แผ่วเบานั้น เมื่อนางเห็นว่าคนที่มาคือจิ่งม่าน ในใจก็รู้สึกอุ่นขึ้นไม่น้อย นางอยู่กับสาวใช้ที่โรงซักล้างเหล่านี้เป็นเวลานานย่อมต้องมีความรู้สึกผูกพันธ์กันอยู่บ้าง

         โดยเฉพาะจิ่งม่าน ความสัมพันธ์ของทั้งสองคนใกล้ชิดกันที่สุด

         “จิ่งม่าน ทำไมเจ้าถึงมาที่นี่ได้” ซูฉีฉีถามนางเสียงเบา

         “ฉีฉี…ข้าทำผิดต่อเจ้า…” จิ่งม่านพูดด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ เรื่องนี้ให้ซูฉีฉีรับผิดไป อย่างมากที่สุดก็ถูกขังอยู่ในห้องเก็บฟืน โดนตีสักรอบหนึ่ง แต่ถ้าหากเป็นจิ่งม่านล่ะก็ วันนี้น่าจะไม่มีชีวิตรอดแล้ว

         “สาวน้อย เจ้าพูดอะไรอย่างนั้น ตอนนี้ข้าไม่ได้ปลอดภัยดีหรอกหรือ” ซูฉีฉีรีบฉีกยิ้มให้กับนาง ก่อนจะพยายามพยุงตัวเองให้ลุกขึ้นแล้วยืนพิงอยู่กับกำแพง: “ที่นี่ไม่ใช่ที่ที่เจ้าควรจะมา รีบออกไปเถอะ จำไว้ว่าต้องมีชีวิตอยู่ต่อไป”

         จิ่งม่านพยักหน้าไม่หยุดก่อนจะแบมือออก ยื่นหมั่นโถวกลมๆ ขาวๆ สองลูกลงบนมือของซูฉีฉี: “เจ้ารีบกินเถอะ ข้าต้องไปแล้ว พรุ่งนี้ข้าค่อยเอามาให้เจ้าอีก”

         นางเม้มปากก่อนจะฉีกยิ้มจริงใจ ซูฉีฉีรับหมั่นโถวมาก่อนจะค่อยๆ กินทีละนิด

         ประตูของห้องเก็บฟืนถูกปิดลงอีกครั้ง

         ยังไม่ทันที่ซูฉีฉีจะกลับลงไปนั่งอีกครั้ง ข้างนอกมีแสงเพลิงเรียงกันเป็นแถบยาว องครักษ์กว่าสิบคนบุกเข้ามาข้างใน

         ฮวาเชียนจือเดินมาถึงข้างหน้า: “บังอาจมาก ริอาจขัดคำสั่งของข้า ใครก็ได้ จับตัวนางมาแล้วเฆี่ยนตีนางอย่างหนัก”

         จิ่งม่านที่พึ่งออกจากห้องเก็บฟืนไปได้ไม่นานก็ถูกบุรุษหลายคนหิ้วตัวขึ้น

         ซูฉีฉีรีบยืนขึ้นก่อนจะเร่งรุดไปทางประตูของห้องเก็บฟืน น้ำเสียงของนางแฝงด้วยพลังอำนาจ: “คุณหนูฮวา ขอท่านอย่าได้หาเรื่องนาง”

         เลือบตาไปมองซูฉีฉีที่อยู่ในห้องเก็บฟืนแวบหนึ่ง ฮวาเชียนจือได้แต่กัดฟันทน ถ้าหากเป็นไปได้ นางจะไม่ทำแค่หาเรื่องคนรับใช้คนเดียวเช่นนี้เป็นแน่

         แววตานั้นเต็มไปด้วยความเกลียดชัง

         “ตี” ฮวาเชียนจือกัดฟัน ออกคำสั่งลงไป

         ไม่ว่าจิ่งม่านจะอ้อนวอนขอร้องยังไง บุรุษเหล่านั้นก็ยังคงฟาดแส้หนังลงบนตัวนางไปทั่ว

         “ฮวาเชียนจือ ข้าขอสั่งให้เจ้าหยุด” ซูฉีฉีเห็นร่างเล็กๆ ของจิ่งม่านกลิ้งไปกลิ้งมาอยู่ที่พื้น บนตัวของนางเต็มไปด้วยคราบเลือด ซูฉีฉีกัดฟันด้วยความเคียดแค้นก่อนจะออกคำสั่งเสียงเย็น

         ร่างกายของฮวาเชียนจือสั่นเล็กน้อย นางพยายามจะพูดอะไรสักอย่างแต่สุดท้ายก็เลือกที่จะกลืนคำเหล่านั้นลงไป

         “พวกบ่าวไพร่สามหาว หยุดได้แล้ว” ซูฉีฉีหมุนตัวไปมองเหล่าองครักษ์

         เสียงพลังอำนาจของนางนั้นทำให้ผู้คนตกตะลึง และท่าทีเปี่ยมบารมีของนางทำให้ผู้คนเคารพยำเกรง

         นางทำให้พวกบุรุษที่ถือแส้หนังเหล่านั้นล้วนนิ่งค้างอยู่กับที่


ติดตามอัพเดทก่อนใคร ด้วยการกดไลค์แฟนเพจเรื่อง “ชายาคนงามของท่านอ๋องจอมโหด :  https://bit.ly/2MGbkiF

อ่านฟรีได้ที่นี่ หรือ
อ่านล่วงหน้า เร็วกว่าใครหลายร้อยตอนได้ที่เว็บไซต์ กวีบุ๊คhttps://www.kawebook.com/story/view/905

120/เล่ม (หากนับตอนฟรีจะเฉลี่ยอยู่ที่ 90-100 บาท/เล่มค่ะ ) เมื่อเทียบกับนิยายแปลเป็นเล่ม 30 ตอนเท่ากับ 1 เล่ม