0 Views

         ซูฉีฉีมาอาศัยอยู่ที่ตำหนักอ๋องได้สองเดือนกว่าแล้ว ตลอดเวลาที่ผ่านมานางอยู่เงียบๆ ไม่พูดไม่จา คอยตั้งหน้าตั้งตาทำงานที่ได้รับมอบหมายเพียงเท่านั้น

         ทุกๆ วันนางต้องยุ่งตั้งแต่เช้าจรดเย็น ด้วยเหตุนี้ทำให้นางไม่มีเวลาที่จะไปคิดถึงเรื่องอื่นๆ อีก

         สาวใช้ที่อาศัยอยู่ในห้องเดียวกับนางก็ไม่ได้กลั่นแกล้งนางเหมือนก่อน การใช้ชีวิตในแต่ละวันของนางนับว่าราบรื่นดีไม่น้อย

         ทว่าอยู่ๆ ก็มีสิ่งหนึ่งมาทำลายวิถีชีวิตที่ดีของนาง

         ตอนที่นางกำลังคิดว่าตนจะอยู่อย่างนี้ไปจนชั่วชีวิต โรงซักล้างก็มีหญิงสาวผู้วางตัวถืออำนาจบาตรใหญ่ย่างก้าวเข้ามา…นางก็คือคุณหนูฮวา ฮวาเชียนจือ

         ไม่รู้ว่าเพราะอะไรสตรีนางนี้ถึงมาที่นี่ได้ การมาของนางทำให้ในใจของซูฉีฉีเกิดความวิตกกังวลขึ้นไม่น้อย

         สาวใช้ทั้งหลายที่กำลังซักเสื้อผ้าอยู่นั้น เมื่อเห็นนางก้าวเข้ามาก็รีบผุดลุกขึ้นไปแสดงความเคารพกันทั้งหมด ทว่าซูฉีฉีกลับไม่สนใจนางและก้มหน้าทำงานของตนต่อ

         ถึงแม้ว่านางจะอ่อนแอ แต่นางก็มีเกียรติและศักดิ์ศรีของตน ยังไงเสียนางก็เป็นถึงคุณหนูใหญ่ของจวนอัครมหาเสนาบดี

         “ทุกคนลุกขึ้นเถอะ วันนี้ที่ข้ามาที่นี่ก็แค่อยากจะรู้ว่า เมื่อวานนี้ใครเป็นคนทำเสื้อชีฟองของข้าขาดกันแน่” บนใบหน้าของฮวาเชียนจือยังคงความอ่อนโยนไว้ มีเพียงความเย็นยะเยือกในแววตาที่คอยจับตาดูทุกสิ่งอย่างเสมือนไม่ยอมให้มีสิ่งใดหลุดลอดออกไปจากสายตาของตนได้

         สาวใช้ทุกคนล้วนคุกเข่าลงไปกับพื้น ถึงแม้ว่าฮวาเชียนจือจะมียศเป็นแค่คุณหนูฮวา แต่ว่าตำหนักอ๋องนี้ไม่เคยมีนายหญิงของตำหนักมาก่อน ด้วยเหตุนี้เรื่องทั้งหมดในตำหนักจึงมีคุณหนูฮวาผู้นี้เป็นคนดูแลเสมอมา

         เรื่องต่างๆ โดยทั่วไปของตำหนักนั้น ม่อเวิ่นเฉินจะไม่เข้ามายุ่งก้าวก่ายแม้แต่น้อย

         ตอนนี้คุณหนูฮวาก็มาที่นี่เพื่อสอบถามเรื่องนี้ด้วยตนเอง เห็นได้ชัดว่าเสื้อตัวนั้นสำคัญสำหรับนางมาก

         ไม่มีใครกล้าเอ่ยปากยอมรับสักคน

         หัวหน้าคนรับใช้นั้นได้โขกศีรษะรับผิดไปหลายครั้งก่อนจะค่อยๆคลานไปข้างหน้า: “เรียนคุณหนูฮวา…เสื้อชีฟองตัวนั้น…”

         เขากล่าวรายงานไปด้วยน้ำเสียงติดๆ ขัดๆ

         ใบหน้าซีดเผือด เห็นได้ชัดว่ากำลังหวาดกลัวเป็นอย่างมาก

         “เป็นใครกัน? วันนี้ถ้าหากไม่มีใครบอกข้ามาแล้วล่ะก็ อย่าหาว่าข้าทำเกินไปก็แล้วกัน” นางตวัดสายตาไปมอง: “ดูเหมือนว่าเจ้าจะไม่อยากรับตำแหน่งหัวหน้าคนรับใช้อีกต่อไปแล้วสินะ” ฟังจากน้ำเสียงของฮวาเชียนจือ นางไม่ได้จ้องจะหาเรื่องใครโดยเฉพาะ ที่ทำไปทั้งหมดก็เพราะเสื้อชีฟองเท่านั้น

         ทว่าการกระทำของนางกลับทำให้ซูฉีฉีสะดุ้งตัวขึ้นเล็กน้อย ไม่ใช่เพราะว่านางกลัวแต่เพราะว่านางไม่อยากจะนำปัญหามาใส่ตัวเอง

         นางแค่อยากจะใช้ชีวิตอย่างปลอดภัย ไม่ทำให้มารดาของนางเดือดร้อน แค่นี้ก็เพียงพอแล้ว

         ตอนนั้นที่นางถูกรับสั่งให้มาแต่งงานกับม่อเวิ่นเฉิน นางก็คัดค้านอยู่บ้าง ทว่าติดที่ปัญหาว่าหนึ่งพระราชโองการยากที่จะขัดขืน สองเพราะบิดาของนางซึ่งเป็นถึงอัครมหาเสนาบดีที่ทรงอำนาจนั้นใช้ชีวิตของมารดานางมาบีบบังคับ ทำให้นางต้องยอมรับเอาความอดสูนี้เอาไว้และตอบตกลงที่จะอภิเษกสมรส อีกทั้งนางยังประพฤติตัวอย่างว่าง่าย ไม่กล้าแม้แต่จะเอ่ยปากบ่นหรือตัดพ้อเลยแม้แต่น้อย

         “ข้าน้อยมิกล้า ขอคุณหนูฮวาช่วยตรวจสอบให้ดีด้วย…เป็น…เป็น…เป็น…” ใบหน้าของหัวหน้าคนรับใช้ผุดเหงื่อออกมาจำนวนไม่น้อย

         “รีบพูดมาสิ” ไม่รอให้หัวหน้าคนรับใช้โขกศีรษะลงกับพื้นอีกครั้ง ฮวาเชียนจือก็ฟาดมือลงไปบนใบหน้าของเขาแล้ว

         ต้องรู้เอาไว้ว่าผ้าชีฟองผืนนั้นมีมูลค่ามากมายมหาศาลนัก

         ซูฉีฉีในตอนนี้ก็ได้แค่ขมวดคิ้วเข้าหากันเมื่อเห็นว่าฝ่ามือที่ฟาดลงไปของฮวาเชียนจือนั้นทำให้หัวหน้าคนรับใช้ถึงกลับกลิ้งไปที่พื้นอยู่หลายตลบ ที่แท้หญิงสาวที่มีท่าทีอ่อนหวาน รูปร่างผอมบางผู้นั้นเป็นวรยุทธ์

         ตอนนี้ทุกคนต่างก็รู้แล้วว่าคุณหนูฮวาผู้นี้กำลังโมโหถึงที่สุด

         “ดี ดี ดีมาก” ฮวาเชียนจือเห็นว่าไม่มีใครกล้ายอมรับผิด ยิ่งเกิดโทสะมากขึ้นกว่าเดิม: “ใครก็ได้ มาลากคนรับใช้เหล่านี้ไปโบยให้หมด โบยแรงๆ ไม่ต้องมีการละเว้น”

         องครักษ์หลายนายเดินรุดไปข้างหน้า

         หนึ่งในบรรดาสาวใช้ลุกขึ้นยืนด้วยเนื้อตัวที่สั่นเทา: “คุณหนูฮวา…บ่าวรู้ว่าเป็นใคร! ”

         ศีรษะของนางไม่กล้าเงยขึ้น ฟันได้แต่สั่นกระทบกันด้วยความหวาดกลัว

         “ใคร?” ฮวาเชียนจือถามออกมาอย่างหมดความอดทน

         “พระ…พระชายาเจ้าค่ะ…” เมื่อสาวใช้พูดจบก็สลบไป ดูเหมือนว่านางจะหวาดกลัวไม่น้อย

         ซูฉีฉีค่อยๆ พยุงตัวเองให้ลุกขึ้น นางรู้แล้วว่าช่วงเวลาดีๆ ของชีวิตจบลงเสียแล้ว สตรีผู้นี้ยังคงไม่คิดจะละเว้นนาง ดูเหมือนว่า เมื่อสองเดือนก่อนคุณหนูผู้นี้แค่กำลังพักฟื้นกำลังของตนเท่านั้น

          หลังจากนั้น นางก็หันมองไปที่พวกองครักษ์ที่กำลังยืนล้อมตัวนางเอาไว้ แล้วค่อยๆ หันไปมองจิ่งม่านที่กำลังคุกเข่าอย่างหวาดกลัวอยู่ข้างเท้าของตน จิ่งม่านเป็นสาวใช้ที่พักอยู่ห้องเดียวกับนาง ดูจากลักษณะของนางแล้ว เสื้อชีฟองที่ฉีกขาดตัวนั้นน่าจะมาจากฝีมือของนาง

         เมื่อคิดไปถึงหญิงสาวผู้นี้ที่ตัวคนเดียวไร้ที่พักพิง อีกทั้งทุกเดือนยังมีน้องชายที่ป่วยหนักกำลังรอเงินค่ารักษาอยู่ ซูฉีฉีก็อดที่จะรู้สึกเห็นใจนางมิได้

         นางกัดริมฝีปากของตนเองเบาๆก่อนจะหันไปเผชิญหน้ากับฮวาเชียนจือ: “ไม่ผิด เสื้อชีฟองตัวนั้นข้าทำมันขาดโดยไม่ได้ตั้งใจ”

         “ที่แท้เป็นพระชายานี่เอง” รอยยิ้มบนใบหน้าของฮวาเชียนจือหยั่งลึกมากขึ้นก่อนจะมองตรงไปที่ใบหน้าของซูฉีฉี แววตาของนางแฝงไปด้วยความดูแคลนอยู่ไม่น้อย

         “ใช่” สีหน้าของซูฉีฉีไม่แสดงอารมณ์ใดๆ ออกมา

         แม้จะสวมใส่เสื้อผ้าคุณภาพหยาบ ทว่านางกลับแฝงไปด้วยความสุขุมเยือกเย็น มาดของคุณหนูสูงศักดิ์ยังคงแผ่ออกมาจากตัวนาง

         “เพี๊ยะ!” ฮวาเชียนจือเดินไปข้างหน้าก่อนจะฟาดฝ่ามือลงไปบนหน้าของซูฉีฉีหนึ่งครั้ง: “เสื้อชีฟองตัวนั้นเป็นของขวัญวันเกิดที่พี่เวิ่นเฉินมอบให้ข้า เจ้ามีปัญญาทดแทนข้าไหม? เจ้าไม่มีตาดูหรืออย่างไรกัน”

 


ติดตามอัพเดทก่อนใคร ด้วยการกดไลค์แฟนเพจเรื่อง “ชายาคนงามของท่านอ๋องจอมโหด :  https://bit.ly/2MGbkiF

อ่านฟรีได้ที่นี่ หรือ
อ่านล่วงหน้า เร็วกว่าใครหลายร้อยตอนได้ที่เว็บไซต์ กวีบุ๊คhttps://www.kawebook.com/story/view/905

120/เล่ม (หากนับตอนฟรีจะเฉลี่ยอยู่ที่ 90-100 บาท/เล่มค่ะ ) เมื่อเทียบกับนิยายแปลเป็นเล่ม 30 ตอนเท่ากับ 1 เล่ม