0 Views

         เมื่อเห็นเงาเบื้องหน้าค่อยๆ เล็กลง หน้าผากของซูฉีฉีก็ผุดเหงื่อเย็นออกมาจำนวนมาก “เหลยอวี๊เฟิง ช่วยข้าที”

         นางคิดว่าผู้ที่เตะคนชุดดำจนลอยกระเด็นนั้นคือเหลยอวี๊เฟิง

         แต่ด้านบนนั้นกลับเงียบสงบเป็นเวลานาน

         “แม่นาง จับสิ่งนี้เอาไว้” สักพักหนึ่งด้านบนของนางก็ปรากฎเถาวัลย์ขึ้นเส้นนึ่ง

         แต่ว่าเสียงนี้ ความคิดแรกที่ผุดขึ้นมาในหัวของซูฉีฉีก็คือบุคคลที่ช่วยเหลือนางเอาไว้นั้นมิใช่เหลยอวี๊เฟิง

         ทว่าตอนนี้ไม่มีเวลาให้นางมาคิดอันใดให้มาก สามารถรักษาชีวิตได้ก่อนนั้นถึงจะเป็นเรื่องสำคัญ นางรีบคว้าเถาวัลย์เอาไว้ก่อนที่จะให้คนด้านบนนั้นดึงขึ้นตามสะดวก มือข้างหนึ่งของนางเจ็บจนไร้ความรู้สึกแล้ว ทำให้นางต้องใช้พละกำลังทั้งหมดด้วยมืออีกข้างหนึ่ง

         ตัวนางค่อยๆ ลอยขึ้นไปข้างบนทำให้นางสามารถมองใบหน้าของผู้ที่ช่วยเหลือได้อย่างชัดเจน

         ใบหน้างามสง่า อ่อนโยนดั่งหยก เขาสวมเสื้อคลุมตัวยาวสีไพลิน รูปร่างผอมบาง แต่กลับมีดวงตาระยิบระยับ สะกดสายตา

         ดูเสมือนเทพเซียนมาจุติบนโลกมนุษย์

         ซูฉีฉียิ้มขอบคุณในความช่วยเหลือของคนผู้นี้ เมื่อปีนมาจนเกือบถึงยอดเขาแล้วก็กลับเห็นคนกำลังพุ่งออกมาจากด้านหลังพร้อมดาบเล่มหนึ่งในมือ

         “ระวัง” ซูฉีฉีตะโกนออกมาเสียงดัง บุรุษเสื้อไพลินก็เอียงตัวหลบได้ทันท่วงที ทว่าเถาวัลย์ในมือที่กำลังดึงซูฉีฉีอยู่นั้นเกือบจะลื่นหลุดออกไป เพียงแค่เหม่อลอยไปชั่วขณะก็ทำให้ฝ่ายตรงข้ามนั้นถือโอกาสถีบเขาตกลงไปพร้อมกับซูฉีฉี…

         เสียงของลมดังแว่วเข้ามาในหู ซูฉีฉีมิได้ปิดเปลือกตาลงแต่กลับเบิกตามองตรงไปข้างล่างของเหวลึก

         แต่เดิมคิดว่าจะต้องตายอย่างแน่นอน ซูฉีฉีกลับรู้สึกผิดต่อบุรุษที่มาช่วยชีวิตตนเองเป็นอย่างมาก ทว่าที่คาดไม่ถึงก็คือบุรุษผู้นั้นลอยอยู่กลางอากาศก่อนจะดึงและโอบเอวของนางเอาไว้ จากนั้นเขาก็โยนเถาวัลย์ในมือขึ้นทิ้งไปก่อนจะหยุดตัวอยู่กลางอากาศ ใช้ขาทั้งสองข้างยันไว้กับกำแพงเหวแล้วจึงดีดตัวขึ้น ทำให้แต่เดิมที่ตกอยู่ในสถานการณ์ดิ่งลงพื้นนั้นสามารถลอยตัวได้สูงขึ้น

         ตอนนี้ไม่ใช่เวลาที่จะตกใจ ซูฉีฉีในตอนนี้รู้สึกแค่ว่านางโชคดีเหลือเกินที่สามารถรอดชีวิตได้

         มือทั้งสองของนางกำเสื้อสีไพลินของบุรุษตรงหน้าแน่น

         เมื่อขึ้นมาถึงยอดเขา บุรุษเสื้อไพลินก็รีบปล่อยมือจากซูฉีฉีทันที “แม่นาง ขออภัยที่เสียมารยาท”

         นับว่าเป็นสุภาพบุรุษโดยแท้

         “ขอบคุณคุณชายที่ช่วยชีวิต” ซูฉีฉียังคงตกใจจนมีเหงื่อเย็นผุดขึ้นเต็มไปหมด คนชุดดำเมื่อครู่คิดว่าซูฉีฉีนั้นต้องตายอย่างแน่นอนจึงหมุนตัวกลับไปแต่แรกแล้ว

         คิดมิถึงว่าบุคคลตรงหน้าจะมีวิชาตัวเบาที่เก่งกาจถึงเพียงนี้ ตกอยู่ในสถานการณ์เช่นนั้นแต่กลับสามารถดีดลอยตัวกลับขึ้นมาบนยอดเขาได้

         บางที คนที่สามารถเป็นคู่ต่อสู้กับเขาได้บนแผ่นดินนี้คงมีเพียงม่อเวิ่นเฉินแล้วกระมัง

         เมื่อนึกถึงม่อเวิ่นเฉิน นางก็รีบควานหาหลินจือเงาในแขนเสื้อของตนทันที ยังดีที่มันยังอยู่

         “แม่นางมิต้องเกรงใจไป ทว่าข้าน้อยนั้นอยากจะขออะไรสักเล็กน้อยได้หรือไม่” สีหน้าของบุรุษเสื้อไพลินยังคงอ่อนโยนดังเดิม พร้อมยกมือขึ้นคำนับ

         “ขอแค่เป็นสิ่งที่ข้าทำได้ ข้าย่อมไม่ปฏิเสธแน่” ซูฉีฉีตอบกลับอย่างไม่มากพิธี

         “ไม่ว่าแม่นางต้องการอะไร ผู้น้อยแซ่เฝินล้วนเสียสละให้ได้ทั้งหมด แต่ข้าน้อยขอให้แม่นางมอบหลินจือเงาพันปีที่อยู่ในมือแม่นางได้หรือไม่” คุณชายผู้อยู่ในชุดสีไพลินก็พูดตรงๆ ออกมาโดยมิได้อ้อมค้อมอีกต่อไป

         เขาก็มาหาหลินจือเงาพันปีบนเขานี้เช่นกัน

         ซูฉีฉีกำแขนเสื้อแน่น ลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ตามหลักแล้วบุรุษตรงหน้าได้ช่วยชีวิตของนางเอาไว้ นางควรที่จะตอบแทนบุญคุณโดยไม่ลังเล ทว่าหลินจือเงาพันปีนี้เกี่ยวพันกับชีวิตของม่อเวิ่นเฉิน…

         “ท่านผู้นี้คือหมอเทวดาเฝินเหวินใช่หรือไม่?” ในขณะที่ซูฉีฉีกำลังลังเลอยู่นั้น ข้างหลังก็มีเสียงหัวเราะเบาๆ ดังออกมาจากปากของเหลยอวี๊เฟิง

         เมื่อหันกลับไปเห็นรอยยิ้มที่ไร้พิษภัยของเหลยอวี๊เฟิง คิ้วของซูฉีฉีก็ขมวดเข้าหากันแน่น ดูเหมือนว่าคนผู้นี้จะอยู่บริเวณนี้มาตั้งแต่แรก

         แต่กลับไม่คิดจะยื่นมือเข้าช่วยเหลือ

         ทว่านางมิได้กล่าวโทษเขา ชีวิตของนางแต่เดิมก็ไม่มีผู้ใดสนใจอยู่แล้ว

         นางชินเสียแล้ว

         อีกทั้งเมื่อได้ยินว่าบุคคลตรงหน้านั้นเป็นหมอเทวดาเฝินเหวินที่มีชื่อเสียงโด่งดังในยุทธภพ นางก็อดจะนิ่งตะลึงค้างมิได้

         “เป็นข้าน้อยเอง คุณชายท่านนี้คือ?” คุณชายเสื้อครามนิ่งไปเล็กน้อยก่อนที่ใบหน้าจะปรากฎรอยยิ้มบางๆ กลับคืนมาดังเดิม

         “ข้าน้อยเหลยอวี๊เฟิง”

         “ที่แท้ก็เป็นเจ้าสำนักคนใหม่ของสำนักเหลย เป็นเกียรติที่ได้พบท่าน” เฝินเหวินยกมือขึ้นคารวะน้อยๆ ในสายตามีแววระแวดระวังขึ้นแวบหนึ่ง

         คิดไม่ถึงเสียจริงว่าจะเจอกับคนสำนักเหลยในสถานที่แห่งนี้

         “เช่นกันๆ ” เหลยอวี๊เฟิงยังคงยิ้มอยู่ “คุณชายเฝินก็อยากจะได้หลินจือเงาเหมือนกันหรือ?”

          “ใช่แล้วขอรับ” เฝินเหวินตอบกลับอย่างตรงไปตรงมาพลางสายตาเหลือบมองไปที่สีหน้าของเหลยอวี๊เฟิง

         “ถ้าเช่นนั้น พวกเราลองมาพนันกันดู ถ้าหากท่านชนะแล้ว หลินเจอเงานี้ก็จะเป็นของท่าน แต่ถ้าหากท่านแพ้…” เหลยอวี๊เฟิงลังเลอยู่ครู่หนึ่ง

         “เชิญพูด” รอยยิ้มของเฝินเหวินลึกขึ้นกว่าเดิมหลายเท่า


ติดตามอัพเดทก่อนใคร ด้วยการกดไลค์แฟนเพจเรื่อง “ชายาคนงามของท่านอ๋องจอมโหด :  https://bit.ly/2MGbkiF

อ่านฟรีได้ที่นี่ หรือ
อ่านล่วงหน้า เร็วกว่าใครหลายร้อยตอนได้ที่เว็บไซต์ กวีบุ๊คhttps://www.kawebook.com/story/view/905

120/เล่ม (หากนับตอนฟรีจะเฉลี่ยอยู่ที่ 90-100 บาท/เล่มค่ะ ) เมื่อเทียบกับนิยายแปลเป็นเล่ม 30 ตอนเท่ากับ 1 เล่ม