0 Views

         ซูฉีฉีไม่มีวรยุทธ์จึงต้องใช้แรงกำลังมหาศาลในการเดินตามหลังเหลยอวี๊เฟิง ถึงแม้ว่าคนที่เดินนำหน้าอยู่นั้นจะดูแลนางดีมาก เขาพยายามที่จะก้าวเดินอย่างเชื่องช้าทว่าความลำบากของทางขึ้นเขาก็ยังคงทำให้ซูฉีฉีนั้นเหนื่อยล้าจนเม็ดเหงื่อไหลออกมาเต็มหน้าผาก

         “หลินจือเงาพันปีนั้นมีลักษณะเหมือนเห็ดทั่วไป ทว่าเพราะมันมีชีวิตมาเป็นพันปีแล้วจึงทำให้มันไม่เหมือนสมุนไพรยาทั่วไป มันสามารถขยับเดินไปมาได้” ซูฉีฉีก็เคยเห็นคำแนะนำเกี่ยวกับมันในหนังสือตำราสมุนไพรเล่มหนึ่ง ตอนนี้พวกเขาจำต้องแยกย้ายกันออกตามหา

         พวกเขาจะต้องกลับไปที่ตำหนักอ๋องให้ได้ก่อนฟ้ามืด

         เมื่อฟังซูฉีฉีพูดจบ เหลยอวี๊เฟิงก็ไม่ได้รู้สึกประหลาดใจใดๆ โสมพันปีก็สามารถเดินได้เช่นกัน นี่ถือเป็นเรื่องที่ปกติมาก

       “ระวังด้วย เมื่อถึงยอดเขาแล้วอย่าเดินเถลไถล ถ้าหากหาหลินจือเงาพบ…” เหลยอวี๊เฟิงนิ่งเงียบไปสักพักหนึ่ง จากนั้นก็หยิบเอาสิ่งที่มือขนาดเท่านิ้วมือออกมาให้นาง หน้าตาของมันคล้ายนกหวีดแต่ก็ไม่เหมือนเสียทีเดียว สีของมันเป็นสีขาว เหมือนแกะสลักมาจากโครงกระดูก สัมผัสของมันเรียบมันวาวเป็นอย่างยิ่ง ไม่มีภาพสัญลักษณ์ใดๆ สลักอยู่ “จำไว้ว่าต้องเป่านกหวีดอันนี้ เรียกข้า”

         เมื่อได้รับมาบนฝ่ามือแล้ว ซูฉีฉีก็ไม่ได้มองมันอีก นางเก็บมันเข้าไปในแขนเสื้อก่อนจะพยักหน้าแรงๆ แน่นอนว่านางมิใช่คนโง่ สถานที่อันตรายเช่นนี้นางไม่เดินไปไหนมาไหนเองอย่างแน่นอน

         เสาะหาสมุนไพรชนิดหนึ่งในหุบเขาที่กว้างใหญ่หลายร้อยลี้เช่นนี้มิใช่เรื่องที่ง่ายเลย ซูฉีฉีเหนื่อยจนหน้ามืดตาลาย แม้ว่าจะเป็นฤดูหนาวแล้วแต่ก็ยังคงถูกแสงแดดจากดวงอาทิตย์สาดส่องจนรู้สึกแย่เกินจะทน

         บนหุบเขานั้นไร้ซึ่งสีเขียวของต้นไม้ใบหญ้า แม้แต่คนเก็บสมุนไพรนั้นยังแทบจะไม่มีเสียด้วยซ้ำ

         โชคยังดีที่บนพื้นไม่มีหิมะ มิเช่นนั้นการเสาะหาหลินจือเงาคงจะยิ่งยากขึ้นอีกหลายเท่าตัว

         หลังจากผ่านไปสองชั่วยาม ซูฉีฉีเงยหน้าขึ้นมองฟ้าพร้อมถอนหายใจออกมาอย่างแผ่วเบา

         นางไม่มีเวลามากพอที่จะมาถอดถอนหายใจในชะตาชีวิตของตน ตอนนี้นางเพียงแต่รู้สึกร้อนใจ หรือแท้จริงแล้วหุบเขานี้ไม่มีหลินจือเงามาตั้งแต่แรกแล้ว

         แต่ขอเพียงมีความหวังสักเล็กน้อย นางก็จะไม่ยอมแพ้โดยเด็ดขาด

         นางค่อยๆ ก้าวทีละก้าวไปจนถึงพื้นที่บริเวณยอดเขา ซูฉีฉีค่อยๆ เสาะหาทีละจุด แต่เดิมด้านล่างมีผืนหญ้ายาวเป็นแถบๆ แต่พอขึ้นมาถึงยอดเขานั้นกลับเต็มไปด้วยต้นไม้สูงใหญ่ยาวเรียงกัน ทำให้ซูฉีฉีนั้นเกิดความสับสนเล็กน้อย

         ทว่านางก็มิได้คิดอะไรมาก เพียงแต่พยายามอย่างสุดความสามารถในการตามหาหลินจือเงาต่อไป

         ทันใดนั้นนางก็หันไปเห็นเห็ดสีขาวดอกหนึ่งอยู่ข้างเท้า ซูฉีฉีนิ่งอึ้งไปก่อนที่จะรู้สึกตื่นเต้นมีความสุข นางเอื้อมมือไปเด็ดเห็ดดอกนั้น เป็นหลินจือเงามิผิดแน่ คิดมิถึงว่ามันจะปรากฎตัวออกมาให้นางเห็นจนได้

         เมื่อนางเด็ดมันออกมาแล้ว ซูฉีฉีก็เกือบทำหลินจือเงาวิ่งหลุดออกจากมือเพราะจับมันเอาไว้ไม่แน่นพอ นางรีบเอากล่องไม้ที่เตรียมไว้แต่แรกเก็บหลินจือเข้าไป มีเพียงกล่องนี้เท่านั้นถึงจะสามารถกักเจ้าตัวเล็กนี้เอาไว้ได้

         นางถอนหายใจออกมาเบาๆ แต่ยังมิทันจะได้ถอนหายใจออกมาด้วยความโล่งอก ทันใดนั้นนางกลับรู้สึกถึงสัมผัสเย็นๆ ที่เกิดขึ้นบริเวณลำคอ

         เมื่อแหงนหน้าขึ้นไปมองนั้นกลับเป็นชายปิดหน้าชุดดำผู้หนึ่งกำลังถือดาบเล่มหนึ่งพร้อมแผ่ไอสังหารเย็นออกมาทางนาง

         ดาบนั้นทาบอยู่ด้านหลังลำคอของนางเป็นที่เรียบร้อยแล้ว “อย่าขยับ”

         คนชุดดำเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงเย็นชา

         หลังจากนั้นเขาก็ดึงแขนของซูฉีฉีแล้วค่อยๆ ลากนางขึ้นไปทางยอดเขาทีละก้าวๆ

         “เจ้าเป็นใคร?” ซูฉีฉีไม่กล้าขยับตัว ความคิดแรกในหัวที่โผล่ขึ้นมาของนางคือคนผู้นี้มาเพื่อขโมยหลินจือเงา

         แต่ว่าเขากลับไม่ยอมลงมือเสียที ซ้ำยังดึงนางขึ้นไปทางยอดเขา ทำให้นางอดรู้สึกประหลาดใจมิได้

         ดูเหมือนว่าสิ่งที่คนผู้นี้ต้องการคือชีวิตของนาง

         นางคิดจะเอานกหวีดนั้นขึ้นมาเป่าแต่คนชุดดำไม่ให้โอกาสนางแม้แต่น้อย แค่นางขยับเล็กน้อย ดาบที่ทาบอยู่บนลำคอนางก็กดลงมามากขึ้น ตอนนี้นางมั่นใจได้ว่าลำคอของตนนั้นมีโลหิตไหลออกมาแล้ว

         “รอเจ้าลงนรกไปถามยมบาลเอาเองก็แล้วกัน” คนชุดดำตอบกลับเสียงเย็น

         หลังจากนั้นเขาก็เร่งรุดไปข้างหน้าและใช้แรงเหวี่ยงซูฉีฉีออกไป อีกเพียงไม่กี่ก้าวนางก็จะตกลงไปในเหวลึกแล้ว…

         นางไม่ได้ร้องตะโกนออกมา ร่างกายของนางเอนไหลไปตามทางบนยอดเขา ซูฉีฉีพยายามจะคว้าเอาสิ่งของที่อยู่รอบๆ กาย ต่อให้สิ่งนั้นจะเป็นแค่ใบหญ้าใบเดียว นางก็จะไม่มีทางยอมแพ้

         โชคดีที่นางคว้าเอาก้อนหินที่ยื่นออกมาบนยอดเขาได้ก้อนหนึ่ง ซูฉีฉีใช้แรงมือเดียวห้อยตัวอยู่กลางอากาศ มืออีกข้างหนึ่งกำลังควานหานกหวีดที่ซ่อนอยู่ในแขนเสื้อ

         นางเป็นคนที่อดทนมาโดยตลอด ต่อให้มาถึงนาทีสุดท้ายนางก็จะไม่มีวันยอมแพ้

         คนชุดดำที่กำลังหมุนตัวจากไปนั้นเมื่อเห็นมือของซูฉีฉีก็ได้แต่นิ่งตะลึงก่อนจะรีบรุดไปข้างหน้า เขายกเท้าขึ้นเหยียบลงบนมือของซูฉีฉี แรงเหยียบรุนแรงเสมือนต้องการเหยียบนิ้วมือของนางให้ขาด

         เจ็บ ตอนนี้เหลือไว้เพียงความเจ็บ ทว่าซูฉีฉีก็ยังคงไม่ยอมปล่อยมือ เพราะถ้าหากนางปล่อยมือ นางก็จะไม่มีชีวิตรอดอย่างแน่นอน

         วินาทีต่อมา คนชุดดำที่เหยียบซูฉีฉีอยู่นั้นก็ลอยตัวขึ้นและร่วงหล่นลงไปในเหวลึกทันที…


ติดตามอัพเดทก่อนใคร ด้วยการกดไลค์แฟนเพจเรื่อง “ชายาคนงามของท่านอ๋องจอมโหด :  https://bit.ly/2MGbkiF

อ่านฟรีได้ที่นี่ หรือ
อ่านล่วงหน้า เร็วกว่าใครหลายร้อยตอนได้ที่เว็บไซต์ กวีบุ๊คhttps://www.kawebook.com/story/view/905

120/เล่ม (หากนับตอนฟรีจะเฉลี่ยอยู่ที่ 90-100 บาท/เล่มค่ะ ) เมื่อเทียบกับนิยายแปลเป็นเล่ม 30 ตอนเท่ากับ 1 เล่ม