0 Views

         “ไม่จริงกระมัง เจ้าฟื้นแล้วแต่กลับไม่สั่งคนไปแจ้งข้า ทำให้ข้าต้องกังวลใจโดยใช่เหตุ” เมื่อเข้าห้องมา เหลยอวี๊เฟิงก็เริ่มบ่นอย่างไม่พอใจ

         ม่อเวิ่นเฉินกลอกตาบนมองเขา: “เจ้าก็มีตา มองเองไม่เป็นหรืออย่างไร”

         เหลยอวี๊เฟิงนั่งลงอย่างเบื่อหน่ายก่อนจะส่ายหน้า: “คิดไม่ถึงจริงๆ ว่าพระชายาของเจ้านั้นไม่ธรรมดาโดยแท้ หมอเทวดาที่มีชื่อเสียงมากมายทั่วแผ่นดินล้วนพากันส่ายหน้า เตรียมจัดการเรื่องงานศพของเจ้ากันหมด แต่แค่นางฝังเข็มทองชุดนั้นบนตัวเจ้าก็เก็บเอาชีวิตของเจ้ากลับคืนมาได้แล้ว”

         เขาเอ่ยขึ้นอย่างไม่ใส่ใจนัก

         เมื่อฟังถึงตรงนี้ คิ้วของม่อเวิ่นเฉินก็ขมวดเข้าหากันก่อนจะมองไปที่เหลิ่งเหยียน: “เจ้าไปสืบมาได้ความอย่างไรบ้าง?”

         เหลิ่งเหยียนสะดุ้งเล็กน้อย: “ตั้งแต่เล็กจนโตพระชายาก็ไม่มีอะไรโดดเด่น อยู่ในจวนอัครมหาเสนาบดีก็ไม่ได้เป็นที่โปรดปราน มารดาของนางก็เป็นเพียงสตรีที่ขี้กลัวคนหนึ่งเท่านั้น”

         พยักหน้ารับอย่างเข้าใจ ม่อเวิ่นเฉินก็คิดใคร่ครวญต่อ “เมื่อวานเกิดอะไรขึ้นกับนาง? วันนี้ตอนฝังเข็มเรี่ยวแรงของนางไม่เพียงพอ”

         เหลยอวี๊เฟิงหัวเราะ แต่ไม่ได้เอ่ยอะไรตอบ

         ในใจเขาอยากจะพูดเหลือเกินว่านางต้องมีเรี่ยวแรงไม่พอแน่นอน บาดเจ็บหนักเช่นนั้น ยังสามารถมาฝังเข็มให้เจ้าได้ก็ถือว่าไม่เลวแล้ว

         “เรี่ยวแรงไม่พอ?” เหลิ่งเหยียนก็ตกใจเหมือนกัน เขารู้สึกว่าวันนี้พระชายาไม่ค่อยปกตินัก แต่ก็ไม่ได้ใส่ใจอะไร

         “มิผิด” แววตาของเขาฉายความสงสัยอยู่แวบหนึ่ง “แต่ว่า ช่างเถอะ ตอนนี้ข้าอยากรู้แค่ว่าเหตุใดนางถึงเสนอตัวมาแก้พิษให้ข้า”

         “ยังต้องถามอีก แน่นอนว่าอยากจะผลิกชะตาชีวิตของตนให้กลับเป็นเจ้านายอีกครั้ง เจ้าสั่งให้คุณหนูของเรือนอัครเสนาบดี พระชายาขั้นหนึ่งไปทำงานที่โรงซักล้าง เช่นนี้จะให้นางยินยอมได้เช่นใด” เจ้าสำนักเหลยเอ่ยออกมาด้วยท่าทีดั่งคนเข้าใจสาเหตุเป็นอย่างดี

         “มีเหตุผล” เหลิ่งเหยียนเสริมขึ้นอีกประโยค

         ม่อเวิ่นเฉินกลับไม่พยักหน้าเห็นด้วย ไม่นานเขาถึงพูดต่อว่า: “ไม่ตัดความเป็นไปได้นี้ออกไป แต่เหตุใดสองเดือนมานี้นางไม่ได้แสดงท่าทีใดๆออกมา อยู่ๆ กลับคิดได้แล้ว…”

         เจ้าสำนักเหลยยักไหล่ แสดงท่าทางออกมาว่าเขาเองก็ไม่รู้

         “เมื่อเป็นเช่นนี้แล้ว…” มุมปากของม่อเวิ่นเฉินยกขึ้นเป็นรอยยิ้ม ยิ้มนั้นมีความโหดร้ายและเย็นชาแฝงอยู่หลายส่วน

         หลังจากที่ทำสงครามเย็นกันแล้ว เหลยอวี๊เฟิงก็ได้แต่ส่ายหน้า: “ซูฉีฉีผู้นี้มาเจอกับเจ้านั้นถือว่าโชคร้ายจริงๆ ”

         ความจริงแล้วเหลิ่งเหยียนอยากจะบอกว่าเห็นด้วย แต่เมื่อเห็นแววตาที่ไม่เป็นมิตรของท่านอ๋องของตน เขาก็ได้แต่ต้องทนเงียบไว้

         ม่อเวิ่นเฉินถลึงตาใส่เหลยอวี๊เฟิง ก่อนที่ปลายตาจะโค้งขึ้นเล็กน้อย: “ถ้าเข้าใจก็เอาข่าวการฟื้นของข้ากระจายออกไป”

         ซูฉีฉีอดทนจนถึงโรงซักล้าง ระหว่างทางพ่อบ้านถามนางหลายครั้งเพราะว่าสีหน้าของนางนั้นเริ่มจะขาวซีดแล้ว แต่ว่าจนท้ายที่สุดแล้วซูฉีฉีก็ไม่ได้เล่าอะไรออกมา นางเพียงพูดว่าตนเองแค่เหน็ดเหนื่อยเท่านั้น

         สาวใช้ที่อาศัยอยู่ห้องเดียวกับนางเริ่มถามไถ่สภาพของนางอย่างห่วงใย ซูฉีฉีได้แต่ยิ้มตอบพวกเขาว่าไม่เป็นอะไร

         นางรู้ว่าฮวาเชียนจือจะไม่ยอมรามือแค่นี้แน่

         ทั้งหมดนี้พึ่งจะเริ่มขึ้นเท่านั้น

         ถ้าหากนางรู้ว่าม่อเวิ่นเฉินใกล้จะฟื้นขึ้นมาแล้ว ไม่รู้จะรีบสั่งให้คนมาฆ่าตนด้วยความร้อนรนหรือไม่

         เมื่อนางแหงนหน้ามองฟ้าก็เห็นเกล็ดหิมะกำลังร่องลอยอยู่กลางอากาศ ยาที่เหลยอวี๊เฟิงให้มานั้นดีมาก เพียงวันเดียวก็ลดความเจ็บปวดของนางไปได้มากแล้ว แต่อาการบาดเจ็บที่อวัยวะภายในของนางนั้นคงต้องรักษาด้วยตนเองแล้ว

         ซูฉีฉีไม่สามารถเฝ้ารออยู่เฉยๆ ได้ เพราะฉะนั้นนางจะต้องรีบคิดหาวิธี

         ฝังเข็มวันสุดท้าย แรงในมือของซูฉีฉีนั้นคงที่กว่าเดิมมิน้อย นางต้องรีบไขว่คว้าโอกาสเอาไว้ อย่างน้อยก็ต้องให้ตนเองหลุดพ้นจากสถานภาพสาวใช้โรงซักล้างนี้

         จนกระทั่งนางเช็ดทำความสะอาดเข็มทองทั้งหมดแล้ว ซูฉีฉียังคงจ้องมองไปที่ม่อเวิ่นเฉิน มองไปที่ใบหน้าของบุรุษที่ทำให้สตรีทั้งหลายต่างพากันอิจฉา การสลบไร้สติทำให้เขาดูเป็นมิตรมากขึ้น ไม่ได้ปรากฎใบหน้าที่นิ่งเรียบเย็นชาอีกต่อไป

         นี่ก็คือสามีของนาง ที่พึ่งพิงของนาง แต่เขากลับไม่เคยมอบอะไรให้กับนาง…

         นางยิ้มอย่างขมขื่นออกมา สิ่งที่นางมอบให้เขานั้น…

         ต้องโทษที่รูปโฉมของนางสู้ผู้อื่นมิได้? แต่ไหนแต่ไรมาซูฉีฉีก็หาได้ใส่ใจในรูปโฉมของตนเองไม่

         จนกระทั่งเหลิ่งเหยียนกระแอมออกมา ซูฉีฉีถึงคืนสติกลับมาอีกครั้ง

         เมื่อเก็บเข็มทองเรียบร้อย นางก็ลังเลอยู่ชั่วครู่ก่อนจะหมุนตัวออกไป

         ทันทีที่ซูฉีฉีออกไป เหลยอวี๊เฟิงก็หมุนตัวเข้ามา

         และตอนนั้นม่อเวิ่นเฉินก็ได้ลืมตาขึ้นแล้ว แววตาฉายความเย็นชาออกมาแวบหนึ่งก่อนจะกลับมาปกติอีกครั้งเมื่อหันไปเห็นเหลยอวี๊เฟิง: “ยาถอนพิษนั้นหาพบหรือยัง?”

         ใบหน้าที่แต่เดิมยิ้มอยู่เจ็ดส่วนของเหลยอวี๊เฟิงนั้นถึงกับนิ่งค้าง เขาส่ายหน้าอย่างจนใจ: “ยาที่จะแก้พิษตัวนี้ยังไม่มีอยู่บนโลก”

         “หมายความว่าอย่างไร?” เหลิ่งเหยียนเครียดขึ้นทันที

         ในทางกลับกัน สีหน้าของม่อเวิ่นเฉินนั้นกลับไม่เปลี่ยนแปลง เขาเพียงจ้องไปที่เหลยอวี๊เฟิงรอฟังเขาพูดต่อ


ติดตามอัพเดทก่อนใคร ด้วยการกดไลค์แฟนเพจเรื่อง “ชายาคนงามของท่านอ๋องจอมโหด :  https://bit.ly/2MGbkiF

อ่านฟรีได้ที่นี่ หรือ
อ่านล่วงหน้า เร็วกว่าใครหลายร้อยตอนได้ที่เว็บไซต์ กวีบุ๊คhttps://www.kawebook.com/story/view/905

120/เล่ม (หากนับตอนฟรีจะเฉลี่ยอยู่ที่ 90-100 บาท/เล่มค่ะ ) เมื่อเทียบกับนิยายแปลเป็นเล่ม 30 ตอนเท่ากับ 1 เล่ม