0 Views

         ซูฉีฉีรู้ว่าฮวาเชียนจือเกรงกลัวม่อเวิ่นเฉินที่สุด แต่ถึงแม้ว่าม่อเวิ่นเฉินจะรู้ว่าเกิดเรื่องอะไรขึ้น เขาจะต่อว่าฮวาเชียนจือเพียงเพราะว่านางบาดเจ็บงั้นหรือ?

         ซูฉีฉีรู้อยู่แก่ใจ เพราะฉะนั้นนางจึงทำได้แค่อดทน

         “รอก่อน”

         ไม่ต้องรอให้ซูฉีฉีเดินออกจากป่า คนที่ยืนอยู่บนต้นไม้ก็ได้เหาะลงมาแล้ว

         นางหมุนตัวช้าๆ ไม่ได้มีความหวาดกลัวแม้แต่น้อย ซูฉีฉีหันไปมองคนที่มาด้วยความเรียบเฉย “ท่านคือ?”

         นางกำลังซ่อนความเจ็บปวดที่ฉายในแววตาของตน

         “ข้าคือใครนั้นเจ้าไม่จำเป็นต้องรู้หรอก เพียงแค่จำไว้ว่าข้าเคยช่วยเจ้าครั้งหนึ่งก็พอแล้ว” ผู้ที่มาเยือนเอ่ยออกมาอย่างสบายๆ ใบหน้าคมคาย เขามีท่าทางเรียบง่ายสบายๆแต่กลับยังคงความสง่างามเอาไว้

         มุมปากที่กระตุกยิ้มขึ้นยิ่งเพิ่มความเป็นมิตรในตัวเขาขึ้นไปอีก

         ทว่าเขากลับทำให้ซูฉีฉีเพิ่มความระมัดระวัง ดึกดื่นเช่นนี้กลับมีบุรุษแปลกหน้ามาปรากฎตัวที่ตำหนักอ๋อง แน่นอนว่านางต้องระแวงอยู่แล้ว

         เมื่อฟังประโยคของเขาจบ ซูฉีฉีก็เข้าใจในทันที เสียงแมวร้องเมื่อครู่นั้นเป็นผลงานชิ้นเอกของบุรุษตรงหน้า

         “ขอบคุณท่านที่ช่วยชีวิต ฉีฉีจะจดจำบุญคุณนี้ไว้” สีหน้าของซูฉีฉีหลังรู้ความจริงนี้ไม่ได้เปลี่ยนแปลงไปแม้แต่น้อย

         นางเพียงแค่ย่อตัวเล็กน้อยเพื่อขอบคุณเขาเท่านั้น

         สีหน้าของนางนั้นกลับไร้ซึ่งการเปลี่ยนแปลง

         ผู้ที่มาเยือนนั้นพยักหน้ารับพลางยิ้มน้อยๆ เหมือนว่าเขาจะรู้สึกพึงพอใจมากกับการกระทำของซูฉีฉี เขาล้วงเอาขวดกระเบื้องออกมาจากอกเสื้อขวดหนึ่งก่อนจะโยนมันขึ้นไปบนอากาศ มันร่วงหล่นตรงพื้นข้างหน้าซูฉีฉีอย่างแม่นยำ “นี่เป็นยารักษาบาดแผลภายนอกชั้นเลิศ สามารถช่วยให้เจ้ารู้สึกเจ็บปวดน้อยลงบ้าง”

         เมื่อพูดจบเขาก็เหาะตัวจากไปท่ามกลางความมืดมิดของค่ำคืน

         มองตามทิศทางที่คนผู้นั้นจากไป สีหน้าของซูฉีฉีก็นิ่งเรียบต่อไปไม่ไหวอีกแล้ว หยดน้ำตาค่อยๆ เอ่อคลออยู่รอบเบ้าตาทว่าจนท้ายที่สุดมันก็ยังไม่ไหลออกมา นางเดินหน้าไปหยิบขวดกระเบื้องขึ้นก่อนจะถอนหายใจออกมาอย่างแผ่วเบา “ท่านแม่ การอดทนอดกลั้นเช่นท่านจะสามารถทำให้ชีวิตเป็นอิสระไม่ถูกสิ่งใดรบเร้าได้จริงหรือ”

         นางส่ายหน้าไปมาพลางก้าวเท้าทีละก้าวกลับสู่โรงซักล้าง…

         เมื่อฟ้าสาง พ่อบ้านก็มารับซูฉีฉีด้วยตนเอง

         วันนี้ซูฉีฉีไม่ได้ยืนรออยู่หน้าประตูเหมือนดั่งวันก่อนๆ

         คิ้วของพ่อบ้านชราก็ขมวดเข้าหากัน ทว่าเขายังคงรอต่ออย่างอดทน

         เขาซาบซึ้งในตัวของซูฉีฉี อย่างน้อยนางก็ได้ช่วยม่อเวิ่นเฉินเอาไว้

         หลังจากที่นางจัดการกับเสื้อผ้าที่มีคราบเลือดและล้างหน้าด้วยน้ำเย็นเสร็จเรียบร้อย และเห็นว่าตนเองนั้นไม่ได้ดูทรุดโทรมมากเท่าไหร่แล้ว ซูฉีฉีถึงจะผลักประตูเดินออกไปพร้อมยิ้มน้อยๆ “ให้ลุงฝูรอนานเสียแล้ว”

         สำหรับท่าทีมีมารยาทของซูฉีฉีนั้น ลุงพ่อบ้านฝูนั้นชื่นชมเป็นอย่างยิ่ง

         “เชิญพระชายา” บนใบหน้าของพ่อบ้านประดับด้วยรอยยิ้ม เขาไม่ได้สังเกตุเห็นถึงความผิดปกติของซูฉีฉี

         ถึงแม้ว่าซูฉีฉีจะปกปิดความเจ็บปวดบนร่างกายของตนอย่างสุดความสามารถ ทว่าท่าทางของนางกลับช้ากว่าเดิมมาก กำเข็มทองที่อยู่ในแขนเสื้อของตนเบาๆ ซูฉีฉีก็กัดฟันทนพร้อมบอกกับตนเองให้อดทนเข้าไว้

         อีกแค่สองวันเท่านั้น หลังจากผ่านสองวันนี้ไป ทุกอย่างก็จะเริ่มต้นขึ้นใหม่แล้ว

          แน่นอนว่านี่คือสิ่งที่ซูฉีฉีคิด

         แต่ความเป็นจริงนั้น หลังจากที่ม่อเวิ่นเฉินตื่นขึ้นมา ซูฉีฉีจะเป็นอย่างไรนั้นก็ยากที่จะพูดได้

         ซูฉีฉีมีเหงื่อพุดขึ้นเต็มหน้าผากหลังจากผ่านการฝังเข็มอย่างยากลำบากให้กับม่อเวิ่นเฉิน

         เหลิ่งเหยียนขมวดคิ้วเข้าหากันเล็กน้อย ดูเหมือนว่าเขาจะรู้สึกได้ว่าซูฉีฉีนั้นไม่ปกติ แต่ก็มองไม่ออกว่าผิดปกติที่ตรงไหน

         เขายังจำที่ม่อเวิ่นเฉินรับสั่งได้ ให้เขาไปสืบประวัติของซูฉีฉี ดูว่านางมีเป้าหมายอะไรกันแน่

         เมื่อเช็ดทำความสะอาดเข็มทองแล้ว ซูฉีฉีก็เตรียมตัวลุกขึ้นเพื่อเดินออกไป แต่เมื่อนางเห็นคนที่กำลังเดินมุ่งหน้ามาทางนี้ก็ทำให้นางถึงกับต้องนิ่งอึ้ง คนผู้นั้นคือคนที่มอบยาให้นางเมื่อคืน

         ชุดคลุมตัวยาวสีนิล ใบหน้าที่คมเข้ม ริมฝีปากที่กระตุกยิ้มน้อยๆ พร้อมดวงตาทั้งสองที่เต็มไปด้วยความเชื่อมั่นในตนเองทำให้ซูฉีฉีไม่ค่อยจะเข้าใจนัก คนผู้นี้เป็นใครกันแน่ เหตุใดถึงสามารถเดินในตำหนักอ๋องไปไหนมาไหมได้อย่างอิสระ

         สำหรับการตกตะลึงของซูฉีฉี คนผู้นั้นไม่ใส่ใจแม้แต่น้อย เขาไม่แม้กระทั่งจะมองไปที่ซูฉีฉีเสียด้วยซ้ำ ทำราวกับว่านางไม่มีตัวตนอยู่ตรงนั้น

         “เจ้าสำนักเหลย” เหลิ่งเหยียนเดินออกไปต้อนรับเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

         “ตอนนี้ท่านอ๋องเป็นอย่างไรบ้างแล้ว?” เจ้าสำนักเหลยก็คือเจ้าสำนักที่พึ่งเข้ารับตำแหน่งคนล่าสุดของสกุลเหลย เหลยอวี๊เฟิง บนใบหน้าของเขาฉายความกังวลออกมาแวบหนึ่ง

         เหลิ่งเหยียนมองไปที่แผ่นหลังของซูฉีฉีที่กำลังเดินออกไป ไม่ได้ตอบกลับใดๆ

         จนกระทั่งซูฉีฉีออกไปแล้ว เปลือกตาที่ปิดอยู่ของม่อเวิ่นเฉินก็เปิดขึ้น แววตาของเขาว่างเปล่าไร้ซึ่งอารมณ์ ถึงแม้ว่าจะเขาจะมีท่าทีสงบนิ่งแต่ก็ยังคงดูองอาจน่าเกรงขาม


ติดตามอัพเดทก่อนใคร ด้วยการกดไลค์แฟนเพจเรื่อง “ชายาคนงามของท่านอ๋องจอมโหด :  https://bit.ly/2MGbkiF

อ่านฟรีได้ที่นี่ หรือ
อ่านล่วงหน้า เร็วกว่าใครหลายร้อยตอนได้ที่เว็บไซต์ กวีบุ๊คhttps://www.kawebook.com/story/view/905

120/เล่ม (หากนับตอนฟรีจะเฉลี่ยอยู่ที่ 90-100 บาท/เล่มค่ะ ) เมื่อเทียบกับนิยายแปลเป็นเล่ม 30 ตอนเท่ากับ 1 เล่ม