0 Views

        ซูฉีฉี หญิงสาวผู้สวมใส่ชุดวิวาห์สีแดงสดกำลังนั่งตัวเกร็งอยู่ในเรือนหอของตำหนักท่านอ๋องติ้งเป่ยโหว มือทั้งสองของนางกำแน่นเข้าหากันจนใจกลางฝ่ามือมีเหงื่อเย็นไหลซึมออกมาให้เห็นจางๆ

        ผ้าคลุมหน้าเจ้าสาวบดบังใบหน้าที่งดงามของนางเอาไว้ ไม่มีผู้ใดรู้เลยว่าภายใต้ผ้าผืนนี้ นางกำลังรู้สึกหวาดกลัวและว้าวุ่นใจเพียงใด วิวาห์ครั้งนี้ไร้ซึ่งคำชื่นชมยินดี ไร้ซึ่งความรักและความยินยอม นางในตอนนี้เปรียบเสมือนตุ๊กตาตัวหนึ่งที่ไม่เป็นที่ชื่นชอบและไม่มีคุณค่า สามารถส่งมอบจากคนหนึ่งไปสู่อีกคนหนึ่งได้อย่างไร้ความหมาย

        นาง ซูฉีฉี เดิมเป็นถึงลูกสาวคนโตของฮูหยินเอกจวนอัครมหาเสนาบดี ซ้ำยังถูกเลือกให้เป็นว่าที่ฮองเฮาจากพระบรรชาของฮ่องเต้องค์ก่อน ทว่าในคืนก่อนวันราชาภิเษก ฮ่องเต้กลับมีพระราชโองการปลดนางออกจากการเป็นว่าที่ฮองเฮา ทำให้เรื่องนี้กลายเป็นเรื่องขบขันของคนทั่วทั้งแผ่นดิน

        น้องสาวผู้อ่อนหวาน รูปโฉมงดงามของนางได้ถูกเลือกให้แต่งเข้าไปในวังหลวง ในขณะที่นางกลายเป็นหญิงสาวไร้ค่าที่โอรสสวรรค์ไม่ไยดี ซ้ำพระองค์ยังมีพระประสงค์ส่งมอบให้กับองค์ชายม่อเวิ่นเฉิน ผู้ที่กำลังดำรงตำแหน่งอ๋องติ้งเป่ยโหวอยู่ในขณะนี้

        แค่เพียงเพราะรูปโฉมที่มิอาจเทียบน้องสาว ซูเมิ่งหรู ได้

        และแค่เพียงเพราะติ้งเป่ยโหวผู้ที่เลือดเย็น ป่าเถื่อน ไร้มนุษยธรรมนั้นเปรียบเสมือนความภาคภูมิใจของแคว้นต้าเยียน จึงทำให้เขาเป็นดั่งหนามยอกอกของฮ่องเต้องค์ปัจจุบัน

        ฮ่องเต้จึงต้องการใช้ซูฉีฉีในการสร้างความอัปยศให้แก่พระอนุชาองค์รองของตน

        และถึงแม้ว่านางจะเป็นบุตรีที่กำเนิดจากฮูหยินใหญ่ ทว่าแม่ของนางกลับไม่เป็นที่รักใคร่ชื่นชอบของบิดาแม้แต่น้อย เพื่อให้แม่ของนางสามารถมีสิทธิ์มีเสียงอยู่ในจวนต่อไปได้ นางจำต้องยอมรับการแต่งงานที่ไร้สาระเช่นนี้ ทั้งที่นางเองก็สามารถจินตนาการชีวิตอันอาภัพของตนหลังงานวิวาห์นี้ได้อย่างชัดเจน…

        เรือนหอนั้นเงียบผิดปกติ มีเพียงเสียงไหม้ของไส้เทียนดังเปาะแปะลอดออกมาให้ได้ยินเป็นบางครั้ง ความเงียบเช่นนี้ยิ่งทำให้ใจของซูฉีฉีวิตกกังวลเพิ่มขึ้นกว่าเดิม

        นางกำลังเฝ้ารอบุรุษผู้ที่จะตัดสินชะตาชีวิตของนาง เฝ้ารออนาคตอันมืดมนที่กำลังจะมาถึง

        ประตูถูกผลักออกพร้อมกับเสียงฝีเท้าที่หนักแน่นและสม่ำเสมอก้าวเข้ามา

        “ท่านอ๋อง” แม่สื่อและสาวใช้แสดงความเคารพพร้อมขานเรียกด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ

        “ออกไปให้หมด” น้ำเสียงของเขาเย่อหยิ่ง แต่ในขณะเดียวกันก็เรียบเฉย ไม่มีการขึ้นเสียงแต่อย่างใด

        เสียงนี้ทำให้ในใจของนางที่แต่เดิมหวั่นกลัวอยู่แล้วต้องหวาดวิตกมากกว่าเก่า เสียงของบุรุษผู้นี้ไร้ซึ่งความปิติยินดี เห็นได้ชัดว่าเขารู้สึกไม่พึงพอใจอย่างมากกับการแต่งงานครั้งนี้

        เมื่อมองลอดผ่านผ้าคลุมหน้าเจ้าสาว นางก็เห็นเพียงรองเท้าสีดำของบุรุษตรงหน้า มือที่กุมอยู่ของนางบีบแน่นยิ่งขึ้น

        เกิดเสียงฟึ๊บดังขึ้นพร้อมกับมงกุฏหงษ์ของเจ้าสาวที่ร่วงลงสู่พื้นด้วยแรงปัดของชายหนุ่ม ปอยผมถูกแรงดึงของมงกุฎสร้างความเจ็บปวดให้กับนางเป็นอย่างมาก เพราะด้วยความตกใจบวกกับแรงที่ถูกดึงทำให้ร่างของนางทรุดตัวลงไปคุกเข่าอยู่กับพื้น

        “เงยหน้าขึ้นมามองข้า” เสียงออกคำสั่งนิ่งๆดังออกมาจากปากของม่อเวิ่นเฉิน

        “เจ้าค่ะ ท่านอ๋อง” ซูฉีฉีเติบโตขึ้นมาในจวนอัครมหาเสนาบดีด้วยความหวาดกลัวมาโดยตลอดทำให้นางเคยชินกับการที่จะต้องใช้ชีวิตอย่างระมัดระวังอยู่เสมอ ในสถานการณ์เช่นนี้ยิ่งทำให้นางดูเหมือนหญิงสาวอ่อนแอที่ไร้ทางสู้คนหนึ่ง

        นางไม่กล้าแม้กระทั่งจะพยุงตัวเองให้ลุกขึ้นจึงทำได้เพียงคุกเข่าอยู่กับพื้นขณะเผชิญหน้ากับบุรุษตรงหน้า

        ในวันอภิเษกสมรสเช่นนี้ บุรุษผู้นี้กลับยังคงสวมใส่ชุดสีดำสนิทเหมือนดั่งเคย รูปร่างอันสง่างามประกอบกับใบหน้าที่หล่อเหลาไร้ที่ติทำให้ชายหนุ่มผู้นี้จัดว่าเป็นหนุ่มงามแห่งยุคเลยก็ว่าได้ แต่เพราะเขาผู้นี้ครอบครองดวงตาที่แสนเยือกเย็นคู่นั้นทำให้ภาพลักษณ์ของเขาดูเป็นคนที่แสนเย็นชาไร้ซึ่งอารมณ์ความรู้สึก

        เมื่อเห็นใบหน้าที่ดูงดงามอย่างแปลกตาของซูฉีฉีแล้ว ตาของม่อเวิ่นเฉินก็หรี่ลงเล็กน้อยทว่าใบหน้าของเขายังคงนิ่งถมึงทึง ซ้ำยังเหมือนมีไอเย็นยะเยือกแผ่ออกมาจากร่างกายของเขาทำให้ซูฉีฉีไม่กล้าแม้แต่จะเงยหน้าขึ้นมามองเขาตรงๆ

        ว่ากันว่าบุรุษผู้นี้ป่าเถื่อน โหดร้ายและยังไร้ซึ่งความปรานี เมื่อดูจากสีหน้าของเขาในตอนนี้แล้วเห็นทีว่าจะเป็นจริงดังคำล่ำลือ

        ริมฝีปากของเขาเม้มแน่นเข้าหากัน

        นางค่อยๆเงยหน้าขึ้นมา ดวงตาทั้งสองสบเข้ากับดวงตาของม่อเวิ่นเฉินที่กำลังจ้องมองมาที่นาง นางพยายามอย่างยิ่งที่จะควบคุมสติของตนเองให้ดีที่สุด มือทั้งสองข้างของนางจิกลงกับพื้นเบาๆ แค่เพียงสบตากับชายหนุ่มรูปงามตรงหน้าเพียงครู่เดียว นางก็รู้สึกเหมือนตนเองกำลังตกสู่เหวลึกไร้ที่สิ้นสุด

        บุรุษผู้นี้มีความสามารถที่จะทำให้หญิงสาวมากมายลุ่มหลง ต่อให้พวกเขาจะรู้ดีอยู่แล้วว่านั่นเปรียบเสมือนแมงเม่าบินเข้ากองไฟก็ตาม…

        “เจ้าคือความอัปยศของข้า” ทันใดนั้น มือของม่อเวิ่นเฉินก็ยื่นออกไปบีบเบาๆที่คางของซูฉีฉี แต่ในความเป็นจริงแล้วมือของเขาแฝงไปด้วยแรงบีบจำนวนมาก เขาเป็นทหารที่ออกรบทำศึกเป็นเวลานาน พละกำลังของเขาจึงสามารถสร้างความเจ็บปวดมากสำหรับสตรีที่แสนอ่อนแออย่างนาง

        น้ำตาของนางค่อยๆคลอขึ้นรอบเบ้าตา แต่ไม่ว่าเวลาจะล่วงเลยผ่านไปนานเท่าใด น้ำตาของนางก็ไม่มีทีท่าว่าจะไหลออกมาเลยแม้แต่หยดเดียว

        เมื่อม่อเวิ่นเฉินพูดจบแล้ว ซูฉีฉีก็ไม่กล้าเอ่ยคำใดๆต่ออีก

        นางทำได้เพียงแค่จ้องมองไปที่ใบหน้าของเขา

        “เจ้าไม่คู่ควรพอที่จะมาเป็นพระชายาของข้า เจ้าเป็นได้เพียงคนรับใช้ที่ต่ำต้อยคนหนึ่งเท่านั้น” เมื่อพูดจบ เขาก็ผลักซูฉีฉีออกไปด้วยสีหน้ารังเกียจก่อนจะหมุนตัวจากไป

        แค่เพียงประโยคเดียวของเขาก็ได้กำหนดชะตาชีวิตที่เหลืออยู่ของนางในตำหนักอ๋องนี้ลงเสียแล้ว

        ประตูที่เปิดออกถูกปิดลง ความเงียบกลับเข้ามาปกคลุมที่ห้องนี้อีกครั้ง

        ไม่นานนัก ประตูก็ถูกเปิดออกอีกครั้ง ซูฉีฉีที่กำลังนั่งนิ่งเพราะความรู้สึกเจ็บปวดและด้านชาในหัวใจก็ค่อยๆ หันหน้าไปมองหญิงงามคนใหม่ที่ย่างก้าวเข้ามาในห้อง

        ภายใต้แสงเทียนที่เลือนรางเช่นนี้กลับมิอาจปิดซ่อนความงามของหญิงสาวที่พึ่งก้าวเข้ามาในห้องนี้ได้เลยแม้แต่น้อย

        นางมีใบหน้างดงามหมดจด ทุกย่างก้าวสง่างามและมั่นคง ตาของนางโค้งขึ้นเล็กน้อยพร้อมกับรอยยิ้มหวานๆที่พร้อมจะหลอมละลายหัวใจของผู้คนที่พบเห็น

        “ท่านอ๋องมีรับสั่งว่า พระ-ชา-ยา เป็นได้เพียงคนรับใช้ที่ต่ำต้อยเท่านั้น” หญิงสาวเอ่ยปากออกมาอย่างแผ่วเบา ทว่าคำว่าพระชายาและข้ารับใช้นั้นกลับกัดฟันเน้นย้ำไว้อย่างชัดเจน: “ยังไม่รีบพาพระชายาไปที่โรงซักล้างอีก”

        องครักษ์สองคนที่ยืนอยู่ด้านหลังมีสีหน้าตกใจเล็กน้อย: “เอ่อ…”

        ทั้งสองสบตากัน ต่างฝ่ายต่างไม่กล้าขยับตัว

        “ทำไม? หรือพระชายาคิดว่าท่านอ๋องทำไม่ถูก?” หญิงสาวผู้นั้นมิได้หันไปมององครักษ์ทั้งสองแต่กลับหันมาพูดกลับซูฉีฉีที่นั่งคุกเข่าอยู่บนพื้นอย่างมึนงง

        “หม่อมฉันมิกล้า” ซูฉีฉีรู้ว่าเรื่องทั้งหมดที่เกิดขึ้นนี้ นางไม่มีสิทธิ์เปลี่ยนแปลงอะไรได้ทั้งนั้น

        เพื่อมารดาของนางที่อยู่จวนอัครมหาเสนาบดี นางทำได้แค่อดทน

        นางค่อยๆลุกขึ้นมา ก้าวเท้าไปข้างหน้าอย่างสม่ำเสมอ ไม่รีบร้อน สีหน้านิ่งสงบพร้อมส่งยิ้มบางๆให้กับองครักษ์ที่ยืนเฝ้าอยู่หน้าประตู: “พี่ชาย โปรดนำทางด้วย”

 


ติดตามอัพเดทก่อนใคร ด้วยการกดไลค์แฟนเพจเรื่อง “ชายาคนงามของท่านอ๋องจอมโหด :  https://bit.ly/2MGbkiF

อ่านฟรีได้ที่นี่ หรือ
อ่านล่วงหน้า เร็วกว่าใครหลายร้อยตอนได้ที่เว็บไซต์ กวีบุ๊คhttps://www.kawebook.com/story/view/905

120/เล่ม (หากนับตอนฟรีจะเฉลี่ยอยู่ที่ 90-100 บาท/เล่มค่ะ ) เมื่อเทียบกับนิยายแปลเป็นเล่ม 30 ตอนเท่ากับ 1 เล่ม