0 Views

          หนึ่งกระบี่ฟันส่งๆ ก็ทำให้ศิษย์สำนักเทียมเมฆาชั้นเบิกนภาขั้นหนึ่งร่างกายบาดเจ็บสาหัส

          ไม่ได้ใช้ปราณกระบี่ ไม่ได้ใช้ปราณแท้เบิกนภา เสวียนเทียนใช้เพียงพละกำลังอย่างเดียว อีกทั้งใช้กำลังเพียงแค่ประมาณหนึ่งส่วนสามเท่านั้น

          ความสามารถของเสวียนเทียนยังใช้ออกมาไม่ถึงหนึ่งส่วนสิบ ผู้ฝึกยุทธ์ชั้นเบิกนภาขั้นหนึ่งก็ไม่อาจต้านทานได้แล้ว

          ศิษย์สำนักเทียมเมฆาเหล่านี้ ย่อมไม่รู้ว่าเสวียนเทียนใช้แรงออกมากี่ส่วน ใช้ความสามารถออกมากี่ส่วน แต่ว่าหนึ่งกระบี่ฟันดาบยาวในมือของศิษย์สำนักเทียมเมฆาชั้นเบิกนภาขั้นหนึ่งหัก อีกทั้งทำให้เขาบาดเจ็บสาหัส แค่นี้ก็เพียงพอทำให้ศิษย์สำนักเทียมเมฆาเหล่านี่รู้สึกสะพรึงแล้ว

          ถึงจะเป็น “ศิษย์พี่อู่” ชั้นเบิกนภาขั้นสาม ก็ยังอดเหลือบตาไปมองไม่ได้ เสวียนเทียนมีพลังวัตรเพียงชั้นเบิกนภาขั้นหนึ่ง แต่พริบตาก็โจมตีคู่ต่อสู้ชั้นเบิกนภาขั้นหนึ่งเหมือนกันให้พ่ายแพ้ไปได้ ความสามารถระดับนี้ อย่างน้อยก็ต้องเป็นสุดยอดของผู้ฝึกยุทธ์ชั้นเบิกนภาขั้นหนึ่ง แทบจะเทียบเคียงได้กับผู้ฝึกยุทธ์ชั้นเบิกนภาขั้นสอง

          ในระดับชั้นเดียวกัน ผู้ที่มีความสามารถยืนอยู่แนวหน้า ก้าวโดดเด่นขึ้นมาจากผู้ฝึกยุทธ์เป็นจำนวนมากได้ ก็เป็นอัจฉริยะที่ยอมรับโดยทั่วกันแล้ว

          ในระดับชั้นเดียวกัน ผู้ที่อยู่บนจุดสุดยอด นั่นยิ่งเป็นอัจฉริยะในหมู่อัจฉริยะ ผู้ฝึกยุทธ์ชั้นเบิกนภาขั้นหนึ่ง ใต้หล้ามีมากเพียงใด? นับไม่ถ้วน ผู้ที่มีความสามารถจะยืนบนจุดสูงสุด ในพันคนก็หาไม่ได้ ในหมื่นคนก็หาไม่มี

          ยิ่งไปกว่านั้น พลังวัตรของเสวียนเทียนยังไม่ถึงขีดสุดของชั้นเบิกนภาขั้นหนึ่ง พลังวัตรของ “ศิษย์พี่อู่” เหนือกว่าเขาอยู่สองระดับขั้น ย่อมมองออก

          ศิษย์สำนักเทียมเมฆาเหล่านี้ไม่คิดว่าศิษย์น้องของตนคนนั้น ถูกเสวียนเทียนโจมตีกระบี่เดียวก็ได้รับบาดเจ็บสาหัสจนลุกยังลุกไม่ขึ้น ความสนใจพุ่งมาที่ตัวเสวียนเทียน

          ชิ้ง——!ชิ้ง——!ชิ้ง——!

            นอกจาก “ศิษย์พี่อู่” ศิษย์สำนักเทียมเมฆาอีกสามคน ฉับพลันก็ชักอาวุธ โดดออกมาข้างหน้า สามคนเรียงหน้ากระดานแถวหนึ่ง อาวุธหันเข้าหาเสวียนเทียน เข้ารุมล้อมประชิด

          อาวุธของผู้ฝึกยุทธ์ชั้นเบิกนภาขั้นสองทั้งสองคือกระบี่ อาวุธของผู้ฝึกยุทธ์ชั้นเบิกนภาขั้นหนึ่งอีกคนคือดาบยาว อาวุธของทั้งสามคนส่องแสงแวววาว คุณสมบัติไม่ธรรมดา เห็นได้ชัดว่าเป็นอาวุธมีชื่อ

          ส่วน “ศิษย์พี่อู่” ไม่ได้ลงมือ เขาเป็นหนึ่งในสิบศิษย์เอกสำนักในสำนักเทียมเมฆา ย่อมทะนงในฐานะ ไม่ลงมือกับศิษย์ชั้นเบิกนภาขั้นหนึ่งของสำนักกระบี่สวรรค์ อีกทั้งในสายตาของเขา ลูกน้องสามคนของเขาลงมือต่อกรกับเสวียนเทียนก็เพียงพอแล้ว

          “ศิษย์พี่อู่” หัวเราะเหยียดหยันขึ้น “ดีมาก เจ้าหนูสำนักกระบี่สวรรค์ เจ้ากล้าทำร้ายศิษย์สำนักเทียมเมฆาของข้าต่อหน้าข้าอู่หยวนจ้าว เดิมทีถ้าเจ้ามอบของให้ข้า ข้าอาจพิจารณาไว้ชีวิตสุนัขของเจ้า ตอนนี้ดูแล้ว ไม่จำเป็นแล้ว ชีวิตไร้ค่าของเจ้า วันนี้ถึงคราวตาย ฝังร่างอยู่ที่เทือกเขาดงอสูรตลอดกาล”

          เสวียนเทียนยิ้มบาง เอ่ยขึ้นเสียงเรียบว่า “ก็แค่สั่งสอนหมาบ้ารนหาที่ตายเท่านั้น อู่หยวนจ้าว เจ้าเป็นใคร? กล้ามาชี้นิ้ววางท่าใหญ่โตต่อหน้าข้า”

          “สามหาว!”

          ศิษย์สำนักเทียมเมฆาชั้นเบิกนภาขั้นสองคนหนึ่งตวาดขึ้นมาเสียงดัง “ศิษย์พี่อู่เป็นหนึ่งในสิบอันดับแรกของศิษย์ในสำนักเทียมเมฆา เจ้ากบในกะลา”

          “สำนักเทียมเมฆาหรือ? หึ…!” สายตาของเสวียนเทียนเย็นเยียบ เอ่ยเสียงเย็นขึ้น “เช่นนั้นแล้วอย่างไร? ข้ากับพวกเจ้าไม่รู้จักกัน พวกเจ้ากลับโดดออกมาวางท่าใหญ่โตใส่ข้า จะแย่งข้าวของเงินทองของข้า จะทำร้ายชีวิตข้า ไม่ใช่ฝูงหมาบ้าจะเป็นอะไร คุกเข้าโขกหัวยอมรับผิดขอโทษ วันนี้ข้าจะปล่อยพวกเจ้าไปสักครั้ง ไม่เช่นนั้น ในใจพวกเจ้าคิดทำอย่างไรกับข้า สิ่งนั้นก็จะเป็นจุดจบของพวกเจ้า”

          คนพูดกันว่าคนชั้นเดียวกันย่อมอยู่ในวงสังคมเดียวกัน ถ้าหากเสวียนเทียนเป็นศิษย์สำนักในของสำนักกระบี่สวรรค์ อู่หยวนจ้าวมีตำแหน่งเป็นหนึ่งในสิบศิษย์เอกสำนักในของสำนักเทียมเมฆา เสวียนเทียนต่อให้ไม่รู้จักกับเจ้าตัว แต่ก็ย่อมได้ยินชื่อเสียงมาบ้าง

          ทว่าตอนที่เสวียนเทียนออกจากสำนักกระบี่สวรรค์มา เขายังคงเป็นเพียงศิษย์สำนักนอก ขนาดสิบอันดับแรกของศิษย์ในสำนักกระบี่สวรรค์ยังรู้จักไม่ครบ ไหนเลยจะรู้จักศิษย์ในของสำนักเทียมเมฆาอย่างอู่หยวนจ้าว?

          สำนักกระบี่สวรรค์กับสำนักเทียมเมฆาเปิดศึกกันอยู่ในเงามืด แม้ว่าศิษย์นอกจะมีโอกาสพบหน้ากับศิษย์สำนักอื่นน้อย แต่เสวียนเทียนก็รู้มาว่าพักนี้ความสัมพันธ์ระหว่างสำนักกระบี่สวรรค์กับสำนักเทียมเมฆา เบื้องหลังกลายเป็นน้ำกับไฟ ต่อสู้กันอย่างรุนแรง ไม่นานมานี้สำนักใหญ่ทั้งสองมีศิษย์ในหายตัวไป ไร้ร่องรอย ถึงแม้ไม่มีหลักฐาน แต่ก็เดาได้ว่า การต่อสู้ในเงามืดระหว่างทั้งสองสำนักใหญ่ไปถึงขั้นมีคนบาดเจ็บถึงตายแล้ว

          เสวียนเทียนตัวคนเดียว เพิ่งพลังวัตรชั้นเบิกนภาขั้นหนึ่ง ถูกศิษย์ในสำนักเทียมเมฆาห้าคนขวางหน้า ในนั้นยังมีหนึ่งในสิบอันดับแรกของศิษย์ในอยู่คนหนึ่ง ความคิดในใจของศิษย์สำนักเทียมเมฆาเหล่านี้ เสวียนเทียนจะไม่รู้ได้อย่างไร?  พวกเขาต้องการสมบัติของเสวียนเทียน ชีวิตของเสวียเทียน เก้าในสิบส่วนพวกเขาก็คงต้องการ ในเทือกเขาดงอสูร หากถูกฆ่าปิดปาก เบื้องหลังของเสวียนเทียนไม่ได้มีคนใหญ่โตหนุนหลัง ใครจะมามุ่งมั่นสืบหาความยุติธรรมให้เขา?

          นอกจากนี้ ตายในเทือกเขาดงอสูร ยังจะสืบหาอะไรได้ ต่อให้สำนักกระบี่สวรรค์สืบได้ว่าพวกอู่หยวนจ้าวห้าคนเคยมาที่เทือกเขาดงอสูร แต่ก็ทำได้เพียงสงสัย ไม่มีหลักฐานย่อม ไม่อาจตัดสินได้

          นอกจากนี้ ผู้ฝึกยุทธ์ที่เข้ามาในเทือกเขาดงอสูร ก็ไม่ใช่เพียงพวกอู่หยวนจ้าวห้าคน ยิ่งสืบหาความจริงยากเข้าไปอีก

          จะสังหารคนทั้งห้าปิดปาก เสวียนเทียนตอนนี้ยังไม่มีความคิดเช่นนั้น ในเมื่ออู่หยวนจ้าวเป็นหนึ่งในสิบศิษย์เอกสำนักในของสำนักเทียมเมฆา ย่อมต้องมีผู้อาวุโสสำนักในรับเขาเป็นศิษย์ส่วนตัว หากอู่หยวนจ้าวเกิดเรื่องอะไรขึ้น สำนักเทียมเมฆาย่อมไม่ปล่อยผ่านไปง่ายๆ

          นอกจากนั้น มีศิษย์ในหายไปคราวเดียวห้าคน ทั้งในนั้นยังมีหนึ่งในสิบศิษย์เอกของสำนักในคนหนึ่ง สำนักเทียมเมฆาย่อมตรวจสอบ ถ้าหากตรวจสอบขึ้นมาจริงๆ เสวียนเทียนก็อาจตกเป็นผู้ต้องสงสัยได้

          ดังนั้นเพื่อป้องกันไม่ให้หายนะตกใส่หัว เสวียนเทียนไม่มีความจำเป็นต้องเด็ดชีวิตของทั้งห้าคน เสวียนเทียนไม่ใช่คนชอบฆ่าเพื่อนมนุย์ ไม่อาจเพลิดเพลินกับการสังหารคนได้

          กลับกันในใจของเสวียนเทียนหวังให้คนในใต้หล้าทุกคนมีชีวิตที่ดี ทุกข์น้อย สุขมาก

          เห็นผู้อื่นมีความสุข เบิกบาน เสวียนเทียนไม่อิจฉา ในใจรู้สึกยินดี

          เห็นผู้อื่นโศกเศร้า ทนทุกข์ เสวียนเทียนไม่สุขไปกับทุกข์ของผู้อื่น ในใจรู้สึกอดรนทนไม่ได้

          แน่นอนว่าความคิดเหล่านี้ สำหรับคนที่ไม่เกี่ยวข้องกับเสวียนเทียนมีเงื่อนไขว่าต้องไม่หาเรื่องเสวียนเทียนก่อน

          เสวียนเทียนมองว่าตนเองไม่ใช่คนดีอะไร ถ้าหากมีคนมาหาเรื่องเขา นั่นย่อมเป็นศัตรูของเขา กับศัตรูเขาไม่มีความเมตตา มีแต่จะถอนรากถอนโคน เหยียบอีกฝ่ายให้ตาย ไม่ให้โอกาสอีกฝ่ายสวนกลับแม้เพียงนิด ศัตรูจะโศกเศร้า จะทุกข์ทนอย่างไร เสวียนเทียนไม่มีหัวใจมารู้สึกเห็นใจศัตรู

          ถ้าหากคนห้าคนตรงหน้า ไม่ใช่ศิษย์สำนักเทียมเมฆา แต่เป็นโจรร้ายแห่งยุทธภพอย่างเช่นพรรคฝูเวย สังหารพวกเขาไม่ทำให้เสวียนเทียนลำบากมากมายอะไร เสวียนเทียนย่อมไม่ให้โอกาสใดๆแก่พวกเขา ตวัดกระบี่ ฟันเลือดสาดกระเด็น ให้พวกเขาลงปรภพไปนานแล้ว

          “ฆ่า!กระทืบมัน กระทืบไอ้หนูให้แบนติดดิน เอามันให้ตาย”

          คำเตือนและการถอยให้ของเสวียนเทียน ไม่ได้ทำให้อู่หยวนจ้าววางมือ อู่หยวนจ้าวกลับเต้นผางราวกับฟ้าผ่า โกรธเกรี้ยวโกรธา จิตสังหารราวกับน้ำหลากท่วมทะลักออกมา ชี้มาที่เสวียนเทียนร้องตะโกนขึ้นเสียงดัง

          อู่หยวนจ้าวโกรธจัด ศิษย์ชั้นเบิกนภาขั้นหนึ่งของสำนักกระบี่สวรรค์ตัวกระจ้อยคนหนึ่ง กลับกล้าดูถูกเขา ดูหมิ่นเขา กล้าด่าเขาว่าหมาบ้า ถึงในใจของอู่หยวนจ้าวจะมองว่าเสวียนเทียนเป็นอัจฉริยะคนหนึ่ง แต่ว่าพลังวัตรของเขาเหนือกว่าเสวียนเทียนอยู่สองระดับขั้น จึงไม่เห็นเสวียนเทียนอยู่ในสายตา

          “ไอ้หนู กล้าทำตัวสามหาวต่อหน้าศิษย์พี่อู่ สมควรตายร่างอยู่ไม่ครบ ฮ่าฮ่า ——!”

            “ศิษย์พี่อู่พูดหนึ่งประโยค เจ้าก็ลงปรโลกแน่แล้ว ตายไร้สุสานฝังร่าง——!”

          “วางท่าปากไวครั้งหนึ่ง จุดจบถูกกระทืบจนร่างแหลกเหลว ไอ้หนู ชาติหน้ามีสมองหน่อยนะ คนบางคน เจ้าหาเรื่องไม่ได้ ฮ่าฮ่า…!”

            อู่หยวนจ้าวสั่งลงมาคำหนึ่ง ศิษย์สำนักเทียมเมฆาทั้งสามเบื้องหน้าเสวีนยเทียนก็ตวาดเสียงดังขึ้นมาพร้อมกัน มองเสวียนเทียนราวกับกำลังมองคนตายคนหนึ่ง

          พร้อมกันกับที่ตวาดเสียงดัง ทั้งสามคนก็ทะยานร่างออกมาข้างหน้า รัศมีกระบี่ รัศมีดาบปรากฏขึ้นในฉับพลัน ทั้งสามคนโจมตีเสวียนเทียนพร้อมกัน

          ซ้อนเมฆาสิบสามกระบี่!

          ดาบคลื่นยักษ์กระหน่ำโถม!

            เพลงกระบี่ที่ศิษย์สำนักเทียมเมฆาชั้นเบิกนภาขั้นสองทั้งสองคนใช้ ก็คือ “ซ้อนเมฆาสิบสามกระบี่” ที่เสวียนเทียนได้ใกล้ชิดมาแล้วจากมือของจางเจ๋อเทา ส่วนที่ผู้ฝึกยุทธ์สำนักเทียมเมฆาชั้นเบิกนภาขั้นหนึ่งอีกคนใช้ เป็นวิทยายุทธ์ชั้นนิลขั้นต้นอีกวิชาหนึ่งของสำนักเทียมเมฆา——ดาบคลื่นยักษ์กระหน่ำโถม

            ซ้อนเมฆาสิบสามกระบี่ ดาบคลื่นยักษ์กระหน่ำโถมล้วนเป็นวิทยายุทธ์โจมตีระยะกว้าง การโจมตีตามหลัง ต่อเนื่องไม่ขาดสาย พริบตาที่ใช้ออกมาเงากระบี่ราวกับเมฆ ซ้อนสลับเป็นชั้นๆฟันลงมา เงาดาบราวกับคลื่นยักษ์โหมคลั่ง คลื่นสมุทรโถมโจมตี

          บนใบหน้าทะมึนของอู่หยวนจ้าวมุมปากเริ่มขยับยกขึ้น ใจที่โกรธกรุ่นเริ่มมีความสมใจบางๆสายหนึ่งโผล่มา ดวงตาจับจ้องเสวียนเทียนไม่ห่าง รอชมพริบตาที่ร่างของเสวียนเทียนถูกแยกเป็นชิ้นๆ

          คิดถึงสีหน้าสิ้นหวัง หวาดกลัวที่เสวียนเทียนจะแสดงออกมาตอนตาย ความสุขสมใจก็ค่อยๆมาแทนที่ไฟโกรธในใจของอู่หยวนจ้าว ใบหน้าแย้มยิ้มเบิกบานขึ้นมา

          ผู้ฝึกยุทธ์ชั้นเบิกนภาขั้นสองสองคน ชั้นเบิกนภาขั้นหนึ่งหนึ่งคน สามคนร่วมมือกันต่อกรกับผู้ฝึกยุทธ์ชั้นเบิกนภาขั้นหนึ่งคนเดียว นั่นยังไม่เรียกว่าร้อยทั้งร้อยไม่มีพลาด ง่ายราวปอกกล้วยเข้าปากได้หรือ?

          ถึงแม้ว่าในสายตาของอู่หยวนจ้าว เสวียนเทียนจะเป็นอัจฉริยะคนหนึ่ง ในระดับชั้นเดียวกันเป็นผู้อยู่บนจุดสูงสุด แต่ถึงอย่างนั้นก็ไม่มีทางต้านทานการโจมตีประสานของคนสามคนได้ แม้กระทั่งหนึ่งกระบวนท่าก็ต้านไม่ได้

          “ฟ้าเลวทราม ยังอาจรอด คนเลวทราม ไม่อาจรอด!”

          เสียงเย็นเยียบของเสวียนเทียนฉับพลันก็ดังขึ้น ราวกับบทเพลงแห่งความตายประโคมขึ้นมา

          เพลงกระบี่ดับเงา——สะบั้นร่าง!

            เผชิญหน้ากับการโจมตีประสามของคนสามคน แสงกระบี่แสงดาเต็มฟ้า เสวียนเทียนไม่ถอยแม้สักก้าว สีหน้าไม่เปลี่ยน หลังจากเสียงพูดดังขึ้น กระบี่ขุนเขาหนักในมือฉับพลันก็ฟันรัศมีกระบี่เจิดจ้าบาดตาเส้นหนาออกมา ใช้ท่าสังหารอันรุนแรงท่าหนึ่งของเพลงกระบี่ดับเงา

          รัศมีกระบี่ปรากฏขึ้นมาราวกับกระบี่ยักษ์ใหญ่โตหาใดเปรียบ กวาดท้องฟ้าให้โล่งเตียน สะบั้นอากาศเบื้องหน้าเป็นสอง แสงดาบเงากระบี่เต็มท้องฟ้าพริบตาก็ถูกฟันสลายไป

          เคร้งเคร้งเคร้ง——!

            เสียงกังวานสามเสียงดังขึ้น เงาร่างของศิษย์สำนักเทียมเมฆาชั้นเบิกนภาขั้นสองกระเด็นถอยไป กระบี่มีชื่อในมือหักเป็นสองท่อน เลือดสดไหลรินออกมาจากมุมปาก ได้รับบาดเจ็บ

          ส่วนศิษย์สำนักเทียมเมฆาชั้นเบิกนภาขั้นหนึ่งผู้นั้น เป็นเป้าหมายการโจมตีของเสวียนเทียน เขาทันเพียงส่งกรีดร้องออกมาสั้นๆ พร้อมกับที่ดาบยาวถูกสะบั้นเป็นสองส่วน ร่างกายจากหนึ่งก็แยกเป็นสอง ถูกกระบี่ขุนเขาหนักผ่ากลางร่างแยกเป็นสองส่วน

          เลือดเนื้อปลิวว่อน หลังจากเสียงกรีดร้องโหยหวนสั้นชั่วแวบฉับพลันก็หยุดลง ร่างโชกเลือดสองซีกลอยปลิวไปไกล

          สายตาของเสวียนเทียนเย็นชา เรียบเฉย กวาดมองคนที่ยังมีชีวิตอยู่ทั้งสามคน เอ่ยขึ้นว่า “ในเมื่อพวกเจ้ารนหาที่ตายเอง เช่นนั้นก็ทิ้งชีวิตไว้เสียให้หมด”

 


 

ติดตามอัพเดทก่อนใคร ด้วยการกดไลค์แฟนเพจเรื่อง “จอมกระบี่กบฏสวรรค์” : https://goo.gl/uyo2g5

อ่านฟรีได้ที่นี่ หรือ
อ่านล่วงหน้า เร็วกว่าใครหลายร้อยตอนได้ที่เว็บไซต์ กวีบุ๊คhttps://www.kawebook.com/story/view/319

120 บาท/เล่ม (หากนับตอนฟรีจะเฉลี่ยอยู่ที่ 80-90 บาท/เล่ม ค่ะ )  เมื่อเทียบกับนิยายแปลเป็นเล่ม 30 ตอน เท่ากับ 1 เล่ม^_^