0 Views

‘สะบั้นร่าง’ เป็นท่าสังหารอันร้ายกาจของ  ‘เพลงกระบี่ดับเงา’ เทียบกับ ‘ตัดหัวใจ’ ‘ทะลุคอ’ ‘แทงขนง’ ยังเหนือกว่าอยู่ขั้นหนึ่ง ท่า ‘สะบั้นร่าง’ นี้ของเสวียนเทียน หนิวจื้อเฉียงขนาดตอบสนองยังไม่ทันได้ตอบสนองก็ถูกสะบั้นแขนข้างหนึ่งไปแล้ว

ถ้าหากเสวียนเทียนไม่ได้ตั้งใจฟันแขน แต่ฟันร่างของหนิวจื้อเฉียง เกรงว่าในเวลานี้หนิวจื้อเฉียงคงถูกรัศมีกระบี่แยกร่าง สะบั้นออกเป็นสองส่วนไปแล้ว

แขนขาเชื่อมถึงหัวใจ  แขนข้างหนึ่งของหนิวจื้อเฉียงถูกสะบั้นขาด เขาร้องโหยหวนด้วยความเจ็บปวดร่างกายล้มลงไปข้างหลังตกลงไปจากเวทีประลองอย่างแรง ความเจ็บปวดสาหัสทำให้หนิวจื้อเฉียงกำจุดที่แขนขาดไปแน่น ร้องโอดโอยดิ้นพล่านไม่หยุด

เวลานี้ทั้งลานกว้างเหลือเพียงเสียงโหยหวนของหนิวจื้อเฉียง นอกจากนั้นคือความเงียบงัน ผู้ชมรอบทิศของลานประลอง ดวงตาเบิกกว้าง ปากอ้าค้าง  ตกตะลึงจนลูกตาแทบถลนออกมา คางแทบจะร่วงลงมา

เมื่อครู่เสวียนเทียนกับหนิวจื้อเฉียงยังสู้กันสูสีทัดเทียมอยู่เลย ต่อมาหนิวจื้อเฉียงใช้ท่าไม้ตาย ‘สามคืนสู่กำเนิด’ เป็นฝ่ายเหนือกว่า ทุกคนต้องคิดว่าเสวียนเทียนต้องพ่ายแพ้แน่นอน

แต่ว่าเพียงแค่พริบตาเท่านั้น

เสวียนเทียนกลับ——พลิกแพ้เป็นชนะ

นอกจากนั้น——! ยังหนึ่งกระบี่สะบั้นแขนของหนิวจื้อเฉียงขาด สำหรับหนิวจื้อเฉียงที่ฝึกฝนวิถีหมัดอันรุนแรงแล้ว ขาดแขนไปข้างหนึ่ง จากนี้ความสามารถแทบจะลดลงไปครึ่งหนึ่ง กลายเป็นคนไร้ฝีมือคนหนึ่ง

ไม่ว่าจะเป็นร่างกายหรือจิตใจ หนิวจื้อเฉียงล้วนโดนทำร้ายอย่างหนัก

กับจางเจ๋อเทาและเฉิงจิ้งเฟิง ถ้าหากเสวียนเทียนใช้กระบวนท่าสังหารที่รุนแรงของเพลงกระบี่ดับเงาก็สะบั้นแขนขาของพวกเขา หรือแม้กระทั่งเอาชีวิตพวกเขาได้เหมือนกัน แต่ว่าเสวียนเทียนไม่ได้ลงมือโหดเหี้ยมขนาดนั้น แต่กับหนิวจื้อเฉียงไม่เหมือนกัน

ตระกูลหนิวให้เงินรางวัลล้านตำลึงเรียกพรรคฝูเวยกับอินจิ่วโฉวมาดักสังหารเสวียนเทียน ระหว่างพวกเขามีหนี้แค้นเอาชีวิตต้องชำระ แต่ว่าถ้าหากสังหารหนิวจื้อเฉียงตาย ตระกูลหนิวย่อมร่วมมือกับตระกูลเฉิง ตระกูลจางเปิดศึกกับตระกูลหวง ตอนนี้ตระกูลหวงยังไม่พร้อมต่อสู้ เสวียนเทียนถึงแค่สะบั้นแขนข้างหนึ่งของหนิวจื้อเฉียง แม้ว่าจะเป็นหนี้แค้นใหญ่หลวงแต่ก็ไม่ถึงขั้นที่สองตระกูลจะต้องประหัตประหารกัน

“เจ้า…เจ้า…เจ้าเด็กร้ายกาจ นี่เจ้าตั้งใจทำร้ายคน ตั้งใจทำร้ายคนชัดๆ!” อู๋เหวินเสียงที่อยู่บนเวทีประลองสีหน้าเต็มไปด้วยหวาดผวา ชี้นิ้วมาที่เสวียนเทียนพูดขึ้นเสียงสั่น

ตระกูลหนิวเป็นถึงตระกูลอันดับหนึ่งของอำเภอเป่ยมั่ว ผู้นำตระกูลหนิวเจิ้นซานเป็นยอดฝีมืออันดับหนึ่งของอำเภอเป่ยมั่ว เขาเป็นคนที่เหลือเพียงอีกครึ่งก้าวก็จะขึ้นชั้นเบิกนภาขั้นสี่ ตระกูลของอู๋เหวินเสียงแม้ว่าในอำเภอเป่ยมั่วจะนับว่าเป็นตระกูลดัง แต่ว่าก็เพราะอาศัยอยู่ใต้ปีกตระกูลหนิว ถ้าหากไม่มีตระกูลหนิว ตระกูลอู๋ล้วนไม่ใช่สิ่งใดทั้งนั้น

หนิวจื้อเฉียงเป็นบุตรชายคนโตของหนิวเจิ้นซาน เป็นผู้สืบทอดตระกูลหนิวในภายภาคหน้า แต่ระหว่างการประลองที่อู๋เหวินเสียงเป็นกรรมการกลับถูกสะบั้นแขนขาดหนึ่งข้าง อู๋เหวินเสียงจินตนาการได้ว่าหนิวเจิ้นซานจะระเบิดอารมณ์โมโหอย่างไร?

แต่กระบี่เมื่อครู่ของเสวียนเทียนรวดเร็วเกินไปอย่างแท้จริง เร็วจนยอดฝีมือชั้นเบิกนภาขั้นสองอย่างอู๋เหวินเสียงยังป้องกันไม่ทัน

ตอนที่อู๋เหวินเสียงตะโกนเสียงดังขึ้นมานั่นเอง หนิวเจิ้นซานผู้นำตระกูลหนิวก็พุ่งออกมาจากอัฒจันทร์ของตระกูลหนิว ตะโกนก้องขึ้นมา “เจ้าเด็กระยำ กล้าตัดแขนลูกขายของข้า เอาชีวิตเจ้ามาชดใช้!”

ลูกชายคนรองหนิวจื้อเกาโดนเสวียนเทียนทำร้ายบาดเจ็บหนัก ลูกชายคนโตหนิวจื้อเฉียงโดนเสวียนเทียนสะบั้นแขนขาด หนิวเจิ้นซานอารมณ์โกรธเดือดพล่านจนแทบคลั่ง เมื่อเข้าใกล้ร้อยก้าวก็ฟาดฝ่ามือหนึ่งเข้ามาหาเสวียนเทียน

อากาศถูกอัดทลาย กลายเป็นฝ่ามืออากาศใหญ่โตฝ่ามือหนึ่ง ราวกับฝ่ามือใหญ่ที่ไร้รูปลักษณ์คว้าจับมาทางเสวียนเทียน

ฝ่ามือหนึ่งของยอดฝีมือชั้นเบิกนภาขั้นสาม ทรงพลังไม่อาจดูถูกได้ เทียบกับ ‘สามคืนสู่กำเนิด’ ของหนิวจื้อเฉียง ฝ่ามือนี้ไม่ใช่สิ่งที่เสวียนเทียนในตอนนี้จะต้านทานได้

ทว่าเมื่อหนิวเจิ้นซานลงมือ ยังมีอีกคนที่เร็วไม่น้อยกว่าเขา นั่นก็คือหวงฉีซาน เขาเองก็พุ่งออกมาจากอัฒจันทร์ของตระกูลหวง ฟาดฝ่ามือออกมาจากที่ไกล กลางอากาศพลันเกิดฝ่ามือขึ้นฝ่ามือหนึ่ง เข้าปะทะกับพลังฝ่ามือที่หนิวเจิ้นซานฟาดออกมา

ทั้งที่เป็นอากาศธาตุว่างเปล่า เป็นเพียงเงาพลังฝ่ามือ แต่เมื่อปะทะเข้าหากัน กลับส่งเสียงดังสนั่นขึ้นมา หวงฉีซานกับหนิวเจิ้นซานล้วนเป็นยอดฝีมือชั้นเบิกนภาขั้นสาม ฝ่ามือของทั้งสองที่ปะทะกัน สูสีทัดเทียม หวงฉีซานลงมาอยู่หน้าเสวียนเทียน พูดอย่างโมโหว่า “หนิวเจิ้นซาน การประลองทายาทรุ่นหลัง เจ้าอายุเท่าไรแล้ว? ต่อหน้าผู้คนมากมายกลับลอบโจมตีเด็ก ตระกูลหนิวของเจ้าช่างมีศักดิ์ศรี งามหน้านัก!”

ต่อหน้าสายตาของผู้คน หนิวเจิ้นซานลงมือย่อมตกเป็นขี้ปากของผู้คน แต่ว่าหนิวเจิ้นซานมองหนิวจื้อเฉียงที่ร้องครวญครางอยู่ที่พื้น ในใจก็เหลือเพียงความโกรธแค้น เขาจี้นิ้วสกัดจุดบนเส้นปราณบริเวณแขนที่ขาดของหนิวจื้อเฉียงไปหลายแห่ง ห้ามเลือดไว้ แล้วถึงมองมาทางหวงฉีซานกับเสวียนเทียน

โดยเฉพาะอย่างยิ่งสายตาที่มองเสวียนเทียนเผยจิตสังหารเข้มข้นออกมา หนิวเจิ้นซานพูดอย่างเคียดแค้นว่า “เดรัจฉานใจอำมหิต ลูกเล่นใช้ได้ โหดเหี้ยมดี พวกเจ้าตระกูลหวงก็รู้ ต่อหน้าผู้คนมากมาย สายตาผู้คนจดจ้อง? ทุกคนก็เห็นกันชัดเจน เจ้าเด็กระยำคนนี้ตั้งใจทำร้ายคน ทายาทของพวกเจ้าตระกูลหวงล้ำค่า ลูกชายของข้าหนิวเจิ้นซานไร้ค่าเช่นนั้นหรือ? ไม่มีราคา? ปล่อยให้ใครก็ได้มาทำร้ายบาดเจ็บ?”

หนิวเจิ้นซานย้อนถามกลับหลายประโยค เขาเอ่ยหลักความถูกต้อง ย้อนถามหนึ่งประโยคดังขึ้นกว่าประโยคก่อนหน้า

ถึงแม้ผู้ฝึกยุทธ์สี่ทิศรอบเวทีประลองในใจจะปรารถนาให้ตระกูลหวงผงาดขึ้นมา แต่เมื่อครู่ที่เสวียนเทียนสะบั้นแขนข้างหนึ่งของหนิวจื้อเฉียง พวกเขาล้วนเห็นกับตา กระบี่ที่รวดเร็วขนาดนี้เสวียนเทียนสามารถหยุดกระบี่จ่อลำคอของหนิวจื้อเฉียงให้เขายอมแพ้ได้ไร้ปัญหา การสะบั้นแขนข้างหนึ่งของหนิวจื้อเฉียงเขาตั้งใจทำอย่างแน่นอน

หวงฉีซานถูกหนิวเจิ้นซานย้อนถามหลายประโยค ถูกถามจนอับจนตอบไม่ได้ หนิวเจิ้นซานพูดความจริง อย่างไรก็โต้แย้งไม่ได้ เสวียนเทียนเป็นเด็กรู้ความมาตลอด ทำสิ่งใดก็รู้จักควรไม่ควร หวงฉีซานยังไม่เข้าใจจริงๆ ว่าทำไมเสวียนเทียนถึงจงใจสะบั้นแขนข้างหนึ่งของหนิวจื้อเฉียง ตอนนี้หนิวเจิ้นซานร่ำร้องบีบคั้น หวงฉีซานโต้แย้งไม่ขึ้นแม้แต่นิด

เห็นหวงฉีซานเงียบไม่ตอบ หนิวเจิ้นซานรู้ว่าจะเอาชีวิตของเสวียนเทียนเป็นไปไม่ได้ แต่ว่าย่อมไม่ปล่อยไปเฉยๆ พูดเสียงดังว่า “การประลองทายาทรุ่นหลังครั้งนี้ ตระกูลหวงของเจ้าชนะ จางเจ๋อเทา เฉิงจิ้งเฟิง หนิวจื้อเฉียง ทั้งสามคนย่อมไม่ใช่คู่มือของเดรัจฉานอย่างเจ้า แต่ว่าเจ้าเดรัจฉานนี่ตั้งใจทำร้ายคน สะบั้นแขนข้างหนึ่งของลูกชายข้า ต่อหน้าคนที่นี่ทุกคนย่อมต้องชดใช้ให้ข้า สะบั้นแขนของตัวเองข้างหนึ่ง หรือไม่ก็ให้ข้าสะบั้นแขนของเขาข้างหนึ่ง!”

“ใช่ ตัดแขนตัวเองข้างหนึ่ง!”

“ต้องชดใช้”

“ต่อหน้าทุกคน คืนความเป็นธรรมให้ตระกูลหนิว!”

……

……

ตระกูลหนิว ตระกูลเฉิง ตระกูลจางรวมถึงตระกูลใหญ่ของอำเภอเป่ยมั่วอีกจำนวนหนึ่งล้วนตะโกนขึ้นมาเสียงดัง เรียกร้องความยุติธรรม

เสวียนเทียนมองพวกเขาแต่ละคนที่ตะโกนราวกับเป็นฝ่ายที่ถูกต้อง เขายิ้มหยันขึ้นมาทีหนึ่ง มือยกขึ้น ในมือถือจดหมายฉบับหนึ่งไว้ ตะโกนเสียงดังว่า “พวกเจ้าคงรู้ นี่คือสิ่งใด?”

หนิวเจิ้นซานเห็นจดหมายในมือของเสวียนเทียน หน้าพลันเปลี่ยนสี

“อะไร? นั่นคืออะไร?”

“ในจดหมายเขียนอะไร อ่านมาฟังเร็ว!”

…..

…..

ผู้ฝึกยุทธ์รอบเวทีประลอง เมื่อเห็นเสวียนเทียนถือจดหมายฉบับหนึ่งขึ้นมา รู้ว่าต้องมีนัยยะสำคัญ สนอกสนใจพากันตะโกนขึ้นมา

หวงฉีซานเห็นเสวียนเทียนถือจดหมายขึ้นมาก็คว้าไปโดยพลัน เปิดออกดู เสียงอ่านจดหมายของเขาดังออกมา “หวงเทียน อายุสิบสี่ปีครึ่ง พลังวัตรชั้นผู้ฝึกยุทธ์ขั้นเก้า ความสามารถเทียบเท่าผู้ฝึกยุทธ์ขั้นสิบ เงินรางวัลหนึ่งล้านตำลึง เด็ดศีรษะบนร่างของเสวียนเทียน ——ตระกูลหนิวอำเภอเป่ยมั่ว!”

สี่คำสุดท้าย หวงฉีซานแทบจะอ่านออกมาทีละพยางค์ ในใจโกรธจัดจนกดไว้ไม่อยู่           “หนิวเจิ้นซาน!”

หวงฉีซานคำรามขึ้นมา ในดวงตาทั้งสองไฟโกรธพวยพุ่ง มองมาทางหนิวเจิ้นซาน “ดี! ดี! ดี! พวกเจ้าตระกูลหนิวกล้าส่งคนมาดักสังหารลูกหลานตระกูลหวงของเรา มิน่าหวงเวยถึงบาดเจ็บหนัก หวงเจียนยังถูกคนโจมตี ล้วนเป็นฝีมือพวกเจ้าตระกูลหนิวทำสินะ หนิวเจิ้นซาน เจ้าคิดจะให้พวกเราตระกูลหวงกับตระกูลหนิวสู้ตายกันใช่หรือไม่?”

“อะไรนะ? ที่ลูกหลานตระกูลหวงบาดเจ็บ เป็นฝีมือตระกูลหนิว?”

“ตระกูลหนิวก็ชั่วร้ายเกินไปแล้ว เชิญตระกูลหวงมาเข้าร่วมการประลองทายาทรุ่นหลัง แต่แอบลอบทำร้ายลูกหลานตระกูลหวง!”

“ต่ำช้าจริงๆ ไร้ยางอาย ต่ำทราม!”

“ตระกูลเฉิงกับตระกูลจางก็เป็นพวกเดียวกันกับตระกูลหนิว ต้องมีส่วนร่วมด้วยแน่”

“ช่างหน้าไม่อาย เป็นความอับอายของพวกเราอำเภอเป่ยมั่ว!”

…..

…..

ฉับพลัน ผู้ฝึกยุทธ์รอบด้านก็ฮือฮาขึ้นมา เมื่อครู่ตระกูลหนิว เฉิง จางสามตระกูลกับตระกูลใหญ่ทั้งหลายของอำเภอเป่ยมั่วยืนอยู่บนฝ่ายถูก แต่ตอนนี้ลมเปลี่ยนทิศ ความถูกต้องตกมาอยู่กับฝ่ายตระกูลหวง ผู้ฝึกยุทธ์ธรรมดาที่สนับสนุนตระกูลหวงไหนเลยจะปล่อยโอกาสนี้ไป

แต่ละคนร้องประณามเรียกความยุติธรรม ท่าทีขึงขังเที่ยงธรรม ราวกับตระกูลหนิวเป็นขยะ เป็นกากเดนของอำเภอเป่ยมั่ว ไม่เอาชีวิตมาไถ่โทษล้วนมีความผิด

“เจ้า——เจ้าพูดเหลวไหล!” หนิวเจิ้นซานเห็นบรรยากาศไม่เข้าที พลันโมโหพูดขึ้นมา

เมื่อครู่สถานการณ์ยังคงเอนเอียงมาทางตระกูลหนิง แต่ว่าตอนนี้สถานการณ์ตกกลับไปอยู่ทางตระกูลหวง ในใจหนิวเจิ้นซานก่นด่าพวกขยะพรรคฝูเวยอย่างโกรธแค้น ให้ตายก็ไม่ยอมรับ คนอื่นเดาได้แต่เดาไป แต่ถ้าหากตระกูลหนิวเปิดปากยอมรับว่าพวกเขาเรียกคนไปโจมตีทำร้ายลูกหลานตระกูลหวง ตระกูลหวงต้องสู้ตายกับพวกเขาแน่

“ระหว่างทางที่ข้ากลับมายังอำเภอเป่ยมั่ว ถูกกองโจรม้าของพรรคฝูเวยดักสังหาร นี่เป็นจดหมายที่ข้าค้นเจอบนตัวพวกเขา หลังจากสังหารหัวหน้าพรรคหลายคนของพรรคฝูเวยไป หนิวเจิ้นซาน ตระกูลหนิวส่งคนมาเอาชีวิตข้า ข้าย่อมสมควรใช้เลือดล้างเลือด เด็ดชีวิตของคนตระกูลหนิวของเจ้า แต่ข้าเพียงสะบั้นแขนข้างหนึ่งของลูกชายเจ้าเท่านั้น นี่เป็นคำเตือน ไม่ว่าจะเป็นตระกูลหนิวหรือตระกูลอื่น ถ้าหากกล้าลงมือกับลูกหลานตระกูลหวง ครั้งหน้าที่ขาดจะไม่ใช่แขนแต่เป็นศีรษะ”

สายตาของเสวียนเทียนมองหนิวเจิ้นซาน รวมถึงกวาดมองหน้าของเฉิงหยวนอู่ จางกู่เฟิงที่อยู่ไกลออกไป สายตาแฝงจิตสังหาร ทำให้ผู้นำตระกูลอย่างพวกเขารู้สึกหนาวขึ้นมา

“ถ้ายังกล้าลงมือกับลูกหลานตระกูลหวงอีก ต่อให้ต้องสู้จนตกตายไปด้วยกันตระกูลหวงก็ไม่ถอย! หึ!” หวงฉีซานมองไปที่หนิวเจิ้นซานอย่างโกรธแค้น แค่นเสียงออกมาทีหนึ่ง

หนิวจื้อเฉียงโดนเสวียนเทียนสะบั้นแขนไปหนึ่งข้าง หนิวเจิ้นซานระเบิดอารมณ์โมโหออกมา ผลปรากฏว่าเสวียนเทียนกลับหยิบเอาหลักฐานความผิดของตระกูลหนิวออกมา คนที่ระเบิดความโกรธออกมากลายเป็นหวงฉีซาน ต่อหน้าสายตาของผู้คนหนิวเจิ้นซานได้แต่กล้ำกลืนไฟโกรธท่วมใจของตนลงไป

“การประลองทายาทรุ่นหลังครั้งนี้ สิ้นสุด ณ บัดนี้ พวกเราสามตระกูลย่อมรักษาคำพูด มอบหมู่บ้านที่แพ้เดิมพันให้!” หนิวเจิ้นซานไม่พูดเรื่องเสวียนเทียนสะบั้นแขนหนิวจื้อเฉียงออกมาอีก เรียกร้องความเป็นธรรมอันใด ตระกูลหนิวไม่มีสิทธินั้น เขาพูดทิ้งท้ายหนึ่งประโยคก็ประคองหนิวจื้อเฉียงจากไป

“ท่านผู้นำตระกูลหนิว หมู่บ้านเป็นของเดิมพันระหว่างตระกูล แล้วรางวัลที่หนึ่งของข้าล่ะ? ตอนนั้นตกลงกันแล้วห้าแสนตำลึง!” หนิวเจิ้นซานกำลังเดินจากไป เสียงของเสวียนเทียนก็ดังขึ้น

“เจ้าตัดแขนลูกชายข้าหนึ่งข้าง ยังกล้าพูดถึงรางวัลกับข้า?” หนิวเจิ้นซานด่าในใจ แต่ความโกรธตอนนี้ไม่อาจแสดงออกมาได้ ได้แต่กล้ำกลืนไว้ในอก แต่รางวัลห้าแสนตำลึงของเสวียนเทียน หนิวเจิ้นซานก็ไม่ยินดีจะให้

หนิวเจิ้นซานล้วงเข้าไปในอกเสื้อ หยิบลายแทงเก่าขาดออกมาชิ้นหนึ่ง โยนไปทางเสวียนเทียน บอกว่า “นี่เป็นลายแทงที่ซ่อนสมบัติ สมบัตินั้นล้ำค่าแหลือประมาณ มากกว่าเงินห้าแสนตำลึงไปมากโข เป็นรางวัลของเจ้าแล้ว”

 


 

ติดตามอัพเดทก่อนใคร ด้วยการกดไลค์แฟนเพจเรื่อง “จอมกระบี่กบฏสวรรค์” : https://goo.gl/uyo2g5

อ่านฟรีได้ที่นี่ หรือ
อ่านล่วงหน้า เร็วกว่าใครหลายร้อยตอนได้ที่เว็บไซต์ กวีบุ๊คhttps://www.kawebook.com/story/view/319

120 บาท/เล่ม (หากนับตอนฟรีจะเฉลี่ยอยู่ที่ 80-90 บาท/เล่ม ค่ะ )  เมื่อเทียบกับนิยายแปลเป็นเล่ม 30 ตอน เท่ากับ 1 เล่ม^_^