0 Views

        บัณฑิตจนจอมยุทธ์มั่งคั่ง หากต้องการฝึกวิถียุทธ์ให้ก้าวหน้าเร็วไม่เพียงแต่ต้องมีพรสวรรค์เท่านั้น ยังจำเป็นต้องมียาวิเศษอีกด้วย ถึงจะพร้อมทั้งสองทาง

        ยาพลังปราณ คัมภีร์ยุทธ์ และอาวุธ คือสามสิ่งที่จอมยุทธ์ขาดไม่ได้ตลอดกาล

        บนแผ่นดินเสินโจว ทุกคนล้วนฝึกวรยุทธ์ การบริโภคยาพลังปราณมากเป็นอย่างยิ่ง ดังนั้นการผลิตยาจึงผลิตได้ไม่ทันความต้องการอย่างรุนแรง ราคาจึงสูงมาก

        การฝึกฝนของผู้ฝึกยุทธ์ก่อนถึงชั้นผู้ฝึกยุทธ์ขั้นเจ็ด เน้นที่การฝึกร่างกาย ต้องการเพียงใช้ยาพลังปราณประเภทหนึ่งที่เรียกว่า ยาเม็ดชุบร่าง

        ยาเม็ดชุบร่างแบ่งเป็นชั้นล่าง ชั้นกลาง ชั้นสูงสามประเภท ยาชั้นล่างชุบฝึกผิวหนังกล้ามเนื้อ ยาชั้นกลางชุบฝึกเส้นเอ็นและกระดูก ยาชั้นสูงชุบฝึกอวัยวะภายใน ใช้กับชั้นผู้ฝึกยุทธ์ขั้นหนึ่งกับสอง ขั้นสามกับสี่ ขั้นห้ากับหกตามลำดับ

        ยาเม็ดชุบร่างชั้นล่างหนึ่งเม็ดมีค่าสามร้อยตำลึงเงิน ยาเม็ดชุบร่างชั้นกลางหนึ่งเม็ดมีค่าหกร้อยตำลึงเงิน ยาเม็ดชุบร่างชั้นสูงหนึ่งเม็ดมีค่าเก้าร้อยตำลึงเงิน

        เมื่อใช้ยาพลังปราณความเร็วในการฝึกฝนจะรวดเร็วกว่าการฝึกฝนอย่างเดียวหลายเท่า ลูกศิษย์ที่มีคุณสมบัติธรรมดาคนหนึ่ง หากใช้ยาพลังปราณแล้วฝึกฝน ความเร็วในการฝึกก็จะไม่แพ้ลูกศิษย์อัจฉริยะที่ฝึกฝนอย่างเดียว เห็นได้ว่ายาพลังปราณนั้นสำคัญยิ่ง

        ยาเม็ดชุบร่างเม็ดหนึ่งเพียงพอให้ผู้ฝึกยุทธ์ฝึกฝนได้ประมาณสามวัน สำนักกระบี่สวรรค์มีศิษย์นอกจำนวนมาก แต่ละเดือนแต่ละคนได้รับแจกจ่ายยาพลังปราณอย่างกระเบียดกระเสียรคนละสามเม็ด เพียงพอให้ฝึกฝนได้เป็นเวลาเก้าวัน

        เวลาที่เหลือหากอยากใช้ยาพลังปราณฝึกฝนก็ต้องออกเงินซื้อเอากับสำนัก หากแจกจ่ายไปเปล่าทั้งหมดย่อมเป็นรายจ่ายมโหฬารของสำนัก สำนักที่เติบโตมาโดยใช้เวลายาวนานนับร้อยนับพันปีแน่นอนว่าแบกรับค่าใช้จ่ายนี้ไม่ไหว

        ตระกูลของหลินตงเป็นเพียงตระกูลเล็กๆที่ไม่ถูกนับลำดับชั้น พลังวัตรของเขาเพิ่งค่อยๆขึ้นมาถึงชั้นผู้ฝึกยุทธ์ขั้นสามและไม่มีใครสนใจ ตระกูลของเขาทุกเดือนส่งเงินมาให้เขาไม่ถึงสองพันตำลึง

        สองพันตำลึงเงิน ซื้อยาเม็ดชุบร่างชั้นกลางพอซื้อได้เพียงสามเม็ด พอให้หลินตงฝึกฝนได้เก้าวันบวกกับยาเม็ดที่สำนักแจกจ่ายให้เปล่าอีกสามเม็ด หนึ่งเดือนหลินตงใช้ยาเสริมการฝึกฝนได้เพียงสิบแปดวัน ดังนั้นหนึ่งร้อยตำลึงเงินสำหรับเขานับว่ามีค่ามาก

        หนึ่งหมื่นตำลึงเงินหรือ เทียบได้กับห้าเท่าของเงินที่ตระกูลส่งมาให้ใช้ฝึกฝน พอซื้อยาเม็ดชุบร่างชั้นกลางได้ถึงสิบหกเม็ด บวกกับยาเม็ดที่ได้รับแจกเปล่าจากสำนักก็พอให้หลินตงใช้ยาพลังปราณฝึกฝนได้ถึงสองเดือนกว่า

        “ศิษย์พี่หม่าหวง หนึ่งหมื่นตำลึงเงิน เหอเหอ…” หลินตงสองมือถูกันไปมา ตาทั้งสองยิ้มจนกลายเป็นเส้น หม่าหวงพลังวัตรอยู่ในชั้นผู้ฝึกยุทธ์ขั้นหก เข้าสำนักมาห้าปีกว่าแล้ว คุณสมบัติธรรมดา แต่เบื้องหลังครอบครัวไม่เบา เป็นตระกูลชั้นแปด ทุกเดือนให้ค่าใช้จ่ายในการฝึกฝนแก่เขาหนึ่งหมื่นสองพันตำลึงเงิน ทว่าพอหักเงินที่ต้องใช้ซื้อยาพลังปราณสำหรับฝึกฝนในทุกเดือนไปแล้ว ก็เหลืออยู่ไม่มากนัก

        ศิษย์นอกมีเพียงหลังพลังวัตรขึ้นสู่ชั้นผู้ฝึกยุทธ์ขั้นเจ็ดถึงมีคุณสมบัติรับภารกิจของสำนัก ออกไปข้างนอกฝึกฝนเก็บประสบการณ์ หาเงินทองและเก็บแต้มภารกิจของสำนัก ก่อนขั้นเจ็ด ทางเดียวที่จะหาเงินก็คือชี้แนะการฝึกฝนให้แก่ลูกศิษย์เข้าใหม่ที่มาจากตระกูลร่ำรวย

        ปกติก็มีแต่ลูกศิษย์ชั้นผู้ฝึกยุทธ์ขั้นห้า ขั้นหกเท่านั้นที่มีโอกาสนี้ แน่นอนว่าผู้ที่มีพลังวัตรต่ำ แข็งแกร่งกว่าลูกศิษย์เข้าใหม่ไม่เท่าไร ลูกศิษย์ใหม่ย่อมไม่เอาเงินมาโปรยเล่นโง่ๆ เชิญคนมาสอนตัวเองมั่วซั่ว

        แม้ว่าปกติเขาจะหาเงินจากการชี้แนะลูกศิษย์เข้าใหม่ได้บ้าง แต่แพ้พนันหนึ่งหมื่นตำลึง ก็เพียงพอให้เขาขาดทุนจนกระอัก แทบจะต้องหักเงินซื้อยาพลังปราณครึ่งเดือนออกมา

        หม่าหวงในใจเจ็บปวดรวดร้าว มือจิกกุมศีรษะ พูดขึ้นว่า “ศิษย์น้องท่านนี้ นี่..อัตราต่อรองนี่จะสูงเกินไปหรือไม่”

        “อะไรกัน ศิษย์พี่หม่าหวง เมื่อครู่เป็นท่านพูดเอง ต่อร้อยเอาหนึ่ง ศิษย์พี่ที่อยู่ข้างๆทุกท่านก็ได้ยินกับหู ท่านไม่ใช่คิดเล่นลูกไม้ใช่ไหม” หลินตงช่วยไม่ได้ใช้เสียงดังขึ้นอยู่หลายส่วน ย้อนถามกลับ

        ลูกศิษย์ชั้นผู้ฝึกยุทธ์ขั้นห้า ขั้นหกมีความสุขยามเห็นผู้อื่นตกทุกข์หัวเราะขึ้นมาพูดว่า “ศิษย์น้อง(ศิษย์พี่)หม่าหวง เมื่อครู่พวกเราต่างก็ได้ยินกับหู เจ้าจะโกงเงินศิษย์น้องชั้นผู้ฝึกยุทธ์ขั้นสาม ต่อไปจะเอาหน้าไปสู้ใครได้อีกหรือ”

        สีหน้าของหม่าหวงดูเคร่งเครียด แต่ว่าจะให้เขาให้เงินหมื่นตำลึงกับศิษย์น้องชั้นผู้ฝึกยุทธ์ขั้นสาม ใครจะไปยอมกัน

        หม่าหวงตอบว่า “พูดพล่อยๆ ข้าจะไปโกงเงินศิษย์น้องได้ยังไง ศิษย์น้องท่านนี้เจ้าให้เงินข้ามาหนึ่งร้อยตำลึงสินะ เอาแบบนี้ ข้าคืนเงินหนึ่งร้อยตำลึงให้เจ้าเป็นอย่างไร ..หรือข้าคืนให้เจ้าสองร้องตำลึง?”

        เห็นสายตาดูถูกของศิษย์คนอื่นรอบข้าง หม่าหวงรีบเปลี่ยนคำเป็นสองร้อยตำลึง แต่สายตาดูถูกยิ่งเข้มข้นมากกว่าเดิม

        แต่ว่า เทียบกับหนึ่งหมื่นตำลึงแล้ว ดูถูกก็ดูถูกสิ ในใจหม่าหวงคิด อย่างไรอีกฝ่ายก็เป็นศิษย์น้องชั้นผู้ฝึกยุทธ์ขั้นสาม โกงไม่ให้ เขาจะหาเรื่องอะไรตนได้

        “ศิษย์น้องหลินตง เจ้าทำไมมาอยู่ที่นี่ได้ หวงสือเล่า?” ทันใดนั้น เสียงหนึ่งก็ดังขึ้นหลังร่างของหม่าหวง หม่าหวงหันกลับไปตกใจจนสะดุ้งโหยง เป็นเสวียนเทียน

        เมื่อครู่ภาพที่เสวียนเทียนหนึ่งกระบี่สะบั้นปราณกระบี่ส่งหนิวจื้อเกากระเด็นตกเวทีประลองยังฉายซ้ำอยู่ในสมองของหม่าหวง

        “หรือศิษย์น้องท่านนี้จะคุ้นเคยกับศิษย์พี่หวงเทียน” หม่าหวงในใจพลันเกิดรู้สึกท่าไม่ดีขึ้นมา

        ในสำนักกระบี่สวรรค์ ศิษย์พี่ศิษย์น้องไม่ได้นับตามอายุหรือปีที่เข้ามาในสำนักแต่วัดกันที่พลังวัตรสูงต่ำ

        เสวียนเทียนเข้าสำนักมาหลังหม่าหวง อายุก็อ่อนกว่าสองปี แต่พลังวัตรสูงกว่าหม่าหวง ดังนั้นจึงเป็นศิษย์พี่ของหม่าหวง

        “ศิษย์พี่หวงเทียน…ข้าได้ยินว่ามีศิษย์ชั้นสูงขึ้นประลอง เลยวิ่งมาดู ศิษย์พี่หวงสือบาดเจ็บไม่สะดวกจึงไม่ได้มา ศิษย์พี่หม่าหวงคนนี้ เขา…”

        หลินตงเล่าเรื่องที่หม่าหวงเรียกให้คนลงพนันขันต่อใครแพ้ใครชนะ รวมถึงที่เขาติดเงินตนอยู่หนึ่งหมื่นตำลึงเงินตั้งแต่ต้นจนจบ เสวียนเทียนฟังจบ สายตาก็เบนมาที่ตัวของหม่าหวง กล่าวว่า “ขอโทษจริงๆ ศิษย์น้องหม่าหวง ทำให้เข้าผิดหวังแล้ว” คำพูดแม้จะเรียบเรื่อย แต่สายตาเย็นเยียบ ทำให้หม่าหวงรู้สึกสั่นสะท้าน รีบส่ายหัวพูดว่า “ไม่ผิดหวัง ไม่ผิดหวัง…”

        เสวียนเทียนไม่พูดสักคำ เอาแต่มองหม่าหวงด้วยสายตาเย็นเยียบ มองจนในใจหม่าหวงรู้สึกขนลุกชัน พลันรู้สึกตื่นกลัว มือไม้ลนลานควักตั๋วเงินจำนวนหนึ่งออกมาจากออกเสื้อ นับสิบใบออกมา แต่ละใบเป็นตั๋วเงินมีค่าหนึ่งพันตำลึงเงิน กล่าวว่า “ข้าหม่าหวงกล้าพนันกล้าแพ้ ศิษย์พี่ศิษย์น้องที่สนิทกับข้ารู้กันดี ข้าหม่าหวงพนันขันต่อเป็นที่หนึ่ง ศิษย์น้องท่านนี้ นี่เป็นตั๋วเงินหนึ่งหมื่นตำลึง รับไว้เถิด!”

        พูดแล้วก็หยิบตั๋วเงินหนึ่งหมื่นตำลึงส่งไปให้หลินตง

        “ขอบคุณศิษย์พี่หม่าหวง” หลินตงไม่มีเกรงใจรับเอาไป

        มองตั๋วเงินปึกใหญ่ในมือ ที่ส่วนใหญ่เป็นตั๋วเงินใบละหนึ่งร้อยตำลึง ตั๋วเงินใบละหนึ่งพันตำลึงที่เหลืออยู่นับดูแล้วเหลือเพียงสามใบ ในใจหม่าหวงเลือดไหลซิบ แต่บนใบหน้าเศร้าเสียใจ ยังประดับด้วยรอยยิ้มเศร้าสร้อยจางๆ “สมควรแล้ว สมควรแล้ว”

        เห็นหลินตงได้รับตั๋วเงิน เสวียนก็อยากกลับไปที่พักกับเขา กลับไปดูสภาพของหวงสือญาติผู้น้อง ไม่ทันไรลานกว้างก็วุ่นวายขึ้นมา

        “ศิษย์พี่จางหลง!”

        “ศิษย์พี่จางหลง!”

        ……….

        ……….

        เสียงเรียกขานดังขึ้นไม่หยุด

        ศิษย์นอกที่ออกันอยู่บนลานกว้าง เริ่มขยับถอยออกไปทั้งสองข้าง แม้แต่ชนชั้นสูงของศิษย์นอกที่พลังวัตรเหนือกว่าชั้นผู้ฝึกยุทธ์ขั้นเจ็ดก็ไม่เว้น

        บุคคลที่สูงเกินเอื้อมในหมู่ศิษย์นอก จางหลงผู้เป็นหนึ่งในสามอันดับแรกของศิษย์นอกปรากฏตัวแล้ว

        ถ้าหากกล่าวว่าศิษย์ในเป็นดั่งผู้ที่อยู่บนชั้นสวรรค์สำหรับศิษย์นอก ธรรมดาไม่อาจแม้แต่จะพบเห็น เช่นนั้นในบรรดาศิษย์นอก ยอดฝีมือหัวแถวสิบอันดับแรก นั่นก็เป็นเทพมังกรที่เห็นหัวไม่เห็นหาง บางทีถึงจะได้เห็นสักครั้ง แต่ไม่มีวันรู้ได้ว่าพวกเขาอยู่ที่ใด

        จางหลงในการแข่งขันจัดอันดับครั้งใหญ่ของศิษย์นอกเมื่อปีก่อน คว้าอันดับที่แปดในสิบอันดับแรกมาครองได้ ปีนี้ศิษย์นอกห้าอันดับแรกก้าวขึ้นชั้นเบิกนภาเข้าไปสำนักชั้นใน จางหลงจึงกลายเป็นบุคคลที่จะกลายเป็นสามอันดับแรกของปีนี้อย่างแน่นอน

        จางหลงปีนี้อายุสิบเจ็ดปี พลังวัตรลุถึงชั้นผู้ฝึกยุทธ์ขั้นสิบ ขาดอีกเพียงก้าวเดียวก็จะเข้าสู้ชั้นเบิกนภา

        เขาสวมชุดสีเขียว ตรงคอเสื้อเห็นลายปักรูปมังกรอยู่เลือนราง นาทีนี้เขาเชิดหน้ายืดอก ท่าทางหยิ่งผยอง เดินอาดๆเข้ามา

        ข้างหลังจางหลงมีลูกศิษย์สิบกว่าคนเดินตาม ล้วนเป็นชนชั้นสูงของศิษย์นอก พลังวัตรชั้นผู้ฝึกยุทธ์ขั้นเจ็ด แม้กระทั่งผู้ฝึกยุทธ์ขั้นแปดหรือขั้นเก้าก็มี

        ที่ๆจางหลงเดินผ่าน ศิษย์นอกบนลานกว้างต่างหลีกทางถอยออกไปทั้งสองข้าง เปิดเป็นทางเดินสายหนึ่ง

        ไม่นาน ทางที่ลูกศิษย์สองฝั่งถอยออกก็เปิดมาจนถึงตรงหน้าของเสวียนเทียน

        เสวียนเทียนไม่ได้ถอยออกไปสองข้าง เขารู้ว่าเป้าหมายของจางหลงก็คือตนเอง

        หนิวจื้อเกาที่สลบหมดสติไป พรรคพวกก่อนหน้านี้เอายาเม็ดรักษาแผลให้เขานอนแล้ว คนเหล่านั้นแบกร่างของหนิวจื้อเกาเดินข้ามมาภายใต้การนำของจางหู่

        “พี่ใหญ่ ศิษย์พี่หนิวโดนหวงเทียนฟันบาดเจ็บสาหัส พี่ต้องแก้แค้นให้เรานะ เล่นหวงเทียนให้ตาย ฟันหวงเทียนให้พิการ” เมื่อมองเห็นจางหลง จางหู่เหมือนดั่งมองเห็นดาวช่วยชีวิต พลันร้องบอกเสียงดัง

        จางหลงเตี้ยกว่าจางหู่อยู่หนึ่งศีรษะ แต่คนทั้งร่างเหยียดตรง หน้าเชิดอกผาย แม้ยามเดินก็ไม่มีคดงอแม้สักนิด เหมือนกับกระบี่คมที่ออกจากฝัก พูดถึงภาพลักษณ์สูงส่งกว่าจางหู่ไปไกล

        สองคนยืนด้วยกัน ชวนทำให้คนรู้สึกขัดกับความจริง ดูเหมือนจางหลงสูงกว่า ส่วนจางหู่นั่นเตี้ยกว่าหน่อย

        เมื่อมองเห็นหนิวจื้อเกาที่ไม่ได้สติ คิ้วของจางหลงก็ขมวดเล็กน้อย กลายเป็นเส้นขีดสามเส้นที่เหมือนกับอักษรคำว่า ชวน (川)

        จางหลงเดินมาถึงตรงหน้าเสวียนเทียนห่างออกไปสิบจ้างก็หยุดเท้า สายตาดั่งมีดดาบ จับจ้องที่ใบหน้าของเสวียนเทียน พูดขึ้นว่า  “หวงเทียน เจ้า เก่งมาก”

        ฟังดูแล้วเหมือนกับเป็นคำชม แต่น้ำเสียงกลับไม่ใช่เช่นนั้น ทำให้คนรู้สึกหนาวไปถึงขั้วหัวใจ

        เสวียนเทียนสมหายใจนิ่งสงบ จิตใจเป็นปกติ ไม่ได้รับผลกระทบจากจางหลงแม้แต่น้อย ตอบว่า “ศิษย์พี่จางหลง หรือว่าท่านก็อยากจะท้าข้า จะประลองกับข้าด้วย”

        เสวียนเทียนแม้ว่าในตอนนี้จะปลดปล่อยปราณกระบี่ได้ ทั้งยัง แทบจะเทียบชั้นได้กับชั้นผู้ฝึกยุทธ์ขั้นแปด แต่ความสามารถบางส่วนก็ยังสู้ไม่ได้ อย่างไรการฝึกฝนของเสวียนเทียน ทั้งหมดล้วนเป็นวิทยายุทธ์และวิถีปราณของชั้นทองขั้นกลาง รอให้เสวียนเทียนฝึกปราณเบิกนภา ศาสตร์เงาพยัคฆ์ เพลงกระบี่ดับเงาของชั้นทองขั้นสูงสำเร็จ เมื่อถึงเวลานั้นเกรงว่าผู้ฝึกยุทธ์ขั้นแปดก็คงไม่ใช่คู่มือของเขา

        แต่จางหลงมีพลังวัตรของผู้ฝึกยุทธ์ขั้นสิบ และบรรลุถึงขีดขั้นสูงสุดแล้ว เหลือเพียงอีกก้าวเดียวก็จะเข้าสู่ชั้นเบิกนภา นาทีนี้เสวียนเทียนยังคงไม่มีทางเทียบชั้นกับเขาได้

        ในสายตาของจางหลงปรากฏแววดูถูก กล่าวว่า “อย่างเจ้าหรือ? เจ้ายังไม่คู่ควร!”

        เสวียนเทียนรู้ดี จางหลงที่จริงอยากขึ้นประลองกับเขา แล้วซ้อมให้ยับสักรอบแบบถูกต้องตามกฎ เขาเล่าทำไมจะไม่อยากอัดจางหลงให้ยับสักรอบ

         เพียงแต่ว่า ไม่ใช่ตอนนี้ ตอนนี้โอกาสไม่เหมาะ กระบี่หยกขาวเล่มน้อยตรงกลางหว่างคิ้วทำให้พลังวัตรของเสวียนเทียนก้าวหน้าขึ้นต่อเนื่องสองขั้น ความสามารถเพิ่มพูนจนเสวียนเทียนมั่นใจในตนเองมาก ขอเพียงให้เวลาเขา จะเอาชนะจางหลงไม่เป็นปัญหาแต่อย่างใด อีกทั้งไม่ต้องใช้เวลานานนัก

 


 

ติดตามอัพเดทก่อนใคร ด้วยการกดไลค์แฟนเพจเรื่อง “จอมกระบี่กบฏสวรรค์” : https://goo.gl/uyo2g5

อ่านฟรีได้ที่นี่ หรือ
อ่านล่วงหน้า เร็วกว่าใครหลายร้อยตอนได้ที่เว็บไซต์ กวีบุ๊คhttps://www.kawebook.com/story/view/319

120/เล่ม (หากนับตอนฟรีจะเฉลี่ย80-90บาท/เล่ม ค่ะ )