0 Views

        “พี่เทียน พี่ระวังตัวด้วย” หวงสือบอกด้วยความเป็นห่วง

        เสวียนเทียนไม่เคยบอกเรื่องที่พบเหตุการณ์ประหลาดที่บึงซ่อนกระบี่จนพลังวัตรเพิ่มขึ้น จนก้าวกระโดดให้แก่ใครฟัง บรรดาศิษย์นอกสำนักเหล่านี้ ฝึกฝนวรยุทธ์หยุดอยู่ที่แค่ขั้นการฝึกร่างกายภายนอก ไหนเลยจะมีดวงตาเฉียบคมพอที่จะมองพลังวัตรของเสวียนเทียนออก

        พลังวัตรของลูกศิษย์แต่ละคนเป็นอย่างไร โดยทั่วไปก็จะได้รู้กันตอนทดสอบพลังวัตรที่จัดขึ้นทุกครึ่งปี

        ญาติผู้พี่ของเขาผู้นี้เป็นใคร หวงสือรู้ดีอยู่แก่ใจ เป็นถึงหลานคนโตของเจ้าตระกูลเสวียน ซึ่งเป็นตระกูลผู้ทรงอำนาจหนึ่งในห้าของเสินโจว แม้ว่าตอนนี้จะตกยาก แต่คนที่ถูกทำร้ายอย่างเสวียนหงและคนตระกูลหวงทั้งหมดต่างก็เห็นว่าเป็นเพราะเสวียนจีบังคับควบคุมหัวหน้าตระกูลเสวียนสยุงอยู่ ขอเพียงวันหนึ่งช่วยหัวหน้าตระกูลเสวียนสยุงออกมาได้ก็สามารถเปิดโปงโฉมหน้าที่แท้จริงของเสวียนจีได้ เสวียนหงกับเสวียนเทียนก็จะสามารถกลับไปมีที่ยืนในตระกูลได้อีกครั้ง

        “หึ หึ หึ หึ…”

        เสียงหัวเราะเย้ยหยันของจางหู่ดังขึ้น แล้วกล่าวว่า “หวงเทียน ขยะอย่างเจ้าในที่สุดก็ออกมาเสียที หวงสือเจ้าขยะของขยะนั่นเป็นขยะอย่างแท้จริง ถูกข้าตีเหมือนกับตีหมา ไม่มีความท้าทายเลยสักนิด เจ้าถึงจะเป็นขยะ แต่ยังไงก็ดีกว่าอยู่นิดหน่อย อย่างน้อยก็พอให้ข้าเอาจริงได้บ้าง ได้ใช้ความสามารถสักเจ็ดแปดส่วน”

        การปรากฏตัวของเสวียนเทียน ทำให้จางหู่ตกใจ แต่ถ้าจะบอกว่าจางหู่หวาดกลัวเสวียนเทียน นั่นเป็นไปไม่ได้

        กระบี่เมื่อครู่ของเสวียนเทียนนั้นนับว่าเขวี้ยงมาจากระยะไกลถึงยี่สิบจ้างได้อย่างแม่นยำหาใดเปรียบ น่าตื่นตะลึงอยู่ไม่น้อย จางหู่ก็พอจะรู้อยู่ว่าทักษะกระบี่ของเสวียนเทียนไม่ธรรมดา เมื่อครั้งที่เสวียนเทียนยังอยู่ในชั้นผู้ฝึกยุทธ์ขั้นสี่ ก็เอาชนะลูกศิษย์ที่อยู่ในชั้นผู้ฝึกยุทธ์ขั้นห้าหลายคนได้แล้ว

        ดังนั้นจางหู่แม้ว่าว่าจะตกใจกับทักษะกระบี่ของเสวียนเทียนอยู่หลายส่วน แต่ความสามารถของเขาเหนือกว่าลูกศิษย์ชั้นผู้ฝึกยุทธ์ขั้นห้าทั่วไปอยู่มาก จนเทียบชั้นกันไม่ได้ ทำให้เขาไม่เห็นเสวียนเทียนอยู่ในสายตา

        “จางหู่ ข้าขอท้าประลองกับเจ้า เจ้ากล้ารับคำท้าหรือไม่” เสวียนเทียนคำรามถามเสียงดัง เสียงกังวานไปทั่วทั้งสี่ทิศ ไม่เพียงจางหู่ ศิษย์นอกกว่าร้อยคนบนลานกว้างล้วนได้ยินชัดเจน

        จางหู่ยกยิ้มมุมปากกล่าวว่า “ดี ข้ารับคำท้าประลองกับเจ้า”

        สิ้นเสียงคำของจางหู่ แววตาของเสวียนเทียนก็เปลี่ยนไปอย่างฉับพลัน เขามองจางหู่ด้วยดวงตาไร้อารมณ์ เหมือนดั่งมองซากสัตว์ตัวหนึ่ง พอยกเท้าก้าวเดินก็เดินมุ่งตรงไปทางจางหู่

        จางหู่เห็นเสวียนเทียนไม่เก็บกระบี่ ก็ประหลาดใจ จึงถามขึ้นว่า “หวงเทียน เจ้าไม่ใช้กระบี่?”

        เสวียนเทียนไพล่แขนซ้ายไปข้างหลัง ยกยิ้มบางบอกว่า “รับมือขยะอย่างเจ้า ข้าไม่ต้องใช้กระบี่ แล้ว แค่มือข้างเดียวก็พอ”

        ลูกศิษย์ในลานกว้างต่างสูดหายใจเฮือกอย่างตกตะลึง จางหู่เป็นสุดยอดของลูกศิษย์ที่พลังวัตรอยู่ในชั้นผู้ฝึกยุทธ์ขั้นห้า เป็นที่สุดของที่สุดของลูกศิษย์ในรุ่นเดียวกัน ถึงขนาดที่ลูกศิษย์รุ่นก่อนหน้าไม่น้อยยังห่างชั้นจากเขาอีกไกล เสวียนเทียนกลับบอกว่าจะรับมือเขาโดยไม่ใช้กระบี่ ทั้งยังใช้มือข้างเดียวอีกด้วย

        สำนักกระบี่สวรรค์เป็นสำนักวิชากระบี่ สิ่งหลักที่ฝึกฝนก็คือวิชากระบี่ ในมือไร้กระบี่ ลูกศิษย์สำนักกระบี่สวรรค์ความสามารถก็ลดหายไปครึ่งหนึ่ง

        “ฮ่า ฮ่า ฮ่า ฮ่า … โอหัง”

        จางหู่โกรธจัดแสยะยิ้ม ร้องขึ้นว่า “ข้าว่าเจ้าคงแช่น้ำในบึงซ่อนกระบี่จนสมองเพี้ยนไปแล้ว ก็ดี วันนี้ข้าจะฟันเจ้าให้ตื่น ไม่ปล่อยให้เจ้าฝันกลางวันอยู่ตรงนั้น รับมือ…”

        พูดจบ สองขาของจางหู่ก็ถีบพื้น ร่างพุ่งทะยานไปข้างหน้า กระบี่ยาวในมือยกขึ้น ฟันออกไปอย่างรุนแรง กระบี่ยาวตัดผ่านอากาศเห็นเงากระบี่เป็นเส้นแสงสีขาวสว่าง ฟาดฟันลงมาที่เสวียนเทียน

        เพลงกระบี่ชั้นทองขั้นกลาง … เพลงกระบี่สะบั้นสิงห์

        เพลงกระบี่นี้สำคัญที่ความแข็งแกร่งรุนแรง พลังอันหนักหน่วง เหมาะกับผู้ฝึกฝนที่มีเรี่ยวแรงมากมาแต่กำเนิด ซึ่งเหมาะสมกับจางหู่เป็นอย่างยิ่ง

        เมื่อจางหู่ใช้ “เพลงกระบี่สะบั้นสิงห์” นี้ ในหมู่ลูกศิษย์ชั้นผู้ฝึกยุทธ์ขั้นห้าไม่มีใครเป็นคู่มือของเขาได้ แม้จะเป็นลูกศิษย์ชั้นผู้ฝึกยุทธ์ขั้นหกยังมีส่วนหนึ่งที่ต้องพ่ายแพ้ให้กับเขา

        เสวียนเทียนไม่มีทีท่าว่าจะหลบ “เพลงกระบี่สะบั้นสิงห์” ของจางหู่แม้แต่น้อย

        ตอนนี้เสวียนเทียนฝึกฝน “เพลงกระบี่ถลาลม” บรรลุถึงขั้นข้ามสู่เทพวิถีแล้ว ทำให้มีความเข้าใจเกี่ยวกับเพลงกระบี่หาธรรมดาได้ดี “เพลงกระบี่สะบั้นสิงห์”ที่แต่ก่อนดูพลังร้ายกาจมหาศาล ในสายตาของเขาตอนนี้กลับมีจุดอ่อนเต็มไปหมด ทั้งความเร็วก็เปลี่ยนมาช้าลงกว่าเดิม

        เสวียนเทียนไม่ถอย แต่กลับรุกเข้าไป เขายื่นแขนออกไป ยกนิ้วขึ้นสองนิ้ว

        ชิ้ง…

        เกิดเสียงดังกังวานขึ้น สองนิ้วของเสวียนเทียนตัดผ่านเงากระบี่ของจางหู่  หนีบสองข้างของปลายกระบี่ไว้ได้อย่างแม่นยำไม่มีพลาด

        จางหู่ตกตะลึง พลังแข็งแกร่งสายหนึ่งพลันพุ่งผ่านมาทางตัวกระบี่ เงาแสงสลาย กระบี่ยาวหลุดจากมือดีดกระเด็นออกไปกว่าสิบจ้าง

        จางหู่ยังคงตกอยู่ในห้วงตะลึงงัน ร่างของเสวียนเทียนก็รุกเข้ามา มือที่ยกสองนิ้วเปลี่ยนเป็นห้านิ้วเรียงชิด ฝ่ามือร้ายกาจข้างหนึ่งฟาดเข้าไปหาใบหน้าของจางหู่

        เห็นฝ่ามือของเสวียนเทียนฟาดมา จางหู่คิดจะหลบ ทว่าเพิ่งเริ่มคิด ความเจ็บแปรบสายหนึ่งก็ส่งผ่านมายังใบหน้า ฝ่ามือของเสวียนเทียนประทับรอยไว้บนหน้าของจางหู่แล้ว

        อ้าก…

         เสียงร้องเจ็บปวดดังขึ้น จางหู่รู้สึกเหมือนยอดเขาแห่งหนึ่งทลายลงมา ตกทับใบหน้าของเขา จนร่างกายล้มโครม ถูกฝ่ามือเดียวของเสวียนเทียนตบลงไปกองกับพื้น

        “ใครกันแน่ที่เป็นขยะ?”

        เสวียนเทียนตวาดถามเสียงดัง เดินเข้าไปก้าวหนึ่ง แล้วเอาเท้าเหยียบลงไป

        จางหู่ที่เพิ่งล้มลงมากองกับพื้น ยังคงร้องโอดโอย เท้าของเสวียนเทียนเหยียบลงมาบนหน้าของเขา

        เท้าข้างนี้หนักอย่างประหลาด เสียง “ตึง” ดังขึ้น พื้นแข็งของลานประลองทะลุเป็นรู ศีรษะของจางหู่ถูกเหยียบจมลงไปในรูนั้น

        ครั้งแรกจางหู่โดนหนึ่งฝ่ามือของเสวียนเทียนตบล้มลงไปกองกับพื้น ต่อมาก็ถูกเท้าหนึ่งของเสวียนเทียนเหยียบศีรษะจนทะลุพื้นเวที ติดอยู่ในรู ทั้งตัวโดนเล่นงานจนยับ ได้แต่เพียงร้องโอดโอย ไม่ทันได้ตอบสนองแม้แต่น้อย

        ขาขวารู้สึกตึง จางหู่ในสภาพเท้าชี้ฟ้าหัวปักดินก็ถูกเสวียนเทียนหิ้วขึ้นมา

        ตอนนี้ศีรษะของจางหู่ถูกดึงขึ้นมาจากหลุม ทำให้ได้สติขึ้นมาบ้างแล้ว ในใจหวาดกลัวยิ่งนัก ร้องเสียงหลงบอกว่า “ศิษย์พี่หวงไว้ชีวิตด้วย!”

        แต่คำพูดของจางหู่เปล่งออกมาได้ไม่ทันไร เสวียนเทียนก็ตวาดเสียงดังขึ้นมากลบเสียงของจางหู่หายไป “ใครเป็นขยะ?”

        พูดพลาง เสวียนเทียนก็จับขาขวาของจางหู่ เหวี่ยงออกไป

        ปั้ก..

        ร่างของจางหู่หมุนคว้างกลางอากาศครึ่งรอบก็ตกกระแทกพื้นเวทีอย่างแรง

        ครึก ..ครึก

        พื้นเวทีแตกออก เกิดเป็นรอยแตกร้าวมากมาย เห็นได้ว่าเสวียนเทียนเหวี่ยงออกมารุนแรงขนาดไหน

        อุก…

        จางหู่กระอักเลือดออกมาก้อนใหญ่ ร่างกายถูกเล่นงานหนักจนยับเยิน มีบาดแผลฉีกเปิดอยู่ไม่น้อย เลือดสีสดไหลริน

        “ใครเป็นขยะ?”

        เสวียนเทียนตวาดถามขึ้นเสียงดังลั่นอีกครั้ง ร่างของจางหู่ก็ลอยคว้างครึ่งรอบตกกระแทกพื้นลานประลองอย่างแรงอีกครั้ง

        ครึก…ครึก…

        จุดที่ตกกระแทก ลานประลองปริแตก จางหู่กระอักเลือดพุ่งออกมาเป็นสายอีกครั้ง

        “ข้าเป็นขยะ…ข้าเป็นขยะ…ศิษย์พี่หวงไว้ชีวิตด้วย…ข้าเป็นขยะ!”

        จางหู่กลั้นความเจ็บ ละล่ำละลักตะโกนออกมาเสียงดัง เขาถูกเล่นงานจนหวาดผวา เขารู้สึกว่าตนเองเป็นดั่งแมลงตัวกระจ้อยในฝ่ามือของเสวียนเทียน เสวียนเทียนจะบี้เขาให้ตายเมื่อไรก็ได้

        ลูกศิษย์ด้านล่างลานประลองต่างนิ่งงัน แต่ละคนเบิกตาค้าง อ้าปากหวอ ในแววตาของพวกเขามีแต่ความตกตะลึง

        ไม่มีใครคาดคิดว่าจะเกิดสถานการณ์เช่นนี้ขึ้นบนลานประลอง

        จางหู่ตกอยู่ใต้กำมือของเสวียนเทียน ทั้งไม่มีความสามารถจะต่อต้านแม้แต่น้อย เหมือนกับเป็นสุนัขตายตัวหนึ่งที่ถูกเสวียนเทียนเหวี่ยงไปเหวี่ยงมา

 


 

ติดตามอัพเดทก่อนใคร ด้วยการกดไลค์แฟนเพจเรื่อง “จอมกระบี่กบฏสวรรค์” : https://goo.gl/uyo2g5

อ่านฟรีได้ที่นี่ หรือ
อ่านล่วงหน้า เร็วกว่าใครหลายร้อยตอนได้ที่เว็บไซต์ กวีบุ๊คhttps://www.kawebook.com/story/view/319

120/เล่ม (หากนับตอนฟรีจะเฉลี่ย80-90บาท/เล่ม ค่ะ )